ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Qualcomm Snapdragon X60
Read
| IT News

Apple จะใช้ชิปโมเดม X60 ของ Qualcomm สำหรับ iPhone ที่จะเปิดตัวในปี 2021

Tabel of Content

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา Apple และ Qualcomm ได้ตกลงยุติการดำเนินคดีฟ้องร้องทั้งหมด โดย Apple ยอมเซ็นสัญญาใช้ชิปโมเดมของ Qualcomm ไปอีก 6 ปี (เริ่มตั้งแต่ 1 เมษายน 2562) ซึ่้งหมายความว่า iPhone 12 ที่เพิ่งเปิดตัวไปนั้น ได้ใช้ชิปโมเดม 5G ของ Qualcomm ประกอบกับการถอดชิ้นส่วน iPhone 12 ล่าสุดนั้น ก็พบชิปโมเดม X55 ของ Qualcomm ที่ใช้กับชิปเซ็ต Snapdragon 865 ด้วย

ล่าสุด ผู้ใข้ทวิตเตอร์นามว่า Dany Walsh ได้ทวีตเปิดเผยรายละเอียดจากเอกสารฟ้องร้องระหว่าง Apple และ Qualcomm หน้า 71 โดยระบุว่า Apple จะใช้ชิปโมเดม X60 สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2021 – 31 พฤษภาคม 2022 และจะใช้ชิปโมเดม X65 และ X70 (ยังมิได้เปิดตัว) กับผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2022 – 31 พฤษภาคม 2024

นั่นเป็นการปิดประตูที่จะได้เห็น Apple ใช้ชิปโมเดมที่ไปซื้อมาจาก Intel สำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ในอนาคตไปอีกหลายปี

Qualcomm Snapdragon X60

ชิปโมเดม X60 ของ Qualcomm (เปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020) ได้รับการผลิตด้วยเทคโนโลยี 5 นาโนเมตร ซึ่งทำให้สามารถจัดการพลังงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะรองรับการเชื่อมเครือข่าย 5G ความเร็วสูง ตั้งแต่ย่านความถี่ mmWave ไปจนถึง sub -6 GHz

ข้อมูลอ้างอิง : gsmarena และ macrumors

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

เวียดนามเอาจริง ! ออกกฎหมายคุม YouTube โฆษณาต้องกดข้ามได้ใน 5 วินาที มาตรการในฝันของผู้ใช้งานไทย

09/01/2026
Read More

OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health หลังซุ่มวางแผนร่วมกับแพทย์ 260 จากทั่วโลกมา 2 ปี

09/01/2026
Read More

Dreame เปิดตัว CyberX โรบอทไต่บันไดได้ และ X60 Ultra ที่ข้ามสิ่งกีดขวางได้ 8.8 ซม. !

09/01/2026
Read More

แกดเจ็ตสุขภาพ อาจทำขยะล้นโลก 1 ล้านตัน ภายในปี 2050

09/01/2026
Read More

Motorola เปิดตัว Razr Fold มือถือจอพับ ท้าชน Samsung – Google ในงาน CES 2026

09/01/2026
Read More

อ่านไม่ไหวก็ฟังแทนซะเลย ! Google Classroom เปลี่ยนเนื้อหาเป็น Podcast เลือกสไตล์การฟังได้เอง เอาใจ Gen Z 

09/01/2026
Read More

Related Content