Connect with us

Mobile-Tips

แอป 5 ประเภท ที่ “ควร” ลบออกจากเครื่องแอนดรอยด์ของคุณ!

Published

on

แอปในสมาร์ทโฟนที่มี บางแอปใช่ว่าจะดีเสมอไป บางแอปที่เคลมตัวเองว่าทำได้ มันก็ไม่ช่วยทำให้ได้สมคำที่โปรยไว้ จนอยากลบแอปเหล่านั้นออกไป แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแอปไหนที่ไม่ต้องการให้อยู่บนเครื่องของเรา วันนี้จะมาจัดกลุ่ม 5 แอปที่ควรลบออกจากเครื่อง (โดยเฉพาะเครื่องที่เป็นแอนดรอยด์)

แอปที่เคลมตัวเองว่า “คืนพื้นที่ให้แรมได้”

แน่นอนว่าแอปทุกตัวที่เราใช้งานบนสมาร์ทโฟน ต้องอาศัยพื้นที่ของแรม ไม่ว่าจะเป็นแอปที่เราเปิดอยู่ หรือแอปที่เคยเปิดไว้ แล้วสลับไปใช้แอปอื่น (Background App) ก็ยังกินพื้นที่ในแรมทั้งนั้น เหล่าแอปที่โฆษณาว่าช่วยคืนพื้นที่ให้กับแรมของคุณได้ก็ผุดออกมาอย่างกับดอกเห็ด โดยอาศัยแค่ว่า “กดทีเดียว ล้างได้หมด แล้วได้พื้นที่กลับมา” แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เพื่อเมื่อสั่งล้างแรม แอปพวกนี้ก็จะไปปิดแอปที่อยู่เบื้องหลังทิ้งให้แรมกลับมา แล้วเมื่อเราต้องการใช้แอปเหล่านั้นอีกครั้ง ก็ต้องเสียกำลัง cpu เสียไฟในแบตไปเปิดแอปใหม่อีก สรุป ได้ไม่คุ้มเสีย

ระบบของแอนดรอยด์จะคอยบริหารจัดการพื้นที่ของแรมอย่างอัตโนมัติและตลอดเวลา และยังรู้อีกว่าเมื่อไหร่ที่แอปเหล่านั้นจะถูกเรียกใช้งาน เพราะฉะนั้นแล้ว ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องลงไว้ในเครื่องเพื่อคืนพื้นที่ให้แรม

แอปตระกูล Clean Master

แอปจำพวก Clean Master หรือที่มีคล้ายๆ กัน มักเคลมตัวเองว่าสามารถล้างสิ่งที่เราไม่ต้องการออกไปได้หมด อย่างแอปบางตัว หรือไฟล์ข้อมูล

ถึงแม้แอปจำพวกนี้จะบอกไว้ว่า “ล้างได้อย่างหมดจด” แต่ก็แน่นอน การล้างหมดจดก็ต้องแลกกับแบตเตอรี่ที่หมดจดไปด้วยเช่นกัน เพราะแอปเหล่านี้ต้องใช้พลังงานในตัวเครื่องจำนวนมาก รวมไปถึงโฆษณาแอบแฝงที่จะโผล่กระเด้งบนหน้าจอเราตอนไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งอินเทอร์เน็ตที่เรามี อาจจะหมดไปกับโฆษณาที่โผล่มาจากแอปเหล่านี้ก็เป็นได้

สิ่งที่สามารถทำแทนกันได้ คือการเข้าไปล้างด้วยตนเองนี่แหละ ด้วยการเข้าไปที่ Setting > Storage แล้วเลือก Cache Data ในส่วนของ Clear Cache Data Prompt แต่ถ้าเป็นแคชที่แอปได้เก็บเอาไว้ ก็ไปที่ Setting เหมือนกัน แต่ให้เลือกที่ Apps > Downloaded แล้วเลือกแอปที่ต้องการจะล้างแคช แล้วกด Clear Cache ได้เลย

