การแข่งขันในตลาดบริการสตรีมมิงเพลงกำลังเป็นที่น่าจับตามอง แม้จะมีตัวเลือกหลากหลายรายในตลาด เช่น Spotify, Apple Music, YouTube Music, JOOX, Tidal, Deezer และ Amazon Music แต่มีเพียงไม่กี่เจ้าเท่านั้นที่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้อย่างเหนียวแน่น
Spotify เป็นแพลตฟอร์มสตรีมเพลงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก ด้วยจำนวนผู้ใช้งานรายเดือนที่มากถึง 713 ล้านคน ซึ่งเป็นผลมาจากคลังเพลงที่มีขนาดใหญ่และอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย อย่างไรก็ตาม Apple Music ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ ก็ยังคงดึงดูดผู้ใช้งานที่ต้องการประสบการณ์ระดับพรีเมียมและคุณภาพเสียงที่เหนือกว่า

เพราะแม้ Spotify จะนำหน้า Apple Music ในด้านจำนวนผู้ใช้งาน แต่ในแง่ความสามารถของผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์บางอย่างก็ยังคงตามหลัง
แน่นอนว่า Spotify รู้จุดด้อยเหล่านี้เป็นอย่างดี และได้เริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเพื่อยกระดับตัวเองให้ทัดเทียมกับ Apple Music ในแง่ของประสบการณ์การฟังเพลง
Spotify อัปเกรดคุณภาพเสียงสู่ระดับ Lossless
ย้อนกลับไปในเดือนกันยายน ปี 2025 Spotify ได้เริ่มทยอยเปิดตัวคุณภาพเสียงแบบ Lossless ให้แก่ผู้ใช้ระดับพรีเมียม ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสประสบการณ์การสตรีมที่มีคุณภาพเสียงสูงขึ้นได้
กุสตาฟ กิลเลนฮัมมาร์ (Gustav Gyllenhammar) รองประธานฝ่ายสมาชิกของ Spotify กล่าวถึงการพัฒนาฟีเจอร์นี้ว่า “เราใช้เวลาในการสร้างฟีเจอร์นี้เพราะให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความง่ายในการใช้งาน และความชัดเจนในทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจสิ่งที่ฟังได้อย่างชัดเจน ด้วย Lossless ผู้ใช้ระดับพรีเมียมของเราจะมีประสบการณ์การฟังที่ดียิ่งขึ้นไปอีก”
ข้อดีของคุณภาพเสียงแบบ Lossless จะทำให้ผู้ใช้สามารถสตรีมเพลงได้สูงสุดถึง 24-bit/44.1 kHz FLAC ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับรายละเอียดที่เพิ่มมากขึ้นในเพลงเกือบทุกเพลงที่มีอยู่ในคลังของ Spotify

การเพิ่มฟีเจอร์ Music Video
Music Video เป็นอีกหนึ่งจุดด้อยที่ Spotify ยังขาดเมื่อเทียบกับ Apple Music เพื่อปิดช่องว่างนี้ Spotify จึงได้ตัดสินใจเพิ่มฟีเจอร์เดียวกันเข้าสู่แพลตฟอร์ม
เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Spotify ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่ากำลังนำ Music Video มาให้แก่สมาชิกพรีเมียมในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดย Music Video ในเวอร์ชันเบตานี้กำลังเริ่มทยอยเปิดตัว เพื่อนำพาแฟนเพลงเข้าใกล้ดนตรีที่พวกเขารักมากยิ่งขึ้น
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Spotify ได้เคยทดสอบ Music Video เวอร์ชันเบตาในตลาดที่แตกต่างกันเกือบ 100 แห่ง ซึ่งจากการสำรวจล่าสุดของ Burson (Burson Cohn & Wolfe) พบว่า “ผู้ใช้มากกว่า 70% กล่าวว่าเนื้อหาวิดีโอที่มากขึ้นจะช่วยเพิ่มประสบการณ์บน Spotify ของพวกเขา”
การอัปเกรดตัวเองของ Spotify ในครั้งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นที่จะแข่งขันกับ Apple Music เพื่อแย่งชิงกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่มากขึ้น แม้ว่า Spotify จะมีจุดแข็งและฐานลูกค้าที่ภักดีอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็เป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้อุตสาหกรรมนี้ไม่หยุดนิ่ง ท้ายที่สุดแล้ว ประโยชน์จะตกอยู่ที่ผู้บริโภคและผู้ใช้งาน ที่จะได้รับทางเลือกและประสบการณ์การฟังเพลงที่สมบูรณ์และมีคุณภาพสูงยิ่งขึ้นจากการแข่งขันของสองยักษ์ใหญ่ในตลาดนี้













