Connect with us

สัมภาษณ์

UniChat สัมภาษณ์ “เจเจ” ดาวคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี กับชีวิตปี 1 ในรั้วธรรมศาสตร์

ผู้ชม 2,386 ครั้ง!

เป็นคณะยอดฮิต ที่ใครๆ ก็มักจะคิดถึงเป็นอันดับแรกๆ อย่างคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เพราะนับเป็นคณะเก่าแก่ที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน แถมยังเม้าส์กันว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้าเนี๊ยบและมีระเบียบสุดๆ ส่วนจะจริงหรือเท็จยังไง วันนี้แบไต๋จะพาไปไขความกระจ่างกับ เจเจ-เปมิกา เสงี่ยมกุล ดาวคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปคุยกับเธอกันเลย!

ทำไมถึงเลือกเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีคะ

ที่เจเลือกเรียนคณะนี้ เพราะโดยส่วนตัวแล้วชอบคณิตศาสตร์ค่ะ ชอบอะไรที่มันมีกฎเกณฑ์ มีกรอบให้ว่า ทำแบบนี้ถูกนะหรือทำแบบนี้ผิด เจเป็นคนที่ไม่ค่อย creative เท่าไหร่ค่ะ แล้วพอดีแม่ทำบริษัทรับทำบัญชีด้วย จะได้มาทำต่อแม่ได้ค่ะ แถมยังมีข้อดีคือบัญชีเป็นวิชาชีพค่ะ ถ้าไม่จบบัญชีก็ไม่สามารถทำบัญชีได้ค่ะ จึงทำให้หางานง่ายค่ะ

สาขาบัญชี เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

ปี 1 จะเรียนวิชาศึกษาทั่วไปของมหาวิทยาลัยค่ะ แล้วก็วิชาแกนบังคับของคณะตัวแรกๆ ค่ะ

ปี 2 ปี 3 และปี 4 ก็จะเรียนวิชาแกนของคณะ แล้วก็วิชาเอกของตัวเองค่ะ อย่างเจเรียนเอกบัญชี ก็จะแตกไปเป็นอีกหลายวิชา เช่น บัญชีการเงิน บัญชีบริหาร บัญชีภาษีอากร การสอบบัญชี ประมาณนี้ค่ะ

วิชาโปรดของเจเจ

คงจะเป็นวิชาบัญชีค่ะ เจอยู่ปี 1 ก็เลยได้เรียนไปแค่ 2 ตัวค่ะ คือ AC201 การบัญชีชั้นต้นวิชานี้จะเรียนเกี่ยวกับพื้นฐานของบัญชีทั้งหมด และ AC311 การบัญชีชั้นกลาง วิชานี้ก็จะเจาะลึกมากกว่า AC201 ค่ะ ที่เจชอบวิชาบัญชีมากสุดเพราะอย่างที่เคยบอกไปค่ะว่าเจชอบอะไรที่มันเป็นกฎเกณฑ์ค่ะ แต่ก็อยู่ที่อาจารย์ด้วยค่ะ ถ้าอาจารย์น่ารัก ใจดี ก็ชอบค่ะ (หัวเราะ)

โปรเจ็คที่ชอบที่สุด ตั้งแต่เคยทำมาคือโปรเจ็คอะไร

เพราะเจอยู่ปี 1 เลยยังไม่มีโปรเจ็คใหญ่ๆ ค่ะ ก็จะมีทำงานงานเล็กๆ บ้างค่ะ ถ้าที่ชอบที่สุด ก็คงเป็นของวิชา Fn201 การเงินธุรกิจค่ะ ก็จะให้เราเลือกธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์มาแล้วก็ใช้งบการเงินในการวิเคราะห์ว่า ธุรกิจนั้นมีแนวโน้มเป็นยังไง โดยใช้ข้อมูลจากอดีตมาเปรียบเทียบแล้วก็ดูว่า เราควรลงทุนในธุรกิจนี้ไหม

จำเป็นมั้ย ที่เรียนบัญชีต้องเก่งเลข

เอาจริงๆ บัญชีไม่ได้ใช้หลักการทางคณิตศาสตร์มากค่ะ จะไม่มีพวกแคลคูลัสเหมือนกับวิศวะค่ะ จะใช้แค่พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ค่ะ และส่วนใหญ่ก็จะใช้เครื่องคิดเลขคิดเอาค่ะ ถ้าคนที่คิดว่าไม่เก่งเลขแต่อยากเรียน เจแนะนำว่า ควรมีพื้นฐานที่ดีค่ะ แต่ที่สำคัญกว่าคือความชอบค่ะ เพราะถ้าเราชอบอะไรจริงๆ เราก็จะพยายามแล้วทุ่มเทกับมันค่ะ

และถ้าอยากเก่งเลข ต้องพัฒนาตัวเองยังไงบ้าง

ต้องมีวินัยแล้วก็มีความมุ่งมั่นค่ะ ฝึกทำโจทย์เยอะๆ ไม่มีอะไรยากเกินความพยายามค่ะ

ว่ากันว่าสาวๆ บัญชีมักจะดุ

เจว่าไม่จริงนะ เพราะเจใจดี (หัวเราะ) เจว่าอยู่ที่คนมากกว่าค่ะ  

เห็นเจเจเป็นดาวคณะด้วย เล่าตอนประกวดให้ฟังหน่อยค่ะ

ปกติคณะบัญชีของธรรมศาสตร์จะมีการแข่งร้องเพลงทุกปีค่ะ โดยในคณะเองจะแบ่งกันเป็นโต๊ะ แล้วก็ให้แต่ละโต๊ะมาแข่งกัน โดยแต่ละโต๊ะจะโหวตเลือกดาวเดือนเอาไว้แล้ว ซึ่งเจก็ได้รับโอกาสนั้นค่ะ ในการแข่งร้องเพลง ก็จะมีการแสดงในโต๊ะแล้วก็ร้องเพลงของมหาวิทยาลัยค่ะ ส่วนเจที่ประกวดดาวคณะก็จะมีจับฉลากตอบคำถามเพิ่มค่ะ ตอนนั้นจำได้ว่า ได้คำถามที่ยากอยู่ค่ะ เจก็ตอบไป งงตัวเองไปค่ะ  (หัวเราะ) พอผลออกมา โต๊ะเจได้ที่ 3 ส่วนเจก็ได้เป็นดาวคณะแบบงงๆ ค่ะ (หัวเราะ) พอหลังจากได้รางวัลแล้วก็จะต้องเป็นตัวแทนคณะไปแข่งดาวมหาวิทยาลัยต่อค่ะ

มีกิจกรรมไหนเจ๋งๆ ที่เจเจประทับใจอีกมั้ยคะ

ตอนช่วงเทอมแรก มีงาน TU freshy game เจเลยลงแข่งว่ายน้ำค่ะ ลงแข่ง 4 ท่า ได้ 3 ทอง 1 ทองแดงค่ะ แล้วก็มีกิจกรรมประกวดดาวเดือน ของมหาวิทยาลัยค่ะ ซึ่งก็จะมี workshop ต่างๆให้ดาวเดือนแต่ละคณะ ได้ทำร่วมกันค่ะ กิจกรรมที่ชอบที่สุด น่าจะเป็นตอนที่ให้ดาวเดือน แต่ละคนช่วยกันทำ กล่องรับบริจาค แล้วไปรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ เด็กกำพร้าค่ะ

ต้องมีหลายคนอยากรู้แน่ๆ ว่าสังคมคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีเป็นยังไง

ที่ธรรมศาสตร์ค่อนข้างจะให้อิสระกับนักศึกษาค่ะ ทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นค่ะ แล้วก็อาจารย์ที่นี่จะพูดอยู่เสมอว่า ให้นักศึกษาทุกคนต้องช่วยกันเรียนค่ะ ไม่ให้แข่งกัน เพราะฉะนั้น เพื่อนก็จะน่ารักทุกคนค่ะ มีอะไรไม่เข้าใจก็แชร์กัน ช่วยกันค่ะ

เคล็ดลับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยในแบบของเจเจ

เรื่องการแบ่งเวลาค่อนข้างสำคัญค่ะ เจเป็นเด็กกิจกรรมตั้งแต่เด็ก ก็เลยจะยุ่งมาตลอดค่ะ ก็เลยจะมีการจัดตารางชีวิตของตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เราก็จะแบ่งเวลาได้ถูกค่ะ ว่าเวลาไหนเที่ยวเล่นได้นะ หรือเวลาไหนที่ต้องอ่านหนังสือ ต้องทำการบ้าน แต่ถ้าใครไม่ค่อยคุ้นชิน ก็ต้องพยายามปรับตัวเองให้มากหน่อยค่ะ ที่สำคัญคือเรื่องการปรับตัวค่ะ ระดับมหาวิทยาลัยจะไม่มีครูมาคอย จ้ำจี้จ้ำไชเหมือนตอนเรียนมัธยมและบางคนที่เป็นเด็กต่างจังหวัดก็ต้อง อยู่หอ อยู่ห่างจากพ่อแม่ ก็จะไม่มีใครมาคอยคุมเรา เพราะฉะนั้นเราก็ต้อง มีความรับผิดชอบมากขึ้น ทั้งในเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตค่ะ

แรงบันดาลใจในการเรียน

เจคิดแค่ว่า เจอยากมีอนาคตที่ดีค่ะ อยากทำให้ทุกคนภูมิใจในตัวเราค่ะ

แอปพลิเคชั่นที่ชอบใช้ในการเรียน

แอป Notes Writer ค่ะ เพราะเวลามีงานหรือมีการบ้านต่างๆ เจก็จะมา list ไว้ เพื่อจะได้จัดตารางค่ะ ว่างานไหนควรทำก่อนหรือทำหลัง และแต่ละงานมีรายละเอียดยังไงบ้างค่ะ

itunes.apple.com

ดาวน์โหลด

ใครที่คิดว่าสาวๆ คณะนี้จะดุๆ อย่างเดียว คงได้เปลี่ยนความคิดกันคราวนี้แล้วหล่ะ เพราะน้องเจเจสาว UniChat ของเราวันนี้ ได้พิสูจน์แล้วว่าสาวบัญชีน่ารัก สดใส และหวานสุดๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

สัมภาษณ์

“พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” สัมภาษณ์บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวกับการล้วงลึกอาชีพบล็อกเกอร์!

Published

on

ช่องทางการรับสารของคนยุค 2018 หลากหลายขึ้นมาก จะไปเที่ยวแต่ละที จะซื้อของแต่ละอย่าง ไม่จำเป็นต้องเกาะขอบจอทีวี หรือติดตามเว็บไซต์หลักเพียงอย่างเดียวแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้คนทั่วไปก็หันมาทำบล็อกมากขึ้น ทั้งรีวิวท่องเที่ยว รีวิวเครื่องสำอาง รีวิวอุปกรณ์ไอที เยอะแยะไปหมด แถมหลายๆ บล็อกยังมีคุณภาพมากๆ ด้วย จนแอบหวั่นใจไม่ได้ว่าต่อไปเว็บหลักจะพ่ายแพ้ให้กับเหล่าบล็อกเกอร์มากฝีมือรึเปล่า

อย่างไรก็ตามหลายคนก็คงสงสัยกันใช่มั้ยคะ ว่าบล็อกเกอร์เค้าทำผลงานออกมาดีๆ แบบนี้ เค้ามีขั้นตอนกันยังไงบ้าง เค้าได้รายได้แบบไหน และถ้าอยากจะเริ่มต้นเป็นบล็อกเกอร์บ้าง ควรเตรียมตัวยังไง.. วันนี้แบไต๋ก็เลยเชิญบล็อกเกอร์สาวสวย มากความสามารถมานั่งคุยกันกับเราซะเลย เธอคือ เพชร – เพชรรัตน์ ศฤงคารเจษฎา บล็อกเกอร์เพจ “กิน เที่ยว วนไปค่ะ” และ “Petcharat Sharing แบ่งปันเทคนิคความสวย” ค่ะ

ทำไมเพชรถึงเริ่มต้นทำบล็อกท่องเที่ยวคะ

เพชรหลงใหลการท่องเที่ยว รู้สึกมีความสุขทุกครั้ง ที่ได้ไปในสถานที่ใหม่ๆ ได้เห็นอะไรที่เราไม่เคยเห็น ทุกครั้งเพชรก็จะได้รูปกลับมาเยอะมากๆ ลงหมดก็ไม่ได้ ถ้าเก็บไฟล์ไว้ก็จะไม่ได้ดูอีกเลย เลยมีความคิดที่จะทำเพจ เอาไว้เก็บรูป และก็เขียนเล่าประสบการณ์ไปด้วยดีกว่า เผื่อมีประโยชน์สำหรับเพือนๆ ที่อยากเตรียมตัวไปเที่ยว เพราะเพชรก็ชอบอ่านรีวิวเที่ยวเหมือนกันค่ะ

ข้อดีของการทำบล็อก ที่เห็นแบบชัดเจนที่สุด

มันเป็นพื้นที่ของเราค่ะ ที่เราอยากจะแบ่งปันประสบการณ์อะไรก็ได้ และเวลาที่มีผู้คนชอบผลงานของเรา เค้าได้อะไรจากสิ่งที่เราสื่อออกไป มันเป็นอะไรที่รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ หลังจากนั้น ก็เริ่มมีข้อเสนอต่างๆ เข้ามา เรามีโอกาสได้เที่ยวฟรี กินฟรี และมีรายได้เข้ามา เปลี่ยนสิ่งที่ชอบให้สร้างรายได้ได้ เวลาเพชรไปเที่ยว เพื่อนๆ ชอบมาปรึกษาค่ะ เพชรก็เขียนเลยทีเดียวเลย เค้าจะได้เข้ามาอ่านกัน ไม่ต้องตอบบ่อยๆ แนะนำที่ใหม่ให้ลูกเพจเวลาไม่รู้ไปไหน ที่นี่ดีมั้ย เราไปรีวิวมาให้ก่อนแล้วค่ะ เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจของเค้า

ขั้นตอนการทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวลงในเพจแต่ละครั้ง มีอะไรบ้างคะ

เพชรจะมีภาพในหัวคร่าวๆ คอนเซ็ปต์ที่เราอยากเล่า จากนั้นก็เริ่มถ่ายทำ พอได้รูปมาแล้วก็จะมีขั้นตอนย่อยๆ อีก ก่อนอื่นต้องเลือกรูปที่ชอบจากรูปทั้งหมดก่อนค่ะ แล้วเพชรก็จะแก้ไขสีภาพ แต่งสีภาพให้เป็นโทนที่เข้ากับสถานที่ เลือกรูปที่ดึงดูดมาทำเป็นภาพหน้าปกค่ะ เขียนบรรยายการเดินทาง ตรวจทานอีกรอบก่อนลงค่ะ

ถ้าอยากทำบล็อกท่องเที่ยวบ้าง ต้องเริ่มต้นยังไงดี

ถ้าถามจริงๆ เลยนะคะ ตั้งชื่อเพจค่ะ และเปิดเพจเลย (หัวเราะ) เพชรไม่อยากจะบอกว่า ค้นหาสไตล์ของตัวเองให้เจอ เพราะมันทำให้หลายคนไปค้นหาตัวเองจนหลายคนไม่ได้เริ่ม แต่ถ้าพอมีคอนเซ็ปต์ในใจแล้วว่าเราจะแตกต่างได้ยังไง โดดเด่นเรื่องอะไร แฟนเพจเราเป็นคนกลุ่มไหน ก็จะโตได้ง่ายค่ะ จากนั้นก็ทำคอนเทนต์ให้เร็วที่สุด ประมาณ 10-20 โพสต์ ทยอยลงอย่างสม่ำเสมอ แล้วทำให้คนเจอเพจเราให้ได้ค่ะ

เคล็ดลับทำเพจให้ประสบความสำเร็จคืออะไรคะ

เราจะต้องมีความแตกต่าง โดดเด่นจากเพจอื่นๆ ค่ะ ระบุให้ได้ว่าแฟนเพจเราเป็นใคร อย่างเพจเพชรก็จะเป็นผู้หญิง อายุ 20-35 ปี ที่ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป เพราะเราจะทำคอนเทนต์ให้โดนคนทุกกลุ่มจะยากในช่วงแรก ควรจะเจาะกลุ่มนึงไปก่อนค่ะ และหัวใจสำคัญคือคุณภาพและปริมาณค่ะ คอนเทนต์เราจะต้องมีคุณภาพค่ะ และผลิตออกมาอย่างสม่ำเสมอ

ถือเป็นงานที่ต้องใช้เวลาพอสมควร อย่างนี้บล็อกเกอร์จะได้รับรายได้จากทางไหนคะ

จริงๆ บล็อกเกอร์จะได้รับรายได้จากลูกค้าที่ว่าจ้างให้ไปทำรีวิว และโปรโมทธุรกิจเค้าค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่ทางแบรนด์นั้นๆ ก็จะติดต่อมาเอง

ช่วงหลังมานี้มีกระแสลบเกี่ยวกับบล็อกเกอร์พอสมควร เช่น กรณีที่บล็อกเกอร์ทักไปขอที่พักฟรีกับทางรีสอร์ท จนรีสอร์ทออกมาโพสต์ถึงกรณีดังกล่าว เพชรคิดเห็นยังไงบ้างคะ

กรณีที่มีกระแสลบต่างๆ ออกมา เพชรมองว่าเป็น Mutual benefit นะคะ เพราะถ้าบล็อกเกอร์ไปทำรีวิว ก็จะทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น ทางร้านเองก็ได้ประโยชน์ทางนี้ โดยไม่ต้องจ้าง แต่ถ้าหากทางร้านเองไม่สนใจ สามารถแจ้งไปในความไม่สะดวกได้นะคะ เพชรเชื่อว่าบล็อกเกอร์เองก็สามารถเข้าใจได้

เป้าหมายการทำบล็อกของเพชรคืออะไรคะ

เป้าหมายของเพชร คืออยากให้เพจนี้ เป็น community ของคนที่รักการท่องเที่ยว ให้ผู้คนกล้าออกเดินทางกันมากขึ้น อยากให้มีผู้ติดตามมากขึ้นค่ะ ปีนี้ก็จะทำให้มี Vlog เพิ่มขึ้น ตอบโจทย์คนที่ชอบดูวีดีโอด้วย

แว่วมาว่าเพชรเป็น Working Woman ตัวจริงเสียงจริง ตอนนี้ทำอะไรบ้างคะ

ตอนนี้เพชรทำตลาดเครื่องล้างหน้านำเข้าค่ะ แล้วก็มีทำธุรกิจส่วนตัวเป็นแบรนด์อาหารเสริมบำรุงสายตาขายในร้านขายยา และเร็วนี้ๆ เพิ่งออกแบรนด์เสื้อผ้าค่ะ

จัดสรรเวลาการทำบล็อกยังไง ในเมื่อต้องทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน

วิธีที่ดีที่สุดคือเขียนกำหนดเสร็จให้ชัดเจนว่าวันไหนเราต้องทำอะไร คอนเทนต์นี้จะต้องลงวันไหน ไม่งั้นมันจะถูกผลัดไปเรื่อย แรกๆเราจะใช้เวลาทำนานค่ะ รีวิวทริปแรกเพชรทำเป็นอาทิตย์เลย แต่พอทำบ่อยๆ จะเร็วขึ้นเรื่อยๆค่ะ และทำเป็นระบบมากขึ้นทำให้ใช้เวลาน้อยลงค่ะ

ตั้งแต่ออกท่องโลกมา ชอบที่ไหนเป็นพิเศษคะ

แต่ละที่ที่เพชรไป มันก็จะมีเรื่องราวหลากหลายให้เราเก็บมาแตกต่างกัน ฮาวาย ดูไบ บาหลี เกาหลี อังกฤษ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น ที่ที่ประทับใจเป็นพิเศษ คือ เมือง interlaken สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ บรรยากาศดีมากๆ ภูเขาสวยๆ กับทะเลสาปที่น้ำเป็นสีฟ้า อย่างกับภาพวาดจริงๆ เป็นวิวที่เห็นได้จากระเบียงห้องนอนเลย พอไปเห็นด้วยตามันอลังการมากๆ ทำให้เราตัวเล็กไปเลยค่ะ

ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่พีคที่สุด

ทริป Ijien-Bromo มั้งคะ เพราะต้องตื่นตั้งแต่ตี 2 ไปปีนเขา 3 ชั่วโมง เพื่อชม Blue Flame ต้องใส่หน้ากากกันกำมะถัน ขึ้นเขาแบบมืดๆ รู้สึกไปไม่ถึงสักที จนท้อเลยค่ะ (หัวเราะ) เป็นทริปที่ทรหดพอสมควรเลยค่ะ

ถ้าต้องแนะนำที่เที่ยวสำหรับชาวแบไต๋ เพชรว่าต้องที่ไหนคะ

ญี่ปุ่นเลยค่ะ เพชรว่าเป็นประเทศที่ไปได้บ่อยโดยไม่เบื่อ เพราะอาหารอร่อย และมีของตื่นตาตื่นใจอยู่ตลอดค่ะ โดยเฉพาะเทคโนโลยีล้ำๆ ไปง่าย บ้านเมืองดีและปลอดภัยค่ะ

ท่องเที่ยวแต่ละครั้ง ทรหดพอสมควร ดูแลตัวเองยังไงให้สวยปิ๊ง

เพชรไม่ค่อยมีเวลาค่ะ แต่ความสวยเราจะทิ้งไม่ได้ (หัวเราะ) เพชรจะเลือกเป็นตัวช่วยที่เราสามารถทำได้ที่ทุกที่ พกพาเดินทางไปได้ด้วย ลงทุนกับสกินแคร์ดีๆ และไม่ว่ากลับดึกแค่ไหน เพชรก็จะต้องล้างหน้าให้สะอาดและทาครีม เค้าบอกว่าไม่มีผู้หญิงไม่สวย มีแต่ผู้หญิงขี้เกียจนะคะ

แนะนำแอปโปรดหน่อยค่ะ

แอป Over ค่ะ เป็นแอปที่ใส่ตัวหนังสือในภาพได้สวย และง่ายมาก ใช้ใส่โลโก้ ภาพหน้าปกเพชรใช้แอปนี้ในการทำ ประหยัดเวลาไม่ต้องเข้า Photoshop เลยค่ะ

ดาวน์โหลด


วันนี้ก็ถือว่าได้ความรู้ในวงการบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวกันไปพอสมควรเลย ส่วนใครที่อยากติดตามผลงานของบล็อกเกอร์สาวมากความสามารถคนนี้ ก็สามารถเข้าไปติดตามและพูดคุยได้ทางเพจ “กิน เที่ยว วนไปค่ะ” และ “Petcharat Sharing แบ่งปันเทคนิคความสวย” เลยค่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

สัมภาษณ์

UniChat คุยกับสงกรานต์ ดาวเศรษฐศาสตร์เกษตร ไขคำตอบคณะนี้เรียนอะไรกัน!

Published

on

“คณะเศรษฐศาสตร์” นับเป็นหนึ่งในคณะที่มีชื่อเสียงมาช้านาน แถมหนุ่มสาวคณะนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องของความทันสมัยด้วย จนคนนอกคณะอย่างเราๆ อดคิดไม่ได้ว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้าใช้ชีวิตในคณะกันยังไงบ้าง ถึงได้มีคาแรกเตอร์คูลๆ ชัดเจนกันขนาดนี้.. พอมีโอกาสดีก็เลยรีบลักพาตัวสาวเศรษฐศาสตร์สุดฮอตคนหนึ่ง ที่มีดีกรีเป็นถึงนางแบบและเป็นเด็กกิจกรรมตัวยงด้วย และเธอไม่ใช่สาวเศรษฐศาสตร์ธรรมดานะ แต่เป็นเศรษฐศาสตร์เกษตรด้วย!

วันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปพบกับสาวน้อยหน้าใส Econ girl แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สงกรานต์ – จิราวรรณ พงษ์ปราโมทย์ ไปคุยกับเธอกัน!

เป็นมายังไง ทำไมถึงเรียนเศรษฐศาสตร์

ที่เลือกเรียนคณะเศรษฐศาสตร์เพราะว่าตอน ม.5 มีเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ แล้วรู้สึกว่าชอบ มันสนุกดี ได้รู้เกี่ยวกับกลไกการขายในการตลาด พวกการเงินและดอกเบี้ย แล้วตัวสงกรานต์เองก็ได้ท็อปของห้องด้วยนะ (หัวเราะ) เลยคิดว่าทางนี้แหละน่าจะใช่ (ยิ้ม)

แล้วทำไมถึงเลือกเป็นสาขา  “เศรษฐศาสตร์เกษตร” คะ

คณะที่สงกรานต์เรียนมีทั้งหมด 5 สาขาคือ สาขาเศรษฐศาสตร์ สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร สาขาธุรกิจการเกษตร สาขาสหกรณ์ สาขาเศรษฐศาสตร์ประกอบการ (อินเตอร์) ส่วนที่เลือกเรียนสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตรเพราะว่าคะแนนหลุดแอดสาขาเศรษฐศาสตร์ ก็เลยได้มาเรียนสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ซึ่งเนื้อหาการเรียนของสาขานี้มันใกล้เคียงกับสาขาเศรษฐศาสตร์มากที่สุดค่ะ

แล้วสาขานี้เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

เศรษฐศาสตร์เกษตร ตอนปี 1 และ ปี 2 จะเรียนเกี่ยวกับวิชาพื้นฐานของวิชาภาค มันเป็นความรู้ที่นำไปใช้ต่อยอดตอนปี 3 และปี 4 ค่ะ ตอนปี 1 ก็จะเรียนวิชา micro, macro, cal, วิชาเสรี และก็พวกวิชาที่เกี่ยวกับการเกษตรซึ่งจะอยู่ในเนื้อหาวิชาชีววิทยาของตอนมัธยมปลายทั้งหมด เหมือนกับเป็นการเรียนชีววิทยาใหม่ (หัวเราะ) เพราะสงกรานต์จำเนื้อหาได้แบบเลือนลางมากๆ

ส่วนปี 3 จะเริ่มเรียนวิชาภาคทั้งหมดค่ะ ซึ่งจะยากขึ้นไปอีก ซึ่งก็จะเรียนเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ที่ประยุกต์เกี่ยวกับการเกษตร เช่น พวกเมทริกซ์ ทำนองนี้ค่ะ แล้วก็วิชาที่เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วก็มีเรียนวิจัยด้วยค่ะ

ปี 4 ก็เหมือนกันค่ะ แต่ปี 4 ไม่มีเรียนวิชาเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ แล้วจะเป็นวิชาที่เหมือนว่าเรียนแล้วนำไปใช้ในการทำโปรเจ็คจบ ซึ่งการเรียนจะแบ่งเรียนเป็น 2 แบบ คือมีสหกิจกับไม่มีสหกิจ โดยการเรียนแบบมีสหกิจคือการเรียน 7 เทอม แล้วเทอมสุดท้ายจะไปฝึกงานอย่างเดียว ส่วนการเรียนแบบไม่มีสหกิจคือการเรียนแบบไม่มีฝึกงาน ซึ่งก็คือเรียนรวดเดียว 8 เทอมไปเลย (หัวเราะ)

มีวิชาไหนเป็นวิชาโปรดมั้ยคะ

วิชาที่ชอบมากที่สุดคือวิชาที่เรียนเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ค่ะ ซึ่งก็คือ Calculus ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ชอบ (หัวเราะ) สงกรานต์ชอบคิดเลขค่ะ มันดูไม่น่าเบื่อ มันมีโจทย์ให้เราคิดหลายรูปแบบ ยิ่งถ้าเราฝึกทำโจทย์เยอะๆ มันจะเพลินมาก แล้วเวลาเจอข้อสอบเราก็จะไม่รนด้วยค่ะ กิจกรรมของวิชานี้ก็คือ ฝึกทำโจทย์วนไปค่ะ (หัวเราะ)

โปรเจ็คที่สงกรานต์ชอบ

น่าจะเป็นโปรเจ็คที่เราได้เป็นพี่สตาฟค่ายแรกของคณะ คือค่าย YEC11 ซึ่งเราเปิดรับสมัครน้องๆ มัธยมปลายทุกโรงเรียนเข้ามาร่วมสนุก มาเรียนรู้ว่าคณะเศรษฐศาสตร์คืออะไร เรียนเกี่ยวกับอะไร มีกี่สาขา แต่ละสาขาเป็นอย่างไร เรียนต่างกันยังไง ซึ่งมันไม่ได้มีแต่กิจกรรมวิชาการนะคะ มันมีกิจกรรมสนุกๆ อีกมากให้น้องได้ทำ มันเป็นค่ายแรกในการเป็นน้องปี 1 แล้วได้ไปเป็นพี่ในการดูเเลน้องมัธยมปลาย มันให้ความรู้สึกเป็นพี่ดูแลน้อง ทั้งๆ ที่เราเพิ่งเข้ามาปี 1 ซึ่งเพิ่งผ่านการรับน้อง เพิ่งรู้สึกว่าได้เป็นน้อง แต่อยู่ๆ ก็มีน้องมัธยมมาเรียกเราว่าพี่ มันรู้สึกดีค่ะ การที่เราได้ดูแลน้องๆ ค่ายนี้ให้ทั้งความรู้ ให้ทั้งมิตรภาพเลยค่ะ

แล้วสาขานี้ จบไปทำงานด้านไหนได้บ้างคะ

ก็ทำงานด้านการเงิน ด้านการบริหาร เพราะมีเรียนวิชาบริหารด้วย ด้านการเกษตร หรืออาจจะเรียนต่อโทแล้วไปเป็นอาจารย์สอนนิสิตก็ได้ค่ะ สงกรานต์อยากเป็นแอร์ค่ะ (หัวเราะ) มีความคิดว่าถ้าเรียนจบอยากลองไปสมัครดู แต่ก็มีคิดไว้ว่าอยากทำงานที่เกี่ยวกับด้านการเงินด้วยค่ะ เพราะถ้าเป็นแอร์น่าจะเป็นได้ไม่นาน ถ้าเราอายุมาก เราก็อาจทำไม่ไหวแล้ว

อยากเรียนเศรษฐศาสตร์ ควรมีพื้นฐานอะไรบ้าง

จริงๆ ไม่ต้องเรียนอะไรเป็นพื้นฐานมาก็เรียนได้ค่ะ เพราะเข้ามามหาวิทยาลัย ก็เหมือนกับเราต้องเริ่มต้นพื้นฐานใหม่หมดเลย แต่แค่เราต้องตั้งใจเรียน แล้วก็ตามให้ทันค่ะ แต่ทางที่ดีก็ควรมีทักษะวิชาเศรษฐศาสตร์และคณิตศาสตร์ค่ะ

เป็นสาว Econ girl ด้วย ว่าแต่มันคืออะไรนะ..

ต้องอธิบายก่อนว่า Econ girl คือการหาตัวแทนของแต่ละสาขาแล้วมาแข่งกันเพื่อให้ได้เป็นสาว Econ girl ของคณะ ตอนเข้าปี 1ใหม่ๆ รุ่นพี่ก็เลยหาตัวน้องคนที่ชื่อสงกรานต์เพราะได้ยินมาว่าประกวด Thai super model (หัวเราะ) แล้วจากนั้นก็เป็นที่รู้จักของรุ่นพี่มาเลยค่ะ ช่วงระหว่างการประกวดก็จะมีการเก็บตัว ทำกิจกรรมและให้คะแนน แล้วแต่ละสาขาก็ต้องคิดการแสดงของตัวเอง สาขาละ 15 นาที ซึ่งสงกรานต์ได้เลือกการแสดงเป็นการเดินแบบ การแสดงละครเพลง และการรำค่ะ ตอนซ้อมคือซ้อมดึกมาก มีคืนนึงดึกสุดเลย คือซ้อมถึงตี 2 ค่ะ และแล้วสงกรานต์ก็ชนะการประกวด Econ girl 2017 ค่ะ ซึ่งตอนนี้ก็ยังงงๆ อยู่ในหัว (หัวเราะ) ไม่คิดว่าตัวเองจะชนะเลยค่ะ แต่ชนะก็ดีใจ ดีใจที่ได้นำสิ่งที่เรียนมาตอนประกวด Thai super model มาใช้ในการประกวด Econ girl (ยิ้ม)

กิจกรรมอื่นๆ ที่มหาวิทยาลัยล่ะ

กิจกรรมของมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่จะไปเป็นนางแบบให้ช่างภาพถ่ายรูปค่ะ เพราะส่วนใหญ่สงกรานต์ทำแต่กิจกรรมคณะมากกว่า กิจกรรมที่ชอบมากสุด น่าจะเป็นการประกวดนางสงกรานต์นี่แหละค่ะ มันเป็นการท้าทายดีค่ะ เพราะว่าสงกรานต์ประกวดนางแบบมาก่อน สงกรานต์ไม่ชอบการประกวดพวกนางงาม เพราะมันต้องตอบคำถาม ต้องมีความรู้ มีไหวพริบซึ่งสงกรานต์ไม่มี (หัวเราะ) แต่นั่นแหละค่ะ ด้วยการฝึกซ้อมจากพี่ๆ ที่คอยสอน ทำให้ได้รองชนะเลิศอันดับ 1 มาได้ค่ะ

ย้อนกลับไปตอนประกวด Thai super model เป็นยังไงบ้างคะ

ตอนประกวด Thai super model คือสงกรานต์โดดเรียนแล้วให้เพื่อนพาไปประกวดค่ะ (หัวเราะ) เป็นสิ่งไม่ดีห้ามทำตามนะคะ ตอนประกวดไม่ได้คิดว่าจะเข้ารอบนะ แค่อยากไปลองประกวดเฉยๆ อยากรู้ว่าประกวดแล้วต้องทำอะไรบ้าง ปีหน้าจะได้เตรียมตัวไป แต่มันดันเข้ารอบเลย (หัวเราะ) ซึ่งดีใจมาก ตอนประกวดคือตอนที่สงกรานต์อยู่ ม.6 ค่ะ ระหว่างประกวดก็มีการเก็บตัว เรียนการแสดง เรียนเดินแบบ เรียนเต้น แล้วที่ได้เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายได้ น่าจะมาจากความตั้งใจในการทำกิจกรรมของกองประกวด ตัวสงกรานต์เองก็ไม่ได้คิดว่าจะเข้ารอบลึกขนาดนี้ การประกวด Thai super model เป็นเวทีแรกของสงกรานต์ เข้ารอบลึกขนาดนี้ก็ดีใจมากๆ แล้วค่ะ

รู้ตัวว่าเราชอบการเป็นนางแบบได้ยังไง

เริ่มต้นจากตอนเด็กเลยค่ะ ชอบแอบเอารองเท้าส้นสูงพี่สาวมาใส่เดินเล่น พอมัธยมก็เริ่มจากการเป็นดรัมเมเยอร์กีฬาสีที่โรงเรียน สรุปคือสงกรานต์น่าจะชอบอะไรที่มันสวยๆ งามๆ ค่ะ (หัวเราะ) ที่ชอบการเป็นนางแบบเพราะว่ามันแค่เดิน แต่ว่าเดินอย่างเดียวไม่ได้ มันต้องมีอินเนอร์จากข้างใน ส่วนใหญ่นางแบบจะเดินแล้วหน้านิ่งๆ ซึ่งอันนี้สงกรานต์ชอบมาก เพราะว่าฟันของสงกรานต์ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ค่ะ (หัวเราะ)

จัดสรรเวลาในการเรียน และการทำกิจกรรมยังไงบ้าง

เวลาสงกรานต์เรียน ก็จะมีตั้งใจเรียนบ้าง ไม่ตั้งใจเรียนบ้าง โดดเรียนบ้าง (หัวเราะ)  คือสงกรานต์คิดว่าเรียนอย่างเดียว มันน่าเบื่อค่ะ เลยทำกิจกรรมบ้างไม่ให้การเรียนมหาลัยมันดูน่าเบื่อหรือเครียดเกินไป เวลาเราทำกิจกรรมเราก็จะทุ่มเทให้มันเต็มที่ ส่วนเวลาเรียนหรือเวลาสอบ สงกรานต์จะตั้งใจอ่านหนังสือมาก แค่นี้ก็เป็นการแบ่งเวลาได้แล้วค่ะ บางทีเวลาเรียนกับเวลาทำกิจกรรมมันตรงกัน สงกรานต์ก็เลือกที่จะทำกิจกรรมนะคะ เพราะการเรียนจริงๆ เราไปอ่านเองหรือไปขอเพื่อนจดเนื้อหาที่เรียนในวันนั้นๆ ก็ได้ค่ะ

ทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองชอบ มีสิ่งที่ตัวเองอยากทำกันทั้งนั้น ให้รีบทำเมื่อมีโอกาส ส่วนเรื่องการเรียนในมหาวิทยาลัย อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตให้คุ้มก็คือ เรียนไปด้วย ทำกิจกรรมไปด้วย เพราะถ้าเรียนอย่างเดียวอาจจะเครียดเกินไป ลองหากิจกรรมทำดู มันสนุกจริงๆ แล้วสุดท้ายคืออยากบอกว่า เวลาทำอะไรให้ทำเพราะอยากทำ แล้วเราจะมีความสุขกับมันค่ะ

แอปที่สงกรานต์ชอบใช้ มีอะไรบ้างคะ

แอป LINE dict ค่ะ เพราะว่าเป็นคนไม่เก่งภาษาอังกฤษ ก็ต้องมีแอปไว้ในมือถือเอาไว้แปลคำศัพท์ที่เราไม่คุ้นหรือเราไม่รู้ จริงๆ มีหลายแอปแต่สงกรานต์ว่าแอปนี้มันดีกว่าแอปแปลภาษาอื่นที่สงกรานต์มีนะ เพราะมันใช้ง่ายกว่า แปลแล้วคำออกมาครอบคลุมกว่าด้วย ใครเรียนจีนน่าจะชอบด้วยนะ เพราะมันมีภาษาจีนด้วยค่ะ แนะนำให้เพื่อนๆ ไปลองโหลดมาใช้กันนะคะ

ดาวน์โหลด

วันนี้เรียกว่าเปิดมุมมองของเด็กเศรษฐศาสตร์ในด้านใหม่ๆ กันเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างไรเมื่อใดคุยกับสาวเศรษฐศาสตร์แล้ว ก็ยังรู้สึกว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้าทันสมัย และมีคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นและน่าสนใจจริงๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

สัมภาษณ์

เมื่อ “ซัซชี่ HKT48” เซ็นเตอร์คนแรก “Koisuru Fortune Cookie” เยือนงาน BNK48 1st Album RIVER 2 Shot พร้อมร่วมโชว์และสัมภาษณ์กับ BNK48 แบบใกล้ชิด

Published

on

ผ่านพ้นไปท่ามกลางความตื่นเต้นของบรรดาสาวกและแฟนคลับของทั้ง BNK48 และ AKB48 สำหรับการมาปรากฏตัวในไทยแบบเซอร์ไพรส์สุดๆ ของ ซาชิฮาระ ริโนะ หรือ ซัซชี่ HKT48 เซ็นเตอร์ต้นตำรับของเพลงยอดฮิต “Koisuru Fortune Cookie” โดยเริ่มจากการไปเป็นแขกรับเชิญพิเศษ(สุดๆ)ในสเตจจบการศึกษาของ เมษา จีนะวิจารณะ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ BNK48 The Campus ซึ่งขอบอกว่าผู้ที่ได้ชมรอบดังกล่าวนั้นมีแต้มบุญกันสูงส่งมาก แบไต๋ขอแสดงความอิจฉามา ณ ที่นี้

แต่ไม่เป็นไร เพราะช่วงเช้าของวันที่ 20 ตุลาคม 2561 แบไต๋ ก็ได้ใช้แต้มบุญบ้าง โดยตื่นแต่เช้า(มาก)ไปร่วมเป็นสักขีพยานของการมาร่วมเป็นแขกเซอร์ไพรส์เปิดงาน BNK48 1st Album RIVER 2 Shot เดือนตุลาคม ท่ามกลางเหล่าโอตะที่มาร่วมกันอย่างอบอุ่น

หลังจากที่ทั้ง 2 กัปตันคือ “แคปเฌอ” เฌอปราง อารีย์กุล และ “แคปปัญ” ปัญสิกรณ์ ติยะกร ขึ้นมาทำหน้าที่พิธีกรต้อนรับเหล่าโอตะแล้ว เมมเบอร์ BNK 48 อีก 14 คนก็ขึ้นมาในชุด “คุกกี้เสี่ยงทาย” เพื่อต้อนรับ “ซัซชี่ HKT48” เซ็นเตอร์คนแรกของ Koisuru Fortune Cookie” ซึ่งมาในชุดเดรสสีครีมที่ดูสวยสง่ามากๆ ก่อนที่จะตอบคำถามจากหลายเมมเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นคำถามจาก “ครูแก้ว” ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ ที่ถามว่าอยากไปเที่ยวที่ไหนในไทย ซึ่งก็ได้คำตอบว่าเป็น “ร้านเสวย” ด้วยติดใจกับ ปูผัดผงกะหรี่ ที่เพิ่งไปลิ้มรสมาเมื่อเย็นวาน  “คุณไข่” วรัทยา ดีสมเลิศ จึงชงต่อไปว่า ถ้าเช่นนั้นอยากให้ “อิสึรินะ” อิสึตะ รินะ เมมเบอร์ที่ “ซัซชี่” รู้จักดีมาช่วยแนะนำเมนูอาหารไทยให้หน่อย ซึ่งแน่นอนว่า คำตอบของ “อิสึรินะ” ย่อมต้องเป็นเมนูโปรดของเธอคือ “ตำข้าวโพด”

 

 

 

นอกจากนั้น “ซัซชี่” ยังเปิดใจถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งเธอร่วมเลือกตั้งครั้งแรกของ AKB48 แล้วติดอันดับแค่ที่ 27 เท่านั้นซึ่งทำให้เธอรู้สึก “แย่มาก ท้อมาก เหนื่อยมาก ร้องไห้เยอะมาก เพราะผลไม่เป็นไปแบบที่คิด แต่พอผ่านมาได้ก็รู้สึกสนุกกับการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นมาก และต้องขอบคุณเหตุการณ์ในครั้งนั้นมากๆ โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผ่านมาได้คือ กำลังใจจากแฟนคลับทุกคน”

จากนั้นก็ถึงช่วงที่ทุกคนรอคอยนั่นคือ การแสดงเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ร่วมกันระหว่าง “ซัซชี่” กับเมมเบอร์ BNK48 ซึ่งเป็นทีมเซ็นบัตสึของเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” เกือบหมด ต่างเพียงเปลี่ยนจาก “แจน” มาเป็น “เจน” กุลจิราณัฐ อินทรศิลป์ เท่านั้น ซึ่งทันทีที่อินโทรเริ่มต้น เหล่าโอตะเบื้องล่างต่างก็ยิงมิกซ์กันกระหึ่มสร้างความตื่นเต้นให้กับเซ็นเตอร์คนแรกของเพลงนี้เป็นอย่างยิ่ง และแม้ว่าจะมีการผิดคิวหรือเต้นผิดท่าของทั้ง “ซัซชี่” และทาง BNK48 อยู่หลายครั้ง แต่ด้วยความน่ารักสดใสของทุกคนก็ทำให้การแสดงจบลงด้วยความประทับใจ

 

จากนั้นก็เป็นคิวของการสัมภาษณ์ซึ่งหลังจากร่วมถ่ายภาพหมู่กับเมมเบอร์ BNK48 ทุกคนแล้ว “ซัซชี่” ก็มาร่วมตอบคำถามสื่อมวลชน โดยมี 2 กัปตันมาร่วมตอบคำถามด้วย ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบมาถามกันก็หนีไม่พ้นประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งแรกของ BNK48 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งแชมป์เลือกตั้ง 4 สมัยได้ให้คำแนะนำสำหรับเมมเบอร์วงน้องสาวอย่าง BNK48 เอาไว้ว่า

“แต่ละคนมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน บางคนหน้าตาน่ารัก บางคนเก่งร้องเพลง เก่งเต้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะชนะการเลือกตั้งได้นั้น อยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างแฟนคลับที่แข็งแกร่งนั่นเอง”

ขณะที่ “เฌอปราง” นั้นเปิดใจว่า รู้สึกตื่นเต้นมากสำหรับการเลือกตั้งครั้งแรกของ BNK48 โดยทั้งตัวกัปตันคนสวยและน้อง ๆ ทุกคนต่างก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือตรงนี้ หวังว่าจะเป็นความสำเร็จอีกอันหนึ่ง และความที่งานเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 26 มกราคม 2562 นั้นจัดทีอิมแพ็คอารีน่า จึงเป็นเหมือนกับอีกหนึ่งคอนเสิร์ตใหญ่ของ BNK48 เลย  ก่อนจะทิ้งท้ายว่า

“อยากให้ติดตาม และเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ”

สำหรับ “ปัญ” นั้นตอบถึงที่มาของการกรอกว่าอยากติดอันดับ 2 จากการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า “จริง ๆ ปัญไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ที่ 2 แต่เพราะชอบเลข 2 นอกจากนั้นก็อยากลงเลขสูง ๆ ไว้ อยากให้เขา(แฟนเพลง)รู้ว่าเราเต็มที่ และอยากทำให้ดีที่สุด ซึ่งจริง ๆ แล้วจะอยู่อันดับไหนก็ได้”

ถึงตรงนี้ “ซัซชี่” ได้เสริมขึ้นมาว่า “คุณอากิโมโต้ ผู้บริหาร 48 Group เคยบอกว่า ถ้าทุกคนเล็งที่อันดับ 1 ไว้ มันจะสนุกมากกว่านะ” ซึ่งทำให้ “ปัญ” ขอกลับไปเปลี่ยนตัวเลขแทบไม่ทัน

 

นอกจากนั้น “ปัญ” ยังเผยอีกว่า “ตอนนี้พวกเราจะทำเป็นคลิปหาเสียงด้วย ทำโปสเตอร์หาเสียงด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่มีมาตั้งแต่ AKB48 แล้ว ซึ่งพวกเราต้อง interactive กับแฟนคลับมากขึ้น เพื่อที่เราจะสื่อสารสิ่งที่เราต้องการ และที่เราเป็นให้มากที่สุด”

สำหรับความในใจของ “ซัซชี่” ที่มีต่อ “โมบายล์” พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค เซ็นตี้ เอ้ย เซ็นเตอร์เพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ที่เปรียบเสมือนผู้สืบทอดของเธอกับเพลงนี้ในเวอร์ชั่นไทยนั้น “ซัซชี่” เปิดใจว่า โมบายล์นั้น “น่ารักมาก ๆ เวลายิ้ม เป็นจุดเด่นของน้องเลย”

 

 

หลังการสัมภาษณ์จบลง ก็ได้เวลาที่ แบไต๋ จะได้เข้าไปเก็บภาพบรรยากาศ และความน่ารักของเหล่าเมมเบอร์ทั้ง 20 คนที่มาประจำห้องรอเหล่าแฟนคลับมาร่วมถ่าย 2 Shot ซึ่งในรอบแรกนั้นประกอบไปด้วย เฌอปราง , ปัญ , เจนนิษฐ์ , โมบายล์ , แก้ว , ไข่มุก , มิวสิค , น้ำหนึ่ง , เนย , อร , ปูเป้ , ตาหวาน , มิวนิค , จูเน่ , ฟ้อนด์ , วี , ออม , แพนด้า , เข่ง และ อุ้ม

ส่วนแต่ละเมมเบอร์จะน่ารักสดใสรับยามเช้าวันเสาร์กันขนาดไหน ไปชมภาพและคลิปกันแบบจัดเต็มได้เลย แต่ขอให้เตรียมตั้งป้อมรับความน่ารักที่ดาเมจรุนแรงขั้นสุดกันไว้ให้ดีล่ะ…เดี๋ยวจะหาว่า แบไต๋ ไม่เตือนนนนนน

 

>>>> คลิ๊กชมภาพ ดาเมจรุนแรงขั้นสุดกับอัลบั้มภาพ + คลิป ในงาน BNK48 1st Album RIVER 2 Shot

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!