Connect with us

บทความ

“นักสร้างสรรค์” ต่างกันกับ “นักธุรกิจ” / ตอนที่ 3

Published

on

โดย แจ๊ค รัสเซล

ตอนที่ 1   ตอนที่ 2

.. แต่ในที่สุด  ไม่นานจากนั้น  เราก็ต้องหัดเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างบนแป้นคอมพิวเตอร์  หัดใช้ให้คล่อง  ผลที่ได้จึงช่วยให้เรา “ประหยัด” ทุกสิ่งทุกอย่าง  ย่นเวลาในการเดินทาง  กำลังเงิน  เอาเวลาที่เหลือ  ไปสร้างสรรค์ทำเรื่องอื่นๆได้อีกมหาศาล

.. ขำตัวเอง  ตอนผมมีคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ  แรกเลยมาจากการที่  ได้มีโอกาสไปนั่งทำงาน  ในตำแหน่งที่อาจจะใหญ่โตหน่อย  ในค่ายเพลงเปิดใหม่  ..สำนักงานอยู่ที่ตึกช้าง  ย่านรัชโยธิน   เขาจัดโต๊ะเก้าอี้  ห้องหับสำหรับทำงาน  และคอมพิวเตอร์ส่วนตัวมาให้ใช้งานหนึ่งชุด
.. ผมปล่อยไว้อย่างนั้นไม่เคยเปิดคอมเลย – หลายวัน ?

1947885_815422658471404_1807760652_n

.. วันหนึ่งเจ้าของบริษัท  ถามผ่านเด็กในตำแหน่งช่างกล้องมาถึงผมว่า … “.. คุณป๊อก เขาเปิดคอมใช้บ้างหรือเปล่า  หรือคอมเสีย  ทำไมมากี่ที  ก็ไม่เคยเห็นเปิดใช้งาน …”  ผมตอบน้องคนที่ทำหน้าที่เป็น “เด็กส่งคำถาม”  กลับไปอย่างคนไม่มีฟอร์มว่า.. “.. ผมเปิดไม่เป็น  ก็เลยไม่คิดจะเปิด  ไม่รู้ว่าเปิดแล้วทำอะไร  ก็ใช้ปากกา กับ กระดาษเขียนงานอยู่แล้วนี่ …”

.. ใครจะคิดว่าเด็กส่งคำถามจำเป็น  ที่มีตำแหน่งเป็นตากล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหว  เป็นพนักงานประจำ อยู่ในค่ายเพลงเดียวกับผมนี้  เป็นคนสอนผมเปิดปิดคอม  ให้ผมรู้จักคำว่า  Shut down    ว่าคือการปิดคอมที่ถูกต้อง หลังเลิกใช้งาน   ไม่ใช่การกดเปิดปิด แล้วดึงปลั๊กออก   เหมือนที่ผมทำ  เฉกเช่นเดียวกับการปิดทีวี หรือพัดลม !

.. การที่พอรู้ว่าบนแป้นพิมพ์  อะไรเรียกว่าอะไร  อะไรคือตัว “อันเดอร์สกอร์” ( _ )  ก็ไม่ได้หมายความว่า  ผมจะรู้อะไรมากกว่านั้น  โดยเฉพาะเรื่องการ “เปิดปิด” คอมพิวเตอร์

.. หลังจากนั้นไม่กี่วัน  ผมก็เก่งขึ้น  ถนัดขึ้น  และเริ่มจะสนใจ “เว็บบอร์ด” เป็นเรื่องถัดมา  เปิดโลกกว้างในสังคมอินเตอร์เน็ต  เว็บไซต์ต่างๆที่อยู่ในความนิยมขณะนั้น  ผมท่องเที่ยวไปทั่ว  จนมาหยุดอยู่ที่เว็บ พันทิป ห้องหนัง ห้องเพลง และห้องการเมือง

.. และนามแฝงที่ชื่อ “แจ็ค รัสเซล” ก็เกิดขึ้นครั้งแรก  ในเว็บ pantip.com  ราวปลายปี 2548  ด้วยเหตุผลในการตั้งชื่อนี้  เพราะผมเลี้ยงหมาสายพันธุ์ “แจ็ค รัสเซล” นั่นเอง ง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน

.. ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่า  ช่วงเวลาที่ผมคิดและเขียนสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในวงการเพลง  ที่ผมสัมผัสจริง  เห็นจริง  นำมาบอกเล่าลงพันทิปเล่นๆ  จะกลายเป็นช่วงเวลาที่ผมได้ฝึก “การเขียน” และเรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงจัง  จากการใช้คอมพิวเตอร์ไปด้วย ในคราวเดียว

