ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

วุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นชอบกฎหมายแบน TikTok หาก ByteDance ไม่ยอมขาย

Table of Content

วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาลงมติเห็นชอบกฎหมายที่บังคับให้ ByteDance ขาย TikTok ให้ธุรกิจสหรัฐฯ ภายใน 9 เดือน – 1 ปี ไม่เช่นนั้นจะถูกแบน

เสียงข้างมากโหวตผ่านกฎหมายไปด้วยคะแนน 79 ต่อ 18

ร่างกฎหมายฉบับข้างต้นมีที่มาจากความกังวลในด้านความมั่นคงที่ TikTok มีต่อสหรัฐฯ โดยเฉพาะความเชื่อมโยงระหว่าง ByteDance ที่เป็นบริษัทแม่กับรัฐบาลจีน ซึ่งทั้ง TikTok และรัฐบาลจีนก็ปฏิเสธมาตลอด

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่ากฎหมายนี้เป็นเพียงหนึ่งในสมรภูมิสู้รบทางเทคโนโลยีและการทหารของ 2 มหาอำนาจ

กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้อ้างอิงถึงความเห็นที่เคยให้ไว้เมื่อเดือนมีนาคมที่วิจารณ์ว่าสหรัฐฯ ไม่เคยเจอหลักฐานว่า TikTok เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ แต่ก็ยังจ้องเล่นงานอยู่

ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการเสนอกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ทางโจวโซ่วจือ (Zhou Zi Chew) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TikTok เคยออกมาเรียกร้องให้ชาวอเมริกันออกมาต่อต้านการออกกฎหมายแบน TikTok

หาก ByteDance ไม่ยอมขาย TikTok ที่ให้บริการในสหรัฐฯ แก่ธุรกิจในสหรัฐฯ ร้านค้าแอปของทั้ง Apple, Google และเจ้าอื่น ๆ ในประเทศ จะไม่สามารถให้บริการ TikTok บนแพลตฟอร์มตัวเองได้ เช่นเดียวกับบริการเว็บโฮสต์ก็จะไม่สามารถโฮสต์เว็บไซต์ของ TikTok ได้

โดยบริษัทจะมีเวลา 270 วันในการขายกิจการของ TikTok ในสหรัฐฯ แต่ก็จะขอขยายเวลาไปได้อีก 3 เดือน ตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎหมาย

Highlight

ทรู-ดีแทค 5G พร้อมให้ลูกค้าสั่งจอง iPhone Duo ล่วงหน้า พร้อมส่วนลดจึ้ง ๆ

16/10/2026
Read More

Sony เปิดตัว Walkman รุ่นใหม่ 3 รุ่น จัดเต็มเสียงระดับพรีเมียม รุ่นท็อปราคาเกือบ 2 แสนบาท !

16/10/2026
Read More

AI เขย่าวงการภาพสต็อก ! Getty Images เตรียมยื่นล้มละลาย

16/10/2026
Read More

CASETiFY เปิดตัวคอลเลกชันเคส iPhone 18 Pro และ iPhone Duo พร้อมเทคโนโลยีกันกระแทกและดีไซน์ เริ่มต้น 2,200 บาท

16/10/2026
Read More

เงินเยียวยาน้ำท่วมมีทั้งหมดกี่แบบ ? ขอยังไงให้ได้เงินเร็ว !

16/10/2026
Read More

CMF เปิดตัวลำโพงพกพาดีไซน์กล่องนมสุดคิวต์ จับ Mix&Match ได้ เริ่มขายในไทยแล้ว

16/10/2026
Read More

Related Content