ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Review
| Review

รีวิว Steelseries Arctis Nova 7 Dragon Edition : ดุดันแบบนักรบมังกร, เสียงดีเกินหูฟังเกมมิง

Tabel of Content

ถ้าพูดถึงหูฟังเกมมิง ยังไงหลาย ๆ คนน่าจะต้องนึกไปก่อนว่าเสียงน่าจะต้องไม่ดีแน่ ๆ แต่เอาจริง ๆ ทุกคนเชื่อไหมครับว่าเจ้า Steelseries Arctis Nova 7 นี่เสียงดีกว่าที่คิดไว้ซะอีก แต่แน่นอนว่าบทความนี้ไม่ได้มาแค่เรื่องเสียงของหูฟัง แต่ยังมาพร้อมกับความดุดันของ ‘มังกร’ เพราะนี่คือ Steelseries Arctis Nova 7 Dragon Edition ที่บทความนี้จะรีวิวให้ได้อ่านกัน

หลาย ๆ คนน่าจะจำเจ้าหูฟังรุ่นนี้จากการที่ตอนนี้มันเป็น ‘หูฟังของลุงไนท์’ ที่จะเห็นลุงไนท์ – Gssspotted ใส่เพื่อเล่นเกมบนสตรีมอยู่บ่อยครั้งในปี 2024 นี้ ซึ่งนั่นก็คือหูฟัง Steelseries Arctis Nova 7 Dragon Edition รุ่นนี้นี่แหละครับ โดดเด่นมากเลยทีเดียว แต่นอกจากความโดดเด่นแล้วมีอะไรบ้าง เรามาหาคำตอบไปพร้อมกัน

ดีไซน์

Steelseries Arctis Nova 7 Dragon Edition มีดีไซน์ที่หลุดกรอบจากหูฟังโดยทั่วไปของ Steelseries ครับ ด้วยความที่ นี่เป็นรุ่นพิเศษที่เพิ่มความดุดันแบบมังกรเข้าไปด้วย ทำให้ตัวหูฟังทั้งหมดมีสีออกไปทางสีแดงครับ แต่ที่ชอบก็คือ แม้จะบอกว่านี่เป็นหูฟังสำหรับเฉลิมฉลองตรุษจีน ปีมังกร แต่สีแดงบนหูฟังก็ไม่ได้แดงแบบตะโกนเลย ออกไปทางแดงเข้ม ๆ ที่ทำให้ต่อให้ใส่ออกไปข้างนอก ก็ไม่ดึงดูดความสนใจมากจนเกินไป แต่มากพอที่จะทำให้คนเห็นว่า นี่แหละหูฟังรุ่นพิเศษนะ

โดย Steelseries Arctis Nova 7 Dragon Edition เป็นหูฟังแบบ Over-Ear หรือ Full Sized ครับ ดีไซน์ตัวแป้นของหูฟังด้านนอก เป็นลายมังกรทองที่ทำเป็นแบบ Minimal มากขึ้นหน่อย และมีตัวอักษรจีน ‘龍’ (หลง) ซึ่งมีความหมายว่า ‘มังกร’ และขดตัวอยู่บนเมฆ

ซึ่งใต้ภาพมังกรบนแผ่นแม่เหล็กสำหรับติดบนหูฟังมีอักษรจีน ‘福’ (ฟู) ซึ่งหมายถึงความโชคดีด้านใน คือตัวหูฟังรุ่นนี้สามารถเปลี่ยนแป้นข้างหูฟังได้ครับ โดยจะมีเป็นแป้นลายโลโก้ Steelseries ให้เปลี่ยนด้วย ซึ่งแป้นที่เปลี่ยนได้จะสามารถแกะเปลี่ยนได้แบบแม่เหล็ก ดึงออกมา แล้วใส่แป้นใหม่เข้าไปได้เลยครับ หรือจะปล่อยเปลือย ๆ ก็ได้เหมือนกัน แต่จะเป็นหลุมไปสักเล็กน้อยนะ

