ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

กว่าจะได้ ‘สายเคเบิลโปร่งแสง’ Nothing ต้องซุ่มพัฒนานานถึง 2 ปี!

Table of Content

Nothing ถือเป็นแบรนด์มือถือน้องใหม่ที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งหนึ่งในผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่จะมาพร้อม Nothing Phone (2) อย่าง สายเคเบิล USB-C to USB-C ก็ได้สร้างกระแสไวรัลให้กับ Nothing อีกครั้งด้วยดีไซน์แบบโปร่งแสงที่ Nothing ระบุว่าใช้เวลาพัฒนาอย่างยากลำบากถึง 2 ปีกันเลยทีเดียว!

ล่าสุด Nothing ได้ทวีตเผยสาเหตุที่สาย USB-C ต้องพัฒนานานถึง 2 ปี ดังนี้

  1. กว่าจะได้ดีไซน์ดังที่เราเห็นกัน ทีมออกแบบของ Nothing ต้องสร้างดีไซน์คอนเซ็ปต์ออกมากว่า 20 ตัวอย่าง และตัวอย่างจำนวนมากก็ถูกปฏิเสธจากพาร์ตเนอร์ เพราะพวกเขาบอกว่ามันผลิตยากเกินไป
  2. การทำให้เปลือกเคเบิล Type-C เป็นแบบใสจะต้องทิ้งกระบวนการผลิตแบบเดิมไปทั้งหมด และใช้กระบวนการขึ้นรูปเพื่อให้เปลือกใสไร้รอยต่อเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม อีกทั้งยังต้องยืดวัสดุถึง 4 ครั้งและหลอมด้วยอุณหภูมิมากกว่า 1,000 องศาอีก 3 ครั้ง
  3. ด้วยความที่วัสดุเป็นแบบใส Nothing จึงต้องคิดค้นวิธีการที่จะทำให้อุปกรณ์ปราศจากรอยขีดข่วน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว Nothing ได้ใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น การพ่นทราย (sandblasting), pre-plating และการชุบโลหะแบบไม่ใช้ไฟฟ้า (Electroless plating)
  4. Nothing Cable C-C ต้องผ่านกระบวนการทดสอบจำนวน 25 การทดสอบ ซึ่งรวมถึง ทดสอบการเสียบ/การถอด, การสเปรย์เกลือ และทดสอบการต้านทานกระแส โดย Nothing เผยว่า สายเคเบิลรุ่นนี้มีผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมไปอีก 60% ในการทดสอบการบิด (bending) โดยผ่านการทดสอบการบิดได้มากกว่า 16,000 ครั้ง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

สำรวจโลก Roblox ที่เป็นมากกว่าเกม

23/02/2026
Read More

ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งมอบความสุขระดับเวิลด์คลาส! แจกรถ แจกล้าน! Tesla Model Y และรางวัลรวมกว่า 10 ล้านบาท

23/02/2026
Read More

รวมฟีเจอร์ที่คนใช้ Samsung Galaxy อาจไม่รู้

23/02/2026
Read More

หมดยุคจ้างนางแบบ ? AI Fashion Models ดาบสองคมที่ทำลายความเชื่อมั่นผู้ซื้อ

20/02/2026
Read More

AirDrop รูปภาพไม่ได้ แก้ยังไง ?

20/02/2026
Read More

แจก Prompt ใช้ AI สร้างภาพโฆษณาสินค้า ให้ฟีลเหมือนถ่ายในสตูฯ ง่าย ๆ ไม่ยาก !

20/02/2026
Read More

Related Content