Connect with us

บทความ

“นักสร้างสรรค์” ต่างกันกับ “นักธุรกิจ” / ตอนที่ 1

Published

on

179724_535621069831854_923043291_n

บทความโดย แจ็ค รัสเซล

.. ความไม่เอาไหนในเรื่องการตลาดของผม ทำเอาผมเสียหายเสียเวลา ใน “วงจรธุรกิจเพลง” อยู่นานเป็น 10 กว่าปีเลยทีเดียว ..เวลา 10 กว่าปีสำหรับบางคน อาจนานเกินกว่าที่จะรอ แต่สำหรับคนที่ “รู้สึกตัวช้า” กับเรื่องทำนองนี้ นั่นเพราะลุ่มหลงแต่คำว่าอยากสร้าง อยากทำ มากกว่าจะนึกถึงอย่างอื่น พลังความคิดนี้ จึงผลักหลังผม ให้เดินไปข้างหน้าอย่างเดียว ไม่เหลียวหลังระวังตัว อย่างเก่งก็แค่หยุดพักตอนเงินลงทุนหมด แล้วก็ลุกไปต่อไป เล่นกับแบบ “มวยวัด” มั่วๆซั่วๆ ไร้คนเป็น “พี่เลี้ยง” คอยชี้นำ

.. ความที่ต้อง “คิดคนเดียว ทำคนเดียว” เป็นส่วนใหญ่ในหลายๆช่วงเวลา ส่งผลให้เรารู้ และกล้าที่จะตัดสินใจในหลายเรื่องไปเอง

..จำได้แม่นว่าตอนปี 2549 ผมบ้าบิ่นขนาดจะผลิตอัลบั้มในค่ายเพลงเก่าของตัวเอง หลายอัลบั้มด้วยกัน ใครที่จำได้ว่า ปี 2549 มีเหตุการณ์ที่คนสติดี จะไม่ออกผลงานในช่วงเวลาเช่นนี้ เราเจอการกู้ชาติครั้งแรก ของคุณ “สนธิ ลิ้มทองกุล” , เจอเทศการ ฟุตบอลโลก และตบท้ายด้วยการรัฐประหารโดย คมช. ..ซึ่งผมไม่โทษสิ่งใดเลย เพราะเข้าใจเป็นทุนอยู่แล้วว่า.. เหตุการณ์ขัดแย้งทางสังคม และการเมืองต่างๆ ถ้าหนักและกินเวลา ย่อมส่งผลกระทบโดยตรง ต่อเศรษฐกิจ และความ “สน อก สน ใจ” ของคนในเรื่องบันเทิงอยู่แล้ว

.. แต่ก็อย่างที่ว่า ทำเพราะอยากทำ ทำเพราะไม่รู้ เลยไม่มีความกลัวกังวลใดใด ในหัวไม่มีคำว่า “แผนธุรกิจ” หรือ “ยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์” ที่สุดก็คือแทบจะหมดตัว ..ผลงานต่างๆขายได้น้อย ที่มากคือ “ของเหลือ” ที่เมื่อนำมาเทกองๆกัน สูงไม่แพ้ภูเขาลูกเตี้ยๆกันเลยทีเดียว

.. ผมเคยใช้เวลาในการนั่งเหม่อมอง “ผลงานที่ขายไม่ได้” ของตัวเอง ..ผมเคยนั่งนับมันทีละปกอัลบั้ม ..ผมเคยนั่งดูลังที่ใส่ และจดจำข้อความข้างๆลังได้ไม่มีตกหล่น ..ผมมีเวลามากพอที่จะสำรวจ “เนื้อเทปกาวใส” ที่บริษัทจัดจำหน่าย ติดมาเพื่อปิดปากลัง ไม่ให้ผลงาน CD ที่ “ขายไม่ออก” ของผม ร่วงหล่นระหว่างการส่งคืน !

.. “ .. สนุกดีนะ ..” ผมมักพูดกับตัวเองอย่างนั้น เวลาที่เรารู้แล้วว่า เรากำลังจะเป็นคนไม่มีเงิน เรากำลังจะหมดตัวชั่วขณะ และอาจจะไม่เหลือความน่าเชื่อถือใดใด ที่จะไปคุยหรือขอเครดิตจากใคร ..แม้แต่เพื่อนบางคน ที่เราเคยช่วยเหลือมาแต่ก่อน ..ก็ตาม

.. เด็กๆรุ่นใหม่ๆ เวลามาบ่นให้ผมฟัง ว่างานเพลงของตนเองขายไม่ได้ ไม่มีวางจำหน่ายตามร้าน ทดท้อใจอย่างนั้น เหนื่อยหน่ายอย่างนี้ อยากหยุด ..ผมมักให้กำลังใจเขากลับไปว่า… “ … ถ้ายังเจ๊งไม่ถึง 5 ชุด อย่าเพิ่งบ่น คุณยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ ! …”