แอปจำพวก Antivirus

แอปตระกูลนี้ ถือว่าเป็นดาบสองคมของผู้ใช้งานเลยก็ว่าได้ ทั้งมีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ มีประโยชน์ตรงที่ใครที่ใช้งานแบบโลดโผน ลงแอป APK ในเครื่อง หรือเข้าเว็บแปลกๆ ที่ไม่รู้ว่ามีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า จะลงไว้ไม่เสียหาย แต่ถ้าไม่ได้เป็นแบบแรก ใช้งานอย่างดี ลงแอปผ่าน Play Store เท่านั้น ก็ไม่ต้องลงในเครื่องให้เปลืองพื้นที่ เปลืองแรม เปลืองพลังงานเครื่องก็ได้ เพราะ Google ป้องกันระบบผู้ใช้มาอย่างดีพอสมควร ถ้าต้องการฟังก์ชั่นติดตามเครื่องก็ทำผ่าน Android Device manager ก็ได้

แอปที่ช่วยประหยัดแบต

อันนี้จะคล้ายๆ กับแอปที่เคลมว่าคืนพื้นที่ให้แรมได้ แต่จะเป็นแอปที่ช่วยบริการจัดการการใช้แบตเตอรี่ของเครื่องได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่จำเป็นที่ต้องลงแอปเหล่านี้เพื่อช่วยบริหารจัดการอีกแรง เพราะว่าในเครื่องแอนดรอยด์ทุกเครื่อง จะมีหน้ามอนิเตอร์แบตเตอรี่ที่ใช้งานอยู่แล้ว จะคอยพยากรณ์ว่าในจำนวนแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ในตอนนี้ จะใช้งานได้นานเท่าไหร่ และยังดูได้อีกว่าแอปไหนบ้างที่ใช้พลังงานจากเครื่องเราออกไปเท่าไหร่

ที่สำคัญคือฟังก์ชั่นที่จำเป็นในการจัดการแบตเตอรี่นั้นจำเป็นต้อง Root เครื่องเพื่อเข้าถึง แอปส่วนใหญ่จึงทำหน้าที่ได้แค่บอกว่าแอปอะไรที่กินแบตมากเท่านั้นเอง ซึ่งเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่เสียไป โฆษณาในเครื่องที่มากขึ้น ก็ไม่คุ้มค่าที่จะลงแอปพวกนี้

แอปที่แถมมากับเครื่องแต่เราไม่เคยแตะต้องมันเลย (Bloatware)

ทั้งนี้ รวมถึงแอปที่เราติดตั้งไว้ในเครื่อง แต่เราไม่เคยแตะมันเลยเช่นกัน แอปเหล่านี้ไม่ใช่ไม่ดี แต่แอปที่เข้ากรุ๊ปนี้ล้วนไม่ดีต่อพื้นที่ความจำในตัวเครื่องที่เรามี เพราะเหมือนเป็นการทำให้ที่เก็บข้อมูลในเครื่องนั้น ค่อยๆ หมดลงไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใช่ว่าแอปทุกตัวที่ติดตั้งมากับเครื่องจะลบได้หมด บางแอป บางตัว ก็ลบออกไม่ได้ ซึ่งอันนี้ต้องทำใจกับมันไปละกัน… ทางแก้แบบไม่รูทเครื่องคือ ซื้อรุ่นที่มีแอปแถมน้อยๆ ครับ

สุดท้ายนี้ ขึ้นอยู่กับตัวของผู้ใช้งานเองว่า จะเลือกใช้งานสมาร์ทโฟนของคุณในแบบไหน ใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือไม่ก่อประโยชน์ ขึ้นอยู่กับตัวคุณ ส่วนแอปที่เข้าข่ายทั้ง 5 ประเภทนี้ ถ้าเลี่ยงได้ ก็ควรเลี่ยง จะดีที่สุด

ที่มา: Androidpit

แสดงความคิดเห็น

Mobile-Tips

อ่านคำบรรยายระดับ “คุณภาพแบตเตอรี่ iPhone” iOS 11.3 แล้วงงใช่ไหม เราอธิบายให้ฟัง!