ส่วนแถบรองศีรษะเป็นผ้าปั๊มลวดลายเกล็ดมังกรที่สัมผัสค่อนข้างดี ตัวแผ่นรองเอามาเปลี่ยนความตึง และความยาวของสายได้อีกเล็กน้อย ให้เหมาะกับแต่ละคน (อย่างของผู้เขียนต้องปรับนะ ไม่งั้นจะหย่อนเกินจนร่วง) แล้วความรู้สึกในการสวมใส่ก็ดีด้วยนะ แม้ว่าตัวแผ่นรองจะเป็นลายเกล็ดมังกรก็ตาม

ที่เหลือจะออกไปทางเหมือนกับ Steelseries Arctis Nova 7 ครับ คือด้านซ้ายจะมีช่องเสียบสาย 3.5 มิลลิเมตร, ไมค์โครโฟนแบบดึงเข้า-ออกได้, ปุ่มปิดไมค์ และลูกกลิ้งเพิ่ม-ลดเสียงของหูฟัง ส่วนด้านขวา จะมีช่องเสียบชาร์จ USB-C, ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, ปุ่ม Bluetooth และลูกกลิ้งปรับบาลานซ์ระหว่างเกม และการคอล ซึ่งเอาจริง ๆ ก็เป็นการจัดพอร์ต ปุ่ม และตำแหน่งของพอร์ตที่ครบถ้วนและใช้งานง่ายอยู่เหมือนกันนะ

ส่วนฝั่งฟองน้ำที่แนบกับหู โดยรวมถือว่าใส่สบายเลยครับ ด้วยความที่ตัวหูฟังบุผ้าเอาไว้ เลยเหมาะกับการใส่เล่นเกม หรือฟังเพลงเป็นเวลานาน ๆ ด้วย โดยที่ไม่มีเหงื่อออกมากเท่าไหร่ รวมถึงการใส่ครอบทับแว่นก็ทำได้ค่อนข้างโอเคโดยไม่ปวดหูมากด้วย และเหมาะกับการใส่เป็นเวลานานด้วยเช่นเดียวกัน

ทีนี้หูฟังรุ่นนี้เแป็นหูฟังที่ต่อได้หลายแบบมากครับ ทั้งแบบต่อสายธรรมดา, ต่อแบบ Bluetooth และต่อแบบไร้สายตรง ๆ ผ่าน Wireless USB-C Dongle ที่แถมติดมาในกล่องได้เลย ซึ่งเจ้าตัว Dongle นี้ ว่าง่าย ๆ ก็หน้าตาเหมือนกันกับ Dongle USB-C Wireless ของหูฟังหลาย ๆ รุ่นที่เคยได้สัมผัส และลองใช้มา อย่างปัจจุบัน ผู้เขียนใช้ Arctis 1 Wireless อยู่ Dongle ไร้สายก็หน้าตาแบบนี้เป๊ะ ๆ เลย แต่จะต่างเล็กน้อยคือ Dongle รุ่นนี้มีไฟบอกสถานะการทำงานของตัว Dongle อยู่ด้วย

การควบคุม

Steelseries Arctis Nova 7 Dragon Edition มีการควบคุมที่ไม่ได้ยากมากนักครับ แต่ต้องจำตำแหน่งให้ได้เฉย ๆ คือการจะเปิด-ปิดหูฟัง แนะนำให้ถอดออกมา แล้วค่อยกดเปิด หรือปิด จะทำให้ถนัดกว่ากันเยอะเลย รวมถึงโหมดอื่น ๆ ด้วย เช่นถ้าเราอยากจะเปิด Bluetooth ก็ต้องกดเปิด และกดปุ่ม Bluetooth ค้างไว้ก่อนเพื่อจะได้เข้าโหมด Bluetooth ได้ แต่อีกทางก็คือ ใช้การจำเอาครับ โดยถ้าเราใส่หูฟังให้ด้านไมค์อยู่ซ้ายมือ

  • ด้านซ้ายจะกดปิด-เปิดไมค์ได้ และเพิ่ม-ลดเสียงทั้งหูฟังได้
  • ด้านขวาจะกดเปิด-ปิดหูฟัง, เปิดโหมด Bluetooth หรือเพิ่ม-ลดเสียงเฉพาะเกมหรือเสียงคอลได้ (ChatMix)

ส่วนการควบคุมอื่น ๆ ก็มีไม่มากครับ เพราะที่เหลือจะเน้นที่การปรับแต่งผ่านโปรแกรม ‘Steelseries GG’ ซึ่งงเป็นโปรแกรมปรับแต่งของเกมมิงเกียร์ Steelseries โดยเฉพาะ ซึ่งโปรแกรมนี้สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งบน Windows และ MacOS เลย โดยการปรับแต่งหูฟังด้านใน ทำได้ผ่านเมนู ‘Engine’ ที่อยู่ด้านในโปรแกรมอีกที

ซึ่งในโปรแกรม จะตั้งได้หลายอย่างมาก ๆ จุดแรกที่หลาย ๆ คนน่าจะชอบก็คือ ‘Audio’ ตรงนี้ปรับได้ตั้งแต่ Preset ของเสียง ซึ่งคนชอบเบสหน่อย ๆ แบบผู้เขียน สามารถตั้งโหมดเป็น Bass Boost ให้เสียงเพลงออกไปทางเบสมากขึ้นได้ด้วย และอีกฟีเจอร์ที่หลาย ๆ คนน่าจะไปปิดกันตั้งแต่โหลดโปรแกรมมาเปิดเลย ก็คือ ‘Mic Sidetone’ หรือโหมดสะท้อนไมค์ ที่จะให้เสียงพูดเราสะท้อนเข้าหูฟังของเราด้วย ซึ่งเหมาะกับเหล่าสตรีมเมอร์ที่ต้องการทดสอบระบบเสียงระหว่างไลฟ์อยู่ แต่สำหรับคนทั่วไป ก็ปิดได้ที่นี่เหมือนกัน

อีกจุดที่ปรับได้คือการตั้งเวลาการปิดของหูฟังเมื่อไม่ใช้งาน อันนี้เป็นฟีเจอร์ที่ดีสำหรับหูฟังไร้สายของ Steelseries ทุกรุ่น ที่จะปิดตัวลงหลังจากไม่มีเสียงเล่นออกหูฟัง โดยเราตั้งให้มันดับได้ตั้งแต่ภายใน 1 นาที ไปจนถึงไม่ปิดเลยก็ได้ และยังตั้งค่าให้เป็น Bluetooth เป็นค่าเริ่มต้นก็ได้ พูดถึง Bluetooth แล้ว นอกจากจะเอามาใช้ต่อผ่าน Dongle โดยตรงแล้ว ยังต่อผ่าน Bluetooth ไปพร้อมกันกับ Donge ได้ด้วยนะ

คุณภาพเสียงของหูฟัง

ทีนี้มาดูส่วนหลักของเจ้า Steelseries Arctis Nova 7 Dragon Edition ตัวนี้อย่างเรื่องเสียงกันบ้าง โดยปกติแล้ว จากที่ได้ลอง Arctis 1 Wireless มา แล้วต่อด้วยรุ่นนี้ ทำให้รู้ว่าหูฟังของ Steelseries จะมีโปรไฟล์เสียงที่ออกไปทางแบนเรียบ กล่าวคือจะไม่เน้นย่านใดเป็นพิเศษ แต่จะออกไปทางแบนราบไปเลยมากกว่า ซึ่งถ้าเอามาฟังเพลงแบบไม่ปรับแต่ง ว่ากันตรง ๆ คือมันอาจจะออกมาแบนราบจนรู้สึกว่าเสียงไม่ดีเลยก็ได้ แต่ด้วยความที่ตัวหูฟังสามารถปรับ Equalizer ได้ ทำให้นึกถึงการใช้งานหูฟังที่เน้นสำหรับฟังเพลงโดยเฉพาะอยู่ไม่น้อยเลยเหมือนกัน ที่เราสามารถตั้งค่าคุณภาพเสียงของหูฟังเองได้ ซึ่งจริง ๆ ก็แอบคล้ายกับ Steelseries Arctis 1 Wireless ที่ใช้เป็นหูฟังเล่นเกมหลักอยู่เหมือนกัน ซึ่งหลังจากการปรับแต่งแล้ว มิติของเสียงก็จะออกมาดีขึ้นกว่าเดิมที่เซตค่ามาจากโรงงาน ซึ่งแปลว่า เราสามารถตั้งให้หูฟังนี้เล่นเสียงในแบบที่เราชอบก็ได้เลยเช่นเดียวกัน

