หากเราพูดถึงเรื่อง Insurance หรือการประกันภัยต่าง ๆ นั้น เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญ เพราะสามารถช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เร่งด่วนได้ตั้งแต่รักษาพยาบาล เคลมรถ อุบัติเหตุ แต่แลกมาด้วยปัญหาต่าง ๆ มากมายที่หลาย ๆ คนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการทำประกัน ซึ่งวันนี้ Sunday พร้อมเข้ามา Disrupt วงการประกันภัยด้วยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิ่ง (Machine Learning) นำข้อมูลความเสี่ยงมาวิเคราะห์และคำนวณเบี้ยประกัน ซึ่งสามารถทำให้ผู้ใช้งานปรับแก้ไข เพิ่ม / ลดความต้องการของการประกันเพื่อได้แบบ Realtime เพื่อให้ประกันเป็นแบบ Personalize จริง ๆ

Painpoint ของการประกันภัยปกติ

  • เลือกประกันได้ไม่ครอบคลุม หรือบางครั้งเกินความต้องการของตัวเอง แต่จำเป็นต้องทำ
  • ใช้เวลาในการเริ่มต้นคุ้มครองระยะหนึ่ง
  • ราคาสูงขึ้นตามอายุ
  • ใช้เวลาในการเคลมนาน – นานมาก บางครั้งไม่ได้เลยก็มี
  • กำหนดราคาค่าเบี้ยประกันไม่ได้ด้วยตนเอง

สิ่งที่ Sunday เข้ามาแก้ปัญหา

ปัญหาของธุรกิจประกันภัยปัจจุบันคือการเป็นเพียงผู้รวบรวมความเสี่ยงและใช้การคิดคำนวณความเสี่ยงแบบเดิม ซึ่งไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างตลอดเวลาได้อีกแล้ว ซึ่งการทำ การประเมินความเสี่ยงอย่างแม่นยำเป็นรายบุคคลนี้เอง ทำให้บริษัทสามารถดีไซน์ผลิตภัณฑ์ประกันให้เหมาะกับผู้บริโภคแต่ละคน เพื่อตอบสนองทั้งไลฟ์สไตล์และราคาที่แต่ละคนรับได้ โดยผู้บริโภคสามารถรับบริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

ธุรกิจของ Sunday

โดย Sunday ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ธุรกิจประกันหลัก ๆ คือ ประกันแบบ Non Life Insurance โดยเฉพาะประกันรถยนต์ที่ครอบคลุมรถยนต์แทบทุกรุ่นในประเทศไทย และประกันสุขภาพ ซึ่ง Sunday จะทำเป็นรูปแบบของประกันกลุ่ม เน้นเจาะตลาดกลุ่ม SMEs ที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างมากในประเทศไทย เพราะ Sunday มองเห็นว่าปัจจุบันคนทั่วไปเริ่มไม่ได้มองหาประกันชีวิตแบบส่วนตัวอีกแล้ว แต่จะมองไปถึงการประกันด้านอื่น ๆ แทนเช่น ประกันรถยนต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนต้องใช้ (โดยเฉพาะกับประเทศไทยที่มีการจราจรที่คับคั่งอย่างมาก) หรือประกันแบบครั้งต่อครั้งเช่นประกันการเดินทาง ซึ่งมีราคาที่ไม่สูง แลกมาด้วยความสบายใจว่า ถ้าเกิดเหตุร้ายแรงอะไรก็สามารถเคลมเงินค่าประกันได้ทันที

Partner และผู้สนับสนุน

ตั้งแต่บริษัทเปิดตัวมา ซันเดย์ได้ออกผลิตภัณฑ์ประกันมากกว่าหนึ่งร้อยรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาด เพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงเฉพาะกลุ่ม ตั้งแต่ขยายเวลารับประกันอะไหล่รถยนต์ ประกันเที่ยวบินล่าช้า ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนกว่า เช่น ประกันรถยนต์และสุขภาพเพื่อกลุ่มลูกค้าที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นที่จับตามองกับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งล่าสุดก็ได้รับการระดมทุนระดับ Series A มูลค่ากว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐจาก Vertex Ventures SEA and India เครือข่ายลงทุนชั้นนำเข้ามาสนับสนุน โดยเล็งเห็นถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจการประกันภัยที่จะสามารถ Disrupt วงการประกันได้ทั้งด้านราคาที่ดี บนแพลตฟอร์มเทคโนโลยีทีใช้ AI ช่วยให้เคลมได้อย่างราบรื่นและจัดการจ่ายค่าทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และนอกจากนี้ยังมีพันธมิตรอีก 4 รายคือ