มาดูคำอธิบายเกี่ยวกับ “คุณภาพแบตเตอรี่ iPhone” ว่ายังใช้งานได้มากน้อยขนาดไหนกัน

Published

on

Apple ได้เพิ่มฟีเจอร์ ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ (เบต้า) ลงใน การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยในการตรวจสอบคุณภาพของแบตเตอรี่ iPhone แต่ละเครื่องได้ตามที่ Apple เคยสัญญาไว้ หลังจากโดนฟ้องร้องจากการที่ลดประสิทธิภาพของ CPU ลง โดยมิได้เตือนให้ผู้ใช้ทราบล่วงหน้า แต่คำอธิบายประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของแอปเปิ้ลมันอ่านเข้าใจยากเหลือเกิน วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังกัน

“แบตเตอรี่ iPhone”

Apple ได้อธิบายว่า แบตเตอรี่ iPhone ใช้เทคโนโลยีลิเธียมไอออน ซึ่งชาร์จได้เร็วกว่า, เก็บประจุได้นานกว่า และมีความหนาแน่นของกำลังไฟที่สูงกว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นเก่า แต่แบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ทุกชนิดเป็นชิ้นส่วนที่ใช้แล้วหมดไป และมีอายุการใช้งานที่จำกัด

นั่นส่งผลให้การทำงานของแบตเตอรี่เสื่อมถอย และมีโอกาสที่เครื่องจะปิดโดยไม่คาดคิด และอาจเกิดขึ้นได้บ่อยอีกด้วย

สำหรับใน iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPhone 6s, iPhone 6s Plus, iPhone SE, iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้น ระบบ iOS ได้รับการออกแบบให้มีจัดการประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด เช่น CPU หรือ GPU อยู่เสมอ (พูดง่ายๆ คือลดความเร็วเครื่องลง) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด ซึ่งผู้ใช้อาจรู้สึกถึงผลกระทบต่างๆ เช่น ใช้เวลานานขึ้นในการเปิดใช้แอพ หรืออัตราเฟรมลดลงขณะเลื่อนหน้า เป็นต้น

ตรวจสอบ “ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่”

สำหรับ iOS 11.3 ที่ได้รับการอัปเดทใน iPhone 6 ขึ้นไปนั้น ได้เพิ่มคุณสมบัติ “การจัดการประสิทธิภาพการทำงาน” ซึ่งผู้ใช้สามาถเลือกเปิด/ปิด หรือดูคำแนะนำหากจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ ใน การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ (เบต้า) ซึ่งมีการแสดงผลการประมวลประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ดังข้อความต่อไปนี้

  • หมายเหตุ: iPhone ที่อัปเดทเป็น iOS 11.3 จะเริ่มด้วยการปิดใช้งานการจัดการประสิทธิภาพการทำงานเอาไว้ และจะเปิดขึ้นอีกครั้งหลังจากอุปกรณ์ประสบกับการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด
  • ความจุสูงสุดของแบตเตอรี่ใหม่จะเริ่มที่ 100% เมื่อเปิดใช้งานครั้งแรก และจะลดลงเมื่อแบตเตอรี่มีอายุใช้งานมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ชั่วโมงการใช้งานระหว่างการชาร์จแต่ละครั้งลดลงด้วยเช่นกัน

1. “แบตเตอรี่ของคุณรองรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดตามปกติอยู่ในตอนนี้”

หมายถึง : ประสิทธิภาพการทำงานปกติ เป็นข้อความที่แสดงขึ้นเมื่อแบตเตอรี่สามารถรองรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดได้ตามปกติ และไม่ได้เปิดใช้คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงาน (ไม่ได้ลดความเร็วเครื่อง)


