ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

6 สาขาอาชีพ ที่มีสิทธิ์โดนแทนที่ด้วย AI สูงที่สุด

Tabel of Content

เราต่างก็ได้ยินเรื่องวิทยาการ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ กันมานานหลายปีแล้ว แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2023 มานี่ ที่ AI ดูจะมีบทบาทมากขึ้น และใกล้ตัวเราเป็นพิเศษ ทั้ง AI ที่มาในรูปแบบซอฟต์แวร์สนทนา สามารถพูดคุยและตอบคำถามเราได้ อย่าง Chat GPT ที่แพร่หลายอย่างมากและสามารถพูดคุยภาษาไทยได้ด้วย นอกจากนั้นยังมีซอฟต์แวร์ AI ที่ใช้ในการสร้างภาพ ใช้ง่ายและสามารถสร้างภาพที่สวยงามตรงใจ เพียงป้อนคำสั่งง่าย ๆ เว็บที่เป็นที่รู้จักก็อย่างเช่น ‎Midjourney · ‎Accomplice · ‎NightCafe ล่าสุด โปรแกรมตกแต่งภาพที่แพร่หลายที่สุดอย่าง Photoshop ก็ผนวกความสามารถของ AI ลงไปในเวอร์ชันล่าสุดด้วย ด้วยการใช้ AI ประมวลผลขยายพื้นที่ภาพไปรอบ ๆ จากภาพต้นฉบับได้เนียนอย่างน่าอัศจรรย์ วันนี้บริษัทเทคโนโยลยีชั้นนำทั่วโลก ต่างก็เร่งแข่งขันพัฒนาขีดความสามารถของ AI ของตนเองเพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัท

แต่ AI ในวันนี้ยังไม่สามารถแทนที่มนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบนัก เพราะพวกมันยังไม่มีสติปัญญาความเฉลียวฉลาดในระดับเดียวกับสมองมนุษย์ ยังไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ศีลธรรม ความยุติธรรม และทักษะในการคิดวิเคราะห์

โจล บลิต (Joel Blit)

โจล บลิต (Joel Blit) รองศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยวอเทอร์ลู ผู้ศึกษาเกี่ยวกับ AI และเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า
“เท่าที่ผมเห็นตอนนี้นะ มนุษย์จะยังไม่ถูก AI แทนที่ในทันที แต่มันจะทำให้เราต้อง “เร่งปรับปรุงและเพิ่มศักยภาพให้ตัวเอง”

ส่วนงานที่มีแนวโน้มว่าจะถูกแทนที่ด้วย AI มากที่สุดในช่วงแรก ๆ ก็คือพนักงานออฟฟิศทั่วไป กลุ่มคนที่มีทักษะในระดับล่างหรือพวกที่เริ่มต้นทำงานใหม่ ๆ จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ไม่ว่าจะทำงานอยู่ในสายงานประเภทใด โจล บลิต ให้ความเห็นว่า งานประเภทที่ทำแบบเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน เช่นการคีย์ข้อมูล งานวิจัย งานพวกนี้ AI จะทำได้เร็วกว่ามนุษย์มากและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามากด้วย
“อนาคตจากนี้ไปจะเป็นเรื่องยากแล้วล่ะ สำหรับนักศึกษาจบใหม่ จะหางานที่มีความเจริญก้าวหน้าไปสู่ตำแหน่งผู้บริหาร”
แต่ในทางตรงกันข้าม งานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง เช่น ช่างประปา ช่างไฟฟ้า ดูเหมือนจะห่างไกลจากการถูกแทนที่ด้วย AI อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในเร็ว ๆ นี้ แต่ในอนาคต เมื่อวิทยาการทางด้านหุ่นยนต์ได้รับการพัฒนาขึ้นแล้ว งานประเภทนี้ก็ต้องถูกแทนที่ได้เช่นกัน

จากนี้คือ 6 สาขาอาชีพที่มีสิทธิ์จะถูกแทนที่ด้วย AI

1.ผู้เขียนโค้ด, โปรแกรมเมอร์ (Coders/programmers)


ChatGPT ถือว่าเป็นโมเดลภาษาที่มีขนาดใหญ่มาก และมันได้แสดงให้เห็นแล้วว่า มีความสามารถในการเขียนโปรแกรมที่โดดเด่น ChatGPT ได้รับการฝึกฝนผ่านโค้ดจำนวนมหาศาล ตรงนี้ล่ะที่ทำให้โปรแกรมเมอร์จำนวนมากหวั่น ๆ ว่าจะต้องสูญเสียงานของเขาให้กับ AI แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ให้คำแนะนำว่า ถ้าบรรดาโปรแกรมเมอร์รู้จักพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ คุณก็น่าจะปลอดภัย

