ย้อนอดีต 22 ปีความหลอน Resident Evil Code Veronica ตำนานที่คนเล่นเกมยังจดจำ

ย้อนอดีตกลับไปเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2000 เกมภาคต่อที่แฟน ๆ รอคอยอย่าง ‘Resident Evil Code Veronica’ ได้วางจำหน่ายให้หลายคนได้เล่น ด้วยการฟิกที่สวยงามกว่ายุคของ ‘Playstation 1’ ที่ในสมัยนั้นก็ถือว่าทำกราฟิกซอมบี้ไปจนถึงฉากต่าง ๆ ได้ชวนหลอนสยองขวัญจนหลายคนไม่กล้าเล่น แต่พอมาเจอ ‘Resident Evil Code Veronica’ ความคิดที่เคยมีในเกม 3  ภาคแรกได้ถูกโยนทิ้งไปทันที เพราะภาคนี้จะแสดงกราฟิกออกมาได้สวยงามมีรายละเอียดตื้นลึกกว่า 3 ภาคแรก แถมซอมบี้ยังดูมีบาดแผลดูเละน่ากลัว ฉากของเกมก็มืดบรรยากาศก็น่ากลัวเต็มไปด้วยปริศนา แถมเนื้อเรื่องก็เป็นการหลุดออกมาจากเมืองแร็กคูน ที่เป็นการก้าวไปข้างหน้าของเนื้อหา และยังมีการหักมุมซับซ้อนที่สนุกน่าติดตาม ที่จนถึงตอนนี้หลายคนก็ยังอยากให้ทาง ‘Capcom’ เอากลับมาทำใหม่ แม้จะผ่านมา 22 ปีแล้วความสนุกสุดหลอนก็ยังคงอยู่ วันนี้เรามาทบทวนความทรงจำสุดหลอนนั้นกัน ส่วนแฟนใหม่ก็มาทำความรู้จักหนึ่งในภาคที่ดีที่สุดของซีรีส์ ‘Resident Evil’ ว่าทำไมแฟน ๆ เกมถึงรักภาคนี้กัน จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้นมาดูไปพร้อมกันเลย

จุดเริ่มต้นการสร้าง Resident Evil Code Veronica

Resident Evil Code Veronica

เริ่มต้นเรื่องแรกกับจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเกม ‘Resident Evil Code Veronica’ หลังจากที่เกม ‘Resident Evil 2’ ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี ทาง ‘Capcom’ ที่นำโดย ชินจิ มิคามิ (Shinji Mikami) ซึ่งในตอนนั้นเขาเป็นโปรดิวเซอร์ควบคุมทิศทางเกมซีรีส์นี้ว่าจะไปในทิศทางใด โดยสิ่งที่มิคามิต้องการหลังจากที่ ‘Resident Evil 2’ ประสบความสำเร็จ คือการก้าวไปข้างหน้ากับเครื่องเกมตัวใหม่ที่มีกราฟิกที่ดีกว่าตอนนี้ ซึ่งทาง ‘Sega’ ก็สามารถตอบสิ่งที่มิคามิต้องการ กับเครื่องเกมที่ชื่อว่า ‘Dreamcast’ ที่ตัวเครื่องเกมนั้นมีขุมพลังที่สูงกว่า ‘PlayStation 1’ แต่ด้วยปัญหาข้อสัญญาที่ทาง ‘Capcom’ ทำเอาไว้กับ ‘Sony’ เรื่องการทำเกมภาคต่อให้กับเครื่อง ‘PlayStation’ ที่ทิ้งไปไม่ได้ ทางมิคามิจึงหาทางออกโดยการสร้างภาคต่ออย่าง ‘Resident Evil 3 Nemesis’ ให้ ‘PlayStation 1’ ซึ่งความจริงแล้วเกม ‘Resident Evil Code Veronica’ ได้รับการออกแบบโดยเจตนาให้เป็นภาคต่อที่แท้จริงของ ‘Resident Evil 2’ โดยตั้งชื่อไปแล้วว่า ‘Resident Evil 3’ แต่สุดท้ายก็ต้องถูกเปลี่ยนเป็นภาคแยกที่ไม่มีหมายเลข แต่ใส่ชื่อภาคว่า ‘Code Veronica’ ลงไปแทน ตัวเกมเสร็จและวางจำหน่ายวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2000 แต่ด้วยยอดขายเครื่อง ‘Dreamcast’ ที่ไม่เข้าเป้า จึงทำให้ทาง ‘Capcom’ เอาเกมภาคนี้มาลงบน ‘PlayStation 2’ ในชื่อ ‘Resident Evil Code Veronica X’ ซึ่งใครที่ยังไม่เคยเล่นบอกเลยว่าคุณพลาดของดีไปแล้ว