2. “iPhone เครื่องนี้มีปัญหาในการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดเนื่องจากแบตเตอรี่ไม่สามารถส่งมอบพลังงานสูงสุดที่จำเป็นได้ จึงมีการปรับใช้การจัดการประสิทธิภาพเพื่อช่วยปกป้องไม่ให้เกิดปัญหานี้อีกครั้ง ปิดใช้งาน…”

หมายถึง : มีการ “เปิดใช้งาน” คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงาน (ลดความเร็วเครื่องแล้ว) แต่ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะ “ปิดใช้งาน” ในส่วนนี้ได้ แต่จะไม่สามารถเปิดกลับมาได้อีก โดยคุณสมบัตินี้จะเปิดการใช้งานโดยอัตโนมัติอีกครั้ง ในกรณีที่เกิดการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด


3. “iPhone เครื่องนี้มีปัญหาในการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดเนื่องจากแบตเตอรี่ไม่สามารถส่งมอบพลังงานสูงสุดที่จำเป็นได้ คุณได้ปิดใช้งานการปกป้องการจัดการประสิทธิภาพด้วยตัวเองแล้ว”

หมายถึง : การจัดการประสิทธิภาพการทำงานปิดอยู่ (ยังไม่ได้ลดความเร็วเครื่อง) ซึ่งข้อความนี้เป็นข้อความในกรณีที่ผู้ใช้ “ปิดใช้งาน” คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานที่ใช้อยู่ หาก iPhone ประสบปัญหาการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดอีก คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานจะเปิดใช้งานอีกครั้ง แล้วตัวเลือกเพื่อปิดการใช้งานจะปรากฏขึ้นอีกเช่นกัน


4. “ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของคุณลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เพื่อให้มีประสิทธิภาพและความจุเต็มรูปแบบดังเดิมได้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกด้านการบริการ…”

หมายถึง : ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่เสื่อมลง แสดงให้ผู้ใช้ทราบว่า iPhone มีปัญหาด้านแบตเตอรี่ โดยยังสามารถใช้งานได้อยู่ แต่ประสิทธิภาพอาจลดลงเป็นอย่างเห็นได้ชัด และนำให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่


5. “iPhone เครื่องนี้ไม่สามารถประเมินประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ได้ ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple สามารถให้บริการเกี่ยวกับแบตเตอรี่ได้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกด้านการบริการ…”

หมายถึง : ไม่ทราบประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่ที่ใช้อยู่นั้นได้รับการติดตั้งไม่ถูกต้อง หรือมีส่วนประกอบของแบตเตอรี่ที่ไม่รู้จัก (พูดง่ายๆ เราอาจไปเปลี่ยนแบตนอกที่ไม่ใช่แบตของ Apple มาแล้วไอโฟนตรวจสอบคุณภาพแบตไม่ได้)


วิธีขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ทาง Apple ได้แนะนำว่า หากประสิทธิภาพการทำงานของ iPhone ได้รับผลกระทบจากแบตเตอรี่ที่มีอายุเพิ่มขึ้นและต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ โปรดติดต่อฝ่ายบริการช่วยเหลือของ Apple

ข้อมูลอ้างอิง : apple

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile-Tips

[แบไต๋ทิป] วิธีตั้งค่า Facebook และ Messenger บน Android ไม่ให้เข้าถึง SMS, การโทร, รายชื่อผู้ติดต่อ

Published

on

By

แบไต๋ทิปครั้งนี้จะมาแนะนำวิธีตั้งค่าไม่ให้ Facebook และ Messenger บน Android ไม่ให้เข้าถึง SMS, การโทร, รายชื่อผู้ติดต่อ จากการที่เคยเป็นประเด็นในข่าวก่อนหน้านี้

งานเข้า Facebook ต่อเนื่อง! มีคนค้นพบว่าบันทึกข้อมูลการโทร ส่งข้อความบนมือถือ Android แบบละเอียดยิบ

สำหรับวิธีสามารถทำได้ตามนี้ (ขั้นตอนอิงจาก Android เมนูภาษาไทยบน Huawei สำหรับเมนูภาษาอื่นหรือยี่ห้ออื่นก็คล้ายๆ กัน)