โจล บลิต ให้ความเห็นว่า นักเขียนโค้ดที่สามารถใช้ AI ทำงานร่วมด้วยได้ จะมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า นั่นแปลว่าในอนาคตความต้องการโปรแกรมเมอร์ในตลาดจะลดลงครึ่งหนึ่งเลย แล้วยังหมายความว่าราคาในการจ้างงานเขียนโปรแกรมก็จะลดลงด้วย แล้วจะทำให้ตลาดมีความต้องการมากขึ้น
“เมื่อผู้เขียนโค้ดแต่ละคนทำงานด้วย ChatGPT แล้วจะสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พวกเขาจะสามารถเขียนโค้ดได้มากขึ้นในระยะเวลาที่สั้นลง และต้นทุนในการเขียนโปรแกรมก็จะลดลงครึ่งหนึ่งด้วย”

2.นักเขียน (Writers)


นักเขียนทุกประภทมีสิทธิ์ตกงานเพราะ AI ได้ทั้งสิ้น ทั้งคนเขียนบทความ, พนักงานในบริษัทโฆษณา, นักข่าว และ นักเขียนประเภทอื่น ๆ เพราะ ChatGPT สามารถสร้างแนวคิดขึ้นได้เองและถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือได้ภายในไม่กี่วินาที
แต่การถูกแทนที่ด้วย AI นั้น ยังไม่ถูกแทนที่เสียทั้งหมด

อานิล เวอร์มา (Anil Verma)

อานิล เวอร์มา (Anil Verma) ศาสตราจารย์กิตติคุณจากวิทยาลัยการจัดการร็อธแมน แห่งมหาวิทยาลัยโตรอนโต ให้ความเห็นว่า งานทางด้านนี้ยังต้องการมนุษย์ในการตรวจทานงานเขียนของ AI และเรียบเรียงเนื้อความให้ออกมาน่าสนใจ
“สมมติว่าคุณเป็นนักข่าว ChatGPT จะช่วยงานคุณได้มากเลย มันสามารถช่วยงานวิจัยเบื้องหลังได้ และสรุปข้อมูลได้ แต่เรายังต้องคอยตรวจสอบข้อเท็จจริงและเรียบเรียงให้เป็นเรื่องราวอีกขั้นหนึ่ง และงานนี้จะต้องเป็นนักข่าวที่ผ่านการฝึกอบรมมาแล้วเท่านั้นถึงจะทำได้”
รายงานล่าสุดพบว่า ChatGPT สามารถทำงานเขียนได้มีประสิทธิภาพประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจ้างงานเช่นเดียวกับสาขาอาชีพอื่น นั่นหมายความว่า มีความต้องการจ้างแรงงานน้อยลงแล้ว

3.ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน (Finance professionals)

หลากหลายแขนงงานที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ทั้งที่ปรึกษาทางด้านการเงิน, เจ้าหน้าที่บัญชี, ผู้ค้าและอื่น ๆ มีสิทธิ์ที่จะถูกแทรกแซงโดย AI ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า งานทางด้านการเงินที่เป็นรูปแบบงานประจำ ซ้ำ ๆ เช่น งานวิจัยตลาด, งานคืนภาษี งานวิเคราะห์ตลาด เหล่านี้ AI ล้วนทำแทนมนุษย์ได้หมด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนจะถูกแทนที่ด้วย AI โดยปริยาย โจล บลิต กล่าวว่า
“งานประเภทลดหย่อนภาษีอะไรแบบนี้ยังต้องใช้นักการบัญชีที่มีประสบการณ์มาจัดการเรื่องกลยุทธ์ต่าง ๆ แต่ถ้าเป็นงานบัญชีทั่วไป เช่นการยื่นภาษี ที่ทำได้โดยพนักงานที่ไม่จำเป็นต้องมีทักษะและประสบการณ์ งานพวกนี้ใช้ AI ทำแทนได้ทั้งหมด”

4.งานทางด้านกฎหมาย (Legal workers)

เช่นเดียวกับงานสายอาชีพอื่น ๆ งานทางด้านกฎหมาย ที่เป็นงานประเภทกิจวัตรประจำวัน เช่น งานวิจัยในแต่ละคดี งานพวกนี้ ChatGPT สามารถทำจบได้ภายในไม่กี่นาที
“ถ้าเป็นแต่ก่อนนะ เราจำเป็นต้องใช้พนักงานจำนวนมากมาคอยอ่านและสรุปสำนวนจำนวนหลายร้อยหน้า เพื่อส่งต่อให้ทนายความเพื่อไปนำเสนอต่อศาล แต่ตอนนี้ AI สามารถอ่านงานวิจัยหลายร้อยหน้าและสรุปใจความได้อย่างรวดเร็ว”
อานิล เวอร์มา กล่าว แต่กระนั้น งานประเภทนี้ก็ยังจำเป็นต้องมีนักกฎหมายมาอ่านทำความเข้าใจอีกรอบเพื่อนำเสนอเฉพาะกรณีที่น่าสนใจ “เพียงแต่เราไม่ต้องใช้เสมียนจำนวนมากเหมือนแต่ก่อน เพื่อพาจัดเตรียมเอกสารเหล่านี้ หรืองานที่ประเภทซ้ำ ๆ เดิม ๆ”

