Connect with us

แบไต๋กระป๋อง/กล่อง/ขวด

แบไต๋ซองในตำนาน เพราะชีวิตขาดหวานไม่ได้ กับมันทอดเคลือบคาราเมล “ปาร์ตี้”

พูดถึงขนมซองที่มีขายอยู่ในเชล์ฟของร้านสะดวกซื้อ ส่วนใหญ่จะเป็นมันฝรั่งทอดหรือขนมตระกูลสาหร่ายต่างๆ ที่แข่งกันออกมาหลายยี่ห้อเหลือเกิน ไม่รู้ว่าเพราะกรรมวิธีในการผลิตมันง่าย หรือ Margin สูง กำไรดีก็ไม่รู้ แต่ถ้ามาดูตระกูลขนมที่อยู่ในตลาดมานานเกิน 30 ปี โดยที่ไม่มีคู่แข่งในตลาด ต้องยกให้ซองนี้เลย “ปาร์ตี้” มันเทศผสมทอดกรอบเคลือบเนยคาราเมล


กินมาตั้งนาน ตอนแรกนึกว่าเป็นแป้งทอด จริงๆ แล้วเป็นมันเทศทอด มิน่ารสชาติไม่เหมือนขนมในท้องตลาด กรอบ แน่น หวาน(มันเทศ) และเคลือบคาราเมลอีก  ไหนลองดูส่วนผสม อย่างอื่นหน่อย ว่าอร่อยเพราะอะไรอีกบ้าง

  • คาราเมล* 31.3%
  • มันเทศ 25%
  • แป้งมันสำปะหลัง 17%
  • แป้งสาลี 13.9%
  • น้ำมันปาล์มโอเลอีน** 10.5%
  • เนย 2.3%
* คาราเมล คือ น้ำตาลที่ผ่านความร้อนจนได้อุณหภูมิที่เหมาะสม ทำให้มีรสชาติและสีที่ไม่เหมือนกันตามแต่ละระดับอุณหภูมิ
** น้ำมันปาล์มโอเลอีน คือน้ำมันปาล์ม ที่มีการแยกส่วนที่เป็นไขมัน (ปาล์มเสตียริน) ออก โดยไขมันที่แยกออกมาสามารถนำไปเป็นส่วนประกอบในการทำ เนย สบู่ หรือเทียนไข เป็นต้น

โดยรวมเห็นเป็นชิ้นมันทอดง่ายๆ แต่ผสมทั้งมันเทศ แป้งมันสำปะหลัง และแป้งสาลีอีก มิน่ารสชาติกับ Texture ถึงได้ไม่เหมือนขนมอื่นๆ และยังมีคาราเมลเป็นส่วนประกอบมากที่สุดด้วย น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น ขนมคาราเมลสอดไส้มันเทศแทน 😀

แต่เอาเข้าจริง คาราเมลนี่แหละตัวอร่อยสุด เวลาแกะซองแล้วชอบหาชิ้นที่มันติดกัน เพราะมันจะแอบมีคาราเมลหนากว่าชิ้นอื่น 😛

แต่ไม่ว่าจะเป็น มันเคลือบคาราเมล หรือ คาราเมลไส้มัน ส่วนประกอบหลักก็คือแป้งและน้ำตาลอยู่ดี 1 ซอง (32 กรัม) ให้พลังงานเท่ากับ 150 kCal  กินเสร็จแล้วก็ควร “บริโภคแต่น้อยและออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ” ตามที่เขียนไว้หลังซองด้วย หรืออีกวิธีง่ายๆ คือเวลากินเอาไปแบ่งเพื่อนข้างๆ ให้สมกับที่เขียนไว้หน้าซองว่า “ปาร์ตี้”

สุดท้ายนี้ แอบสงสัยเหมือนกัน ว่าแล้วขั้นตอนที่จะเคลือบคาราเมลให้ทั่วชิ้นต้องทำยังไง ลองดูกระบวนการผลิตคร่าวๆ ในวีดีโอด้านล่างนี้ได้เลย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement

แบไต๋กระป๋อง/กล่อง/ขวด

ส่องขวดรวมร่าง แบรนด์ Global และ Local ของคนไทย กับมินิทเมดน้ำมะเขือเทศผสมเนื้อส้ม

Published

on

จากไลโคปีนที่มีอยู่ในมะเขือเทศที่นำเสนอคราวก่อนในเรื่องโรซ่า ก็ทำให้รู้ว่าเฮ้ยมะเขือเทศนี่ ของดีนี่หว่า แต่เราดันไม่ค่อยกินอาจจะเพราะไม่ชอบรสสัมผัส กับกลิ่นนี่แหละ

จนไปเจอผลิตภัณฑ์ใหม่น่าสนใจใน 7-11 ขวดนี้เลย น้ำมะเขือเทศผสมเนื้อส้มของมินิทเมด หยิบมาวิเคราะห์อย่างไว มันจะเข้มข้นเหมือนน้ำมะเขือเทศทั่วไป หรืออร่อยใสๆ สไตล์สดชื่นเหมือนน้ำส้มมินิทเมดหรือเปล่า

  • น้ำมะเขือเทศ 21.36%
  • น้ำตาล 4.87%
  • น้ำส้ม 4.66%
  • เนื้อส้ม 3.95%
  • สารให้ความหวาน (สตีวิออลไกลโคไซด์)


โดยรวมดูน่าอร่อย น้ำมะเขือเทศไม่เยอะมากมีน้ำส้มและเนื้อส้มมาตัดด้วยน่าจะสดชื่นดี แถมใช้หญ้าหวาน เป็นสารให้ความหวานอีกตะหาก ส่องอีกข้างของขวดก็พบผู้ผลิต คือ Coca Cola Company ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ระดับโลก (Global) ที่น่าเชื่อถือ ส่วนรายที่สองตามมาดูด้านล่างนี้เลย


ใช่แล้ว !!! ขวดนี้ใช้มะเขือเทศจากดอยคำ มาตรฐานคุณภาพจากเกษตรกรไทย (Local) เพื่อคนไทยด้วย หลังจากที่ลองชิม ต้องบอกเลย ใสๆ ดื่มง่าย ได้ประโยชน์ด้วย ร่วมมือกันแบบนี้ ตลาดเครื่องดื่มและน้ำผลไม้น่าจะตื่นตัว แล้วประโยชน์ก็ตกอยู่กับผู้บริโภคและประเทศไทยนี่แหละ #เวรี่กู้ด


สุดท้ายนี้ การ Synergy ของแบรนด์ระดับโลกกับแบรนด์ของคนไทย ไม่ใช่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาด แต่มันคือการประสานความร่วมมือทั้งระบบ ใครจะไปรู้ มะเขือเทศในมือเกษตรกรเชียงราย ผ่านการแปรรูปและอาจจะไปวางขายใน Shelf ที่ต่างประเทศ เสริมเศรษฐกิจไทยในอีกไม่นานนี้ก็เป็นได้

“น่าคิดถ้าจะมีการ featuring ของน้ำอื่นๆ อีกเช่น แฟนต้าน้ำแดงผสมกระเจี๊ยบ หรือ สไปรท์มะขามป้อม  ถ้าทำได้จริงนี่ Game Changer ตลาดน้ำอัดลมไทยเลยทีเดียว :P”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

แบไต๋กระป๋อง/กล่อง/ขวด

แบไต๋ขวดที่ไม่ธรรมดา  กับซอสมะเขือเทศโรซาผสมไลโคปีน

Published

on

พูดถึงมะเขือเทศ 🍅 บางคนอาจจะกินง่าย บางคนอาจจะกินไม่ได้เลย แถมเด็กๆ โดนแม่บังคับกินเพราะเป็นของมีประโยชน์จนร้องไห้ก็มี >_<

แต่ถ้าพูดถึงซอสมะเขือเทศ เชื่อว่าคนส่วนใหญ่กินได้ อาจจะเป็นเพราะ มันต้องกินกับเฟร้นช์ฟรายส์ ซึ่งเป็นของชอบของเด็ก กินเปล่าๆ ก็ฝืดคอ พอมาจิ้มซีอิ้วหรือน้ำปลาก็ไม่เข้ากันอีก 😛

ทีนี้ถ้าจะเลือกสักขวด จะกินแบบไหนดี เข้าไปดูในซุปเปอร์มาเก็ตหลักๆ มีหลายยี่ห้อ แต่หน้าตาเหมือนกันหมด ไปสะดุดอยู่ขวดนึง โรซ่าผสมไลโคปีน* ? . . .  ตอนแรกอ่านผ่านๆ นึกว่าไอโอดีน

เริ่มแอบสงสัย แล้วทำไมโรซ่า ต้องทำแบบไลโคปีนมาด้วย จะเอามาแข่งกับซอสมะเขือเทศแบบธรรมดาของตัวเองทำไม แสดงว่าขวดนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ไหนขอลองดูส่วนประกอบหน่อยซิ

*ไลโคปีน : พบได้ในผักและผลไม้สีแดง มีฤทธิ์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ลดความเสื่อมของเซลล์ และลดความเสี่ยงของการอุดตันในเส้นเลือดได้

  • มะเขือเทศ 75%
  • น้ำส้มสายชู 6%
  • เกลือบริโภคผสมไอโอดีน 3%
  • ไลโคปีน 0.05%
  • ใช้สตีวิออลไกลโคไซด์ให้ความหวานแทนน้ำตาล
  • ไม่ผสมแป้ง และวัตถุกันเสีย

สุโค่ย!!! ต่างจากสูตรทั่วไปจริงด้วย ปกติที่เห็นซอสมะเขือเทศทั่วไปต้องมีน้ำตาลไม่ต่ำกว่า 10% แต่นี่ใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล ทำให้แคลอรี่รวมขวดนี้เป็น 0 kCal . . . อย่างนี้เท่ากับกินได้ประโยชน์  แถมโภชนาการดีไม่มีแคลอรี่อีก

(แอบยิง Qr Code ข้างขวดมา ข้อมูลอีกเพียบ โดยรวมแล้วหมดขวดเท่ากับมะเขือเทศตั้ง 10 ลูกแน่ะ 🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅)

เท่านั้นไม่พอ ฝาขวดยังเป็นแบบปุ่มนิรภัยที่นูนขึ้น เมื่อมีคนแอบเปิดขวดก่อนแล้ว ทำให้มั่นใจว่าเราจะได้ผลิตภัณฑ์ที่ใหม่ ไม่ได้ Re-fill มาจากที่ไหนแน่นอน #บอกแล้วขวดนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

สุดท้ายนี้ ตอนอ่านส่วนผสมแอบคิด เฮ้ย นี่มันมะเขือเทศสด ใส่เกลือแต่งรสด้วยน้ำส้มสายชูนิดหน่อย  อย่างนี้ผสมน้ำก็กลายเป็นน้ำมะเขือเทศเลยนี่หว่า ใครจะไปนึก . . .  มีคนทำจริงว่ะ o_O

และสำหรับใครที่ยังร้องไห้ตอนกินมะเขือเทศอยู่  ไม่ต้องร้องแล้วนะคะ อย่ากังวลแต่อย่างใด กินได้ตามสูตรด้านล่างนี้เลยค่ะ 😛

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

แบไต๋กระป๋อง/กล่อง/ขวด

ส่องส่วนผสม ของขวัญประจำปี กับคุกกี้ที่ได้แน่ๆ โดยไม่ต้องเสี่ยงทาย :P

Published

on

ในช่วงปีใหม่ที่ใกล้เข้ามาถึง สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กระเช้าของขวัญปีใหม่มาโดยตลอด คงหนีไม่พ้นเจ้าคุกกี้อาร์เซนอล กล่องแดง  ที่ตอนเด็กเก็บไว้เป็นตัวเลือกขนมหลังๆ ที่อยากจะกิน เพราะสุดท้ายขนมหมดกระเช้า เด็กอย่างเราก็จะต้องหาขนมกินเพื่อจะเติบโต 😛

แอบคิดว่า นี่อาจจะเป็นแผนการตลาด ยุค 2.0 ที่เค้าพยายามให้เรากินแต่เด็กจนเป็นรสคุ้นติดปากมาจนโตแน่ๆ แถมคุณแม่ยังเอากล่องไว้เก็บเข็มกับด้ายอีก -*-   ว่าแต่แล้วคุกกี้ที่เรากินตั้งแต่เด็กจนโตมันมีส่วนผสมอะไรบ้าง ขอส่องหน่อยซิ

  • แป้งสาลี 47.36%
  • น้ำตาล 25.99%
  • เนย 16.71%
  • ไขมันพืช 7%
  • ไข่ไก่ 1.22%
  • เกลือ 0.66%
  • มะพร้าวป่น 0.43%

ตามสูตรขนม แป้ง เนย น้ำตาล ไข่ แต่ที่คาดไม่ถึงคือใส่มะพร้าวป่นมาด้วยแฮะ เพราะเห็นเขียนว่าเป็นสูตรจากประเทศเดนมาร์ก (Danish Formula) กลายเป็นส่วนผสมและรสชาติเข้ากันซะงั้น เรียกได้ว่าเป็น Secret Ingredient เลยก็ว่าได้ 😀

ข้ามมาดูฝั่งคุณค่าทางโภชนาการบ้าง ถ้ากินตามคำแนะนำ กระป๋อง 200 กรัม ควรแบ่งกิน 7 ครั้ง เพื่อจำกัดแคลอรี่ไว้ที่ 150 kcal ไหนดูซิ แบ่ง 7 ครั้ง จะได้คุกกี้กี่ชิ้น (ไม่ได้ห่วงอะไร แค่อยากกินให้ครบ 4 แบบเท่านั้นเอง :P)

อ้าว 12 กระทง 36 ชิ้น สรุปกินได้ประมาณ 5 ชิ้นต่อครั้ง 😀 เท่ากับว่ากินได้ครบทุกแบบเลย . . . งั้นขอกินตามลำดับเลยแล้วกัน

  • @ Vanilla Ring Cookie คุกกี้รูปก้นหอยกลิ่นเนยเข้มข้นอร่อยสุดละ
  • & Pretzel Cookie คุกกี้เนยเนื้อแข็งโรยน้ำตาลทรงมุ้งมิ้ง น่ารัก น่ากิน
  •  Finnish Bread Cookie คุกกี้เนื้อแข็งโรยน้ำตาลกรุบกรอบคล้ายๆ ข้างบนแต่มุ้งมิ้งน้อยกว่า
  • ○ Coconut Cookie คุกกี้เนยผสมมะพร้าว อันนี้พิเศษหน่อยกินได้ 2 อันต่อครั้ง เพราะมีเยอะ 😀

แต่วันก่อนเห็นคุกกี้อาร์เซนอล พยายามปรับ Package เพื่อให้ดูทันสมัยมากขึ้นและใช้สีครีมคุกกี้มาร่วมด้วย ก็แอบคิดว่า เฮ้ยคุณ จุดขายคุณคือกล่องสีแดงสดเพื่อใช้เป็นของขวัญมงคลนะเฟ้ยยยยยย ทำแบบนี้เสียจุดขายหมด -“-

ส่วนอีกรายคู่แข่งตลอดกาล คุกกี้อิมพีเรียล ก็ปรับ Package แต่ผมว่าเวิร์ค พี่เล่นโคตรคูลเลย   แปะสติ้กเกอร์ ซังฮี่* (囍) บนกล่องขนมเว้ย ประกาศจุดเด่นให้ชัดเลย ตรูเป็นขนมมงคลเฟ้ย ซื้อตรูเดี๋ยวนี้ถ้าอยากแต่งกับสาวหมวย 😛

*ตัวอักษรซังฮี่ นิยมใช้เป็นสัญลักษณ์งานแต่ง หมายถึง ความสุขของคู่วิวาห์

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสับสนว่า สรุปเด็กๆ ตรูกินยี่ห้อไหนวะ อาร์เซนอล หรือ อิมพีเรียล ผมมีเคล็ดลับมาเปิดเผยง่ายๆ เลย

.

.

.

.

.

กลับไปบ้านถามแม่ กระป๋องด้ายอยู่ไหน ยี่ห้ออะไรใส่ด้ายกับเข็มอยู่ ก็อันนั้นแหละที่กินตั้งแต่เด็กๆ 😛

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!