.. บางทีการเจ๊งบ่อยๆ ให้ฟ้าให้ดินเห็น และเชื่อว่าเราเอาจริงกับสิ่งที่เราทำ มันอาจเป็น “ใบเบิกทางชีวิต” ก็ย่อมได้ ผมเชื่อแบบนี้นะ ผมเชื่อ เพราะผมผ่านตรงนี้มาได้ โดยที่ผมก็ไม่รู้ตัวมาก่อน เพียงแต่ว่าสิ่งที่ผมทำ มันหล่อหลอมและปรับตัวเองไปโดยอัตโนมัติ ผมกลายเป็นคนแม่นยำขึ้น คลำทางถูกขึ้น แม้จะเดินในที่มืด หรือปิดตาเดินในที่สว่าง ผมก็มักเห็น “ทางรอด” ลางๆ อาจไม่เด่นชัดมาก แต่ผมก็พอคลำไปได้ ไม่ทำให้ต้องเดิน “ตกขอบชีวิต” ซ้ำเก่า

.. ในวันที่ผมพอรู้ทิศทางของตัวเองแล้ว ผมเห็น “ตัวตน” ของตัวเองในกระจก ผมพ่นคำถาม ถามตัวเองอยู่หลายครั้ง แท้จริงแล้ว ที่ว่ารู้ “ทางรอด” ผมรอดในแบบ “นักสร้างสรรค์” หรือรอดในแบบ “นักธุรกิจ” ?!

.. และผม ชอบจะเป็นแบบไหน มากกว่ากัน ?!

1044516_535622499831711_859598648_n

.. อดีต ผมเคยไม่ได้เรื่องมาหมดแล้วทั้งสองแบบ ถ้าเป็นนักธุรกิจ คนเก่งๆที่สอนให้ผมเดินตาม เขาบอกผมว่า ในมือต้องกำถุง ไว้สำหรับใส่ “เงินกำไร” เท่านั้น อย่าไปคิดเรื่องอื่น โดยเฉพาะเรื่องที่เสี่ยงต่อการ “ขาดทุน” การทำในสิ่งที่เสี่ยงขาดทุน ไม่ใช่วิสัยของ “นักธุรกิจ” ที่ดี ..แน่นอน ผมเชื่ออย่างนั้น และมั่นใจว่าผมคงเป็นนักธุรกิจที่ดีไม่ได้

“… นักธุรกิจที่ดี จะไม่ทำในสิ่งที่เสี่ยงต่อการ “ขาดทุน” …” ย้ำคำนี้ไว้ในหัว แล้วแบบที่เหลือล่ะ มันยังพอจะใช่ผมไหม ? ..มันโก้หรูพิลึก คำว่า “นักสร้างสรรค์” จริงหรือที่ผมจะเป็นแบบนี้ได้ ผมเชย ผมล้าสมัย ผมอ่อนเรื่องเทคโนโลยี่ ในวันที่มีการใช้อีเมล์ในการส่งงาน หรือส่งเดโมเพลง เพื่อให้นักร้อง หรือคนทำดนตรีไปทำต่อ ..ผมยังไม่มีอีเมล์เป็นของตัวเองเลย ?!

.. ในปี 2550 ผมไม่รู้ด้วยซ้ำอะไรคืออีเมล์ เปิดใช้ยังไง มีแล้วได้ประโยชน์อย่างไร ?! ..ผมยังคงส่งเดโมเพลง โดยการอัดเสียงลง “เทปคาสเซ็ท” เป็นเทปเปล่าราคาม้วนละ 35 บาท อัดใส่ลงเครื่องอัดเสียงขนาดพกพา ที่เราเรียกกันว่า “ซาวน์เบาท์” เสร็จแล้ว ก็นำเอ “เดโมเทป” ขับรถไปส่งให้นักร้อง หรือคนเรียบเรียงดนตรีเองกับมือ

.. ใครทำงานกับผมตอนนั้น บ่นกันทุกคนว่า.. “.. เสียเวลา ฉิบหาย เลย ! ต้องไปหาเครื่องเล่นเทป มาเปิดฟังอีก .. “ บางคนเช่นพี่นก (ชีพชนก ศรียามาตย์) ต้องไปฟังเดโมของผมในรถของเพื่อน เพราะรถของเขา หรือในบ้าน ไม่มีเครื่องเล่นเทปแล้ว ..คุณลองคิดดู ตอนนั้นปี 2550 แล้วนะ ผมยังไม่รู้จัก..อีเมล์ ?! ผม “โลวไอที” ขนาดนี้เลยหรือ ?!