Resident Evil Code Veronica

เรื่องราวที่สานต่อจาก Resident Evil 2 อย่างเป็นทางการ

Resident Evil Code Veronica

ด้วยความที่ทีมพัฒนาต้องการให้เกม ‘Resident Evil Code Veronica’ คือภาคที่ 3 ของซีรีส์ เนื้อหาเกมจึงเดินข้างหน้าในเดือนธันวาคม 1998 ราว ๆ 3 เดือนหลังเหตุการณ์ในเมืองแร็กคูน แคลร์ เรดฟิลด์ (Claire Redfield) ก็ยังคงออกตามหาพี่ชายของเธอต่อไป ด้วยความร้อนใจที่ไม่ได้เบาะแสเกี่ยวกับพี่ชาย แคลร์จึงไปบุกค้นโรงงานของ ‘Umbrella Corporation’ สาขา ‘Paris’ จนถูกจับได้และส่งมายังเกาะ ‘Rockfort’ ที่เป็นทั้งคุกและห้องทดลองกลางทะเลเพื่อปิดปาก แต่เมื่อเธอมาถึงไม่นานผู้คุมคุกก็ปล่อยตัวเธอพร้อมบอกว่าให้หนีไปจากที่นี่ การหนีตายบนเกาะนรกจึงเริ่มขึ้นทันที ซึ่งแคลร์ได้เจอกับเพื่อนร่วมทางอีกคนนั่นคือ สตีฟ เบิร์นไซด์ (Steve Burnside) นักโทษที่ถูกจับมาเหมือนกัน ทั้งคู่จึงหาทางหนีพร้อมถูกตามล่าจากสองพี่น้องฝาแฝด ‘Ashford’ กับเหล่าซอมบี้และอาวุธชีวภาพที่หลุดออกมา จนแคลร์สามารถติดต่อกับ ลีออน เอส เคนเนดี  (Leon S. Kennedy) ได้ เขาจึงตามหา คริส เรดฟิลด์ (Chris Redfield) เพื่อบอกเรื่องนี้ ซึ่งตรงจุดนี้ใครที่เคยสงสัยว่าในเกมภาคที่ 6 คริสกับลีออนรู้จักกันได้อย่างไร ทั้งที่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกตรงจุดนี้คือคำตอบ ขณะที่ อัลเบิร์ต เวสเกอร์ (Albert Wesker)  ตัวละครที่น่าจะตายไปแล้วก็มาปรากฏตัวต่อหน้าแคลร์ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปอยากให้ทุกคนไปหามาเล่นกันเอง บอกเลยว่าสนุกตื่นเต้นไม่แพ้ภาคอื่น ๆ เลย

