ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

วิธีเช็คแบตเตอรี่แล็ปท็อป ทั้ง Windows และ Mac

Table of Content

เคยสงสัยหรือไม่ว่าแบตเตอรี่ที่ใช้อยู่ในแล็ปท็อปของเรามีสถานภาพจริงๆ เป็นอย่างไรบ้าง มันยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ ถ้าไม่ แล้วเราควรจะเปลี่ยนมันหรือยัง

เราลองมาดูวิธีง่ายๆกันก่อน คือ ถ้าสักเกตุเห็นแบตเตอรี่ใช้งานได้น้อยผิดปกติ ให้ลองปิดการทำงานของโปรแกรมทั้งหมด ลดแสงหน้าจอลงให้มากที่สุด และปิด Bluetooth กับ Wifi แล้วยัไม่สามารถช่วยอะไรได้ ก็แสดงว่าถึงเวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้ว

นั้นเป็นเพราะว่า ปริมาณความจุพลังงานของแบตเตอรี่นั้นเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว แล็ปท็อปที่เคยมีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ก็จะใช้งานได้เพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น เช่นเดียวกันกับโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต

แต่ถ้าหากเราอยากรู้สถานะแบตเตอรี่อย่างละเอียด ให้ทำตามดังต่อไปนี้

สำหรับ Mac ค่อนข้างง่าย คือ

  • กดปุ่ม Option

Find out if it's time to replace your Windows laptop battery - CNET.FLV_000036683

  • คลิกที่ไอคอนแบตเตอรี่ จะเห็นสถานะของแบตเตอรี่ว่าเป็นเช่นไร

Find out if it's time to replace your Windows laptop battery - CNET.FLV_000041692

สำหรับ Windows ค่อนข้างซับซ้อนกว่าเล็กน้อย คือ

  • คลิกที่มุมล่างซ้ายสุดของหน้าจอ และเลือก Command Prompt หรือ Command Prompt (Admin)
  • พิมพ์ powercfg energy และกด Enter แล้วรอสักครู่ ดังรูปด้านล่าง

Find out if it's time to replace your Windows laptop battery - CNET.FLV_000043658

  • จะปรากฏสถานะของแบตเตอรี่ขึ้นมา และให้เราไปดูสถานะอย่างละเอียดได้จากไฟล์ energy-report.html

Find out if it's time to replace your Windows laptop battery - CNET.FLV_000048764

  • เข้าไปที่ C:\Windows\system32\ คลิกที่ไฟล์ energy-report.html ดังรูปด้านล่าง

energy_report

  • ถ้าไม่ได้ผล ให้พิมพ์ powercfg  /batteryreport แล้วกด Enter จะปรากฏว่า ไฟล์ได้ถูก Save ลงเครื่องแล้ว

010814_1656_PowercfgVer2

  • ให้ไปดูได้ที่โฟลเดอร์ User ของเครื่อง และหาไฟล์ที่ชื่อ battery-report.html

010814_1656_PowercfgVer3

  • สิ่งสำคัญที่ต้องสักเกต คือ คำว่า Design Capacity เป็นตัวแสงดว่า แบตเตอรี่มีความจุสูงสุดเท่าไร และ Full Charge Capacity เป็นตัวแสดงว่า แบตเตอรี่สามารถชาร์จไฟได้เต็มสูงสุดเท่าไร  ยกตัวอย่างเช่น แบตเตอรี่มี Design Capacity อยู่ที่ 46,030 mWh แต่ Full Charge Capacity ได้เพียง 39,030 mWh

010814_1656_PowercfgVer4

เพียงเท่านี้ เราก็สามารถรู้ข้อมูลพื้นฐานด้านประสิทธิภาพของแบตเตอรี่แล็ปท็อปได้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่ให้แก่แล็ปท็อปเราหรือไม่

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : cnet.com และ softonic.com

Highlight

สายอ่านเตรียมกรี๊ด ! Amazon ยกเครื่องตระกูล ‘Kindle’ ปี 2026 บางเบากว่าเดิม หน้าจอเรียบไร้ขอบ สีสันคิวต์ ๆ

02/10/2026
Read More

ทรูพร้อมเคียงข้างคนไทยในยามวิกฤต รวมพลังผู้บริหารและพนักงานส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

02/10/2026
Read More

Bose เปิดตัวหูฟังมีสาย ตัดเสียงรบกวนได้ ไม่ต้องชาร์จ

02/10/2026
Read More

นักอ่านทุกเพศทุกวัย ฟังทางนี้ Big Bad Wolf กลับมากรุงเทพฯ อีกครั้ง ขนหนังสือภาษาอังกฤษ และภาษาไทยราคาดีมาให้เหมากันจุก ๆ

02/10/2026
Read More

กระทรวงมหาดไทย จับมือ คปภ. และ TGIA ย้ำผู้ว่า 76 จังหวัด เตรียมจ่ายประกันภัยพิบัติ เริ่ม 1 ตุลาคม 2026 

02/10/2026
Read More

ทรัมป์รวมพลตัวพ่อวงการเทคฯ สั่งเปลี่ยนชื่อ AI เป็น ‘Super Intelligence’ ลั่นอเมริกาต้องนำจีน !

02/10/2026
Read More

Related Content