.. ผมไม่เคยมีครูสอนคอม  ถ้าจะมี  ก็คือทุกคนที่ผมถามในคราวที่ผมไม่รู้ในปัญหานั้น   เพียงปีเดียว  ที่ผมง่วนอยู่กับการตั้งกระทู้   ผมก็พิมพ์เก่งขึ้น  ไวขึ้น  ทั้งๆที่นั่งจิ้มทีละนิ้ว  เพราะก็ไม่เคยเรียนการพิมพ์ดีดมาก่อนอีกเช่นกัน  แต่ “สองนิ้วพิฆาต” ของผม  ก็พาตัวเองผ่านช่วงเวลาที่ไม่เอาไหนมาจนถึงทุกวันนี้

.. เล่าย้อนกลับไป กลับมาเหมือนหนัง “The Godfather” ภาค 2 ของคุณ  Francis Ford Coppola  ..นั่นเพราะการเดินเรื่องของตัวเอง  ทั้งในชีวิตจริงๆ และในการเขียน  ย่อมต้องอาศัยช่วงเวลาก่อนหน้าเป็นกระจก  สลับ  สะท้อนนำทางในฉากต่อๆไปทุกครั้ง  ..มันถึงมีพลัง  มีจังหวะของการก้าวเดินไปข้างหน้า – โดยไม่น่าเบื่อ

1922974_815424271804576_243130689_n

.. มีหลายคนบอกว่าผม “ใจนักเลง” ?!

.. อาจจะใช่   ผมเป็นคนชอบได้เสียไปเลย  รู้เรื่องไปเลย  เวลาจะลงทุนทำงานเพลงทีไร  ผมชอบ “เล่นหมดหน้าตัก” สันดานแบบนี้เป็นมานานแล้ว  และคงไม่หายไปจาก “เนื้อแท้” ของผม  ถ้าใครจะเรียกผมว่าคือ “นายทุน” คนหนึ่ง  ผมก็น่าจะเป็นคนต้นๆในรุ่นราวคราวเดียวกัน  ที่ติดอันดับลงทุนทำอัลบั้มเพลงแล้ว “เจ๊ง” เยอะที่สุด ?!   ..มีนายทุนคนไหนไหม  ที่รู้ว่าเจ๊งแล้วยังเสี่ยงทำ ?  ผมนี่แหละเป็นคนนั้น  เพราะผมไม่คิดว่าคำว่า “นักลงทุน” มันจะใช่ผม  ผมไม่ได้เอาเรื่องธุรกิจนำทาง  ผมแค่อยากสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆให้เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ  แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่อยากไปสร้างปัญหาให้กับใคร  ให้ต้องมาเสี่ยงกับการสร้างสรรค์ของตัวเอง  มันเป็น “ความฝัน” ของผมคนเดียวนะ  ผมฝันได้ตลอดเวลาไม่เคยเบื่อเลย   อะไรที่ผมฝัน  ผมมักทำให้มันเกิดขึ้นจริงๆได้  ไม่ใช่แค่ปล่อยลอยในอากาศ  สุขแค่ภาพปลอมๆยามหลับเท่านั้น   ..ทันทีที่ผมตื่น  เรื่องในฝัน  ก็กำลังมีชีวิต  กำลังจะกลายเป็นเรื่องจริงเสมอ – เสมอ

.. ใครจะรู้  ว่าอัลบั้มต่างๆที่ผมคิด และ ทำ  ล้วนเกิดมาจาก “ความฝัน” ผมสร้างในจินตนาการด้วยภาพที่สวยหรู  ในฝันมันเกินที่จะอธิบาย  มันยิ่งใหญ่เสมอ  แต่ผมเป็นคนเข้าใจโลกในชีวิตจริงๆได้ดี  ผมยอมรับกับความเป็นจริง  แค่ทำในสิ่งที่เราฝันได้สักครึ่งหนึ่ง  ผมก็ยินดีกับตัวเองแล้ว  แต่อัลบั้มไหน  ผมทำได้สัก 70% นั่นมันสุดยอดเลยนะ   และมันก็ไม่เกี่ยวกับยอดขาย   เช่นอัลบั้ม ๙ (ผลงานลำดับที่ 3 ของ Classy)  วางจำหน่ายหลังน้ำท่วม   ราวปี 2555  ..ชุดนี้ผมสร้างมันได้ใกล้เคียงกับที่เคยฝันมากที่สุด   แม้จะเป็นอัลบั้ม  ที่ขายได้น้อยที่สุดใน Classy ก็ตาม

.. “นักสร้างสรรค์” ต้องตื่นเต้นและสนุกไปกับการสร้าง   ต้องไม่มีอคติกับทุกเรื่องที่เราพบเห็น  ไม่ว่าจะคน หรือ สถานการณ์  และ ต้องจริงใจกับผลลัพธ์จริงๆที่จะเกิดขึ้นด้วย