Resident Evil Code Veronica

ระบบการเล่น

Resident Evil Code Veronica

ในส่วนของระบบการเล่นของภาค ‘Code Veronica’ ด้วยความที่ตัวเกมเป็นการสานต่อการพัฒนามาจากภาค 2 ของซีรีส์ ที่นอกจากกราฟิกที่ถูกพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดดแล้ว ตัวเกมยังเพิ่มระบบของความมืดสว่างของฉาก ที่เราต้องใช้แสงในการเดินตามทางหรือหาของ รวมถึงระบบอาวุธแบบใหม่ ๆ อย่างปืนที่ยิงพร้อมกันสองมือเพื่อเพิ่มพลังทำลาย ตัวฉากก็มีมิติตื้นลึกและมีขนาดใหญ่กว่าภาคก่อน รวมถึงฉากเนื้อเรื่องที่จะมีการตัดฉากเหมือนกำลังชมภาพยนตร์ ซึ่งตัวละครสามารถแสดงสีหน้าออกมาได้โดยที่ไม่ต้องตัดฉากเป็น ‘CG’ แบบภาคก่อน นอกจากนี้ตัวเกมก็ยังได้หยิบระบบ ‘Zapping’ ของ ‘Resident Evil 2’ มาใช้อีกครั้ง แต่จะเปลี่ยนเป็นการเล่าเรื่องก่อนหลังของสองตัวละครไม่ได้แยกเนื้อเรื่อง โดยสิ่งที่แคลร์ทำจะส่งผลถึงสิ่งที่คริสเจอในเนื้อช่วงต่อมาได้อย่างลงตัว นอกนั้นก็จะเป็นระบบเก่าทั้งมุมกล้องการควบคุมที่ใช้ของเดิม ซึ่งตัวเกมจะไม่มีระบบตัวเลือกหรือการหลบแบบ ‘Resident Evil 3’ แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้เกมภาคนี้เป็นที่จดจำของแฟน ๆ มาจนถึงตอนนี้

Resident Evil Code Veronica

ตัวละครหลักที่ปรากฏในเกม

Claire Redfield

Resident Evil Code Veronica

3 เดือนหลังจากเหตุการณ์ในเมืองแรกคูน แคลร์ก็ยังคงตามหาพี่ชายจนสุดท้ายเธอก็ไปเจอตอ เมื่อทาง ‘Umbrella Corporation’ จับได้เธอมายังเกาะ ‘Rockfort’ เพื่อใช้เธอเป็นหนูทดลอง ซึ่งที่นี่ก็เปรียบเหมือนบ้านพี่เมืองน้องของ ‘Umbrella’ แต่เมื่อมาถึงแคลร์ก็ได้ถูกปล่อยตัวจากผู้คุม เธอจึงต้องหาทางหนีออกไปจากที่นี่ ซึ่งหลังจากที่มีประสบการณ์จากเมืองแรกคูนมาแล้ว คราวนี้เราจึงเห็นความเก่งในการเอาตัวรอดของเธอที่มากกว่าสมัยภาค 2 พร้อมทักษะการใช้อาวุธที่มากขึ้น รวมถึงมุมต่าง ๆ ที่เราไม่เคยเห็นอย่างมุมอ่อนแอแต่ไม่อ่อนไหวที่เราจะได้เห็นจากเธออีกด้วย

Resident Evil Code Veronica

Chris Redfield

Resident Evil Code Veronica

หลังจากรอดชีวิตมาจากคฤหาสน์ ‘Spencer’ ในเกมภาคแรกคริสและเพื่อน ๆ ที่รอดชีวิตต่างก็พยายามกดดันไปทางหัวหน้าตำรวจให้จัดการเกี่ยวกับคดีนี้ ซึ่งแน่นอนว่าทาง ‘Umbrella Corporation’ ได้ซื้อและปิดปากนักการเมืองไปจนถึงหน่วยงานระดับสูงไว้หมดแล้ว คริสที่ไม่มีทางเลือกจึงต้องลงมือสืบเรื่องนี้ด้วยตนเองคนเดียว จนเขาได้รับการติดต่อจากลีออนว่าแคลร์ถูกจับไปที่เกาะ ‘Rockfort’ ภารกิจช่วยน้องสาวจึงเริ่มขึ้น โดยเนื้อเรื่องของคริสจะเริ่มจากจบเนื้อเรื่องแคลร์ไปแล้ว เราจึงได้เห็นสภาพเกาะหลังจากที่แคลร์ไปแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งถ้าใครสงสัยว่าทำไมภาคหลัง ๆ พี่คริสเราถึงหุ่นหมีบึกบึนขึ้น สาเหตุก็มาจากการโดนเวสเกอร์กระทืบในภาคนี้นั่นเอง

