ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

กสิกรไทยขยายฐานลูกค้าเปิดบัญชีเงินฝากดิจิทัล 2.6 ล้านบัญชี เพิ่มจุดให้บริการยืนยันตัวตน ตั้งเป้าครอบคลุม 100,000 จุดทั่วประเทศ

Table of Content

กสิกรไทย ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ (K-eSavings) ให้ลูกค้าเปิดบัญชีได้เองทุกที่ ทุกเวลา และทำธุรกรรมได้ทันที ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น ขยายจุดให้บริการยืนยันตัวตน (K CHECK ID) ครอบคลุมทั้งเคแบงก์ เซอร์วิส, ตู้เอทีเอ็ม, สาขาธนาคาร พร้อมเตรียมเปิดให้บริการร่วมกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ที่มีเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ เช่น บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์, มินิบิ๊กซี และที่ทำการไปรษณีย์ไทย อีกทั้งยังมีร้านค้าที่ติดตั้งเครื่องอีดีซีอีกกว่า 50,000 จุด ทำให้มีจุดให้บริการยืนยันตัวตนมากที่สุดถึง 100,000 จุดทุกอำเภอทั่วประเทศ ตั้งเป้าหมายช่วยดันยอดเปิดบัญชีดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็น 2.6 ล้านบัญชี และทำให้ K PLUS มีฐานลูกค้ารวมกว่า 14.6 ล้านราย

นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย

นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามทิศทางของบริการดิจิทัล แบงกิ้ง และเป็นทางเลือกให้กับลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับการใช้ดิจิทัล เทคโนโลยี โดยกลุ่มเป้าหมายของบริการเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์บน K PLUS (K-eSavings) คือ กลุ่มลูกค้าที่ยังไม่เคยมีบัญชีกับธนาคาร แต่อยากเปิดบัญชีและไม่อยากมีสมุดบัญชีให้ยุ่งยาก ซึ่งการเปิดบัญชี K-eSavings ไม่มีกำหนดเงินฝากขั้นต่ำ

ทำให้ลูกค้าเข้าถึงบริการของธนาคารได้ง่ายมากยิ่งขึ้น สามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องมาธนาคารตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครเพื่อเปิดบัญชี ไปจนถึงการทำธุรกรรมทางการเงินได้ตามต้องการในทุกที่ ทุกเวลา ปัจจุบันมีลูกค้าเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์แล้วกว่า 180,000 บัญชี ตั้งเป้า 2.6 ล้านบัญชีภายในสิ้นปีนี้ และจะทำให้ K PLUS มีฐานลูกค้ารวมกว่า 14.6 ล้านราย

ธนาคารได้เร่งขยายจุดให้บริการยืนยันตัวตน (K CHECK ID) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้การเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จและลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้ทันที เพียงแค่ลูกค้ายืนยันตัวตนโดยการเสียบบัตรประชาชน (Dip Chip) ผ่านอุปกรณ์ที่จุดให้บริการยืนยันตัวตน เพื่อตรวจสอบข้อมูลจากบัตรประชาชนแบบเรียลไทม์ เทียบกับการสแกนใบหน้าจากภาพถ่ายบนแอปพลิเคชัน K PLUS ด้วยเทคโนโลยี Facial Recognition และ Liveness Detection

ซึ่งเทคโนโลยีที่นำมาใช้นั้นเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านไซเบอร์ ป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่ในการทุจริต และไม่มีการเก็บข้อมูลใด ๆ เอาไว้ในเครื่อง ปัจจุบัน ลูกค้าสามารถยืนยันตัวตนผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ เคาน์เตอร์สาขาธนาคารกสิกรไทย, ตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย, เคแบงก์ เซอร์วิส และธนาคารเตรียมเปิดให้บริการร่วมกับพันธมิตรชั้นนำที่มีเครือข่ายสาขาทั่วประเทศในเร็ว ๆ นี้ เช่น บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์, มินิบิ๊กซี, และที่ทำการไปรษณีย์ไทย รวมถึงเพิ่มจำนวนร้านค้าที่ติดตั้งเครื่องอีดีซี (EDC) ทำให้ธนาคารมีจุดให้บริการยืนยันตัวตนมากที่สุด รวมกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ

จุดให้บริการยืนยันตัวตน

ลูกค้าสามารถเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์บน K PLUS ได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน K PLUS และกรอกข้อมูลส่วนบุคคล
  • ไปยืนยันตัวตนโดยเสียบบัตรประชาชน (Dip Chip) ที่จุดให้บริการ K CHECK ID
  • จากนั้นถ่ายภาพตนเองด้วยสมาร์ตโฟน เพื่อประมวลผลข้อมูลที่ได้รับว่าถูกต้องและตรงกัน
  • กดยืนยันความถูกต้องและยอมรับเงื่อนไขต่างๆ บน K PLUS
  • เสร็จสิ้นขั้นตอนการเปิดบัญชี และสามารถเริ่มต้นทำธุรกรรมต่างๆ กับธนาคารได้ทันที
    ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ K-eSavings คลิก https://kbank.co/3aZPKS0

Highlight

สายอ่านเตรียมกรี๊ด ! Amazon ยกเครื่องตระกูล ‘Kindle’ ปี 2026 บางเบากว่าเดิม หน้าจอเรียบไร้ขอบ สีสันคิวต์ ๆ

02/10/2026
Read More

ทรูพร้อมเคียงข้างคนไทยในยามวิกฤต รวมพลังผู้บริหารและพนักงานส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

02/10/2026
Read More

Bose เปิดตัวหูฟังมีสาย ตัดเสียงรบกวนได้ ไม่ต้องชาร์จ

02/10/2026
Read More

นักอ่านทุกเพศทุกวัย ฟังทางนี้ Big Bad Wolf กลับมากรุงเทพฯ อีกครั้ง ขนหนังสือภาษาอังกฤษ และภาษาไทยราคาดีมาให้เหมากันจุก ๆ

02/10/2026
Read More

กระทรวงมหาดไทย จับมือ คปภ. และ TGIA ย้ำผู้ว่า 76 จังหวัด เตรียมจ่ายประกันภัยพิบัติ เริ่ม 1 ตุลาคม 2026 

02/10/2026
Read More

ทรัมป์รวมพลตัวพ่อวงการเทคฯ สั่งเปลี่ยนชื่อ AI เป็น ‘Super Intelligence’ ลั่นอเมริกาต้องนำจีน !

02/10/2026
Read More

Related Content