.. ผมไม่ใช่คนที่เลือกจะยอมรับเฉพาะแต่สิ่งที่ผมชอบ  หรือทำสำเร็จในสายตาคนอื่นเสมอไป   ผมรับได้หมด  ไม่มีอคติ  ไม่มีข้อโต้แย้ง  นี่ต่างหากที่ผมว่าผมพอจะใกล้เคียงกับคำว่า “นักสร้างสรรค์” มากกว่าคำว่า “นักธุรกิจ”  เพราะในวันที่ผมแพ้  ผมหมด  วันรุ่งขึ้นผมก็ยังเอาอีก  ยังคงสนุกกับการ “คิดลงทุน” สร้างสรรค์ผลงานเพลงอัลบั้มใหม่ๆอีก  และจะกระตือรือร้นไปกับมันด้วยความสนุก  ทั้งๆที่เงินในกระเป๋าก็ยังไม่ค่อยจะมี  ..

1947524_815423125138024_1813354401_n

Classy Fanpage

แสดงความคิดเห็น

บันเทิง

TKO 3rd Single ที่คุณจะต้องโดนน็อค เพราะหลงรักน้องๆ Sweat16

Published

on

หลังจากที่เมื่อ 21 .. 2561 ที่ผ่านมา วง Sweat16 ได้จัดให้มีงาน 16! The Idol Cup ขึ้นที่ สนามฟุตบอล Soccer Pro อ่อนนุช แล้วเซอร์ไพรส์แฟนคลับ โดยการเปิดโชว์แรก 3rd Single เพลง TKO หลังจากนั้นทีมงานก็รอวันที่จะได้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกต่างๆ นัดคิวกันอยู่พักใหญ่ก็ได้คิวมานั่งพูดคุยกันทั้งหมด 9 จากทั้งหมด 13 คน

บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างเป็นกันเอง สนุกสนาน ยิ้มแย้ม ตลอดการพูดคุย ทั้งๆ ที่ในวันที่เราพบกับน้องๆ ได้ผ่านการทัวร์พบปะสื่อมาทั้งวันแล้ ชื่นชมจริงๆ

น้องทั้ง 9 คนที่พูดคุยกันในครั้งนี้ได้แก่ Ant l Fame l Music l Mahnmook l Mint l Ae l Anny l Pim l Nink

เป้าหมายสูงสุดของ MusicSweat16 , ในความกัปตันของ AntSweat16 , ใครกันหนอทาสแมวเบอร์สุด , ครัวขาจร , ในความเกมเมอร์ตัวแม่ ใครเป็นใครสนุกแค่ไหน คลิ๊กเข้าไปชมการสัมภาษณ์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

 

คลิปสัมภาษณ์

 

 

คลิปน้องๆ วง Sweat16 เต้นเพลง TKO

 

 

น้อง MusicSweat16 Cover เพลง TKO 

 

SWEAT16! – TKO [Official MV]

 

Sweat16 เซอร์ไพรส์แฟนคลับ เปิดโชว์แรก 3rd Single เพลง TKO [มีคลิป มีภาพจุใจ]

 

ขอบคุณ : Sweat16

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บทความวงการเกม

Red Dead Redemption 2 ภาคต่อสุดอลังของเจ้าแห่งเกม Open-World

Published

on

ข่าวใหญ่เจ้าข้าเอ๋ย แฟนเกมแนว Open-World โปรดเร่เข้ามาทางนี้ เพราะทีมพัฒนาซีรี่ส์ “GTA” ที่โจษจันเขาจะปล่อยเกมใหม่ในปีนี้แล้วจ้า คราวนี้พวกเขาขอย้อนไปสร้างโลกเปิดกว้างในยุคสิงห์ปืนไวกันบ้าง ในฐานะภาคต่อขอเกมคาวบอยสุดเลื่องชื่อ “Red Dead Redemption” ที่ทำให้เกมเมอร์ตื่นตะลึงกันมาแล้วกับฉากกว้างใหญ่สุดอลังและเนื้อเรื่องสุดเข้มข้น ครั้งนี้พวกเขาจะขอพาเราย้อนเวลากลับไปไกลกว่านั้นอีกนิด ไปสู่ช่วงเวลาที่ John Marston พระเอกจากเกมภาคแรกยังหนุ่มแน่นและยังโลดแล่นอยู่ในแก๊งโจร Van der Linde ท่านทั้งหลายจะได้สวมบทเป็น “Arthur Morgan” สมาชิกอาวุโสของแก๊งที่กำลังหนีหัวซุกหัวซุนจากเจ้าหน้าที่รัฐและนักล่าค่าหัวทั้งหลาย เขาจะได้ออกท่องโลกคาวบอยในฐานะเสือโจรนอกกฎหมาย และผจญภัยในแดนตะวันตกที่มีชีวิตชีวายิ่งกว่าเกม Open-World ทุกเกมที่เคยมีมา

