ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

Pavel Durov แห่ง Telegram เป็นใคร ทำไมถึงถูกฝรั่งเศสจับกุม

Table of Content

ข่าวใหญ่วันนี้คงจะไม่พ้นการที่ ปาเวล ดูรอฟ (Pavel Durov) ผู้ก่อตั้ง Telegram ถูกตำรวจฝรั่งเศสจับกุม ในสนามบินปารีส เลอบูเกต์ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงปารีส

แต่การที่จะเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้มาถึงจุดนี้ ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจทั้งตัวดูรอฟ และ Telegram ผลงานชิ้นเอกที่เขาสร้างขึ้นมา

สำนักข่าว TF1 ของฝรั่งเศส และ AP รายงานว่า การจับกุมดูรอฟเกิดขึ้นหลังจากที่เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวซึ่งเดินทางมาจากนครบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน ลงจอดในสนามบินเลอบูเกต์ เพียงไม่นาน และเนื่องจากดูรอฟถือพาสปอร์ตสัญชาติรัสเซีย ทำให้สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียต้องรีบเข้าชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยด่วน

ดูรอฟ

สำนักข่าว CBS ชี้ว่าดูรอฟมีชื่อตามหมายจับของหน่วยงานในฝรั่งเศสที่มีชื่อว่า OFMIN ซึ่งมีหน้าที่ในการป้องกันความรุนแรงต่อผู้เยาว์ การออกหมายจับในครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น และเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสวนในขั้นต้นกรณีมีการกล่าวหาว่ามีการก่ออาชญากรรมในหลายรูปแบบโดยใช้ Telegram เป็นเครื่องมือ ทั้งการฉ้อโกง การลักลอบขนยาเสพติด การรังแกทางไซเบอร์ การก่ออาชญากรรมในลักษณะองค์กรอาชญากรรม และการส่งเสริมการก่อการร้าย

หนึ่งในแหล่งข่าวระบุกับทางสำนักข่าว TF1 ว่าสาเหตุที่ต้องออกหมายจับตัวดูรอฟเป็นเพราะการที่ Telegram ไม่มีผู้ดูแลระบบ หรือโมเดอร์เรเตอร์ที่ทำหน้าที่คอยตรวจสอบและคัดกรองเนื้อหาในแพลตฟอร์มเหมือนโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ดูรอฟจึงอาจมีความผิดในฐานที่ไม่ยอมออกมาตรการเพื่อป้องกันการใช้ Telegram ในการก่ออาชญากรรม

พนักงานสืบสวนของคดีนี้ถึงกับบอกว่าจะไม่ยอมให้ Telegram ลอยนวลอีกต่อไป แต่อีกใจหนึ่งก็ประหลาดใจที่ดูรอฟเดินทางมาปารีสเอง แม้จะรู้ว่ามีหมายจับตัวเอง

ดูรอฟเกิดในรัสเซียเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 1984 ก่อตั้ง Telegram ร่วมกับน้องชายเมื่อปี 2013 เป้าหมายหลักคือการสร้างโซเชียลมีเดียที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว ตั้งเป้าว่าจะมียอดผู้ใช้ทะลุ 1,000 ล้านคนภายใน 1 ปี

ตัวดูรอฟมีประวัติไม่ค่อยจะลงรอยกับรัฐบาลรัสเซียนัก โดยในปี 2014 เขาต้องเดินทางออกนอกรัสเซีย หลังจากที่ไม่ยอมทำตามคำสั่งของรัฐบาลที่ให้ปิดกลุ่มคอมมิวนิตีของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลในแอปฯ VKontakte หรือ VK ซึ่งเป็นอีกแอปฯ ที่เขาสร้างขึ้น ก่อนจะถูกบังคับขาย VK ให้กับธุรกิจรายอื่นในเวลาต่อมา

ในปี 2017 เขาได้ย้ายตัวเองและเซิร์ฟเวอร์ของ Telegram ไปที่นครดูไบ และได้รับสัญชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในช่วงเวลาเดียวกัน ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2021 ดูรอฟได้รับสัญชาติฝรั่งเศส เขาเคยลองไปหลายที่ตั้งบริษัททั้งในกรุงเบอร์ลิน กรุงลอนดอน ในสิงคโปร์ และนครซานฟรานซิสโก

หนึ่งในวาทะที่บอกตัวตนของดูรอฟได้อย่างชัดเจนก็คือ “ผมเลือกจะเป็นอิสระมากกว่าจะรับคำสั่งจากใคร” ซึ่งเป็นคำพูดที่เขากล่าวกับ ทักเคอร์ คาร์ลสัน (Tucker Carlson) ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับเหตุผลว่าทำไมเขาและ Telegram ถึงต้องย้ายออกนอกรัสเซีย

ดูรอฟบอกว่าตัวเองยึดมั่นในความเป็นส่วนตัวมาก เขาบอกว่าเราไม่สามารถสร้างข้อยกเว้นให้กับหน่วยงานของรัฐโดยที่ไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้คนหลายร้อยล้านคนได้ เพราะการเข้ารหัสมีแค่ว่าปลอดภัยกับไม่ปลอดภัยเท่านั้น ไม่มีตรงกลาง