เพียงแต่ว่าการปรับแต่งที่ให้มาแน่นขนาดนี้ คือเราสามารถตั้งได้แค่ในคอมพิวเตอร์ผ่าน ‘Steelseries GG’ เท่านั้นนะ จะเลยไปตั้งในสมาร์ตโฟนให้มีเสียงในแบบที่เราชอบก็เลยยังทำไม่ได้ครับ น่าเสียดายตรงจุดนี้ไปเล็กน้อยเหมือนกัน

แต่แน่นอนว่า หูฟังแนวนี้เขาไว้ใส่เล่นเกมกันครับ ซึ่งคุณภาพการเล่นเสียงระหว่างเล่นเกมก็ทำได้ค่อนข้างดีครับ แยกตำแหน่งของศัตรูระหว่างที่เราเล่นเกมแนว FPS หรือ TPS ได้ค่อนข้างดี และที่สำคัญ คือมันไร้สายครับ ! แปลว่าเราจะยืนเล่น ลุกไปเติมน้ำ ยันไปห้องน้ำ ก็ยังใส่หูฟังฟังเพลงไปด้วย หรือคาสายกับเพื่อน ๆ ไว้ก็ยังได้เลย และคุณภาพเสียงของมันก็ไม่ดรอปลงแต่อย่างใดด้วยนะ และแน่นอน ผู้เขียนแอบเอาไปเทสต์กับเกมเพลง หรือเกมจับจังหวะแล้ว ก็บอกได้เลยว่าความหน่วงนี่ไม่มีเลย เรียกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องสายเข้ามาเกะกะเวลาเล่นเกมเพลงเลยก็ว่าได้

คุณภาพของไมโครโฟน

ส่วนไมค์โครฟโฟนของ Steelseries Arctis Nova 7 Dragon Edition นั้นจะเป็นก้านของไมค์ที่สามารถดึงเข้า และออกจากตัวหูฟังได้ครับ กล่าวคือถ้าเราไม่ใช้ ก็แค่สอดตัวไมโครโฟนเข้าไปเก็บด้านในของหูฟังตามช่อง ตัวไมโครโฟนก็จะไม่หลุดหายง่าย ๆ (แบบบางรุ่นที่ถอดไมค์เก็บได้) อยากใช้เมื่อไหร่ก็แค่ดึงไมค์ออกมา นอกจากนั้นตัวก้านไมโครโฟนยังสามารถบิดเพื่อให้รับกับหน้าของเราได้ด้วยเช่นเดียวกัน คือสามารถปรับจนมันจ่อปากเราได้นั่นแหละครับ

ซึ่งคุณภาพของไมโครโฟนของหูฟังรุ่นนี้ ยังสามารถทำหน้าที่คุยโทรศัพท์ หรือคุยสื่อสารกันระหว่างเล่นเกมกับเพื่อนได้เป็นอย่างดีเลย และด้วยความที่ไมค์จะจ่อปากได้แทบตลอด ทำให้เราสามารถพูดใส่ตัวไมค์ได้โดยตรงเลยนั่นเอง ลองฟังเสียงที่ได้จากหูฟังรุ่นนี้กันดู และด้วยความที่ตัวไมค์จะรับเสียงแบบรอบด้าน ทำให้มีเสียงรบกวนเข้ามาปนอยู่บ้าง แต่คุณภาพยังสามารถนำไปใช้ในการพูดคุย หรือ Voice Chat ได้แน่นอนครับ

https://soundcloud.com/kittiwithadot/mic-test-steelseries-arctis-nova-7-dragon-edition/s-wn2uMK0EMRh?si=ab1f55994fa04fdea55d7643d88a31ea&utm_source=clipboard&utm_medium=text&utm_campaign=social_sharing

