สรุปเนื้อเรื่อง Resident Evil Village ในแบบนิยายเรื่องสั้น

เมื่อพูดถึงเกมที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ทุกคนคงจะคิดถึงเกม ‘Resident Evil Village’ หนึ่งในเกมชื่อดังที่เป็นภาคต่ออย่างเป็นทางการของเกม ‘Resident Evil 7’ ที่เมื่อเปิดตัวอย่างแรกออกมาก็ทำเอาทุกคนต่างพากันอ้าปากค้าง เกี่ยวกับการกระทำของคริส เรดฟิลด์ (Chris Redfield) ที่มาในบทของตัวร้ายแถมยังฆ่ามีอา วินเทอร์ส (Mia Winter) อย่างเลือดเย็นและลักพาตัวลูกสาวของอีธาน วินเทอร์ส (Ethan Winters) ไปอีก

วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าตั้งแต่เริ่มต้นอีธานต้องไปเจอกับอะไรมาบ้าง กับสรุปเนื้อเรื่อง ‘Resident Evil Village’ โดยเราจะขอเล่าเรื่องราวให้เป็นแบบนิยายเรื่องสั้นที่มาพร้อมภาพประกอบเพื่อให้อ่านง่ายขึ้น โดยเราจะอ้างอิงและตัดเนื้อหาที่ไม่จำเป็นออกไปและเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบางส่วนให้เป็นบทพูดของตัวละครให้อ่านง่ายขึ้น แต่ยังคงเป็นเรื่องราวของเกมแบบไม่มีผิดเพี้ยนไป ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยหมู่บ้านพร้อมกันเลย

แน่นอนว่าสปอยล์แหลกนะ ใครอยากรู้เรื่องเอง แนะนำให้ไว้อ่านหลังเล่นจบ

จุดเริ่มต้นของหายนะ

Resident Evil Village

ผมชื่ออีธาน วินเทอร์ส คุณคงจะรู้จักผมเป็นอย่างดีจากข่าวแก๊สระเบิดระเบิดเมื่อ 3 ปีก่อนที่คร่าชีวิตครอบครัวเบเกอร์เสียชีวิตทั้งหมด ส่วนผมกับมีอาที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุก็หายตัวไป ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างที่คุณรู้ ความจริงแล้วครอบครัวเบเกอร์ทุกคน(ยกเว้นลูคัส) ทุกคนล้วนน่าสงสารเพราะถูกเชื้อรามรณะจากเด็กสาวที่ชื่อเอเวอลีน (Eveline) หนึ่งในตัวทดลองที่หลุดออกมาครอบงำจนเสียสติ ผมกับมีอาที่หนีออกมาได้ด้วยความช่วยเหลือของคริส เรดฟิลด์จึงย้ายมาอยู่ที่ยุโรป ทุกอย่างถูกปิดเป็นความลับโดยมี BSAA คอยดูแลผมและมีอาเป็นอย่างดี รวมถึงการตรวจสุขภาพที่ตั้งแต่ผมกับมีอารอดชีวิตมาได้ เราทั้งสองคนก็เป็นปกติไม่มีอาการอะไร ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ในตอนนั้นมีอาเธอยังคงต้องทานยาตามที่หมอสั่ง แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีเพราะตอนนี้ผมกับมีอามีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน เธอเป็นเด็กสาวน่ารักยิ้มเก่งเราตั้งชื่อให้เธอว่าโรสแมรี (Rosemary)  ตั้งแต่วินาทีแรกที่เด็กสาวลืมตาขึ้นมาดูโลกจนถึงวันนี้ก็ผ่านมา 6 เดือนแล้วที่เราครอบครัว 3 คนพ่อแม่ลูกอยู่อย่างมีความสุข และเราก็ไม่ลืมที่จะบอกเรื่องนี้กับโซอี้ เบเกอร์ (Zoe Baker) คนที่คอยช่วยผมในตอนนั้น เธอคือหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากครอบครัวเบเกอร์ และตอนนี้เธอก็เป็นนักข่าวใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาเสียที

Resident Evil Village

คืนแห่งจุดเริ่มต้น

Resident Evil Village

ถึงทุกอย่างดูเหมือนจะมีความสุขแต่ผมก็ไม่เคยลืมฝันร้ายในตอนนั้น มันเหมือนมีบางอย่างในตัวผมที่อยู่ข้างในยังคงดิ้นรนขัดขืนเหมือนอยู่ในนรก ผมพยายามพูดคุยกับมีอาในเรื่องนี้แต่ทุกครั้งที่เราคุยกันเธอจะโกรธจนมีปากเสียงกันทุกครั้ง ดูเหมือนมีอาจะไม่อยากคิดถึงเรื่องในตอนนั้นต่างกับผมที่ยังคงนึกถึงมัน แต่ช่างมันเถอะตอนนี้ผมมีมีอามีโรสมีความสุขแค่นี้ก็พอแล้ว ในฐานะหัวหน้าครอบครัวผมต้องการเท่านี้จริง ๆ

Resident Evil Village

“ผมพาลูกเข้าไปนอนเรียบร้อยแล้วนะ” ผมพูดกับมีอาที่กำลังทำอาหารพื้นบ้านแบบชาวยุโรป  ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งจะอ่านนิทานพื้นบ้านที่น่ากลัวให้ลูกฟัง โชดดีที่โรสยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจว่านิทานนั้นน่ากลัวขนาดไหน

เราสองคนทานอาหารกันแต่ผมก็ยังอดเอาเรื่องเมื่อ 3 ปีที่แล้วมาพูดถึงไม่ได้ แต่ไม่ทันที่มีอาจะใส่อารมณ์กับผมตอนนั้นเองก็มีกระสุนปริศนายิงมาใส่ร่างของมีอา

“มีอา หลบเร็วเข้า” ไม่ทันที่ผมจะพูดจบห่ากระสุนก็ยิงใสร่างของเธอจนเป็นรังผึ้ง

มีอาล้มลงแต่เธอยังไม่เสียชีวิตเธอยังมีสติ แต่ตอนนั้นเองคริส เรดฟิลด์ก็เดินมาจากประตูพร้อมปืน

“ขอโทษนะอีธาน” เขามองมาทางผมก่อนจะรัวกระสุนใส่ร่างของมีอาซ้ำอีกหลายนัดจนเธอเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาผม

“คริสนายทำอะไรลงไป” ผมตะโกนด้วยความโกรธแค้น แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจผมเลย

ผมถูกลูกน้องของคริสจับตัวพร้อมกับโรส พวกมันจะพาลูกสาวผมไปไหน “โรส“

Resident Evil Village

ผมถูกลูกน้องของคริสทำร้ายจนสลบไป ในความฝันผมอยู่ในห้องกำลังมีปากเสียงกับมีอา เธอดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างที่ไม่ได้บอกกับผม ก่อนที่ผมจะตื่นขึ้นมากลางหิมะพร้อมกับเสียงโทรศัพท์ข้าง ๆ ศพลูกน้องของคริส เมื่อรับสายทางนั้นก็ต่อว่าผมอย่างแรงก่อนจะตัดสาย ผมที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงเดินฝ่าความหนาวในป่าที่มืดสนิทแต่ก็ยังโชคดีที่มีไฟฉาย จนมาถึงบ้านหลังหนึ่งที่ไร้ผู้คนทุกอย่างเงียบสนิทจนผมได้ยินเสียงเหมือนมีคนอยู่ที่ชั้นใต้ดิน เมื่อผมลงไปข้างล่างตามเสียงก็พบแค่หนูในตู้ แต่พอขึ้นมาด้านบนข้าวของก็พังกระจัดกระจายเหมือนถูกตัวอะไรมาทำลาย นี่มันเกิดอะไรขึ้นผมบอกกับตัวเองก่อนจะทิ้งความสงสัยและเดินทางต่อไปจนถึงตัวหมู่บ้าน ที่นั่นมีปราสาทขนาดใหญ่แต่เมื่อลงไปที่ด้านล่างที่นี่เหมือนเป็นหมู่บ้านร้างที่ไม่มีผู้คน บ้านหลายหลังเหมือนถูกอะไรบางอย่างมาบุกทำลาย มีซากสัตว์ที่เพิ่งตายมาไม่นานเพราะสภาพศพยังอุ่นจนมีไอความร้อนออกมาจากร่าง ผมที่เดินต่อไปเพื่อขอความช่วยเหลือ