เว็บไซต์ Forbes ประเมินว่าดูรอฟมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 15,500 ล้านเหรียญ (ราว 525,713 ล้านบาท) ติดอันดับ 1 ใน 300 ของมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินมากที่สุดในโลก

งั้นมาทำความรู้จักกับ Telegram กันบ้าง แอปฯ ตัวนี้เป็นแอปฯ สนทนา คล้ายกับ WhatsApp และ Line ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในรัสเซีย ยูเครน และประเทศอดีตสหภาพโซเวียต รวมถึงประเทศอื่น ๆ ด้วย

Telegram ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ในแอปฯ ที่ได้รับความนิยมสูง ไม่แพ้ Facebook, YouTube, WhatsApp, Instagram, TikTok และ WeChat ที่ครองตลาด โดยข้อมูลจากเดือนเมษายนที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ใช้ Telegram ในปัจจุบันมากถึง 900 ล้านคน ถือว่าเป็นอันดับ 8 ของโซเชียลมีเดียทั้งหมด

หน้าตาของ Telegram

Telegram ได้รับการออกแบบมาเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และไม่ยอมให้รัฐบาลของประเทศใดเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ได้เลย ในช่วงเวลาหนึ่งจึงเป็นที่นิยมของนักข่าว ผู้ที่ต่อต้านรัฐบาล หรือแม้แต่กลุ่มก่อการร้าย ในการสื่อสารระหว่างกัน

Telegram เคยถูกรัฐบาลรัสเซียแบนในปี 2018 ด้วยเหตุผลที่ว่าดูรอฟไม่ยอมส่งข้อมูลผู้ใช้ให้ตามคำสั่งศาลที่บังคับให้ Telegram ยอมให้การเข้าถึงข้อมูลกับทางสำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐ นำไปสู่การประท้วงใหญ่ที่ชื่อว่า ‘การประท้วงจรวดกระดาษ’ (สัญลักษณ์ของ Telegram) จนรัสเซียยอมยกเลิกการแบนในปี 2021

ความนิยมที่ Telegram ได้รับมากขึ้นก็นำมาซึ่งการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากหลายประเทศในยุโรปเกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยและการรั่วไหลของข้อมูล จนเกิดการพูดคุยกันระหว่างสหภาพยุโรปกับ Telegram เพื่อให้แพลตฟอร์มพิจารณาการทำตามกฎหมายดิจิทัลของยุโรป

นอกจากนี้ ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการรุกรานจากรัสเซียตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022 เป็นต้นมา Telegram กลายเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับสงคราม นอกจากนี้ ตัวมันเองยังเป็นที่นิยมของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งของรัสเซียและยูเครน กองทัพไซเบอร์ของยูเครนเองก็ใช้ Telegram เพื่อติดต่อสื่อสารและวางแผนกัน นักวิเคราะห์ถึงกับบอกว่า Telegram เป็นเสมือนกับ ‘สมรภูมิเวอร์ชวล’ (Virtual Battlefield) เลยทีเดียว

เรื่องความเป็นส่วนตัวและอำนาจต่อรองของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียถือเป็นประเด็นที่ใหญ่มากของสหภาพยุโรป เนื่องจากมองว่าการที่มีบริษัทที่เป็นเจ้าของข้อมูลประชาชนจำนวนมากโดยขาดการตรวจสอบและคัดกรองจากรัฐจะเป็นสิ่งที่เป็นภัยต่อยุโรปทั้งหมด

อย่างไรก็ดี การที่ Telegram ไม่มีการคัดกรองนี่แหละเป็นจุดเด่นที่ทำให้ตัวมันได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวมาก ๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครหรือรัฐบาลไหนมาแอบดูเนื้อหา ฝ่ายต่อต้านและประชาชนสามารถมีเสรีภาพได้เต็มที่ การพรากความเป็นส่วนตัวออกจาก Telegram ก็อาจพรากเอาเสน่ห์ของมันออกไปก็เป็นได้

ทั้งนี้ คาดว่าดูรอฟจะต้องไปขึ้นศาลภายในวันนี้ (ตามเวลาท้องถิ่นของฝรั่งเศส)

พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

ครบรอบ 10 ปี Netflix Thailand ชวน “ดูไทยหนำใจที่ Netflix” เปิดไลน์อัปคอนเทนต์ไทยหลายรส ตั้งแต่ศาลยันวัง

06/02/2026
Read More

Google เฟิร์มเอง Android รุ่นอื่น ๆ จะใช้ Quick Share ส่งไฟล์หา AirDrop ได้ภายในปีนี้

06/02/2026
Read More

Techsauce ผนึกพันธมิตรเปิดตัว “Healthspan Festival 2026” ดันไทยสู่ Hub นวัตกรรมสุขภาพระดับโลก

06/02/2026
Read More

ถูกใจคนวัย 40+ ! FDA ไฟเขียว ‘Yuvezzi’ ยาหยอดตาตัวแรก ที่แก้ปัญหาสายตายาวได้ทั้งวันโดยไม่ต้องผ่าตัด

05/02/2026
Read More

ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูเทคโนโลยี AI คุมเข้มโครงข่าย 5G ทั่วไทย รับมือเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. นี้ !

05/02/2026
Read More

เจาะลึก Invisible Threat 2026 : พลิกวิกฤตภัยไซเบอร์ ใน Cyber Security Executive Talk 2026

05/02/2026
Read More

Related Content