ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| โซเชียลมีเดียกับสุขภาพจิต
Read More

คุณอยู่ทีมไหน FOMO (กลัวตกเทรนด์) VS JOMO (ไม่ตามเทรนด์) ในยุคโซเชียล

ในยุคที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว โซเชียลมีเดียได้กลายเป็นโลกอีกใบที่หลายคนขาดไม่ได้ กิจวัตรประจำวันของเรามักเริ่มต้นด้วยการไถฟีดเพื่ออัปเดตข่าวสารและตามเทรนด์ให้ทันโลก แต่เคยลองถามใจตัวเองดูไหมว่า ตัวเราเองเป็นคนแบบไหน ระหว่างการวิ่งไล่ตามทุกกระแสเพราะ “กลัวพลาด” กับการเลือกจดจ่ออยู่กับความสุขตรงหน้า ? บทความนี้ BT จะพาไปสำรวจและทำความรู้จักกับ FOMO และ JOMO พร้อมชวนคุณมาเช็กลิสต์กันว่าอยู่ทีมไหน รู้จัก FOMO อาการกลัวตกขบวน ที่มีโซเชียลเป็นตัวเร่ง FOMO มาจากคำว่า Fear of Missing Out คือ ความกลัวที่จะพลาดข่าวสาร หรือกลัวที่จะตกเทรนด์ตามกระแสไม่ทัน โดยเฉพาะเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นสำคัญในโซเชียล จนทำให้รู้สึกไม่สบายใจว่าตัวเองกำลังพลาดอะไรบางอย่างไปอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราได้ยินได้เห็นคำนี้มาหลายปีจากการเกิดกระแสของโซเชียลมีเดีย สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นชาว FOMO ซึ่งพฤติกรรมแบบ FOMO อาจทำให้เราได้จุดประกายไอเดียใหม่ ๆ จากกระแสสังคมที่เกิดขึ้น ได้เห็นไลฟ์สไตล์ของคนอื่นในโซเชียล หรือรับรู้ข่าวสารบ้านเมืองได้ไว ทันทุกเหตุการณ์ แต่อีกด้าน FOMO ก็ส่งผลกระทบต่อตัวเรา โดยเฉพาะความเครียดและวิตกกังกล ทำให้นอนหลับไม่เต็มที่ เพราะกลัวว่าจะพลาดประเด็นสำคัญไป ยิ่งเราหมกมุ่นกับโซเชียลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างแย่ลง อีกทั้งยังอาจทำให้เราใช้จ่ายเกินตัวไปกับสิ่งของที่ไม่จำเป็น ไปกับคำว่า “ของมันต้องมี” JOMO ความสุขจากการเลือกที่จะพลาด JOMO…
04/06/2024