.. แต่มันจริงที่สุดเลยครับ

1044556_535454009848560_1663086908_n

 ติดตามผลงานต่างๆของเขาได้ที่ https://www.facebook.com/classyfanclub

แสดงความคิดเห็น

บทความเทคโนโลยี

ทำไม Windows 10 Pro​ ถึงทำให้การใช้งานคอมพิวเตอร์ปลอดภัยขึ้น

Published

on

Windows 10 Pro เป็นวินโดวส์ที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่ไมโครซอฟท์เคยสร้างมานะครับ มาพร้อมคุณสมบัติที่ครบครันสำหรับมือโปรอย่างแท้จริง ทั้งเครื่องมือการจัดการคุณภาพสูงและโซลูชั่นที่ปรับใช้งานให้เข้ากับองค์กรต่างๆ ได้ง่าย รวมถึงฟีเจอร์ที่ช่วยให้การใช้คอมพิวเตอร์ทำได้ง่ายและสะดวกกว่าเดิม ที่สำคัญ Windows 10 มีฟีเจอร์การรักษาความปลอดภัยใหม่ล่าสุดและยอดเยี่ยมที่สุดจากไมโครซอฟท์เสมอ ช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญของคุณด้วยการป้องกันและการควบคุมระดับองค์กร วันนี้แบไต๋จึงขอเจาะรายละเอียดกันสักนิดว่า Windows 10 Pro มีความสามารถอะไรที่น่าสนใจบ้าง

Windows 10 Pro ของดีไม่ต้องพูดเยอะ ลองเถอะแล้วจะเลิฟ​

​พัฒนามาให้ใช้งานได้ดีขึ้น ​

Windows 10 Pro ก็ยังเป็นวินโดวส์ ระบบปฏิบัติการที่คนส่วนใหญ่ในโลกใช้และหลงรัก แต่ใส่เทคโนโลยีล่าสุดเพื่อให้ทำงานได้ดีขึ้น อย่างเทคโนโลยีที่ช่วยให้คุณเปิดเครื่องและเริ่มใช้งานได้อย่างรวดเร็ว หรือฟีเจอร์การรักษาความปลอดภัยในตัวที่มากกว่าเดิม เพื่อช่วยปกป้องคุณจากภัยคุกคามที่เป็นอันตราย​

รักพี่เสียดายน้อง ทำไมต้องสลับจอไปมาให้เสียเวลา​

Windows 10 ให้คุณสามารถใช้งาน 4 โปรแกรมบนหน้าจอได้พร้อมกัน นอกจากนี้การแจ้งเตือนและการตั้งค่าหลักทั้งหมดของคุณยังถูกรวบรวมไว้บนหน้าจอที่เข้าถึงง่ายหน้าจอเดียวได้อีกด้วย​

จะดีแค่ไหนถ้าคอมฯ จำหน้าเจ้าของได้​

เครื่องที่ติดตั้ง Windows 10 ของคุณจะจำคุณได้ Windows Hello ช่วยให้เครื่องทักทายชื่อคุณและส่องแสงเพื่อแสดงว่าจำคุณได้ ทำให้คุณไม่ต้องจดจำหรือป้อนรหัสผ่านอีกต่อไป​

มันส์สุดติ่งกับเกมและ Xbox ได้แบบต่อเนื่อง​

เล่นเกมส์ Xbox One บน Windows 10 ของคุณ โดยใช้คุณลักษณะ Game DVR เพื่อบันทึกการเคลื่อนไหวของสุดยอดฮีโร่ของคุณ และส่งต่อการเคลื่อนไหวนั้นให้เพื่อนคุณได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากเกม​

Windows 10 Pro มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเทพ “BitLocker” และ “Windows Defender”

BitLocker คือการเข้ารหัสไดร์ฟหรือ Drive Encryption ซึ่งจะช่วยปกป้องข้อมูล ในคอมพิวเตอร์ของคุณจากการสูญหาย โดนขโมยหรือถูกเจาะโดยแฮกเกอร์ ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลจะไม่ถูกเจาะแม้ระบบจะอยู่ในโหมดออฟไลน์​ บุคคลที่มีคีย์การเข้ารหัสลับ (เช่น รหัสผ่าน) ที่ถูกต้องเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าถึงข้อมูลในเครื่องได้ ความปลอดภัยที่เพิ่มเติมมานี้ยังมีเรื่องของการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน (หรือ Multifactor Authentication) และการประกันเครื่องว่าจะไม่เริ่มทำงานหรือให้บริการหาก PIN ไม่ถูกต้องหรืออุปกรณ์คีย์ไม่ถูกเสียบต่อเข้ากับเครื่องทุกกรณี​

BitLocker จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการคุกคามโดยผู้ไม่หวังดี โดยจะทำการเข้ารหัสไฟล์และปกป้องระบบทั้งหมด และ BitLocker ยังแปลงข้อมูลของคุณไม่ให้เข้าถึงได้โดยผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ถูกต้องตลอดเวลาแม้คุณจะขายเครื่องไปแล้วก็ตาม​