ทิวทัศน์สวยงามเกินห้ามใจ

“เกมบ้าอะไรภาพสวยชะมัด” น่าจะเป็นประโยคแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเกมเมอร์ทุกคนเมื่อพวกเขาได้เห็นเกม Red Dead Redemption 2 กับตา เพียงวินาทีแรกที่คุณย่างกรายเข้ามาในโลกคาวบอยแห่งนี้ คุณก็จะสัมผัสได้ถึงรายละเอียดยิบย่อยทั้งหลายของโลกเกมและตัวละครในเกมที่ทีมพัฒาใส่เข้ามาแบบไม่ยั้ง ใบหน้าของพระเอกคนใหม่ของเราเต็มไปด้วยริ้วรอยเล็ก ๆ น้อย ๆ กรามของเขาเข้ารูปได้สัดส่วนเป็นธรรมชาติ และแววตาสีฟ้าอ่อนที่สะท้อนถึงความมีชีวิตจนคุณอาจลืมไปเลยว่านี่คือตัวละครที่เกิดจากโพลิกอนในเกม

ส่วนทิวทัศน์ในเกมก็สวยงามไม่แพ้กัน วิวจากแคมป์ของสมาชิกแก๊ง Van der Linde เผยให้เห็นแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ค่อย ๆ สาดส่องผ่านแนวเขา ส่งแสงสีเหลืองอ่อนของแดดในฤดูใบไม้ผลิอาบผืนป่าเบื้องล่าง ลำธารที่ตัดผ่านแนวไม้สะท้อนแสงระยิบระยับ ในป่าเต็มไปด้วยต้นสนสูงลิบทอดตัวติดกันจนมองไม่เห็นผืนดิน แล้วยังมียอดเขาไกลสุดลูกหูลูกตาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนเป็นฉากหลังเสริมความงามขึ้นไปอีก งานนี้เกมเมอร์หลายคนอาจมัวแต่ดูวิวจนเพลินแล้วเผลอขี่ม้าตกเขาตายได้

โลกคาวบอยเปี่ยมชีวิตชีวา

นอกจากกราฟิกที่งดงาม ผู้คนที่ปรากฏในเกม Red Dead Redemption 2 ยังช่วยเสริมให้โลกแห่งนี้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น โดยตัวละคร NPC แต่ละตัวจะมีบทบาทและวิถีชีวิตของตัวเอง พวกเขาจะทำกิจกรรมของตัวเองไปเรื่อยแม้ในขณะที่ผู้เล่นมองไม่เห็น (ไม่ใช่ว่าหันมามองตอนไหนก็เห็นแต่ยืนผ่าฟืนอยู่นั่นแหละ) นอกจากนี้หากคุณปฏิบัติตัวกับพวกเขาอย่างไร เขาก็จะมีปฏิกิริยาโต้ตอบกลับอย่างนั้น เช่น หากคุณคว้าปืนขึ้นมาจ่อหน้าชาวบ้านตาดำ ๆ พวกเขาก็อาจจะคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิต ในขณะที่สิงห์ปืนไวคนอื่นอาจจะชักปืนลูกโม่ออกมาดวลกับคุณ ณ บัดนั้นเลย เป็นต้น

การวางตัวของ Arthur ก็มีผลต่อบรรยากาศรอบตัวของเขาเช่นกัน หากเขาเดินทางไปไหนมาไหนด้วยการเก็บปืนลูกโม่เอาไว้ในซอง ผู้คนส่วนใหญ่ก็จะต้อนรับเขาอย่างมีไมตรีจิตร แต่ถ้าเดินเบ่งโบกปืนในมือไปมาอย่างกร่าง บรรดาผู้รักษากฎหมายและโจรแก๊งอื่นก็จะท้าทายให้คุณดวลปืนหรือแม้แต่เปิดฉากยิงใส่ทันที

การควบม้าผ่านเข้าไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ในเกมนี้ก็จะทำให้คุณได้พบกับปฏิกิริยาของตัวละครที่แตกต่างไปด้วย เจ้าของฟาร์มที่ถือปืนลูกซองแฝดอยู่ในมือคงจะไม่ปลื้มเท่าไหร่หาก Arthur เฉียดเข้าไปใกล้ไร่ของเขา ส่วนคาวบอยสันโดษที่นั่งพักอยู่ริมขอนไม้ก็จะระแวดระวังตัวเป็นพิเศษเมื่อพระเอกของเราเดินผ่านไปในยามโพล้เพล้ ซึ่งหากคุณแอบไปจิ๊กของในเต็นท์ของตัวละครเหล่านี้แล้วโดนจับได้ก็อย่าหวังว่าจะลอยนวลไปง่าย ๆ แบบในเกมอื่น ตัวละครบางตัวอาจจะยอมคุณถ้าโดนขู่นิดหน่อย แต่บางตัวก็อาจจะขอแลกลูกตะกั่วกับคุณให้ตายกันไปข้าง

