ทั้งภาพยนตร์ Blade Runner (1982) และ Blade Runner 2049 (2017) ต่างก็แสดงให้เห็นฝันร้ายของเทคโนโลยีสร้างหุ่นแอนดรอยด์เสมือนจริง ที่ล้ำหน้ากว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันมากนัก

แต่อย่างไรก็ดี Blade Runner เวอร์ชั่นต้นฉบับของผู้กำกับ ริดลีย์ สก็อตต์ ก็มีอิทธิพลต่อการสร้างภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ตลอดระยะเวลา 35 ปี ที่ผ่านมา และรวมถึงงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ต่างๆ ด้วยเช่นกัน

นั่นโลกเข้าใกล้คำว่า “อนาคต” อย่างที่ ฟิลิป เค. ดิก เจ้าของบทประพันธ์เคยกล่าวอ้างไว้แล้วหรือยัง ?

มนุษย์เทียม (Replicants)

ฟิลิป เค. ดิก เคยบรรยายถึง “Andys” ในนิยาย “Do Androids Dream of Electric Sheep?” ซึ่งได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ Blade Runner โดยฝีมือของ ริดลีย์ สก็อตต์ และเปลี่ยนจาก “Andys” เป็น “Replicants” หรือ “มนุษย์เทียม” ที่ได้รับการปลูกฝังความทรงจำเพื่อให้มีความใกล้เคียงมนุษย์

ถึงแม้ว่า “มนุษย์เทียม” จะมีแค่ในโลกภาพยนตร์เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน ได้มีความพยายามในการสร้างหุ่นยนต์อย่างต่อเนื่อง และเริ่มมีรูปลักษณ์ที่คล้ายกับมนุษย์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ Jia Jia และ Albert Eistein ที่มีการตอบสนองทางใบหน้าที่ใกล้เคียงกับมนุษย์

อีกทั้งยังมีการสร้างโปรแกรมเพื่อให้หุ่นยนต์สามารถตรวจจับอารมณ์ผู้พูดผ่านโทนเสียงและใบหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มความฉลาดให้หุ่นยนต์ในอีกระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะเข้าใจอารมณ์ของมนุษย์ได้

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence : AI)

การที่หุ่นยนต์ได้รับการติดตั้ง ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ทำให้หลายคนเกิดความกังวลถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนใน Blade Runner ที่มนุษย์เทียมมี AI ที่ฉลาดล้ำลึก และทำให้มนุษย์ไม่สามารถควบคุมมันได้

คำถามที่มีมาอย่างยาวนานก็คือ ” AI และวิศวกรรม หรือชีววิศวกรรม มีความก้าวหน้าถึงขนาดทำให้หุ่นยนต์สามารถตัดสินใจในการกระทำได้ตามที่มันต้องการได้หรือไม่ ?”

ในปัจจุบันได้มีการสร้างหุ่นยนต์ RealDoll ที่ถูกตั้งโปรแกรมให้ตอบสนองทางเพศต่อผู้ใช้ในลักษณะเฉพาะ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพราะหุ่นยนต์ดังกล่าวอาจยิ่งทำให้กิดแนวคิดที่ว่า “ผู้หญิงเป็นวัตถุสำหรับเติมเต็มจินตนาการทางเพศของผู้ชาย” เพิ่มมากขึ้น

รถยนต์บินได้

Blade Runner มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์รถยนต์บินได้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับการพัฒนาเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

ในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติโดย Google และผู้ผลิตรายอื่นๆ ซึ่งอาจกลายเป็นรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต และได้เริ่มมีการพัฒนารถยนต์บินได้ เช่น Uber ได้เตรียมทดสอบรถแท็กซี่บินได้ Uber Elevate ในปี 2020 และ Airbus ได้พัฒนาคอนเซ็ปต์ Airbus Pop.Up ซึ่งเป็นรถโดรน 2 ที่นั่ง สำหรับโดยสารในเมืองใหญ่ และตั้งเป้าจะเริ่มเที่ยวบินแรกในปี 2018

โทรศัพท์แบบเห็นหน้า และคำสั่งเสียง

ตัวละครใน Blade Runner ได้ใช้โทรศัพท์แบบเห็นหน้า หรือที่เรียกว่า Video Call ซึ่งในปัจจุบันสามารถทำได้อย่างสะดวกสบายด้วย Skype, FaceTime หรือ Line เป็นต้น

นอกจากนี้ ระบบการสั่งงานด้วยเสียงที่ล้ำหน้ามากๆใน Blade Runner ก็ย้งสามารถทำได้จริงแล้วในปัจจุบัน เช่น ผู้ช่วยดิจิทัลอัจฉริยะอย่าง Siri, Alexa หรือ Cortana เป็นต้น แต่อาจจะยังไม่ครอบคลุมการทำงานทั้งหมดเหมือนในภาพยนตร์

การเดินทางนอกโลก

ใน Blade Runner เราจะเห็นได้ว่าเริ่มเข้าสู่ยุคของการเดินทางในอวกาศ ซึ่งในปัจจุบันได้มีหลายบริษัทที่เริ่มพัฒนาแนวคิดนี้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น SpaceX ของ อีลอน มัสก์ และ Virgin Galactic ของ ริชาร์ด แบรนสัน

แต่ใน Blade Runner นั้น ได้เกิดส่งครามขึ้นระหว่างดวงดาว ตามคำบอกเล่าของมนุษย์เทียม Roy Batty ซึ่งยังห่างไกลจากปัจจุบันที่ยีังเดินทา’ได้ถึงเพียงแค่ดวงจันท์เท่าน้น

องค์ประกอบที่ส่งผลด้านอารมณ์

ใน Blade Runner นั้น Rick Deckard และ Rachael ได้ถกเถียงกันในเรื่องอารมณ์ ซึ่ง Deckard เองก็ไมได้อธิบายการออกแบบองค์ประกอบที่ส่งผลต่อการสร้างอารมณ์ของมนุษย์เทียมที่ชัดเจน โดยบอกแต่เพียงว่า มันสามารถกระตุ้นหรือเยียวยา Cerebral Cortex (เปลือกสมองใหญ่) ที่มีส่วนควบคุมอารมณ์ ซึ่งผู้ใช้เพียงแค่ปรับอารมณ์ให้ตรงตามความต้องการเท่านั้น

ในโลกความเป็นจริงนั้น ยังไม่มีเทคโนโลยีใดที่สามารถสร้างผลกระทบต่ออารมณ์ได้ โดยมีเพียงงานวิจัยเกี่ยวข้องกันอย่างอ้อมๆ เท่านั้น เช่น

  • คนที่ติดการใช้สมาร์ทโฟน อาจทำให้เกิดอาการหวาดวิตก หรือซึมเศร้าได้
  • มีการกระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation) โดยการฝังอุปกรณ์ทางการแพทย์ลงในสมองเพื่อควบคุมอาการทางกายภาพ เช่น การฝังไมโครชิปเพื่อรักษาผู้ป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน เป็นต้น
  • มีอุปกรณ์ Thync สำหรับติดตั่งที่หน้าผากและส่งกระแสไฟฟ้าผ่านเส้นประสาทกระโลกส่วนหน้าเพื่อทำให้เกิดความผ่อนคลาย หรือกระตุ้นสมอง
  • อีลอน มัสก์ เจ้าของ SpaceX และ Tesla ได้ทำการวิจัยเทคโนโลยี Neural Lace ที่จะฝังประจุไฟฟ้าลงในสมองเพื่อรักษาอาการป่วยทางจิตใจได้

อนาคตในสายตา Blade Runner

Blade Runner 2049 ได้ดำเนินเรื่องต่อจาก Blade Runner เป็นระยะเวลา 30 ปี โดยยังมีพื้นหลังอยู่ในจักรวาลของ Blade Runner และพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง เข่น สมาร์ทโฟน, อินเตอร์เน็ต, การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร แต่ยังคงไว้ซึ่งภาพของภูมิอากาศที่ถูกทำลาย และความเสื่อมโทรม ตามที่ ฟิลิป เค. ดิก ได้ประพันธ์เอาไว้

ข้อมูลอ้างอิง : cnet