แบตเตอรี่

ขึ้นชื่อว่าเป็นหูฟังไร้สาย แปลว่าสิ่งที่ต้องตามมาด้วยคือเรื่องของแบตเตอรี่ครับ เพราะเราคงไม่สามารถใช้หูฟังไร้สาย เพื่อเล่นเกมได้แบบยาว ๆ โดยที่ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่กันแน่นอนล่ะครับ ซึ่งข้อมูลสเปกแบตเตอรีของ Steelseries Arctis Nova 7 Dragon Edition บอกว่าสามารถใช้งานได้ 38 ชั่วโมงจากการต่อผ่าน Dongle Quantum 2.0 Gaming Wireless ซึ่่งจากที่ได้ลองใช้งานมา ก็พบว่าตัวหูฟังให้แบตเตอรี่ได้น่าพอใจมากเลยทีเดียว คือสามารถใช้งานได้ยาว ๆ โดยที่แบตเตอรี่ไม่มีหมดครับ อย่างตอนที่ทดสอบเคยใช้งานแบบต่อเนื่องเช้าถึงมืดค่ำ ก็ยังไม่มีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่หมดเลยครับ อาจจะได้ 38 ชั่วโมงอย่างที่เขาเคลมก็ได้ แต่ลองนึกภาพว่า ถ้าเราใช้เช้า ถึงเย็น และเสียบชาร์จเบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB-C ที่อยู่ที่ตัวหูฟังจนเต็มแล้วอีกวันมาใช้ต่อ ค่อนข้างมั่นใจได้เลยว่าตัวหูฟังจะไม่มีอาการแบตเตอรี่หมดระหว่างวันแน่นอนครับ

สรุปส่งท้าย และราคา

โดยสรุปแล้ว Steelseries Arctis Nova 7 Dragon Edition เป็นหูฟังที่เท่มากครับ แถมยังโดดเด่นแน่นอนด้วย (ดูจากที่ลุงไนท์ใส่อยู่ตลอดก็คงรู้) และโดยเนื้อในของมันเอง ก็ยังเป็นหูฟัง Steelseries ที่อยู่ใกล้ระดับเรือธงแล้วด้วย (ก็นี่มันคือรุ่น Arctis Nova 7 เลยนะ) แถมยังเป็นรุ่นจำนวนจำกัด และคาดว่าจะวางจำหน่ายแค่ในปีนี้เท่านั้นด้วย ดังนั้น ใครที่สนใจในหูฟังที่นอกจากจะให้ความสามารถในด้านการเป็นหูฟังเกมมิงที่ดี ใช้งานได้ครบถ้วน แล้วก็ไร้สาย แถมยังได้ความเท่ไม่ซ้ำใครด้วย เพราะตัวหูฟังนี่บ่งบอกความเป็นนักรบมังกร (ที่ไม่ใช่กังฟูแพนด้า) ในตัวได้ด้วย

ส่วนเรื่องของราคาการวางจำหน่ายในประเทศไทย Steelseries จัดจำหน่ายโดย RTB Technology เท่านั้นเลยครับ โดยสามารถซื้อได้วันนี้เลย โดยวางจำหน่ายที่ราคา 8,490 บาท ซึ่งซื้อได้แล้วที่ร้านค้าทั่วประเทศ ทั้ง JIB, ITCity, Kingpower, .Life, Mercular และ Gump ทุกสาขาเลย

Highlight

รีวิว Marvel’s Wolverine ฉบับ PlayStation หนักแอคชัน ที่เหลือเบาบาง

20/09/2026
Read More

[Review] Metal Gear Solid Δ: Snake Eater ความเปลี่ยนแปลง ที่ไม่ทำลาย “ต้นฉบับ”

12/09/2025
Read More

[Review] Death Stranding 2: On the Beach เมื่อความตายคือของขวัญ และความโดดเดี่ยวคือพันธะสุดท้ายของมนุษย์

23/06/2025
Read More

[รีวิวเกม] Capcom Fighting Collection 2 รวมฮิตเกมต่อสู้ในตำนานของ Capcom

23/06/2025
Read More

[รีวิวเกม] Clair Obscur: Expedition 33 เกม RPG ที่ผสานความคลาสสิกกับกราฟิกยุคใหม่ได้ลงตัว

01/05/2025
Read More

Lost and Found Co. เกมหาของแสนเรียบง่ายฝีมือคนไทย ที่พร้อมท้าทายความช่างสังเกตในตัวคุณ 

22/04/2025
Read More

Related Content