Resident Evil Village

ผมเดินสำรวจทุกบ้านจนมาถึงบ้านหลังหนึ่งที่นั่นผมเจอคุณลุงท่านหนึ่ง เขามีท่าทางตกใจเมื่อเห็นผม หรือจะพูดว่าต่างฝ่ายต่างตกใจที่เห็นกันและกัน ผมพยายามจะถามแกว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ทันทีจะถามอะไร ลุงแกก็ให้ผมเงียบเสียงและถามผมว่ามีปืนไหม ก่อนจะยัดปืนสั้นใส่มือผม ก่อนที่ด้านนอกจะมีเสียงดังเหมือนมีตัวอะไรบางอย่างที่มีขนาดใหญ่กำลังวิ่งไปมา และไม่ทันตั้งตัวลุงก็โดนตัวอะไรบางอย่างทะลุมือมาจากหลังคาดึงร่างลุงแกหายไป พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากรูนั้น ส่วนผมที่กำลังตกใจก็ถูกมือขนาดใหญ่ดึงให้ลงมาที่ใต้ถุนบ้าน

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ผมที่ตื่นขึ้นมาท่ามกลางซากศพของชาวบ้าน ที่นี่มันเกิดอะไรขึ้นผมถามตัวเองในหัว ระหว่างที่พยายามคลานผ่านซากศพเหล่านั้นเพื่อจะออกไปจากที่นี่ จนปลายทางผมก็เจอกับตัวอะไรบางอย่างที่กำลังนั่งกินซากศพอยู่ แต่ไม่ทันทีผมจะทำอะไรจู่ ๆ ก็ถูกตัวอะไรไม่รู้มากัดที่มือซ้ายของผมจนนิ้วก้อยและนิ้วนางหายไปในปากของมัน ก่อนที่ผมจะตั้งสติและสู้กับมัน

“นี่มันมนุษย์หมาป่า” ผมบอกกับตัวเองเมื่อล้มมันลงได้

แต่ไม่ทันที่ผมจะคิดจบก็มีฝูงมนุษย์หมาป่ามารุมทำร้ายผม นี่มันเกิดอะไรขึ้น ผมพยายามหนีเอาชีวิตรอดจากฝูงมนุษย์หมาป่าจนมาถึงบ้านหลังหนึ่ง ที่นั่นมีวิทยุกระจายเสียงที่บอกให้คนที่รอดชีวิตไปรวมตัวกันที่บ้านของลุยซา ยังมีคนอยู่ผมรู้สึกโล่งอกแต่ก็ไม่นานเพราะหัวหน้าฝูงมนุษย์หมาป่าที่ถือค้อนอันโตกับพวกบุกมาฆ่าผม จนผมเสียหลักโดนธนูปักหัวเข่า วินาทีที่จะเสียท่าเสียงระฆังก็เรียกพวกมันให้จากไป “ขอบคุณพระเจ้า”

Resident Evil Village

ผมที่รอดมาได้อย่างน่าประหลาดก็พยายามตั้งสติหาผ้ามาพันแผล ก่อนจะเดินหาบ้านลุยซาตามที่วิทยุบอก ระหว่างทางก็พบหญิงสาวกับแก่คนหนึ่งที่กำลังพูดอะไรบางอย่างที่จับใจความไม่ได้ เมื่อผมถามเธอถึงโรสหญิงแก่ก็ยิ้มและพูดว่ามีเด็กผู้หญิงถูกพามาที่นี่ นั่นคือโรสแน่นอนแต่ไม่ทันที่จะถามอะไรเธอก็เดินจากไปแล้ว

“โรสพ่อมาแล้ว” ผมรวบรวมความกล้าจนมาถึงบ้านหลังหนึ่งที่นั่นมีสองพ่อลูกแอบอยู่ ทั้งคู่ตกใจที่เห็นผมที่เป็นคนนอก หลังจากพูดคุยกับลูกสาวก็ทราบว่าพวกเขาก็จะไปที่บ้านของลุยซาแต่พ่อของหญิงสาวบาดเจ็บผมจึงพาทั้งคู่ไปยังบ้านของลุยซา

เมื่อมาถึงบ้านของลุยซาทุกที่นั่นมีคนรอดชีวิตอยู่ไม่มาก ทุกคนต่างตกใจเมื่อเห็นผมที่เป็นคนนอก เมื่อผมถามว่าที่เกิดอะไรขึ้นชาวบ้านก็ทำท่างุนงงแปลกใจไม่แพ้ผม เพราะที่นี่เคยเป็นหมู่บ้านที่สงบร่มเย็นแต่จู่ ๆ ก็มีสัตว์ประหลาดมาบุก สิ่งที่พวกชาวบ้านทำได้แค่การสวดภาวนาต่อพระแม่มิแรนด้าก่อนที่ชายแก่ที่ผมช่วยมาจะมีอาการแปลก ๆ เขาเหมือนคนเสียสติและฆ่าทุกคนในนั้น เหลือเพียงแต่ลูกสาวของชายแก่ที่พยายามหนีออกมาจากบ้านของลุยซาที่กำลังไฟไหม้ แต่มีเพียงผมที่หนีออกมาได้ลูกสาวของลุงคนนั้นก็เสียชีวิตต่อหน้าต่อตาผมที่ช่วยอะไรเธอไม่ได้ จนเมื่อหนีออกมาได้ผมก็เจอกับมิแรนด้าที่ชาวบ้านพูดถึง “เธอคือใคร”