Windows Defender ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงที่ปกป้องคุณจากการโจมตีทางไซเบอร์ ช่วยปกป้องเครื่องของคุณให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ เช่น ไวรัสหรือมัลแวร์ที่พบในอีเมล แอปฯ และเว็บไซต์ในแบบเรียลไทม์ พร้อมตรวจจับเสาะหาต้นตอของการโจมตีโดยอัตโนมัติ และตอบโต้การโจมตีอย่างฉับพลัน โดยใช้ระบบการตรวจหาขั้นสูง ระบุหาช่องโหว่ที่ข้อมูลรั่ว และลำดับงานแก้ไขโดยอัตโนมัติ ตลอดจนปรับปรุงนโยบายความปลอดภัยของตัวเองอย่างต่อเนื่อง และยังสามารถตั้งค่าความสามารถต่างๆ ของ Windows Defender ได้เอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น​

หากเราหมั่นอัปเดต Windows อยู่เสมอ ก็จะมั่นใจได้ว่าจะได้รับการป้องกันที่ทันสมัย ใช้งานได้อย่างสบายใจไร้กังวลยิ่งกว่าที่เคย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม​

Windows 10 ติดตั้งง่าย ลงได้ด้วยตัวเอง​

เพียงใส่แผ่นซีดีสำหรับติดตั้ง และกรอก Product Key ที่อยู่บนซองผลิตภัณฑ์ แล้วทำตามขั้นตอนจนเสร็จสิ้น จากนั้นก็เพียงแค่ทำการตั้งค่าต่างๆ หรือจะเลือกใช้งาน Express Setting ก็ได้ เพียงเท่านี้คุณก็พร้อมสัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่าจาก Windows 10 Pro ได้ทันที ​

Windows 10 Pro จึงเหมาะกับองค์กรขนาดเล็ก ผู้ใช้งานระดับโปร บรรดาเกมเมอร์ที่ต้องการความเร็วแรงเต็มประสิทธิภาพ และคนที่เลือกใช้คอมประกอบ Windows 10 Pro ช่วยเติมเต็มประสิทธิภาพให้คอมพิวเตอร์ของคุณ ตอบโจทย์ได้ครบทั้งในเรื่องของสมรรถนะและความปลอดภัย ให้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือกว่า ด้วยการใช้งานในแบบที่คุณคุ้นเคย แต่ให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิม ตอบสนองรวดเร็วทันใจ ปลอดภัยมากขึ้น พร้อมรองรับการอัปเดตตลอดเวลา บอกลาการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนที่สร้างปัญหากวนใจ เจาะจงเลือกใช้ Windows 10 Pro ของแท้ คุ้มกว่าแน่นอน ​

​ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คลิก Microsoft.com

(Advertorial)

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Game Tips

‘Spider-man’ กับ 5 เทคนิคง่าย ๆ ที่จะทำให้ชีวิตไอ้แมงมุมสบายขึ้น

Published

on

ในที่สุดเกม Spider-man ที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอก็ได้ฤกษ์ออกมาโลดโผนโจนทะยานบนเครื่อง PS4 กันซะที ถึงแม้เกมจะดี ภาพก็สวย เนื้อเรื่องก็เจ๋ง แต่เราเดาว่าคงมีเกมเมอร์จำนวนไม่น้อยที่เผลอสบถออกมาว่า “ทำไมไอ้แมงมุมมันเปราะอย่างนี้ฟะ!!?” อยู่บ่อย ๆ เพราะมัวแต่ตายแล้วตายอีกกับแก๊งโจรมุมตึกอยู่นั่นแหละ วันนี้เราจึงจะมาขอแชร์ 5 ทิปง่าย ๆ ที่จะทำให้ชีวิตซูเปอร์ฮีโร่ของคุณสบายขึ้นและโหนใยได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล ว่าแล้วก็มาเริ่มเทรนกันเถอะ!

เอ๊ะ? ลืมแกดเจ็ตอะไรก่อนออกจากบ้านรึเปล่านะ?

1. ใช้แกดเจ็ตแมงมุมอย่าให้ขาด

ก่อนจะสั่งให้สไปเดอร์แมนถลาเข้าไปแลกหมัดกับวายร้ายให้ตายกันไปข้าง กรุณาหยุดพักซักนิดแล้วกดปุ่ม L1 ขึ้นมาซักหน่อย คุณอาจจะลืมไปว่านอกจากพระเอกของเราจะมีกำปั้นและบาทาเป็นอาวุธแล้ว เขายังมีแกดเจ็ตไฮเทคมากมายที่สามารถช่วยเบาแรงในการต่อสู้ได้เพียบ ไม่ว่าจะเป็น Trip Mine ที่สามารถตรึงศัตรูได้ในนัดเดียว Electric Web ที่จะช็อตศัตรูให้ชะงักเสียจังหวะ หรือ Spider drone ที่ทำหน้าที่เป็นแมงหวี่แมงวันยิงป่วนศัตรูได้ดีมาก

อุปกรณ์พวกนี้จะช่วยลดจำนวนศัตรูที่แห่เข้ามารุมกระทืบคุณพร้อม ๆ กันในทีเดียว ลดโอกาสที่คุณพี่สไปเดอร์จะโดนภารตะสามัคคีจากศัตรูทั้งแก๊งจนแบนติดรองเท้า แม้แต่การยิงกระสุนใยแมงมุมแบบธรรมดาก็ยังมีประโยชน์กว่าที่เห็น เพราะหากเป้าหมายของคุณยืนอยู่ติดกับกำแพง หมอนั่นจะโดนใยตรึงร่างติดผนังโดยอัตโนมัติ ช่วยประหยัดเวลาและเลือดที่คุณต้องใช้ในการแลกหมัดกับศัตรูไปได้เยอะ

ชิมหมัดลอยฟ้าซะ!