(No More) Emotional Damage ! แมชชีนเลิร์นนิงคัดกรองเฮตสปีชได้ 88 เปอร์เซ็นต์

ในโลกอินเทอร์เน็ต ปัจจัยเรื่องสถานที่ เวลา หรือแม้แต่ภาษาไม่ได้เป็นปัญหาในการสื่อสารอีกต่อไป อินเทอร์เน็ตสามารถทำให้เราเข้าถึง และส่งต่อข้อมูลได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญคือ เราสามารถโต้ตอบกับครีเอเตอร์ หรือผู้สร้างสรรค์ข้อมูลเหล่านั้นได้ ทั้งด้านดี และไม่ดี หลายปีที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นข่าวการ Cyber Bully กันอยู่เนือง ๆ และในหลายเคสก็นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่น่ายินสักเท่าไหร่ อารมณ์ด้านลบ และผลกระทบทางจิตใจเป็นผลลัพธ์รูปแบบหนึ่งที่บรรดาครีเอเตอร์ได้รับจากผู้ชม ไม่ว่าคอนเทนต์เหล่านั้นจะไม่ถูกต้อง หรือไม่ถูกใจก็ตาม เฮตสปีช (Hate Speech) เป็นหนึ่งในรูปแบบของความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ ที่เรารู้จักกันในภาษาไทยว่า ‘ข้อความเพื่อสร้างความเกลียดชัง’ ที่หมายถึงข้อความที่ยุยง ปลุกปั่น หรือสร้างความเกลียดชังให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นบุคคล ศาสนา สีผิว หรือรสนิยม โดยเฮตสปีชเป็นสิ่งที่เราพบได้ทั่วไปในช่องความคิดเห็น ซึ่งมีการศึกษาที่พบว่าฟีดแบ็กบนโลกออนไลน์สามารถสร้างผลกระทบทางจิตใจ หรือแม้แต่เพิ่มความเสี่ยงของโรคทางอารมณ์บางชนิด อย่างโรคเครียด ภาวะวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า ในปัจจุบันเราเริ่มเห็นฟีเจอร์ในการฟิลเตอร์ (Filter) หรือคัดกรองความคิดเห็นด้านลบมากขึ้น โดยฟีเจอร์นี้อาจช่วยลดผลกระทบทางด้านจิตใจจากความคิดเห็นแง่ลบบนโลกออนไลน์ได้มากขึ้น โดยล่าสุด มหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู (University of Waterloo) ประเทศแคนาดา ได้พัฒนาแมชชีนเลิร์นนิงที่สามารถคัดกรองเฮตสปีชได้แม่นยำถึง 88 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งช่วยลดภาระงานของพนักงานเฝ้าระวังและคัดกรองเฮตสปีชได้หลายร้อยชั่วโมง รวมถึงผลกระทบจากการตรวจสอบข้อความเหล่านั้นได้ด้วย…
30/04/2024

Digital Fatigue โรคอนาคตของคนดิจิทัล

“Digital Fatigue” หรือ “ความเหนื่อยล้าทางดิจิทัล” เป็นสภาวะความอ่อนล้าหรือเหนื่อยหน่ายทางจิตใจจากการใช้ดิจิทัลมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้คอมพิวเตอร์ การประชุมออนไลน์ การเปิดหลายแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต ก่อนไปทำความรู้จักกับเทรนด์ของโรคในอนาคตที่ระบาดไวกว่าที่ทุกคนคิดในชีวิตของคนดิจิทัลอย่าง Digital Fatigue นี้ ​เรามาเช็กกันหน่อยดีกว่าครับ ว่าทุกวันนี้คุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่ ? อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของภาวะ Digital Fatigue หากเช็กแล้วพบว่าคุณมีอาการดังกล่าวเกินกว่า 5-6 ข้อ แสดงว่า คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็น Digital Fatigue แล้วครับ ไม่เคลื่อนไหว แต่ทำไมเหนื่อย ? “Digital Fatigue” หรือ “ความเหนื่อยล้าทางดิจิทัล” เป็นสภาวะความอ่อนล้าหรือเหนื่อยหน่ายทางจิตใจจากการใช้ดิจิทัลมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้คอมพิวเตอร์ การประชุมออนไลน์ การเปิดหลายแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต เปิดหน้าจอหลายจอ หรือทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกันเป็นระยะเวลานาน ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการพักผ่อนหรือเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวัน ซึ่งความอ่อนล้าดังกล่าวทำให้เราหมดพลังงาน เกิดความคิดฟุ้งซ่าน และอาจทำลายสุขภาพร่างกายได้​ ความเหนื่อยล้าดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุจากการนั่งทำงานผ่านจอนาน ๆ เท่านั้น บางคนเกิดภาวะ Digital Fatigues จากการการเสพติดเนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย เกมออนไลน์ สื่อบันเทิงต่าง ๆ…
13/03/2024