แคมป์ไฟใจกลางแก๊ง

หัวใจของแก๊ง Van der Linde คือแคมป์ไฟที่มอบให้ทั้งที่พักพิง ความอบอุ่น และมิตรภาพระหว่างสมาชิกในแก๊ง ในแคมป์ประกอบไปด้วยเกวียนสัมภาระ เต็นท์สำหรับนอนพัก และอุปกรณ์ประทังชีพต่าง ๆ นา ๆ ที่ทำให้แคมป์แห่งนี้เป็นเหมือนฐานบัญชาการขนาดย่อม สำหรับให้ชาวแก๊งใช้แชร์เรื่องราวข้างกองไฟ วางแผนปล้นธนาคารรอบใหม่ หรือแม้แต่มอบจ๊อบเสริมให้ Arthur ทำในยามว่าง ซึ่งหากพระเอกของเราเลือกที่จะรับงานเสริมจากเพื่อนร่วมแก๊ง ผู้เล่นก็จะได้ลุยในภารกิจเนื้อเรื่องที่แปลกใหม่และยังได้ช่วยทำให้ขวัญกำลังใจในแก๊งเพิ่มขึ้นด้วย

สมาชิกแก๊งแต่ละคนจะมีหน้าที่ของตัวเองในแคมป์ คุณจะได้เห็นพวกเขาซักผ้า เก็บฟืน ตักน้ำ เรียกได้ว่ายุ่งกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ ยามที่ไม่มีงานด่วนให้ทำ Arthur เองก็ต้องช่วยงานในแคมป์กับเขาด้วย สิ่งที่เขาลงแรงช่วยได้มากที่สุดคือการออกหาเสบียงและล่าสัตว์ โชคดีที่อเมริกาในช่วงปลาย ค.ศ. 1800 นั้นยังเต็มไปด้วยป่าไพรเขียวชอุ่มและสัตว์ป่าสารพัดชนิด ไม่ว่าจะเป็นนก กระต่าย กวาง ที่พร้อมจะมาเป็นอาหารอันโอชะให้คุณและผองเพื่อน (นอกจากนี้ก็ยังมีทั้งหมาป่า จระเข้ และหมีกริซลี่ที่มอง Arthur เป็นอาหารอันโอชะเช่นกัน) ซึ่งการล่าสัตว์ใน Red Dead Redemption 2 จะต่างจากฉากบู๊กับคนด้วยกันเนื่องจากมันนิ่งกว่าและต้องใช้ความใจเย็นมากกว่า Arthur ต้องค่อย ๆ แกะรอยเหยื่อของเขาไปจนถึงต้นตอ คว้าลูกธนูพาดคันศร ก่อนจะส่งมันพุ่งแหวกอากาศไปปักเหยื่อตัวนั้น หากเหยื่อตัวใหญ่ (เช่น กวาง) Arthur ก็ต้องค่อย ๆ เล็งศรให้เข้าจุดตาย ไม่อย่างนั้นเหยื่อก็จะกระเผลกหนีไปแล้วก็ต้องตามรอยกันใหม่อีก หากเป็นอย่างนั้นเหยื่อของ Arthur ก็อาจจะโดนสัตว์ล่าเนื้อตัวอื่นคาบไปกินตัดหน้าได้

Arthur ยังสามารถนำสัตว์ที่เขาล่าได้ไปขายตามร้านแลกเป็นเงินได้ด้วย ซึ่งเหยื่อที่ถูกปลิดชีพด้วยลูกธนูก็จะขายได้ราคาดีกว่าซากสัตว์ที่โดนถล่มด้วยห่าฝนลูกตะกั่ว ปัญหาก็คือทั้งขนสัตว์และเนื้อสัตว์จากซากในเกมนี้สามารถเน่าเปื่อยจนสิ้นราคาได้หากทิ้งไว้นาน ๆ ดังนั้น Arthur จะต้องพึ่ง “ม้า” ของเขาที่เป็นทั้งที่เก็บของ พาหนะ และเพื่อนคู่ใจซึ่งขาดไปเสียมิได้

