Marshall เปิดตัวลำโพงสำหรับใช้งานภายในบ้านเจเนอเรชันใหม่ในซีรีส์ Homeline IV อย่างเป็นทางการ โดยส่ง 2 รุ่นหลักลงตลาด ได้แก่ Acton IV และ Stanmore IV โดยเน้นปรับปรุงโครงสร้างอะคูสติกภายใน การรองรับเทคโนโลยีส่งสัญญาณเสียงบลูทูธยุคใหม่อย่าง Auracast™ และการออกแบบตัวเครื่องที่คำนึงถึงความสามารถในการซ่อมแซมเพื่อยืดอายุการใช้งาน
การปรับปรุงโครงสร้างเสียงและอะคูสติก

ทั้ง Acton IV และ Stanmore IV ได้รับการปรับปรุงระบบฮาร์ดแวร์ด้านเสียงด้วยการติดตั้งทวีตเตอร์และเวฟไกด์ (Waveguides) รุ่นใหม่ เพื่อช่วยให้การกระจายเสียงในมุมกว้างทำได้สม่ำเสมอขึ้น และเพิ่มความชัดเจนในการแยกมิติเสียงสเตอริโอ ส่วนโครงสร้างตู้ลำโพงมีการออกแบบท่อระบายลมเบสใหม่ เพื่อลดความปั่นป่วนของมวลอากาศขณะเปิดระดับเสียงสูง และย้ายจุดเชื่อมต่อสายไฟลงไปบริเวณด้านล่างของตัวเครื่อง ช่วยให้สามารถวางลำโพงชิดผนังห้องได้สะดวกขึ้น
ด้านการประมวลผลเสียง มีการนำระบบ Dynamic Loudness เข้ามาควบคุมสมดุลย่านความถี่เสียงแหลมและเสียงต่ำให้สอดคล้องกับระดับความดังแบบเรียลไทม์ พร้อมติดตั้งระบบจำกัดสัญญาณ (Limiter) เพื่อลดความเพี้ยนของเสียงเมื่อเร่งระดับเสียงสูงสุด นอกจากนี้ ตัวระบบยังรองรับฟังก์ชันชดเชยเสียงตามตำแหน่งจัดวาง (Placement Compensation) ผ่านแอปพลิเคชัน Marshall เพื่อปรับแต่งจูนนิ่งให้เข้ากับลักษณะของห้องฟัง
ฟังก์ชันการเชื่อมต่อและการควบคุมภายนอก

ภายนอกยังคงรูปแบบดีไซน์คลาสสิกด้วยวัสดุหุ้มหนังสังเคราะห์ PU และตะแกรงหน้าลำโพงโลหะ แต่เพิ่มปุ่มลัดตัว M สำหรับใช้งานมัลติฟังก์ชัน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าให้เรียกใช้รายการเพลงโปรดผ่าน Spotify Tap หรือสลับโหมดพรีเซ็ต EQ ได้โดยตรง รวมถึงเพิ่มปุ่มควบคุมการเล่นเพลง Media Jog บนแผงควบคุมทองเหลือง
- การเชื่อมต่อไร้สาย: รองรับระบบบลูทูธ พร้อมเทคโนโลยี Auracast™ สำหรับการถ่ายทอดสัญญาณเสียงแบบ Broadcast นอกจากนี้ยังรองรับ Codec ทั้ง AAC และ LDAC เพื่อให้ฟังเพลงคุณภาพสูงได้จากทั้ง iOS และ Android
- การเชื่อมต่อแบบใช้สาย: ติดตั้งช่องต่ออนาล็อกทั้ง AUX ขนาด 3.5 มม. และพอร์ต RCA ทำให้สามารถนำไปต่อเข้ากับเครื่องเล่นแผ่นเสียง (Turntable) หรืออุปกรณ์เล่นเสียงภายนอกได้โดยตรง
โครงสร้างและวัสดุ

ตัวตู้ลำโพงของทั้งสองรุ่นผลิตจากแผ่นไม้ MDF ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC 100% (คิดเป็นประมาณ 46% ของน้ำหนักผลิตภัณฑ์ทั้งหมด) โดย Acton IV มีส่วนประกอบของวัสดุรีไซเคิล 13% ขณะที่ Stanmore IV มีสัดส่วน 16% นอกจากนี้ โครงสร้างตัวเครื่องยังได้รับการออกแบบให้สามารถถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนสำคัญ เช่น แผงปุ่มควบคุม ขาตั้ง และตะแกรงหน้าลำโพงได้ เพื่อรองรับการซ่อมแซมและบำรุงรักษาในระยะยาว
ตารางเปรียบเทียบ
| คุณสมบัติ | Acton IV | Stanmore IV |
|---|---|---|
| ราคาไทย | ฿12,990 | ฿18,990 |
| ดอกวูฟเฟอร์ | 4 นิ้ว | 5 นิ้ว |
| กำลังขับ | 60W + 25W × 2 | 60W + 25W × 2 |
| ความดังสูงสุด | 95 dB | 97 dB |
| ช่วงความถี่ | 37–38,000 Hz | 36–38,000 Hz |
| ขนาด | 260 × 171 × 150 มม. | 350 × 203 × 185 มม. |
| น้ำหนัก | 2.65 กก. | 3.99 กก. |
| ช่องต่อ | AUX 3.5 มม. | AUX 3.5 มม. + RCA |
| Bluetooth | 5.3, Auracast, Multipoint | 5.3, Auracast, Multipoint |
| Codec | LDAC, AAC, SBC, LC3, Auracast | LDAC, AAC, SBC, LC3, Auracast |
| สี | ดำ / ครีม | ดำ / ครีม |


Marshall กำหนดวางจำหน่าย Homeline IV ทั้งสองรุ่นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่าย Ash Asia และช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ
การขยับตัวของ Marshall สู่การรองรับเทคโนโลยี Auracast และการเปิดให้ถอดซ่อมชิ้นส่วนภายนอกได้บางส่วน ถือเป็นการปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมเสียงและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น แต่แม้ลำโพงทั้งคู่นี้จัดกลุ่มเป็นลำโพงบ้าน ที่ไม่มีแบตเตอรี่ ต้องเสียบปลั้กตลอดเวลา แต่ยังไม่รองรับการเชื่อมต่อแบบ Wifi ทำให้เวลาฟังเพลงต้องมีเครื่องเล่นเพลงอย่างมือถืออยู่ใกล้ ๆ เสมอ
อ้างอิง: Marshall