5.งานวิจัย (Researchers)

ในวันนี้ โปรแกรม AI สามารถดำเนินการทดลองกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แบบง่าย ๆ ได้เอง แล้วยังสรุปผลออกมาเป็นเอกสารได้ด้วย นั่นหมายความว่า AI จะทยอยเข้าแทนที่พนักงานในห้องแล็บได้เรื่อย ๆ
“AI ไม่เพียงแต่เขียนสรุปงานวิจัยได้เท่านั้น แต่ยังสามารถทำงานหลาย ๆ อย่างแทนผมได้ด้วย” โจล บลิต กล่าว “ผมเพียงแค่ป้อนข้อมูลจำนวนหนึ่งให้กับมันแล้วบอกให้มันวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ มันสามารถสร้างสมมติฐานขึ้นมาได้มากมาย แล้วดำเนินการทดสอบ สรุปผลวิจัยออกมาเป็นบทคาม มันสามารถทำแบบนี้ได้จริง ๆ เลยนะ แต่ถ้าถามว่ามันสมบูรณ์แบบพอที่จะตีพิมพ์ลงในวารสารได้หรือยัง ? ก็ต้องบอกว่า ยัง มันยังไปไม่ถึงระดับนั้น”
โจล บลิต กล่าวเสริมว่า งานสรุปผลวิจัยนั้นยังจำเป็นต้องใช้มนุษย์มาคอยควบคุม “แต่มันบ้าไปแล้วจริง ๆ ที่มันทำอะไรได้มากมายขนาดนี้”

6.งานบริการลูกค้า

ด้วยความสามารถในการสนทนาของ AI นั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นว่ามันสามารถหน้าที่แทนพนักงานต้องเผชิญหน้ากับลูกค้าในร้านค้าปลีกต่าง ๆ หรือร้านอาหาร ได้แล้ว หนึ่งในความเห็นของ ซามิน อาเรฟ (Samin Aref) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำมหาวิทยาลัยโตรอนโต ผู้ซึ่งศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลและ Machine Learning

ถึงตอนนี้ยังกล่าวได้ว่า ลุกค้าส่วนใหญ่ยังพอใจที่จะโต้ตอบกับผู้ค้าที่เป็นมนุษย์มากกว่า ถ้าพิจารณาเรื่องทักษะทางด้านปฏิสัมพันธ์แล้ว มนุษย์เรายังนำหน้า AI อยู่มาก งานบริการลูกค้าจึงน่าจะออกมาในรูปของการใช้พนักงานที่เป็นบุคคลแล้วเสริมด้วย AI เช่นเดียวกับงานประเภทงานวิจัย การศึกษาในเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า การใช้ AI เข้าช่วยกับพนักงาน สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานบริการลูกค้าได้มากถึง 60%

ที่มา : thestar

Highlight

ภาวะ Post-Series Depression ซีรีส์จบ แต่อารมณ์ไม่จบ ดิ่งดาว์นไม่หยุด แก้ยังไง ?

12/01/2026
Read More

อีลอน มัสก์ เผย X เตรียมเปิด “Open Source” อัลกอริทึมใน 7 วัน หลังโดนบี้ประเด็นข่าวปลอมแพร่สะพัดในแพลตฟอร์ม

12/01/2026
Read More

ย้อนอดีต NVIDIA คลิปบรรยายปี 2011 เผย เจนเซ่น หวง ก่อตั้งบริษัทด้วยเงินทุนเพียง 200 เหรียญสหรัฐฯ เท่านั้น !

12/01/2026
Read More

vivo เปิดตัว Y500i ในจีน แบตเตอรี่ 7,200 mAh, กันน้ำ IP68/69

12/01/2026
Read More

ผนึกรอยร้าว ? ทรัมป์ แท็กทีม มัสก์ เตรียมใช้ Starlink กู้สถานการณ์อิหร่าน หลังถูกตัดสัญญาณช่วงประท้วงเดือด

12/01/2026
Read More

Instagram ยัน ‘ข้อมูลไม่รั่ว’ แม้ผู้ใช้ได้รับอีเมล แจ้งเตือนรีเซตรหัสผ่านรัว ๆ

12/01/2026
Read More

Related Content