2. ลุยอย่างฉลาดอย่าสิ้นคิด!

เกมเมอร์ที่เคยเล่นเกมแบทแมนซีรี่ส์ Arkham มาก่อนคงจะสังเกตเห็นความละม้ายคล้ายคลึงระหว่างระบบการต่อสู้ของมนุษย์ค้างคาวและไอ้แมงมุม (เน้นกดโจมตีสลับกับกดหลบเพียง 2 ปุ่ม) แต่จุดที่ต่างกันสุด ๆ ก็คือไอ้แมงมุมของเราไม่มีเสื้อเกราะหนาราคาแพงแบบเฮีย Bruce Wayne ดังนั้นกรุณาอย่าวิ่งเปรี้ยวเข้าไปรัวปุ่มเตะต่อยกลางดงศัตรูแบบไม่คิด เพราะเปอร์เซ็นต์ที่คุณจะโดนหามใส่เปลกลับมานั้นสูงมาก พยายามควบคุมสถานการณ์ด้วยการต่อยเสยคางศัตรู (กดปุ่มสี่เหลี่ยมค้างไว้) แล้วพาตัวเองขึ้นไปอยู่กลางอากาศให้บ่อยที่สุด เพราะมันจะทำให้ศัตรูคนอื่นอัดโดนคุณได้ยากขึ้น

แบนซะเถอะพวกเอ็ง

นอกจากนี้ให้พยายามกวาดตามองหาฝาท่อ ประตูรถ ถังขยะ หรือแม้แต่ระเบิดที่ศัตรูปามาและมีไอคอน <L1.R1> ปรากฏให้เห็น คุณสามารถใช้ของพวกนี้เขวี้ยงอัดศัตรูให้พวกมันล้มกลิ้งโล่โค่ได้โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงเข้าไปโดนบาทาซะเอง ท่าเขวี้ยงของพวกนี้ยังมีหลายแบบ หากสไปดี้ยืนอยู่บนพื้น เขาจะใช้ใยเหวี่ยงของฟาดศัตรูทุกคนรอบตัวก่อนจะขว้างใส่เป้าหมาย (มีประโยชน์มากหากมีสกิล Hazard Zone เสริมไปด้วย) ในขณะที่หากอยู่กลางเวหา เขาจะเหวี่ยงของอัดศัตรูเป้าหมายรายเดียวทันที ช่วยลดโอกาสที่จะโดนยิงสวนไปได้เยอะ

ต่อยให้ตายก็ไม่โดนตูหรอก ยะฮู้

3. ติดท่า Dodge ท่า Yank ให้ไว

สกิลที่มีประโยชน์สุด ๆ และควรค่าแก่การช้อปปิ้งมาใช้เป็นสกิลแรก ๆ คือท่า “Perfect Dodge” ซึ่งจะทำให้ไอ้แมงมุมยิงใยสวนใส่หน้าโจรทันที่เขาหลบได้แบบฉิวเฉียด แม้มันจะไม่ได้สร้างความเสียหายใด ๆ แต่มันจะช่วยลดจำนวนคู่อริที่เข้ามารุมสกรัมสไปเดอร์แมนออกไปหนึ่งคนเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้มันยังเป็นสกิลแรก ๆ ที่คุณสามารถซื้อได้ทันทีโดยใช้แต้มสกิลพอยท์เพียง 1 แต้มเท่านั้น ส่วนสกิลอื่น ๆ ที่น่ากดเอาไว้ใช้ก็คือท่าตระกูล Yank ทั้งหลาย เริ่มจากท่า Air Yank ที่จะทำให้สไปดี้สามารถใช้ใยฉุดศัตรูขึ้นจากพื้นในระหว่างที่เขาลอยอยู่กลางอากาศ ทำให้คุณออกคอมโบลอยฟ้าต่อได้เลยโดยที่เท้าไม่แตะพื้น ส่วนท่า Yank อาวุธศัตรูก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน เพราะมันจะช่วยให้คุณสามารถปลดอาวุธปืนในมือคู่อริแถมยังนำมาเขวี้ยงอัดมันกลับได้ และหาก Yank แค่ปืนยังไม่สะใจ คุณยังสามารถซื้อท่า Web Throw และ Wrecking Ball เพื่อนำศัตรูที่โดนมัดใยมาเหวี่ยงเป็นลูกตุ้มอัดเพื่อนของมันเลยก็ได้