  • ไปที่ “การตั้งค่า”

  • ไปที่ “แอพ”

  • เลือกหา App “Messenger”

  • กด “การอนุญาต”

  • ปิดการเข้าถึง “SMS”, “รายชื่อผู้ติดต่อ”, “โทรศัพท์”

  • สำหรับแอป Facebook ก็สามารถทำได้ด้วยวิธีเดียวกันครับ

เพียงเท่านี้ Facebook และ Messenger ก็ไม่เข้าถึงข้อมูลการโทร, SMS, รายชื่อผู้ติดต่อ แล้วนะครับ แต่ยังไงให้ระวังหาก Facebook อาจขอเข้าถึงอีกเวลาใช้งาน อ่านให้ดีๆ แล้วกดไม่ยอมรับครับ และหมั่นเข้ามาเช็คบ่อยๆ เพื่อความชัวร์

*หมายเหตุ Android Version เก่าๆ ไม่สามารถปรับได้อย่างละเอียดตามนี้ได้ ทางเราแนะนำให้ลบ App Messenger และ Facebook ออกไปแล้วลงใหม่จากนั้นอ่านและระวังการขอเข้าถึง SMS, การโทร, รายชื่อผู้ติดต่อ โดยให้กดข้ามไป

ภาพประกอบหัวบทความ: Pixabay

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile-Tips

5 เทคนิคง่ายๆ ใช้ไอโฟนถ่ายรูปก็สวยได้!

Published

on

แม้จะซื้อกล้องโปรตัวละหลายหมื่นมา แต่กลับพบว่าแทบไม่ได้ใช้เลย เพราะแบกไปเที่ยวทีไร หลังจะหักทุกที สุดท้ายก็เลยใช้กล้องไอโฟนเครื่องเก่งนี่แหละในการถ่ายรูป.. เชื่อว่าหลายคนต้องมีโมเม้นแบบนี้แน่ๆ วันนี้แบไต๋ก็เลยจะมาแนะเคล็ดลับถ่ายรูปด้วยไอโฟนแบบง่ายที่สุด ที่ทุกคนสามารถทำได้ และได้ภาพสวยๆ มาอัพลงโซเชี่ยลด้วย

แตะเพื่อโฟกัส

เป็นเรื่องง่ายๆ แต่หลายคนอาจไม่เคยรู้ วันนี้ก็เลยจะมาย้ำกันว่าถ้าอยากให้เลนส์โฟกัสตรงไหน ก็เพียงนำนิ้วไปจิ้มตรงวัตถุนั้น แค่นี้ก็จะลดอาการเบลอของภาพจนแทบไม่เกิดขึ้นอีกได้เลย

ปรับแสงง่ายๆ

ข้อดีของการใช้ไอโฟนถ่ายรูปคือไม่ต้องคิดเยอะเรื่องแสง หรือต้องทำความรู้จักกับศัพท์ยากๆ ISO อะไรแบบนี้ ลืมไปได้เลย! เพราะคุณสามารถเพิ่มลดแสงได้แบบง่ายๆ ด้วยการจิ้มที่จุดโฟกัสหนึ่งที แล้วทำการลากนิ้วขึ้นหรือลง เพื่อเพิ่มหรือลดความสว่าง


ถึงแม้ภาพที่ออกมาอาจไม่ได้แสงเป๊ะสวยเหมือนการใช้กล้องโปรดีๆ แต่ก็ทำให้ภาพของคุณออกมาดูดีได้ในระดับนึงเชียวล่ะ อย่างน้อยๆ เวลาเอาไปแต่งรูปต่อในแอปพลิเคชั่น รูปของคุณก็จะมีสีที่ง่ายต่อการแต่งรูปแน่นอน!

ใช้ Grid ให้เป็น

ถ้าคุณเคยอ่านเรื่อง “กฎสามส่วน” และยังงงๆ อยู่ว่า สรุปต้องถ่ายยังไงให้สวยละเนี่ย! นี่คือตัวช่วยของคุณที่เราจะบอกให้แบบย่อๆ แต่คุณได้เอาไปใช้จริงแน่ จงเข้าไปตั้งค่าให้กล้องถ่ายรูปของคุณมี Grid

จากนั้นทุกครั้งที่คุณถ่ายรูป จงให้สิ่งของหรือคนที่คุณต้องการถ่ายอยู่ตรงจุดตัดจุดใดจุดหนึ่งบน Grid จะจุดใดก็ได้ และจะแนวตั้งหรือแนวนอนก็ใช้วิธีเดียวกัน จงลองเลือกเอาให้เหมาะสมกับองค์ประกอบอื่นๆ โดยใช้วิจารณญาณพื้นฐานของคุณ

การใช้จุดตัดบน Grid มาใช้ในการถ่ายรูป จะช่วยให้รูปของคุณดูโปรขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ และทำให้ภาพของคุณมีมิติมากกว่าการถ่ายโดยให้วัตถุกระจายอยู่อย่างไม่เป็นที่เป็นทาง หรืออยู่ตรงกลางแบบโดดๆ

เอาวัตถุแถวนั้นมาประกอบฉาก

ข้อดีของการใช้ไอโฟนหรือโทรศัพท์อื่นๆ ถ่ายรูปคือ เบาและสามารถจับมือเดียวได้อย่างสะดวก ดังนั้นหากจะหาวัตถุอื่นๆ มาประดับฉากสักหน่อย ก็จะทำให้ภาพน่าสนใจมากขึ้น เช่น อาจหยิบดอกไม้แถวนั้นมาวางปิดๆ เลนส์กล้องสักหน่อย ก็จะทำให้ภาพมีมิติมากขึ้น

ใช้แอปแต่งรูปเพิ่ม

ข้อดีของการถ่ายรูปในไอโฟนคือคุณสามารถแต่งรูปได้ในทันที แถม 10 นาที ยังสามารถอัพลงโซเชี่ยลได้เลย สำหรับแอปพลิเคชั่นยอดนิยมสำหรับแต่งรูปก็เช่น VSCO, PicsArt และ Meitu เรียกได้ว่า 3 แอปนี้เป็นแอปพื้นฐานในการแต่งรูปเลยล่ะ

โดยแนะนำว่าควรใช้ VSCO ในการแต่งโทนสีของภาพ เนื่องจากแอปนี้มีฟิลเตอร์ที่สวยงามและหลากหลาย รวมถึงมีคนเขียนแนะนำเทคนิคแต่งโทนสีภาพโดยใช้ VSCO เยอะ ซึ่งก็มีการเขียนข้อมูลอย่างละเอียดและจัดเป็นสูตรสำเร็จเชียวล่ะ

PicsArt ตัวนี้มีเครื่องมือที่หลากหลาย และทำได้สารพัดประโยชน์ ทั้งแต่งภาพ รวมภาพ วาดภาพ ฯลฯ หากเปรียบคุณสมบัติคงคล้ายๆ Photoshop แต่เป็น Photoshop ที่ทำมาแบบสำเร็จรูปแล้วนั่นเอง

Meitu ก็เป็นอีกแอปที่ควรโหลดมาติดไว้ เพราะฟีเจอร์ beautify ของแอปนี้ทำงานได้ดี ช่วยปรับแต่งเรื่องสีผิว รูปร่าง และรายละเอียดเล็กๆ ของใบหน้าได้ดี ถ้ารูปถ่ายมีคนอยู่ในภาพ ต้องใช้ภาพนี้ช่วยแต่งให้หน้าใสขึ้นมาหน่อยแล้วล่ะ!

ถึงจะเป็นเทคนิคง่ายๆ แต่ก็ทำให้ภาพของคุณดูดีขึ้นได้แบบทันตา และถ้ายังไม่เคยใช้งานฟีเจอร์และเทคนิคเหล่านี้มาก่อน

คราวหน้าอย่าลืมใช้ล่ะ!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!