Resident Evil Code Veronica

Steve Burnside

Resident Evil Code Veronica

มาดูตัวละครใหม่ของภาคนี้กันบ้าง กับ สตีฟ เบิร์นไซด์ นักโทษที่ถูกจับตัวมาบนเกาะก่อนแคลร์ไม่นาน โดยพ่อของสตีฟคือหนึ่งในพนักงานของ ‘Umbrella Corporation’ ที่เอาความลับของบริษัทไปขายในตลาดมืด จนถูกทาง ‘Umbrella’ จับมาปิดปากบนเกาะพร้อมพ่อส่วนแม่นั้นเสียชีวิตไปแล้ว ตัวของสตีฟนั้นเป็นหนุ่มเลือดร้อนที่พุ่งไปข้างหน้าแบบไม่กลัวตาย ซึ่งก็เกือบตายหลายครั้งถ้าไม่ได้แคลร์ และตั้งแต่ที่เขาปรากฏตัวในภาคนี้ก็ไม่มีบทบาทในภาคต่อ ๆ มาอีกเลย ซึ่งใครที่เคยเล่นเกมนี้มาแล้วคงจะทั้งสงสารและไม่ชอบตัวละครนี้ไปพร้อม ๆ กัน

Resident Evil Code Veronica

Alexia Ashford

Resident Evil Code Veronica

ต้นตอของเรื่องราวในครั้งนี้ก็มาจาก อเล็กเซีย แอชฟอร์ด (Alexia Ashford) เด็กสาวอัจฉริยะที่เกิดมาจากการผสมเซลล์ร่วมกับ ‘DNA’ ของ เวโรนิกา (Veronica) บรรพบุรุษของตระกูลแอชฟอร์ด มาสร้างร่างโคลนดัดแปลงพันธุกรรมเป็นเด็กแฝดชายหญิง ซึ่งอเล็กเซียก็เผยความเป็นอัจฉริยะตั้งแต่เด็กจนแม้แต่ วิลเลียม เบอร์กิน (William Birkin) ยังมองเป็นคู่แข่ง ซึ่งเธอสามารถสร้างเชื้อไวรัสตัวใหม่ที่พัฒนาจาก ‘T-Virus’ ในชื่อว่า ‘T- Veronica’ ที่ทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถควบคุมสติความคิดเอาไว้ได้ แต่ข้อเสียคือตัวผู้ติดเชื้อต้องใช้เวลาฟักตัวอยู่กับเชื่อนาวนาน ทางตระกูลแอชฟอร์ดจึงตัดขาดจากโลกภายนอกและทดลองกับเหล่านักโทษอย่างลับ ๆ บนเกาะ ซึ่งทาง ‘Umbrella Corporation’ ก็ใช้ที่แห่งนี้เป็นที่ปิดปากคนที่รู้เห็นเรื่องเกี่ยวกับบริษัท