Social Detox | 6 เทคนิคล้างพิษจากโซเชียล ปรับสุขภาพจิตให้สมดุล

คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่ ? นี่คือสัญญาณเตือนว่า ถึงเวลาที่คุณต้องทำ Social Detox หรือล้างพิษโซเชียลมีเดียแล้ว !  Social Detox ไม่ต้องหักดิบ "โลกออนไลน์ไม่ใช่โลกแห่งความจริง อย่าหลงเชื่อทุกสิ่งที่เห็นบนโซเชียลมีเดีย" Social Detox (โซเชียลดีท็อกซ์) หรือ Social Detoxification คือ การบำบัดการเสพติดเทคโนโลยีหรือสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการตัดและลดบทบาทการใช้โซเชียลมีเดียให้น้อยลง ถือเป็นหนึ่งในเทรนด์สุขภาพที่คนยุคใหม่ในโลกดิจิทัลควรรู้ เพื่อใช้ในการบำบัดตนเอง จากการได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจจากโลกโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นการได้รับความคิดเห็นหรือคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่ดี การถูกกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ไปจนถึงพฤติกรรมการเสพสื่อทั่วไปมากจนเกินไป  โดยมีคำแนะนำจาก Amber Murphy ในเว็บไซต์ Declutter The Mind ว่า เราไม่จำเป็นต้องหักดิบด้วยการเลิกใช้โซเชียลมีเดีย หรือเลิกเล่นสื่อสังคมออนไลน์ในทันที เพียงแค่ทำการล้างพิษการใช้โซเชียลมีเดีย (Social Detox) เพื่อลดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารก็อาจเพียงพอแล้ว 6 เทคนิคล้างพิษ ปรับสุขภาพจิตให้สมดุล บทความนี้มี 6 เทคนิคดี ๆ ในการทำ Social Detox แนะนำโดย อ.ดร.นพ.ชาวิท ตันวีระชัยสกุล…
08/01/2024

Oddly Satisfying คลิปสุดแปลก แต่แสนเพลิน: เหตุผลที่เราหยุดดูคลิปทำลายของ หั่นสบู่ หรือทำสไลม์ไม่ได้

ทุกคนน่าจะต้องเคยดูคลิปวิดีโอแปลก  ๆ บนโลกออนไลน์ อย่างคลิปทำลายของ หั่นสบู่ เทช็อกโกแลตราดบนหน้าเค้ก คลิปฉีดน้ำแรงสูงทำความสะอาดพื้น คลิปลูกตุ้มแกว่งผ่านช่องที่มีขนาดพอดีเป๊ะ หรือคลิปแปลกแบบอื่นอีกมากมายที่ไม่มีเนื้อหาอะไร แต่มันกลับดูเพลินสุด ๆ แถมบางคลิปก็ดูออกแนวจะสกปรก เลอะเทอะ หรือสร้างความรู้สึกขยะแขยง แต่ทำไมเรากลับหยุดดูไม่ได้? คลิปเหล่านี้ถูกเรียกว่า Oddly Satisfying หนึ่งในแขนงของคลิปบนโลกออนไลน์ยุคปัจจุบันที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ละคลิปมียอดวิวหลายล้าน อย่าง #OddlySatisfying ใน TikTok อยู่ที่ 1.5 ล้านล้านวิว (ณ วันที่ 8 มกราคม 2024) ถ้าคุณเผลอดูคลิปแนวนี้บ่อย ๆ แม้ว่าตัวคุณเองไม่ได้รู้สึกชอบมันก็ตาม ไม่ต้องแปลกใจไป เพราะเรื่องนี้มีคำอธิบายทางจิตวิทยาที่น่าสนใจ และอาจเกี่ยวกับบุคลิก กับภาวะอารมณ์ของเราด้วย ASMR ในรูปแบบภาพ และเสียง หลายคนน่าจะรู้จัก ASMR (Autonomous Sensory Meridian Response) หรือการตอบสนองแบบอัตโนมัติของระบบประสาทเมื่อได้รับปัจจัยภายนอกอย่างภาพ เสียง หรือสัมผัส ซึ่ง ASMR ไม่ได้หมายถึงแค่เสียงฝนตก เสียงแอร์…
18/12/2023

เชื่อมจิตกับ Lil Tay วัยเยาว์ที่หายไป เมื่อลูกเป็นคอนเทนต์ที่หาเงินได้?