Resident Evil Village

ที่แม้จะเจ็บใจที่ไม่สามารถช่วยใครได้แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อไป ผมที่ไม่รู้ต้องทำอย่างไรต่อไปจึงจะเดินทางไปที่ปราสาทในหมู่บ้าน ที่นั่นอาจจะมีเบาะแสที่สำคัญเกี่ยวโรสอยู่ก็ได้ เมื่อมาถึงตัวปราสาทผมก็พบชายคนหนึ่งใส่แว่นดำทรงกลมถือค้อนอันใหญ่ ที่ทักทายผมเหมือนรู้จักกันมาก่อน แต่ไม่ทันที่จะทำอะไรชายคนนั้นก็ใช้เหล็กแถวนั้นมาแทงผมจนสลบไป จนมาตื่นอีกทีผมก็ถูกชายคนนี้จับลากมาในที่แห่งหนึ่ง ตรงหน้าของผมคือตุ๊กตาที่หน้าตาน่าเกลียดในชุดเจ้าสาวพร้อมกับชายหลังค่อมหน้าตาน่ากลัวกำลังจ้องมา และที่ด้านหลังก็มีชายถือค้อนและหญิงสาวชุดสีขาวร่างใหญ่กำลังถกเถียงเรื่องการจะทำอย่างไรกับผม ก่อนที่หญิงสาวที่ยืนตรงกลางที่น่าจะเป็นมิแรนด้าตัดสินใจให้ชายถือค้อนที่ชื่อคาร์ล ไฮเซนเบิร์ก (Karl Heisenberg) จัดการผม หมอนั่นจึงจัดแข่งเกมเอาชีวิตรอดโดยปล่อยให้ผมที่ถูกมัดมือหนีเอาชีวิตรอดจากเขาและฝูงมนุษย์หมาป่า

Resident Evil Village

ผมที่หนีรอดมาได้ก็กลับมาที่หมู่บ้านอีกครั้ง และน่าแปลกทำไมไฮเซนเบิร์ก(คนที่ถือค้อน) ถึงไม่ปลดอาวุธผมไปตอนที่จับผมมา แต่ช่างมันเถอะผมไม่มีเวลามาสนใจเพราะต้องไปช่วยโรส แต่ระหว่างทางที่ไปยังปราสาทผมได้เจอชายร่างอ้วนบนรถม้าขนาดใหญ่ เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อดยุก (The Duke) เป็นคนขายของที่ผ่านทางมา แต่ในสถานที่แบบนี้นะจะมาขายของ แต่ชายอ้วนก็ยิ้มและพูดว่าที่ไหนมีคนต้องการซื้อเขาก็พร้อมที่จะไปขายของ แถมเขายังเสนอซื้อสิ่งต่าง ๆ ที่ผมเก็บได้เพื่อมาแลกเป็นเงินในการซื้อกระสุนและยาจากเขา

Resident Evil Village

ผมรู้จากดยุกว่าปราสาทนี้เป็นของ Dimitrescu ที่น่าจะเป็นของหญิงสาวชุดสีขาวร่างใหญ่ เธอคนนั้นที่มีชื่อว่าอัลซิน่า ดิมิเทรสกู (Alcina Dimitrescu) แต่เมื่อมาถึงผมก็เจอกับลูกสาวของอัลซิน่าที่มาในรูปแบบของฝูงแมลงวันที่มารวมตัวกันเป็น 3 สาวผีดิบดูดเลือด พวกเธอพาผมไปหาแม่ของเธอ หญิงสาวทั้งสามคนดูท่าทางกระหายอยากจะรุมฉีกร่างผมตรงนี้ แต่แม่ของเธอก็สั่งให้ไว้ชีวิตผม เพราะเธอต้องไปบอกคนที่ชื่อมิแรนด้าเพื่อขออนุญาตในการฆ่าผม  แต่ตอนที่พวกเธอไม่อยู่ผมก็สามารถหนีออกมาได้