Resident Evil Code Veronica

Alfred Ashford

Resident Evil Code Veronica

ขณะที่น้องสาวเป็นอัจฉริยะแฝดผู้พี่อย่าง อัลเฟรด แอชฟอร์ด (Alfred Ashford) กลับเป็นเพียงคนปกติที่ไม่มีอะไรพิเศษต่างกับน้องสาว อัลเฟรดจึงทำหน้าที่ดูแลเกาะโดนสองพี่น้องจะตัวติดกันตลอดเวลา จนทำให้พี่ชายเกิดความรู้สึกหลงรักน้องสาวตัวเอง ซึ่งตลอดทั้งเกมนั้นเราจะถูกอัลเฟรดตามล่า เพราะเขาคิดว่าแคลร์คือคนที่มาทำลายเกาะ ซึ่งนอกจากความลับเรื่องนี้แล้ว อัลเฟรดยังมีความลับอีกอย่างที่คนเล่นเกมนี้มาแล้วจะรู้ว่ามันคืออะไร ซึ่งบอกเลยว่าใครที่ไม่เคยเล่นต้องอุทานออกมาดัง ๆ แน่นอน

Resident Evil Code Veronica

Albert Wesker

Resident Evil Code Veronica

“เวสเกอร์นายยังไม่ตายหรอ” นั่นคือคำอุทานของแฟนเกมในยุคนั้น ที่ตกใจเมื่อได้เห็นชายที่คิดว่าน่าจะตายไปแล้วกลับมาอีกครั้ง ซึ่งเวสเกอร์ได้บอกกับคนเล่นเกมว่าเขาได้รับเชื้อไวรัสตัวใหม่จากวิลเลี่ยม เพื่อให้ตัวเองแกล้งตายจะได้แอบมาทำงานเบื้องหลัง โดยที่ไม่ให้ใครรู้แม้แต่ ‘Umbrella’ และเขาก็คือคนที่แอบทำลายเกาะจนเชื้อ ‘T-Virus’ รั่วไหลออกมา ซึ่งสิ่งที่เขาต้องการจากที่นี่คือเชื้อ ‘T- Veronica’ สงครามการต่อสู้ระหว่างเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดจึงเริ่มต้นขึ้นนับจากนี้ ซึ่งเราจะได้เห็นพลังเหนือมนุษย์ของเวสเกอร์ จนทำให้คริสของเราตัดสินใจฟิตหุ่นเพื่อมาต่อสู้กับเวสเกอร์เลยทีเดียว

Resident Evil Code Veronica

D.I.J. ผู้รอดชีวิตที่คอยดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกม

Resident Evil Code Veronica

อีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า นอกจากพวกตัวละครหลักที่เราได้เห็นแล้ว ยังมีบุคคลปริศนาที่ชื่อย่อว่า ‘D.I.J.’ อีกหนึ่งคนที่รู้เห็นทุกอย่างภายในเกม โดยตัวของเขานั้นจะจดบันทึกทุกอย่างลงในกระดาษที่เราสามารถพบเห็นได้ตลอดทั้งเกม ซึ่งในบันทึกนั้นจะเป็นการเขียนความรู้สึกของตนเองที่ได้เห็นสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเกมอย่างละเอียด แถมเรายังได้เจอเขามาตลอดทั้งเกมแต่เราไม่รู้ เพราะเขาคือเจ้าหนูที่วิ่งไปมาในเกม และบางครั้งมุมกล้องที่เราได้เห็นก็มาจากมองมองของ ‘D.I.J.’ อีกด้วย ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าทำไมหนูถึงสามารถเขียนหนังสือได้และเขาคือใคร แต่ที่รู้ก็คือตัวของ ‘D.I.J.’ ได้หนีไปพร้อมกับเวสเกอร์ด้วยเรือดำน้ำ นับจากนั้นเราก็ไม่ได้ข่าวตัวละครนี้อีกเลย ใครที่ได้กลับไปเล่นอีกครั้งก็ลองสังเกตดี ๆ เราจะเห็นเจ้าหนูแอบอยู่หลาย ๆ ฉากของเกมอีกด้วย

Resident Evil Code Veronica

เราอาจจะได้เห็น Resident Evil Code Veronica ใน Resident Evil Welcome to Raccoon City 2