วันนี้ออกไปอู้ที่ไหนดีหว่า

4. เถลไถลให้บ่อยแล้วจะดี

จริงอยู่ที่การมุ่งตะบี้ตะบันทำภารกิจเนื้อเรื่องจะช่วยให้คุณได้ค่าประสบการณ์อย่างรวดเร็ว แต่การไล่เก็บ Token สารพัดแบบจากการทำภารกิจเสริมก็จำเป็นนะ เพราะคุณสามารถนำ Token พวกนี้มาใช้อัพเกรดแกดเจ็ตยิงใยทั้งหลายแหล่ รวมทั้งซื้อของพิเศษแต่งชุดให้สไปดี้ได้ด้วย (เกราะลดความเสียหายจากกระสุน, ศัตรูมองเห็นตัวคุณยากขึ้นยามลอบเร้น, ท่าต่อยแรงขึ้นชั่วคราวเมื่อหลบได้แบบฉิวเฉียด ฯลฯ) เรารับประกันได้เลยว่าของชิ้นเล็กชิ้นน้อยพวกนี้จะช่วยให้คุณหายใจหายคอได้สะดวกขึ้นเยอะ

อยากได้ชุดใหม่ก็ต้องออกไปรับจ๊อบเสริมบ้างนะ

ที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องใช้ Token พวกนี้เพื่อปลดล็อคชุดคอสตูมสุดเท่แบบใหม่ ๆ ของไอ้แมงมุมด้วย ชุดพวกนี้นอกจากจะดูเจ๋งแล้ว (โดยเฉพาะ Velocity Suit และ Negative Suit) มันยังมาพร้อมกับท่าไม้ตายไม่ซ้ำแบบด้วย อาทิเช่น ท่าเรียกโดรนจิ๋วออกมาช่วยช็อตศัตรู, ท่าปล่อยตัวปลอมออกมาป่วนให้งง, หรือท่างอกขาแมงมุมเหล็กออกมาฟาดศัตรูให้หงายหลัง เป็นต้น นอกจากนี้ภารกิจเสริมยังมักจะมาพร้อมกับเรื่องราวย่อย ๆ ฉบับจบในตอนหรือ Easter Egg สนุก ๆ สำหรับแฟนพันธุ์แท้สไปดี้ด้วย ทั้งสนุก ทั้งดี มีของให้ขนาดนี้ ก็อย่าลืมเถลไถลออกไปเล่นกันนะจ๊ะ

โห่ฮี้โห่ฮี้โห่วววว

5. ออกไปโหนใยแบบมีสไตล์สิ สนุกดีนะ

99.99% ของเวลาที่คุณใช้ในการเดินทางไปทำภารกิจก็คือการโหนใยไปตามแนวตึกระฟ้า ดังนั้นไหน ๆ ก็ต้องโหนทั้งทีทำไมเราถึงไม่โหนให้ดูดีมีสไตล์ล่ะ? กฎข้อแรกของการโหนใยก็คืออย่าลืมกดปุ่มกระโดด (ปุ่ม X) ทุกครั้งที่คุณโหนจนถึงจุดสูงสุด มันจะช่วยส่งร่างสไปเดอร์แมนให้ลอยละล่องไปบนฟ้าได้สูงขึ้นอีกและยังเพิ่มแรงส่งให้เขาไปได้เร็วขึ้นด้วย ข้อที่สองคือพยายามกดปุ่ม L2 และ R2 พร้อมกันในยามที่คุณเห็นขอบเห็นมุมตึกรามบ้านช่องต่าง ๆ สไปดี้จะยิงใยออกไปฉุดร่างตัวเองให้พุ่งไปข้างหน้า ทันทีที่ขาของเขาแตะพื้นให้คุณกดกระโดดต่อทันที เพียงเท่านี้สไปดี้ก็จะกระโจนออกไปด้วยความเร็วสูงสุดประหนึ่งลูกกระสุน เหมาะอย่างยิ่งหากคุณต้องการทำเวลาหรือไล่ตามศัตรูให้ไวที่สุด