อาชาคู่ใจ

เกมคาวบอยเกมใดไร้ซึ่งอาชาผยอง เกมนั้นหาใช่เกมคาวบอยที่แท้จริงไม่ และในเกม Red Dead Redemption 2 นี้ คุณจะได้พบกับเหล่าม้าน่ารักน่าชังเพียบ พวกมันไม่ใช่แค่ยานพาหนะที่คุณจะเลือกขึ้นขี่ตอนไหนก็ได้ แต่เป็นสัตว์ที่มีชีวิตจิตใจของมันเอง หากเกมเมอร์ต้องการม้าคู่ใจที่พร้อมควบเข้าใส่อริศัตรูโดยไม่สะทกสะท้านกับเสียงปืน พวกเขาก็ต้องฟูมฟักมันขึ้นมาเอง โดยภายในเกม Arthur จะสามารถให้อาหาร เล่นกับม้า หรือปลอบโยนมันได้ ยิ่งใส่ใจและให้เวลากับมันมากเท่าไหร่ ม้าตัวนั้นก็จะยิ่งผูกพันกับ Arthur มากเท่านั้น และม้าที่เชื่อใจ Arthur ก็จะให้ควบคุมได้ดั่งใจมากกว่าม้าป่าที่ไหนไม่รู้ ผิวปากเรียกก็จะควบกุบกับมาหาอย่างเชื่อฟัง รวมทั้งไม่ตกใจง่าย ๆ เวลาพระเอกของเราดวลปืนสนั่นเมืองกับศัตรู

ม้าแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีบุคลิกและจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไปด้วย ซึ่งพวกมันจะแสดงออกมาให้เห็นเวลาที่ Arthur ควบผ่านสภาพภูมิประเทศต่าง ๆ (หรือเวลายิงกันหูดับตับไหม้) นอกจากนี้ม้ายังรับหน้าที่เป็นที่เก็บสัมภาระเดินได้ของคุณด้วย นั่นหมายความว่าหากคุณลืมมันทิ้งไว้หรือปล่อยให้มันวิ่งไปตายตรงไหนไม่รู้ ปืนผาหน้าไม้ที่คุณเก็บไว้กับม้าตัวนั้นก็จะมลายหายไปกับสายลมโดยปริยาย ทำให้คุณต้องไปหาม้าตัวใหม่ ฝึกใหม่ ตุนของใหม่ และสร้างสัมพันธ์กับม้าใหม่อีกรอบ ดังนั้นหากรักม้าจริงก็อย่าทิ้งม้านะจ๊ะ

ใส่กระสุนเตรียมปล้น

ในฐานะโจรนอกกฎหมาย รายได้หลักของ Arthur และแก๊งก็จะมาจากการปล้นธนาคารนั่นเอง ซึ่งภารกิจเหล่านี้จะคล้ายคลึงกับด่าน Heist ในเกม GTA V ซึ่งผู้เล่นต้องวางแผนและเตรียมการปล้นหลายต่อหลายอย่างก่อนที่จะลงมือได้ รวมถึงเตรียมอาวุธปืนสารพัดชนิด ทั้งลูกโม่ ลูกซอง ไรเฟิล ฯลฯ แต่ละกระบอกต่างก็มีรูปแบบการใช้งานที่เป็นเอกลักษณ์และมีอำนาจยิงไม่ซ้ำกัน การปล้นและการกระทำแทบทุกอย่างของผู้เล่นจะส่งผลกระทบต่อเส้นเรื่องของเกมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หากชื่อเสียงของแก๊ง Van der Linde เริ่มโจษจันมากขึ้นเท่าไหร่ ทางการก็จะตั้งค่าหัวแก๊งให้สูงขึ้นมากเท่านั้น ทำให้ทั้งคณะต้องย้ายที่ตั้งแคมป์ไปเรื่อย ๆ เพื่อหลบหนีจากนักล่าค่าหัว ในระหว่างทางพวกเขาก็จะได้พบกับเรื่องราวอันเข้มข้นที่ค่อย ๆ เปิดเผยออกมา ส่วนบทสรุปของ Arthur และผองเพื่อนนอกกฎหมายจะเป็นเช่นไร เตรียมหาคำตอบด้วยตัวคุณเองในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ที่เครื่อง PS4 และ Xbox One ใกล้บ้านคุณ!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

หนุ่ยรู้โลกรู้

หนุ่ยแนะนำละเอียด บัตร SCB M VISA ใหม่ทั้ง 5 ใบ ของมันต้องมีแต่ไม่ต้องพก!?

Published

on

ขอเล่ายาวถึงสิ่งที่ผมเห็นมาด้วยตากับความอลังดั่งวังคฤหาสน์หรูของการเปิดตัว “บัตรเครดิต/เดบิตและบัตรพรีเพด” ใหม่ของไทยพาณิชย์ที่ร่วมกับเดอะมอลล์กรุ๊ป ในชื่องาน SCB M Call it #eMperience จัดได้ชนิดที่เรียกได้ว่าศุกร์สะท้านสะพานสะเทือนเลื่อนลั่นสนั่นย่านพร้อมพงษ์ The Em District เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา

ดีลนี้มีเพื่อนพี่น้องบุคคลในแวดวงไปร่วมเฮกันเยอะมาก เรียกว่าอยากเจอใครก็ได้เจอ ไม่ได้เจอใครมานานก็ได้เจอในงานนี้ …สาเหตุก็เพราะ “เดอะมอลล์กรุ๊ป” โดยแม่ทัพหญิงคือคุณแอ๊ว ศุภลักษณ์ อัมพุช เธอตัดสินใจ “เปิดและปิด” ดีลยักษ์ใหญ่ใหม่นี้กับ SCB แทนที่จะเป็นแบงค์เดิมที่เคยออกบัตรคู่กันมาแต่แรกห้าง …ทุกคนจึงพร้อมมาร่วมแสดงความยินดี

… #SCB เองโดยคุณอาทิตย์ นันทวิทยา CEO คนหนุ่มหัว Digital Disruption เปิดเผยบนเวทีว่าที่ได้ดีลนี้มาเพราะโทรจีบคุณแอ๊วด้วยคำว่า “เรามาทำอะไรอย่าง ‘สุดซอย’ ด้วยกันเพื่อให้ลูกค้าดีกว่าครับพี่”

เลยเกิดบัตรเครดิตใหม่ภายใต้ชื่อ #SCBM VISA อีก 3 ประเภทบัตร (+1 เดบิต และ 1 พรีเพด) ไล่เรียงตั้งแต่ใหญ่สุดคือ (ดูภาพบัตรบนมือผมประกอบได้เลยครับ)

  1. SCBM “Legend” VISA Infinite : ใบนี้ต้องได้รับเชิญเท่านั้น ซึ่งชีวิตการเป็น VVIP ก็ต้องเหนื่อยนิดนึงคือต้องรักษายอดซื้อ 2,000,000.-/ปี จึงจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมบัตร 10,000.-/ปี *ปีแรกฟรี
  2. SCBM “Luxe” VISA Signature : ใบนี้เหมาะกับผมเลย ใครมีเงินเดือน 100,000 ขึ้นไปก็สมัครบัตรนี้ได้ รักษายอดซื้อ 400,000.-/ปี ก็ฟรีค่าธรรมเนียม 4,000.-/ปี *ปีแรกยังไงก็ฟรี
  3. SCBM “Live” VISA Platinum : ใบนี้ใช้ได้ทุกเพศทุกวัยทำงาน เงินเดือน 15,000 ขึ้นไปก็สมัครได้เลย ฟรีค่าธรรมเนียมปีแรกเช่นกัน และใช้ยอดซื้อเพียง 50,000.-/ปีเพื่อรักษาสถานะบัตร (ไม่งั้นก็จ่าย 500.-/ปีซะดีๆ ฮา)

ส่วนบัตรเดบิต SCBM นั้นของ่ายเลยก็เวลาคุณไปทำบัตร ATM ที่ธนาคารไทยพาณิชย์คุณก็รีเควสเป็นบัตร SCBM VISA Debit ได้เลย

อีกหนึ่งใบใหม่คือ SCBM VISA Prepaid นี่คือ “บัตรของขวัญ” ดีๆนี่เองครับ ซื้อเพื่อโหลดเงินใส่เข้าไปเพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญของฝากแบบเกร๋ๆไปอีกแบบ คนได้รับก็ Wow นะแบบนี้เนื่องด้วยลายหน้าบัตรสวยงามเหลือเกิน ซื้อบัตรได้จากบูธ SCB Exchange ภายในห้างได้เลยครับ

ข้อดีของบัตร SCBM ใบต่างๆ คือการซื้อสินค้าในห้างทั้งเครือของ The Mall ได้ลด% ทุกชิ้น จะแบ่งจ่าย 0% 6 เดือนเขาก็ยอม ยังได้ M Point คูณตั้งแต่ 1 ถึง 4 เท่า (หากช้อปนอกเครือเดอะมอลล์ได้คะแนนตามปกติ 25 บาทเป็น 1 M Point) และนำ M Point ทั้งหมดที่ได้กลับมาแทนเงินสดซื้อสินค้าทุกชิ้นได้ในห้างโดยไม่มีข้อแม้

หน้าบัตรต่างๆให้ส่วนลดสูงสุดต่างกันดังนี้…

  • Legend : ลด 10% ได้รับคะแนน M Point X4 เท่า
  • Luxe : ลด 10% ได้รับคะแนน M Point X4 เท่า
  • Live : ลด 5% ได้รับคะแนน M Point X3 เท่า
  • Debit : เป็นครั้งแรกที่นักเลงเงินสดจะได้ลด 5% และคะแนน M Point X2 เท่า
  • Prepaid : เป็นครั้งแรกที่บัตรพรีเพดจะได้สะสมคะแนน M Point ไว้ได้ด้วย และเอาไปซื้อของนอกห้างได้ภายใต้บริการจาก VISA

แต่นั่นคือเรื่องปกติ… ที่ไม่ปกติคือ~!!!