ลิล เทย์ (Lil Tay) เป็นหนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์เด็กเจนแรก ๆ ในสังคมอเมริกาเลยก็ว่าได้ โดยเธออายุเพียง 9 ขวบเท่านั้นขณะที่เธอโด่งดัง เชื่อว่าใครที่เล่นโซเชียลมานานต้องเคยเห็นคลิปเทย์ออกมาโปรยเงิน นั่งรถหรู พร้อมกับพูดคำหยาบ และถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามฐานะ และเชื้อชาติจนทำให้มีคนเข้าไปโต้ตอบ ทั้งคอมเมนต์ด่า หรือแชร์คลิปเธอไปด่า ซึ่งนั่นทำให้ ลิล เทย์ ดังเป็นพลุแตกในแคนาดา อเมริกา และทั่วโลกผ่านทางโลกออนไลน์ ก่อนที่จู่ ๆ เธอก็หายตัวไปจากโซเชียลมีเดียไปหลายปี และในปี 2023 มีข่าวออกมาว่าเทย์นั้นเสียชีวิต แต่นั่นเป็นข่าวปลอม เพราะเธอเพิ่งปล่อย MV เพลงใหม่ไม่นานหลังจากนั้น พร้อมออกมาไลฟ์แฉว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดจากพ่อของเธอ แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด ลิล เทย์ หรือชื่อจริง Claire Hope เกิดในปี 2007 เธอเป็นเด็กหญิงชาวแคนาดาที่ปรากฎตัว และเป็นที่รู้จักบนโลกออนไลน์ด้วยอายุ 9 ปี โดยเธอเรียกตัวเองว่า ‘The Youngest Flexer Girl of Century’ หรือเด็กขี้อวดที่อายุน้อยที่สุดแห่งศตวรรษ Abusive…
04/10/2023

Social Media Contagion Effect เมื่อการประนามและขุดคุ้ยเรื่องราวของคนร้ายอาจทำให้เกิดการลงมือครั้งใหม่

คนดีต้องถูกชม คนชั่วต้องถูกประณาม คอนเซ็ปต์ที่อยู่กับสังคมมนุษย์มาเนิ่นนาน การส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ของคนคนหนึ่งอาจสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอีกนับสิบนับร้อยคน ในขณะเดียวกันให้ความสำคัญกับเรื่องราวของคนร้ายและการก่อเหตุที่สะเทือนขวัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่พรั่นพรึงอาจเป็นการให้กำเนิดปีศาจร้ายตนใหม่ Social Media Contagion Effect หรือ Media Contagion Effect คำเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายที่แปลตรงตัวในภาษาไทย แต่หมายถึงผลกระทบที่การแพร่กระจายของสื่อที่ส่งต่อหรือกระตุ้นอารมณ์หรือความผิดปกติบางอย่างในจิตใจคน ซึ่งกรณีที่กำลังพูดถึงในบทความนี้ คือ อาชญากรรมและเหตุการณ์กราดยิง ในประเทศสหรัฐอเมริกามีอัตราการเกิดเหตุกราดยิงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในอเมริกาได้ร่วมมือกันหาปัจจัยของสาเหตุนี้ เบื้องต้นจุดร่วมของผู้ก่อเหตุมักประกอบด้วยปัจจัย 3 อย่าง ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเวิสเทิร์นนิวเม็กซิโก เจนนิเฟอร์ จอห์นสตัน และ แอนดรูว์ จอยได้ศึกษาข้อมูลแหล่งต่าง ๆ เพื่อหาเหตุผลที่ทำให้ความชุกหรืออัตราการเกิดเหตุการณ์กราดยิงในอเมริกาเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งพวกเข้าพบว่า Social Media Contagion หรือ Media Contagion หรือการแพร่กระจายของสื่อนั้นมีผลด้วยเช่นกัน เพราะการที่ทั่วทั้งประเทศกำลังอยู่ในความกลัว ผู้คนต่างพูดชื่อของผู้ก่อเหตุ ใบหน้า พร้อมประวัติ และรายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับชีวิตของผู้ลงมือ ทั้งจริงบ้าง และไม่จริงบ้าง ตั้งแต่ชาติกำเนิด นิสัยส่วนตัว หรือแม้แต่อาหารที่ชอบกิน พร้อมกับ Mood & Tone…
20/07/2023

ส่องแท็ก TikTok ต่างประเทศ ‘Bed Rotting’ หรือ ‘การนอนเน่าอยู่บนเตียง’ กับผลกระทบต่อสุขภาพ

'Bed Rotting' แปลเป็นไทยแบบตรงตัวว่า 'การเน่าอยู่บนเตียง' เป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในบรรดา TikToker ต่างประเทศ แม้ว่าแปลมาแบบตรงตัวแล้วจะดูแปลก แต่จริง ๆ ก็คล้ายกับที่คนไทยชอบพูดว่า ‘ขอนอนตายอยู่บนเตียง’ หรือการนอนพักผ่อน ไม่ว่าจะหลับจริงหรือนอนเล่นอยู่บนเตียงทั้งวัน เชื่อว่าหลายคนคงเคยทำบ่อย ๆ ซึ่งเทรนด์นี้เริ่มต้นจากการที่มีคนมาแชร์ว่าในวันที่คุณเหนื่อยล้ากับอะไรมาก ๆ การนอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียงทั้งวันสามารถช่วยฟื้นฟูคุณจากความเหนื่อยล้านั้นได้ คนบนโลก TikTok เลยแชร์คลิปการนอนบนเตียง พร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้ผ้าห่มหลายผืนที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น (Cozy) พร้อมติด #BedRotting และ #InBedRotting แต่หลังจากเทรนด์นี้ถูกพูดถึงมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายสาขาได้ออกมาให้ความเห็นในเชิงเป็นกังวลกับเรื่องนี้มากขึ้น เจสซี โกลด์ (Jessi Gold) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตเวชจากโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ได้โพสต์คลิปลง TikTok พร้อมให้ความรู้ว่า ‘มันเป็นเรื่องปกติที่จะนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน ตราบใดที่คุณรู้ตัวว่าทำมันไปเพื่ออะไร และควรหาวิธีรับมือกับความเหนื่อยล้าในรูปแบบอื่นด้วย’ โดยสาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญรู้สึกกังวลกับเทรนด์นี้เพราะว่า การนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวจนติดเป็นนิสัยหรือพฤติกรรม เป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และสัมพันธ์กับโรคบางอย่างได้ด้วย การนอนนิ่งหรือการอยู่กับที่เดิมนาน ๆ มักถูกเรียกว่า ภาวะเนือยนิ่ง…
26/06/2023

ฟินแลนด์ผุดแคมเปญ ‘เกาะออฟไลน์ที่แรกของโลก’ หวังให้ผู้คนได้พักผ่อนอย่างแท้จริง

ทุกวันนี้สมาร์ตโฟนไม่ต่างอะไรกับอวัยวะที่ 33 แทบจะจำเป็นกว่ากุญแจบ้านหรือกระเป๋าสตางค์ด้วยซ้ำ หลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นแล้วว่าการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มากเกินพอดีส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ เช่น อาการออฟฟิศซินโดรม อาการด้านดวงตา ภาวะความเครียด และภาวะซึมเศร้า ซึ่งแคมเปญที่ Hack for Health เอามาฝากน่าจะพอช่วยคุณได้ หน่วยงานการท่องเที่ยวในประเทศฟินแลนด์ได้สร้างแคมเปญการท่องเที่ยวแบบปลอดมือถือขึ้นที่เกาะ Ulko-Tammio ตั้งอยู่ในทะเลบอลติก (Baltic sea) นอกชายฝั่ง Hemina ทางตะวันออกของอ่าวฟินแลนด์ ซึ่งเกาะแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม คุณสามารถดื่มด่ำกับทะเลและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ภายในเกาะได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ เกาะ Ulko-Tammio ยังมีหมู่บ้านชาวประมงอยู่ด้วย เรียกได้ว่าสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้เห็นทั้งความสวยงามของธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยแคมเปญ ‘เกาะออฟไลน์’ หรือ ‘เกาะปลอดมือถือ’ เริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนของประเทศฟินแลนด์ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ของเกาะจะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวปิดมือถือหรืองดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตลอดเวลาที่พักผ่อนอยู่บนเกาะ หรือถ้าใครห้ามใจไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ก็มีสติกเกอร์สำหรับแปะที่หน้าจอมือถือเพื่อช่วยให้คุณไม่สามารถเห็นหรือรับรู้เรื่องราวบนโลกโซเชียลมีเดียผ่านสมาร์ตโฟนได้ โดยเหตุผลที่แคมเปญเกาะออฟไลน์แห่งนี้เกิดขึ้นก็เพื่อให้ผู้คนได้ลดการใช้มือถือ ได้สัมผัสและโฟกัสกับสิ่งรอบตัวมากขึ้น ซึ่งช่วยให้คุณได้พักผ่อนทั้งกายและใจอย่างแท้จริง โดยกิจกรรมบนเกาะมีตั้งแต่การเดินชมเส้นทางธรรมชาติ ว่ายน้ำ และไปส่องนก จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันพบว่าการใช้โซเชียลมีเดียสัมพันธ์กับโรคทางอารมณ์ อย่างความเครียด ภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล โรคการกินผิดปกติ และปัญหาอื่นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งการหยุดใช้โซเชียลมีเดียจึงอาจเป็นหนึ่งวิธีที่จะช่วยผ่อนคลายสมองและจิตใจจากข่าวหรือข้อมูลที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจ ที่มา:…
28/04/2023

OOCA (อูก้า) ปรึกษาปัญหาใจ แพลตฟอร์มที่ช่วยฟื้นฟูจิต ฮีลใจ ไม่ต้องออกจากบ้านก็คุยกับผู้เชี่ยวชาญได้

ความเศร้า ความเครียด ความรู้สึกวิตกกังวล หรือแม้แต่ความเบื่อหน่ายเป็นอารมณ์พื้นฐานที่มนุษย์อย่างเรา ๆ ทุกคนต้องเคยเผชิญ แต่ปัจจัยและปัญหาในชีวิตของแต่ละคนที่แตกต่างกัน อย่างเรื่องงาน ความสัมพันธ์ สถานะทางการเงิน และการใช้ชีวิตอาจนำไปสู่อารมณ์ด้านลบเรื้อรังและปัญหาสภาพจิตใจที่รุนแรงขึ้น อย่างโรคเครียด โรคซึมเศร้า หรือแม้แต่การหมดไฟในการทำงาน ซึ่งทำให้ความสุขและคุณภาพชีวิตของเราลดต่ำลง แต่จะดีกว่าไหม ถ้าหากมีพื้นที่ที่คุณสามารถระบายทุกความคิดที่คุณเก็บเอาไว้กับตัวเอง ที่ไม่กล้าบอกใคร หรือไม่มีคนที่คุณรู้สึกว่าสามารถเล่าให้ฟังได้อย่างสบายใจ หรือแม้แต่ความลับบางอย่างที่น่าอึดอัดใจ OOCA แพลตฟอร์มเพื่ออารมณ์และสุขภาพจิตที่ดีช่วยคุณได้ ด้วยทีมนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรับมือกับอารมณ์และความรู้สึก บทความนี้ Hack for Health จะพาคุณมาแฮกวิธีดูแลสุขภาพจิตที่ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพด้วยแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ OOCA ปรึกษาปัญหาใจ คุยกับนักจิตวิทยา/จิตแพทย์ ≠ ผิดปกติ แม้ว่า ณ ปัจจุบันจะเป็นโลกยุคดิจิทัลที่เปิดกว้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าอคติที่ว่า “การคุยกับนักจิตวิทยา/จิตแพทย์ = ผิดปกติหรือน่าอาย” ยังคงอยู่กับคนไทย แม้แต่ในคนรุ่นใหม่เอง หรือบางคนที่ไม่ได้มีชุดความคิดแบบนั้น แต่ก็กังวลการถูกตัดสินจากคนใกล้ตัวก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน ซึ่ง Hack for Health ขอให้คุณทลายความกลัวและล้างความเชื่อนี้ออกไป เพราะการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยานั้นไม่ต่างอะไรจากการที่คุณรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกายหรือกินอาหารที่มีประโยชน์ การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในการดูแลสุขภาพจิตหรือเป็นสเต็ปในการแก้ปัญหาทั่วไปสเต็ปหนึ่งแค่นั้นเลย โดยการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญอาจช่วยให้คุณเข้าใจปัญหา อารมณ์ที่เกิดขึ้น…
27/04/2023

“วันนี้ลองพูดคุยกับใครสักคนนะ” ฟีเจอร์บน YouTube เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงการฆ่าตัวตายและการทำร้ายตนเอง

การทำร้ายตัวเองและการฆ่าตัวตายเป็นปัญหาในสังคมที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทั้งในไทยและทั่วโลก ซึ่งแพลตฟอร์มของสื่อและแอปพลิเคชันต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทต่อสุขภาพจิตของผู้คนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ล่าสุดแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ระดับโลกอย่าง YouTube ก็มีฟีเจอร์ที่ช่วยกรองเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายตัวเองและการฆ่าตัวตาย ฟีเจอร์นี้เป็นโครงการช่วยเหลือผู้ที่เสี่ยงตายต่อการฆ่าตัวตายและการทำร้ายตนเองที่เป็นการร่วมมือกันระหว่างกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขและ YouTube ซึ่ง Hack for Health จะพาคุณไปรู้จักฟีเจอร์นี้ให้มากขึ้น รวมถึงวิธีใช้งานฟีเจอร์เบื้องต้น Trigger Warning “เนื้อหาที่อาจมีหัวข้อเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายหรือการทำร้ายตนเอง” ตัวผู้เขียนเองไปบังเอิญเจอกับฟีเจอร์นี้เวลาเข้าไปฟัง Podcast หรือชมวิดีโอที่อยู่ในหมวดสืบสวนสอบสวน ซึ่งหากเนื้อหาในสื่อที่คุณกำลังจะดูมีความเกี่ยวข้องกับความรุนแรง อย่างการฆ่าตัวตายและการทำร้ายตนเอง แอปพลิเคชันจะป๊อปอัปข้อความเพื่อเตือนคุณก่อนวิดีโอจะเริ่มเล่น ซึ่งมีให้กดยกเลิกและยอมรับ หากเป็นบนเว็บไซต์จะขึ้นคำเตือนและมีปุ่ม “ฉันเข้าใจและต้องการดำเนินการต่อ” หากคุณกด “ยกเลิก” วิดีโอจะไม่เล่นและย้อนกลับไปหน้าก่อนหน้า หากคุณกดคำว่า “ยอมรับ” วิดีโอจะเริ่มเล่น โดยที่บริเวณใต้คำอธิบายวิดีโอจะปรากฏหน้าต่างดังภาพนี้ ซึ่งหากคุณกดปุ่มโทร แอปพลิเคชันจะขึ้นเบอร์ 1323 ที่เป็นเบอร์สายด่วนกรมสุขภาพจิตที่สามารถโทรได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและข้อมูลของคุณจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ ประโยชน์ของฟีเจอร์ Trigger Warning เกี่ยวกับเนื้อหาที่มีการฆ่าตัวตาย อินเทอร์เน็ตเป็นโลกกว้างที่มีข้อมูลต่าง ๆ ให้คุณสืบค้น ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมหาศาล แต่ในขณะเดียวกันอินเทอร์เน็ตยังเป็นแหล่งข้อมูลที่มีทั้งขาว เทา และดำ ในแต่ละปีมีคนค้นหาวิธีในการฆ่าตัวตายหลายล้านครั้ง แน่นอนว่าคลังวิดีโอของโลกอย่าง YouTube ก็เป็นหนึ่งในแหล่งที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้…
09/01/2023

โรงเรียนในรัฐซีแอตเทิลฟ้องบริษัทโซเชียลมีเดีย เพราะเป็นตัวการของ ‘วิกฤติสุขภาพจิต’ ในเด็ก!

โรงเรียนในรัฐซีแอตเติล (Seattle) สหรัฐอเมริกายื่นฟ้องบริษัทที่อยู่เบื้องหลังโซเชียลมีเดีย ได้แก่ TikTok, Facebook, Instagram, Youtube และ Snapchat โดยระบุว่า บริษัทเหล่านี้เป็นสาเหตุของวิกฤติสุขภาพจิตในหมู่วัยรุ่นชาวอเมริกัน
08/05/2019

งานวิจัย โซเชียลมีเดียมีผลต่อความพอใจในชีวิตของวัยรุ่นเพียง 1% เท่านั้น!

ระยะเวลาการใช้โซเชียลมีเดียอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่นน้อยกว่าที่เราคิด งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Oxford กล่าวว่าแท้จริงแล้วโซเชียลมีเดียมีผลต่อความพึงพอใจในการใช้ชีวิตประจำวันอยู่ที่ 1% เท่านั้น ส่วนอีก 99% มาจากครอบครัว เพื่อน และชีวิตในโรงเรียน ก่อนหน้านี้เรามักจะได้ยินข่าวเรื่องโซเชียลมีเดียส่งผลต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่นมาเป็นเวลานาน และคนส่วนมากก็มองสาเหตุของปัญหาไปที่ระยะเวลาการใช้โซเชียลมีเดีย แต่ศาสตราจารย์ Andrew Przybylski และ Amy Orben จาก Oxford ทำการสำรวจในวัยรุ่น 12,000 คน กล่าวว่าความพึงพอใจในชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมมากกว่าโลกออนไลน์ถึง 99.75% และอีก 1% คือผลกระทบที่ได้จากโซเชียลมีเดีย ทีมวิจัยจึงตั้งคำถามต่อว่างั้นที่จริงแล้ว โซเชียลมีเดียเป็นตัวการที่ทำให้วัยรุ่นไม่พอใจในชีวิตของตนเอง หรือ เพราะวัยรุ่นไม่พอใจในชีวิตของตนเองจึงใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้นกันแน่ พวกเขาจึงทำการสอบถามวัยรุ่นที่มีอายุ 10-15 ปี ในปี 2009-2017 หลายพันคน ถึงระยะเวลาที่พวกเขาเล่นโซเชียลมีเดีย และผลกระทบต่อความพอใจในการใช้ชีวิต พบว่าเด็กผู้หญิงจะได้รับผลกระทบจากโลกโซเชียลมากกว่าเด็กผู้ชาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่มีค่ามากพอที่จะนำมาคิดเป็นเชิงสำคัญทางสถิติ (หรือจะว่าง่ายๆการเล่นโซเชียลมีเดียเป็นเวลานานไม่ได้ทำให้เด็กๆสุขภาพจิตเสียมากเท่าที่เราเข้าใจกัน) แต่เราก็ไม่ปฏิเสธว่าโลกออนไลน์ทำให้ความพอใจในชีวิตของวัยรุ่นลดลงไปจริงๆ นักวิจัยจึงพุ่งเป้าไปที่วิธีการใช้โซเขียลมีเดียของเด็กวัยรุ่น ว่าพวกเขาใช้งานแอปต่างๆอย่างไร ทั้งนี้พวกเขาเดินหน้าที่จะเข้าพบกับเจ้าของบริษัทสื่อโซเชียลต่างๆ เพื่อขอข้อมูลการใช้งานในวัยรุ่นเพื่อหาประเด็นที่แน่ชัดที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของพวกเขาต่อไป อ้างอิง
Natnaree TK | 2443 days ago
Read More

PR Partners

See All
Read More

ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”

Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์
26/12/2025

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…