อย่าลืมใช้ท่าโหนใยหลาย ๆ แบบเพื่อให้สไปดี้พุ่งไปให้เร็วที่สุดนะจ๊ะ

หากคุณมีค่าสกิลพอจะเจียดได้ซักแต้มสองแต้ม เราอยากให้คุณลองซื้อท่า Air Tricks มาใช้งาน แม้มันจะไม่ได้มีประโยชน์ในการต่อสู้ซักนิดแต่มันจะช่วยให้การโหนใยของคุณเพลิดเพลินขึ้นมาก เพราะคุณจะสามารถควบคุมสไปเดอร์แมนให้โชว์ลีลากายกรรมเปียงยางกลางเวหาได้ ไม่ว่าจะเป็นการม้วนหน้าม้วนหลัง ม้วนซ้ายม้วนขวา (แถมยังได้รางวัลเป็น XP เล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยนะ) สุดท้ายนี้เราขอแนะนำให้คุณใช้ฟีเจอร์ Fast Travel ในเกมนี้ดูบ้าง ถึงมันจะไม่ตื่นเต้นหวาดเสียวเท่าเวลาโหนใย แต่คุณจะได้เห็นสไปเดอร์แมนทำตัวเปิ่น ๆ ในรถไฟใต้ดิน อย่างเช่น ยืนจิ้มมือถือแบบไม่สนใจโลก, โดนผู้โดยสารท่านอื่นนอนเอาหัวมาเกยไหล่ หรือยืนโยกหัวตามเสียงเพลงมือถือของคนข้าง ๆ เป็นต้น ฉากขำ ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้แหละที่ทำให้เราหลงรักสไปเดอร์แมน และทำให้เรารู้ว่าทีมพัฒนาเกม Insomniac Games ก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ฮีโร่คนนี้ดี ๆ นี่เอง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บทความเทคโนโลยี

5 เรื่องขัดใจใน iPhone Xs ที่คุณควรรู้ไว้ก่อน จะได้ไม่ช้ำใจทีหลัง!

Published

on

หลังจากที่ iPhone Xs และ iPhone Xs Max เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ (มั้ง) ไปเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา รายละเอียดของ iPhone Xs สามารถอ่านได้จากข่าวเก่าของแบไต๋ แต่บทความนี้เรามาวิเคราะห์เรื่องขัดใจของ iPhone Xs กันดีกว่าครับว่า 5 เรื่องที่เราขัดใจกับ iPhone Xs จะมีอะไรบ้าง

1. ตระกูล iPhone Xs มีเลนส์ชุดเดิม การจัดวางก็เหมือนเดิม เปลี่ยนแค่เซนเซอร์

ในขณะที่ 1 ปีบนโลกกล้องของ Android นั้นปรับปรุงไปเยอะมาก เราเห็น Huawei P20 Pro สามารถถ่ายภาพที่มืดได้อย่างแจ่ม หรือมือถือ Vivo, OPPO พัฒนาเรื่องการถ่าย Portrait ไปมากจนมือถือราคาหมื่นกว่าๆ ก็สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างเป็นธรรมชาติ (กล้าพูดเลยว่าสวยกว่า iPhone X เวลาถ่ายคนแน่นอน)

แต่หนึ่งปีของ iPhone Xs เปลี่ยนแปลงแค่เซนเซอร์รับภาพตัวใหม่ กับส่วนประมวลผลภาพในชิป A12 เท่านั้น ถึงจะได้ฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอที่สามารถปรับ f-stop ได้ด้วยซอฟต์แวร์ (ที่มือถือจีนทำมาได้หลายปีแล้ว) หรือการทำงานของ Smart HDR ที่จัดการแสงในภาพได้ดีขึ้น แต่เรื่องที่แอปเปิ้ลเน้นน้อยมากในงานเปิดตัวคือความสามารถในการถ่ายในที่แสงน้อย ซึ่งคาดว่าจะสู้ฝั่ง Android ไม่ได้แน่นอน

นอกจากนี้เรื่องกล้องหน้าที่สเปคมาเหมือนเดิมเลย ก็ต้องวัดกันต่อไปว่าซอฟต์แวร์จะช่วยปรับปรุงคุณภาพได้แค่ไหน

2. จุดอ่อนของ iPhone X มียังไง iPhone Xs ก็มีเหมือนเดิม

ในขณะที่ฝั่ง Android เลียนแบบรอยบากของ iPhone X จนลดขนาดรอยบากลงไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ได้ดีไซน์จอเต็มแบบไม่มีบากไปแล้ว หันไปซ่อนกล้องแทน กลับมาที่มือถือต้นแบบอย่าง iPhone Xs นั้นไม่มีการปรับอะไรเกี่ยวกับรอยบากเลย ไม่มีการลดขนาดลง หรือทำให้มันดีขึ้นแต่อย่างใด ถ้าพูดกันตรงๆ รอยบากของ iPhone Xs กลายเป็นดูเทอะทะไปแล้วในตอนนี้ เสียพื้นที่จอมาก การแสดงไอคอนระบบก็ทำได้ไม่ครบ พี่แอปเปิ้ลไม่คิดจะทำให้มันดีขึ้นจริงๆ เหรอ

ส่วนเรื่องสแกนลายนิ้วมือ หลายคนใช้ iPhone X ก็ว่ามันไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว แต่เราก็ยังอยากให้มีอยู่ดีนะ ถ้าสามารถมีทั้งสแกนหน้าและสแกนลายนิ้วมือได้ก็ดี มันสะดวกขึ้นอีกเยอะ

3. ไม่แถมหัวแปลง Lighting เป็น 3.5 mm แล้ว นี่ไม่ใช่มือถือราคาถูกๆ นะ

หลังจากแอปเปิ้ลตัดช่องหูฟังออกจนเป็นเหตุการณ์ช็อคโลกใน iPhone 7 และสร้างวัฒนธรรมเลียนแบบที่ไม่ดีจนมือถือหลายรุ่นก็ตัดช่องนี้ตาม ไม่เว้นแม้แต่ Google Pixel ซึ่งเราเคยให้ความเห็นไปแล้วว่ามันเป็นเรื่องมักง่ายของคนทำมือถือ ก็พอใส่ช่อง 3.5 mm มันทำให้ออกแบบมือถือยาก ก็เลยตัดทิ้งแม่มเลย แล้วให้คนใช้ไปหาทางดิ้นรนเอา

ซึ่งตอนแรกแอปเปิ้ลก็ทำแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยแถมสายแปลง Lighting เป็น 3.5 mm อยู่ แต่ iPhone ชุดใหม่ที่ขายในปีนี้ดันไม่แถมสายตัวนี้แล้วครับ ผู้ใช้ก็ต้องใช้ EarPods แบบ Lighting ที่แถมให้ในกล่อง หรือก็ต้องหาซื้อหูฟังไร้สายมาใช้แทน หรือถ้าจะซื้อหัวแปลงตัวนี้ แอปเปิ้ลก็ยังขายในราคา 390 บาทนะ คุณบร๊ะ

สำหรับคนที่ชอบมาเถียงว่าไม่มีรู 3.5 mm มันดีอย่างนั้นอย่างนี้ ใช่ครับมันอาจจะดีขึ้นในบางเรื่อง แต่มันก็ต้องเสียเงินมากขึ้น จากเดิมที่คุณสามารถพกหูฟังตัวเดียวใช้กับอะไรก็ได้ ใช้กับเครื่องเล่นเพลง หรือเครื่องเกมก็ได้ แต่ตอนนี้คุณต้องพกหูฟัง 2-3 ตัวสำหรับงานต่างๆ มันใช่เรื่องไหม พก EarPods แบบ Lighting มันก็เสียบกับ Nintendo Switch ไม่ได้ ก็ต้องพกอีกเส้น หรือต้องไปหาหัวแปลง 3.5 mm มาใช้ ที่ไม่ได้แถมแล้ว

4. เมื่อไหร่จะทำให้ชีวิตคนใช้ดีขึ้น แถมแต่ที่ชาร์จที่กากที่สุดในโลกมาให้

คุณรู้หรือไม่ว่าตั้งแต่ iPhone 8 และ iPhone X แอปเปิ้ลได้ใส่ระบบชาร์จเร็วมาให้ด้วย โดยแอปเปิ้ลเคลมว่าสามารถชาร์จได้ 50% ใน 30 นาทีเท่านั้น แต่ดูสิ่งที่คุณได้ในกล่องสิครับ หัวชาร์จ 5V 1A หรือหัวชาร์จ 5W ที่แม้แต่มือถือ Android ราคาไม่กี่พันยังแถมที่ชาร์จแบบ 10W ที่จ่ายไฟได้มากกว่าหัวชาร์จกากๆ ของ iPhone ได้เท่าตัว หอยหลอด!

ถ้าคุณต้องการชาร์จเร็วบน iPhone Xs หรือ iPhone Xr (รวมถึง iPhone X และ iPhone 8) คุณต้องซื้อ 2 อย่างนี้ครับ

  1. สายชาร์จแบบ USB-C to Lighting ราคา 690 บาท
  2. หัวชาร์จ 30 Watt แบบ USB-C ราคา 1,700 บาท (หรือจะใช้หัวชาร์จ USB-C อื่นๆ ที่จ่ายไฟตามมาตรฐาน USB-PD ได้ เช่น Innergie PowerGear 60C ที่เราเคยรีวิวไป)

สรุปคุณต้องจ่ายเพิ่มอีกเกือบ 2,400 บาทสำหรับฟีเจอร์การชาร์จเร็ว นี่แอปเปิ้ล นายก็ตัดหัวแปลง Lighting to 3.5 mm ไปแล้ว จะเอางบมาแถมหัวชาร์จที่ดีขึ้นให้ผู้ใช้ไม่ได้เหรอ ต้องปล่อยให้คนใช้โทรศัพท์ราคา 30,000 บาท ต้องชาร์จช้าที่สุดในโลกแบบนี้เหรอ

5. ถ้าใช้ iPhone X อยู่แล้ว อย่าไปซื้อเลย iPhone Xs มันแทบจะเหมือนเดิม

อันนี้ถือเป็นเรื่องดีๆ สำหรับผู้ใช้ iPhone X ก็ได้ เพราะนอกจากชิป Apple A12 ตัวใหม่แล้ว ความสามารถของ iPhone Xs นั้นคล้ายเดิมมาก จนไม่ต้องซื้อใหม่ก็ได้ครับ เก็บเงินไว้รอดู iPhone ปีต่อไปเถอะ

ปิดท้ายแก้เครียด

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!