ในฐานะอินชัวร์เทค ซันเดย์มีพันธกิจที่จะให้บริการลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในแบบที่ต่างออกไป ภูมิภาคนี้มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 330 ล้านคน ซึ่งมากเป็นอันดับสามของโลก ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคในไทยใช้เวลาวันละกว่า 4 ชั่วโมงกับไปกับการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ

ซันเดย์เล็งเห็นว่ายังมีบางบริการที่เป็นที่ต้องการของลูกค้า แต่ธุรกิจประกันปัจจุบันยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้ ยิ่งไปกว่านั้น เศรษฐกิจดิจิตอลยังสร้างความเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ซันเดย์เชื่อว่าคำตอบเดียวคือ เราต้องเป็นเจ้าของและลดความซับซ้อนของ Value Chain ทั้งระบบด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี เราอยากสร้างแพลตฟอร์มที่คนสามารถหาแผนประกันภัยที่เหมาะกับตนเองและธุรกิจได้ทุกที่ทุกเวลา มีหลายวิธีที่จะทำให้เราเข้าถึงลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เราพัฒนาศักยภาพเพื่อผนวกผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มธุรกิจต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกับระบบประกันภัย เพื่อนำเสนอประกันให้กับลูกค้าได้จากระบบทันที

สำหรับการเริ่มต้นที่ประเทศไทยนั้น เพราะมองเห็นถึงความเก่งของวิศวกรไทย โดยเฉพาะเด็กที่จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังนั้น หลาย ๆ คนมีความสามารถทัดเทียมต่างประเทศ และมีความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงความขยันในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งเป็นเป้าหมายของซันเดย์ที่ตั้งใจเป็น Insurtech แห่งอนาคตCindy Kua ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันเดย์ อินส์ จำกัด

Project ทดลองที่นำไปแสดงในงาน Echelon Asia Summit 2019

Sunday มองเห็นว่าปัจจุบัน Technology ด้าน Health Tech นั้นกำลังมีความต้องการสูงขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาจึงได้ใช้เวลาว่างในการศึกษาและสร้างสรรค์ระบบต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนใช้งาน อย่างระบบวิเคราะห์ที่ชื่อ Chest X-Ray ว่า ตัวเรามีโอกาสที่จะเป็นโรคอะไรบ้างผ่าน AI Deep Learning ซึ่งปัจจุบันมีความแม่นยำสูงกว่า 79% เพราะได้ศึกษาข้อมูลจากแผ่นฟิล์มกว่า 200,000 ชุดที่เป็น Opensource โดยโปรเจคนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขัน AWS Hackathorn 2019 ในประเทศไทยและรองชนะเลิศในระดับ South East Asia อีกด้วย

สำหรับใครที่สนใจอยากตรวจสุขภาพผ่าน AI ก็สามารถเข้าไปที่ xray-demo.easysunday.com ได้เลยครับ ซึ่งเขาจะเปิดให้ทดสอบถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้นนะ

เป้าหมายในอนาคต

ปัจจุบันหลายบริษัทเริ่มเข้ามาลงทุนเรื่องของ Health Tech มากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ Grab, Google และอีกหลายบริษัท แต่ Sunday นั้นถือได้ว่าเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านนี้โดยตรง จึงมั่นใจว่าตัวเองสามารถผลักดันตัวเอง และมีการร่วมมือกับบริษัทต่าง ๆ อีกด้วย

Sunday วางเป้าว่า ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้าจะขยายธุรกิจไปยังประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ และคาดว่าบริษัทจะได้เงินลงทุนเพิ่มเติมจากนักลงทุนในการบุกตลาดต่างประเทศครั้งนี้ เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือ การเป็น Unicorn รายแรกในประเทศไทยนั่นเอง

สำหรับใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปสอบถามรายละเอียด รวมไปถึงซื้อประกันได้ผ่านเว็บไซต์ https://easysunday.com/ ได้เลยครับ