บัตรทั้งหมด นอกจากจะได้เป็นบัตรจริงแล้ว ยังทำเป็น Virtual Card ไว้ในแอบ SCB Easy ได้ด้วย!!

โดยทุกจุดแคชเชียร์ของเดอะมอลล์กรุ๊ปทุกห้าง ทุกชั้น ทุกแผนก จะมีติดตั้งเครื่อง Smart EDC แบบใหม่ที่อ่าน QR Code จากแอป SCB Easy ได้ ซึ่งนั่นหมายถึงความสะดวกและความปลอดภัยสูงสุดในการทำธุรกรรม เพราะ QR Code เปลี่ยนทุกครั้ง เรียกข้อมูลใหม่จากระบบเสมอ ไม่มีซ้ำ แถมเราไม่ต้องส่งบัตรจริงผ่านมือใครเลย … จะอยู่ที่ห้างไหน หรือลืมเอาบัตรมาก็ช้อปได้ทุกเวลา (หวังว่าจะไม่มีใครลืมเอามือถือมานะครับ ฮา!)

***ต่อไปนี้ในแอป SCB Easy ของเราก็เลือกได้เสมอว่าจะใช้ QR Code Pay จากเงินในบัญชีหรือเครดิตจากบัตร …นับเป็นความง่ายที่ไม่ต้องเดือดร้อนมือถือรุ่นใหม่ยี่ห้อดังจากผู้ใช้เลย เครื่องรุ่นไหนก็ใช้แอปจ่ายได้เสมอ***

ส่วน Benefit ที่ให้กับผู้ถือบัตรได้ในสิ่งที่ไม่เคยได้มาก่อนจากบัตรเครดิต Co Branded ของห้างใดก็ตาม ตามแนวคิด “The First Evolution of Experiential Shopping” ก็คืออออออ….

  1. ไม่ต้องแย่งที่จอดรถแล้ว : เพราะสมาชิกบัตรระดับ Legend และ Luxe จะสามารถกด “จองที่จอด” ที่เรียกว่า I-Reserved Parking โดยให้กดจองมาก่อนล่วงหน้าได้ 1 ชั่วโมง จากแอป MCard เดิมของ The Mall Group นี่แหละครับระบบจะแสดงสิทธิ์การจองให้เมื่อเราได้สถานะบัตร Legend หรือ Luxe แล้ว
  2. เพิ่มระยะเวลาจอดฟรี : Extended Parking Hour – จอดฟรีเพิ่ม 2 ชม แก่ลูกค้าทุกหน้าบัตร รวมทั้งบัตรเดบิต (ยกเว้นสยามพารากอนอันร้อนแรง!)
  3. ไม่ต้องหิ้วของเข้ารถ : ซื้อเสร็จแล้วมีเจ้าหน้าที่หอบของที่คุณช้อปไปส่งลงรถให้ ไม่ต้องเหมื่อยถือเอง ให้สมกับความเป็น “ระดับตำนาน” ของผู้ถือบัตร Legend ทุกคน!! 🙂
  4. คุยกับ CHATBOT ผ่าน LINE THE MALL GROUP หุ่นยนต์ผู้ช่วยช้อปจะคอยตอบคำถาม และส่งลิงก์ช่องทางในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ สะดวกเลยไม่ต้องไปห้าง!
  5. เมื่อมาห้างจะได้ Indoor Navigation เครื่องมือนำทางภายในศูนย์การค้า เพื่อความสะดวกในการค้นหาร้านค้า
  6. หากซื้อสินค้าด้วยบัตร Legend หรือ Luxe จะได้ “Purchase Protection” ประกันสินค้าที่คุ้มครองความเสียหาย สูญหาย และค่าซ่อม
  7. เครดิตเงินคืน 2-3% จากการเติมน้ำมันที่ปั้มเชลล์ทั่วราชอาณาจักร

อ่านจบแล้วร้อง “บ้าจริมๆ” เหมือนผมได้ …คนบ้าบัตรเครดิตและ Enjoy Benefit แบบผมมีรึจะไม่สมัคร … สมัครเล๊ย~ พนักงานพร้อมให้คุณสมัครอยู่ทั่วห้างทั้งเครือเดอะมอลล์กรุ๊ป #โลกใหม่ประสบการณ์ใหม่

———————————————————-
ช่องทางการสมัครบัตร SCB M VISA เพื่อรับประสบการณ์ “eMperience” สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ที่เคาน์เตอร์ SCB M เดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอร์เทียร์, สยามพารากอน, บลูพอร์ต หัวหิน และ กูร์เมต์มาร์เก็ต ทุกสาขา

หรือโทร SCB M Call Center : 1295

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!