Resident Evil Code Veronica

อันนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายของแฟนเกมก็ไม่อาจทราบได้ เพราะถ้าใครที่ได้ดูตัวอย่างหรือในภาพยนตร์ ‘Resident Evil Welcome to Raccoon City’ เราจะได้เห็นคู่แฝด ‘Ashford’ ที่เหมือนในเกม พร้อมเอกสารข้อมูลที่บอกใบ้เรากับภาคต่อไปของภาพยนตร์ ที่อาจจะเกิดขึ้นในภาคที่ 2 ก็เป็นไปได้ บวกกับข่าวที่บอกว่าทางผู้กำกับภาพยนตร์อยากเล่าเรื่องราวในเกม ‘Resident Evil 4’ จึงพอจะเดาได้ว่าเรื่องราวใน ‘Resident Evil Welcome to Raccoon City 2’ อาจจะเล่าเรื่องราวของลีออนในเกม ‘Resident Evil 4’ สลับไปกับเรื่องราวของแคลร์ใน ‘Resident Evil Code Veronica’ คู่กันไปเหมือนในภาพยนตร์ภาคแรกก็ได้ (เป็นเพียงการคาดเดา) เอาไว้มีข่าวเราจะรีบมารายงานให้ทราบ

Resident Evil Code Veronica

Resident Evil Code Veronica Remake

Resident Evil Code Veronica

ปิดท้ายกับข่าวดีของคนที่อยากให้ ‘Capcom’ ทำการ ‘Remake’ เกม ‘Resident Evil Code Veronica’ แต่ทาง ‘Capcom’ กลับเลือกจะไปพัฒนา ‘Resident Evil 4 Remake’ แทน จนทำให้แฟนเกมบางส่วนไม่พอใจจึงทำการ ‘Remake’ เกมภาคนี้ขึ้นมาเอง ด้วยการใช้กราฟิกตัวละครของ ‘Resident Evil 2 Remake’ มาเป็นต้นแบบ จนเราได้เห็นภาพตัวอย่างออกมาเรียบร้อย ซึ่งบอกเลยว่าสวยงามไม่แพ้ ‘Resident Evil 2 Remake’ ที่ทาง ‘Capcom’ ทำออกมาเลย คงต้องรอดูว่าเมื่อเสร็จแล้วตัวเกมจะถูกปล่อยออกมาให้เล่นเมื่อใด และทาง ‘Capcom’ จะหวงก้างออกมาขัดแบบสมัยที่เคยมีแฟนเกมทำ ‘Resident Evil 2 Remake’ ไหม แต่ที่รู้ตอนนี้คือ ‘Capcom’ คงร้อน ๆ หนาว ๆ แน่นอน ส่วนแฟนเกมก็รอลุ้นว่าจะได้เล่นเมื่อใด

Resident Evil Code Veronica

ก็จบกันไปแล้วกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเกม ‘Resident Evil Code Veronica’ เนื่องในโอกาสครบรอบ 22 ปีเกมนี้หวังว่าจะถูกใจกัน โดยในเนื้อหาในบทความนี้เราไม่ได้เปิดเผยเรื่องราวหลักหรือสิ่งต่าง ๆ ที่มีในเกม แม้จะเป็นเกมเก่าเมื่อ 22 ปีที่แล้วก็ตาม เพราะเชื่อว่าหลายคนที่ไม่เคยเล่นเกมนี้ก็ยังมี จึงอยากให้คนที่ได้อ่านบทความนี้ไปหาเกมนี้มาเล่นด้วยตัวเอง แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมแฟน ๆ ‘Resident Evil’ จึงอยากให้เกมนี้ถูก ‘Remake’ มากกว่าภาค 4 ที่ทาง ‘Capcom’ กำลังจะทำ แล้วคุณจะรู้ว่าเกมภาคที่ 3  ของซีรีส์ ‘Resident Evil’ ที่แท้จริงคืออะไรเมื่อเล่นเกมนี้จบ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก