Connect with us

Mobile-Tips

แอป 5 ประเภท ที่ “ควร” ลบออกจากเครื่องแอนดรอยด์ของคุณ!

แอปในสมาร์ทโฟนที่มี บางแอปใช่ว่าจะดีเสมอไป บางแอปที่เคลมตัวเองว่าทำได้ มันก็ไม่ช่วยทำให้ได้สมคำที่โปรยไว้ จนอยากลบแอปเหล่านั้นออกไป แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแอปไหนที่ไม่ต้องการให้อยู่บนเครื่องของเรา วันนี้จะมาจัดกลุ่ม 5 แอปที่ควรลบออกจากเครื่อง (โดยเฉพาะเครื่องที่เป็นแอนดรอยด์)

แอปที่เคลมตัวเองว่า “คืนพื้นที่ให้แรมได้”

แน่นอนว่าแอปทุกตัวที่เราใช้งานบนสมาร์ทโฟน ต้องอาศัยพื้นที่ของแรม ไม่ว่าจะเป็นแอปที่เราเปิดอยู่ หรือแอปที่เคยเปิดไว้ แล้วสลับไปใช้แอปอื่น (Background App) ก็ยังกินพื้นที่ในแรมทั้งนั้น เหล่าแอปที่โฆษณาว่าช่วยคืนพื้นที่ให้กับแรมของคุณได้ก็ผุดออกมาอย่างกับดอกเห็ด โดยอาศัยแค่ว่า “กดทีเดียว ล้างได้หมด แล้วได้พื้นที่กลับมา” แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เพื่อเมื่อสั่งล้างแรม แอปพวกนี้ก็จะไปปิดแอปที่อยู่เบื้องหลังทิ้งให้แรมกลับมา แล้วเมื่อเราต้องการใช้แอปเหล่านั้นอีกครั้ง ก็ต้องเสียกำลัง cpu เสียไฟในแบตไปเปิดแอปใหม่อีก สรุป ได้ไม่คุ้มเสีย

ระบบของแอนดรอยด์จะคอยบริหารจัดการพื้นที่ของแรมอย่างอัตโนมัติและตลอดเวลา และยังรู้อีกว่าเมื่อไหร่ที่แอปเหล่านั้นจะถูกเรียกใช้งาน เพราะฉะนั้นแล้ว ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องลงไว้ในเครื่องเพื่อคืนพื้นที่ให้แรม

แอปตระกูล Clean Master

แอปจำพวก Clean Master หรือที่มีคล้ายๆ กัน มักเคลมตัวเองว่าสามารถล้างสิ่งที่เราไม่ต้องการออกไปได้หมด อย่างแอปบางตัว หรือไฟล์ข้อมูล

ถึงแม้แอปจำพวกนี้จะบอกไว้ว่า “ล้างได้อย่างหมดจด” แต่ก็แน่นอน การล้างหมดจดก็ต้องแลกกับแบตเตอรี่ที่หมดจดไปด้วยเช่นกัน เพราะแอปเหล่านี้ต้องใช้พลังงานในตัวเครื่องจำนวนมาก รวมไปถึงโฆษณาแอบแฝงที่จะโผล่กระเด้งบนหน้าจอเราตอนไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งอินเทอร์เน็ตที่เรามี อาจจะหมดไปกับโฆษณาที่โผล่มาจากแอปเหล่านี้ก็เป็นได้

สิ่งที่สามารถทำแทนกันได้ คือการเข้าไปล้างด้วยตนเองนี่แหละ ด้วยการเข้าไปที่ Setting > Storage แล้วเลือก Cache Data ในส่วนของ Clear Cache Data Prompt แต่ถ้าเป็นแคชที่แอปได้เก็บเอาไว้ ก็ไปที่ Setting เหมือนกัน แต่ให้เลือกที่ Apps > Downloaded แล้วเลือกแอปที่ต้องการจะล้างแคช แล้วกด Clear Cache ได้เลย

แอปจำพวก Antivirus

แอปตระกูลนี้ ถือว่าเป็นดาบสองคมของผู้ใช้งานเลยก็ว่าได้ ทั้งมีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ มีประโยชน์ตรงที่ใครที่ใช้งานแบบโลดโผน ลงแอป APK ในเครื่อง หรือเข้าเว็บแปลกๆ ที่ไม่รู้ว่ามีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า จะลงไว้ไม่เสียหาย แต่ถ้าไม่ได้เป็นแบบแรก ใช้งานอย่างดี ลงแอปผ่าน Play Store เท่านั้น ก็ไม่ต้องลงในเครื่องให้เปลืองพื้นที่ เปลืองแรม เปลืองพลังงานเครื่องก็ได้ เพราะ Google ป้องกันระบบผู้ใช้มาอย่างดีพอสมควร ถ้าต้องการฟังก์ชั่นติดตามเครื่องก็ทำผ่าน Android Device manager ก็ได้

แอปที่ช่วยประหยัดแบต

อันนี้จะคล้ายๆ กับแอปที่เคลมว่าคืนพื้นที่ให้แรมได้ แต่จะเป็นแอปที่ช่วยบริการจัดการการใช้แบตเตอรี่ของเครื่องได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่จำเป็นที่ต้องลงแอปเหล่านี้เพื่อช่วยบริหารจัดการอีกแรง เพราะว่าในเครื่องแอนดรอยด์ทุกเครื่อง จะมีหน้ามอนิเตอร์แบตเตอรี่ที่ใช้งานอยู่แล้ว จะคอยพยากรณ์ว่าในจำนวนแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ในตอนนี้ จะใช้งานได้นานเท่าไหร่ และยังดูได้อีกว่าแอปไหนบ้างที่ใช้พลังงานจากเครื่องเราออกไปเท่าไหร่

ที่สำคัญคือฟังก์ชั่นที่จำเป็นในการจัดการแบตเตอรี่นั้นจำเป็นต้อง Root เครื่องเพื่อเข้าถึง แอปส่วนใหญ่จึงทำหน้าที่ได้แค่บอกว่าแอปอะไรที่กินแบตมากเท่านั้นเอง ซึ่งเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่เสียไป โฆษณาในเครื่องที่มากขึ้น ก็ไม่คุ้มค่าที่จะลงแอปพวกนี้

แอปที่แถมมากับเครื่องแต่เราไม่เคยแตะต้องมันเลย (Bloatware)

ทั้งนี้ รวมถึงแอปที่เราติดตั้งไว้ในเครื่อง แต่เราไม่เคยแตะมันเลยเช่นกัน แอปเหล่านี้ไม่ใช่ไม่ดี แต่แอปที่เข้ากรุ๊ปนี้ล้วนไม่ดีต่อพื้นที่ความจำในตัวเครื่องที่เรามี เพราะเหมือนเป็นการทำให้ที่เก็บข้อมูลในเครื่องนั้น ค่อยๆ หมดลงไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใช่ว่าแอปทุกตัวที่ติดตั้งมากับเครื่องจะลบได้หมด บางแอป บางตัว ก็ลบออกไม่ได้ ซึ่งอันนี้ต้องทำใจกับมันไปละกัน… ทางแก้แบบไม่รูทเครื่องคือ ซื้อรุ่นที่มีแอปแถมน้อยๆ ครับ

สุดท้ายนี้ ขึ้นอยู่กับตัวของผู้ใช้งานเองว่า จะเลือกใช้งานสมาร์ทโฟนของคุณในแบบไหน ใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือไม่ก่อประโยชน์ ขึ้นอยู่กับตัวคุณ ส่วนแอปที่เข้าข่ายทั้ง 5 ประเภทนี้ ถ้าเลี่ยงได้ ก็ควรเลี่ยง จะดีที่สุด

ที่มา: Androidpit

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Mobile-Tips

วิธีเปิด/ปิด “การปรับความสว่างอัตโนมัติ” สำหรับ iPhone XS, XS Max และ XR : เพื่อการควบคุมแสงหน้าจอได้ดั่งใจ

Published

on

Auto Brightness (ปรับความสว่างอัตโนมัติ) เป็นฟังก์ชันการปรับความสว่างของหน้าจอเหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมโดยอัตโนมัติ

ล่าสุด Auto Brightness ได้ถูกปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อยใน iOS เวอร์ชันล่าสุดนี้ โดยผู้ใช้ iPhone XS, XS Max และ XR สามารถปรับลดหรือเพิ่มระดับแสดงหน้าจอได้อย่างสะดวกสบายจากหน้า Control Center แต่ค่าที่ปรับนั้นจะแสดงผลเพียงแค่ชั่วคราว และความสว่างจะปรับมาเป็นค่าอัตโนมัติตามเดิม

นั่นทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถปรับค่าความสว่างหน้าจอบน iPhone ได้ตามที่ต้องการ

เรามาดูวิธีง่าย ๆ ที่จะเปิด/ปิด Auto Brightness (ปรับความสว่างอัตโนมัติ) กัน

1. ไปที่ Settings (การตั้งค่า) แล้วเลือกหมวด General (ทั่วไป)

2. เลือกAccessibility (การช่วยเหลือการเข้าถึง) และกดเลือก Display Accommodations (การช่วยเหลือการแสดงผล)

3. ในหน้านี้ ผู้ใช้จะเห็นหัวข้อ Auto-Brightness (ปรับความสว่างอัตโนมัติ) ซึ่งสามารถเลือกกด เปิด หรือ ปิด ได้ตามต้องการ on and off

อย่างไรก็ดี Apple ได้ออกแบบฟังก์ชัน Auto Brightness (ปรับความสว่างอัตโนมัติ) ให้ดูเรียบง่าย แต่เข้าถึงการตั้งค่าได้ยาก เนื่องจากต้องการให้หน้าจอของ iPhone นั้นสามารถปรับความสว่างให้เหมาะสมกับดวงตาในสภาวะแสงต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ไม่ต้องต้องคอยปรับค่าความสว่างหน้าจอจอด้วยตนเองตลอดทั้งวัน นั่นเอง

แต่ถึงกระนั้น การปรับค่าความสว่างหน้าจอ ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนบุคคลของผู้ใช้ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Mobile-Tips

วิธีตั้งให้ App KPlus แจ้งเตือนเงินเข้า-ออก เพียงทำตามนี้!

Published

on

By

App KPlus ของธนาคารกสิกรไทยสามารถเปิดแจ้งเตือนเงินเข้า-ออกได้ เพียงทำตามนี้

  • กดไปที่ “อื่นๆ”

  • กดไปที่ “การตั้งค่า”

  • เลือก “รหัสผ่าน/การใช้งาน/ภาษา/อื่นๆ

  • เลือก “ตั้งค่าการแจ้งเตือน”

 

  • เปิด “เงินเข้า/ออกบัญชี” แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ ต่อไปจะมีการแจ้งบนมือถือของท่านที่มีเงินเข้า-ออก
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Computer Tips

[แบไต๋ทิป] เคลียร์ประวัติการค้นหา Google, ประวัติการค้นหา/ดู YouTube ที่ผูกกับ Google Account

Published

on

By

สวัสดีครับวันนี้แบไต๋ทิปจะมาแนะนำวิธีการล้างประวัติการค้นหา Google, ประวัติการค้นหา/ดู YouTube ที่ผูกกับ Google Account กันนะครับ มาดูกันเลว่าทำอย่างไร (หมายเหตุ เราอิงเมนูไทย ส่วนเมนูภาษาอังกฤษก็ทำคล้ายๆ กันเลยครับ)

บนมือถือ

  • มีสองแนวทาง สำหรับแนวทางแรกคือเปิด App Google แล้วทำตามนี้เลย

 

  • หรืออีกแนวทาง เข้า history.google.com ผ่าน Browser ก็ได้เช่นกันแต่ถ้าขึ้นใน Login Google Account ก็กดที่นี่เพื่อ Login ได้เลย
  • จากนั้น กดที่นี่ตามภาพล่างเลย
  • คลิกที่ “ลบกิจกรรม”

  • จะพบว่าสามารถเลือกได้ว่า จะลบทั้งหมดหรือลบตามวันที่อย่างไร

  • จากนั้นกด “ลบ”

  • กด “ลบ” อีกครั้ง

  • เมื่อพบข้อความดังภาพ แสดงว่าเรียบร้อยแล้ว ปิดได้เลย

บนคอมพิวเตอร์

แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!