Resident Evil Village

เมื่อหนีออกมาในห้องหนึ่งของปราสาทผมก็เจอกับดยุกอีกครั้ง เขาถามผมว่าเจอลูกสาวรึยัง ไม่ซิผมต่างหากที่ต้องถามเขาว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ซึ่งคำตอบก็เหมือนกับครั้งแรกที่ถาม แต่ครั้งนี้ดยุกมีบอกผมว่าบางทีดิมิเทรสกูอาจจะซ่อนลูกสาวผมไว้ที่นี่ก็ได้ นั่นจึงทำให้ผมเลือกที่จะหาโรสที่นี่แม้ใจจะไม่เชื่อเขาก็ตาม แต่นี่ก็เป็นเพียงเบาะแสเดียวที่ผมมีตอนนี้ ซึ่งการเดินทางในปราสาทก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผมเจอทั้งฝูงซอมบี้ถืออาวุธและลูกสาวทั้งสามคนของเธอดิมิเทรสกูที่จะฆ่าผม ซึ่งอาวุธปืนทำอะไรเธอที่เป็นแมลงวันไม่ได้เลย จนกระทั่งกระสุนนัดหนึ่งไปโดนที่หน้าต่างจนกระจกแตก ไอเย็นได้แช่แข็งพวกเธอจนผมสามารถฆ่าลูกสาวคนแรกของเธอได้ “เกลียดแมลงจริง ๆ “  ซึ่งสิ่งนี้ก็ทำให้ดิมิเทรสกูคนแม่โกรธจนเธอเดินไล่ล่าผมไปทั่วปราสาท โดยที่เธอไม่สนใจคำสั่งของมิแรนด้าที่ห้ามฆ่าผมเพราะต้องใช้ประกอบพิธี แต่ดูเหมือนเธอจะโกรธมากจนไม่สนใจคำสั่ง เธอไล่ล่าตัดแขนผมจนขาด แต่ไม่เป็นไรผมมีน้ำยาพิเศษที่สามารถต่อมือกลับมาได้

Resident Evil Village

ระหว่างทางที่หาโรสในปราสาทผมต้องเจอกับลูกอีกสองคนของดิมิเทรสกูมาขัดขวาง ซึ่งผมก็สามารถฆ่าลูก ๆ ของเธอได้พร้อมกับความจริงที่ว่าทั้งสี่คนแม่ลูกนั้นเป็นโรคเกี่ยวกับเลือด จนมาขอการรักษาจากมิแรนด้า ซึ่งจริง ๆ มันก็คือการทดลองฝังเชื้อไวรัสลงไปในร่าง และเด็กสาวทั้งสามคนก็เปลี่ยนตัวเองเป็นแมลงวัน ส่วนคนแม่ก็มีร่างกายที่ใหญ่โตพร้อมกรงเล็บ ทั้งสี่คนต้องดื่มเลือดมนุษย์เพื่อทดแทนโรคเลือดที่เคยมี และแน่นอนว่าดิมิเทรสกูคนแม่ที่รู้ว่าผมฆ่าลูกสาวเธอไปเธอก็จะมาฆ่าผม โชคดีที่ผมเจอมีดพิเศษที่มีพิษร้ายแรง แต่ดูเหมือนมีดนั้นจะทำให้ดิมิเทรสกูคนแม่กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด แต่ผมก็สามารถล้มเธอได้แต่ตัวเองก็เกือบตาย “ไปลงนรกให้หมดพวกแม่มด” และเมื่อล้มดิมิเทรสกูคนแม่ลงได้ผมก็พบขวดโหลสีเหลืองที่ดิมิเทรสกูซ่อนเอาไว้ มันน่าจะเป็นของสำคัญผมจึงเก็บมา และที่ผนังกำแพงชั้นใต้ดินนั้นมีรูปสัญลักษณ์ ‘Umbrella Corporation’ ด้วย ก่อนจะพบกับหญิงแก่คนเดิมเธอบอกผมว่าสายไปแล้วโรสตายแล้ว นั่นอาจจะเป็นคำพูดของหญิงแก่เสียสติอย่างที่ชาวบ้านในบ้านลุยซาบอก ก่อนที่ผมจะเจอกับดยุกอีกครั้ง เขาบอกผมว่าผมเจอลูกสาวแล้วไม่ใช่หรอเธออยู่ในมือของคุณ ดยุกหมายถึงขวดโหลสีเหลืองที่ผมได้มา ที่ขวดเขียนว่าหัวของโรส พระเจ้าพวกมันแยกชิ้นส่วนของเธอ

(อ่านต่อหน้าถัดไป)