10 เศรษฐีพันล้านที่ Drop Out เรียนไม่จบมหาวิทยาลัย

มาร์ก ทเวน (Mark Twain) นักเขียนชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงเคยกล่าวเอาไว้ว่า “ผมไม่เคยให้การไปโรงเรียนมารบกวนการศึกษาของผมเลย”

นี่ไม่ได้เพียงบ่งบอกถึงเจตนารมณ์ของเขาที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาแม้ไม่ได้อยู่ในชั้นเรียน แต่มันยังชี้ให้เห็นอีกด้วยว่าการศึกษามีหลายรูปแบบและไม่ได้จำกัดอยู่แค่ห้องสี่เหลี่ยมในสถาบันการศึกษาเท่านั้น

มาถึงศตวรรษที่ 21 ประโยคนี้ก็ยังคงเป็นจริงและที่สำคัญมีตัวอย่างมากมายจากคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตที่ไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัย เป็นเศรษฐีพันล้านที่ดรอปเอาต์กลางคัน ตัวอย่างที่ชัดเจนก็ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) หรือ บิล เกตส์ (Bill Gates) ที่ออกมาก่อตั้งบริษัทของตัวเอง

แม้แต่ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ผู้ก่อตั้งบริษัท Tesla และ SpaceX ก็บอกเช่นกันว่า “ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยมีไว้เพื่อความสนุกและพิสูจน์ว่าคุณสามารถทำงานน่าเบื่อได้ แต่ไม่ได้มีไว้ให้คุณเรียนรู้”

แต่เดี๋ยวก่อน! สำหรับใครก็ตามที่กำลังเรียนอยู่หรือกำลังเตรียมตัวสอบ แน่นอนว่ามหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาที่มีประโยชน์ หลายต่อหลายคนได้เรียนรู้สิ่งที่ตัวเองสนใจ จบมาทำงานก็ประสบความสำเร็จ สร้างสรรค์ผลงานได้ไม่ด้อยไปกว่ากัน มหาวิทยาลัยยังเป็นใบเบิกทางที่ช่วยให้หางานและสร้างโอกาสการทำงานที่ดีขึ้นได้ด้วย

เพียงแต่ว่าระบบการเรียนแบบเป็นกรอบชัดเจน 4 ปีอาจจะไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีความฝันหรือความต้องการอย่างแรงกล้า รู้เส้นทางเดินของตัวเองอย่างชัดเจนว่าอยากทำอะไร การดรอปเอาต์หรือหยุดเรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคขวางทาง กลับกันยังช่วยย่นเวลาและเริ่มลงมือทำได้เลยทันทีอีกด้วย

ลองมาดูกันครับว่า 10 เศรษฐีพันล้านที่เรียนไม่จบมหาวิทยาลัยมีใครบ้าง (ซึ่งที่จริงมีมากกว่านี้ ลองดูลิงก์อ้างอิงข้างล่างได้)

  1. บิล เกตส์ – มูลค่าทรัพย์สิน 102,000 ล้านเหรียญ

เขาไม่ได้ตัดสินใจลาออกจากฮาร์เวิร์ดเพราะไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร ก่อนตัดสินใจลาออกถึง 2 ครั้งเพื่อออกไปสร้างบริษัทซอฟต์แวร์ของตัวเอง ซึ่งก็คือ Microsoft แน่นอนว่าตอนนี้ย้อนกลับไปดูก็เป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่า บริษัทของเขาเติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกมีมูลค่ามากถึง 1.7 ล้านล้านเหรียญในตอนนี้

  1. มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก – มูลค่าทรัพย์สิน 48,000 ล้านเหรียญ

ชายคนนี้น่าจะไม่ต้องการคำแนะนำอะไรมาก ผู้ก่อตั้งโซเชียลมีเดีย Facebook ที่มีสมาชิกทั่วโลกกว่า 2,900 ล้านคน เขาลาออกจากฮาร์เวิร์ดในปี 2005 เพื่อมาโฟกัสเรื่องการเติบโตของแพลตฟอร์มที่เขาสร้างระหว่างที่อยู่มหาวิทยาลัยในตอนนั้น

  1. แลร์รี เพจ (Larry Page) – มูลค่าทรัพย์สิน 86,000 ล้านเหรียญ

ที่จริงเพจเรียนจบมหาวิทยาลัยแบบ 4 ปีแต่มาดรอปเอาต์ตอนที่เรียนปริญญาเอก (เพราะฉะนั้นก็ยังถือว่าอยู่ในลิสต์อยู่) เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Google หรืออากู๋ของเราทุกคนนั่นเอง Search Engine ที่เราใช้ค้นหาคำตอบ ข้อมูลทุกอย่างที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งตอนนี้บริษัทเขา (เปลี่ยนชื่อเป็น Alphabet โดยมี Google เป็นบริษัทลูก) ก็มีมูลค่ามากถึง 1.3 ล้านล้านเหรียญแล้ว

  1. แลร์รี เอลลิสัน (Larry Ellison) – มูลค่าทรัพย์สิน 90,000 ล้านเหรียญ

เอลลิสันเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Oracle บริษัทคอมพิวเตอร์ผู้พัฒนาโปรแกรมฐานข้อมูล, ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กรและระบบลูกค้าสัมพันธ์ เขาดรอปเอาต์จากมหาวิทยาลัย University of Illinois โดยที่ไม่ได้สอบช่วงปลายภาคของปี 2 เนื่องจากคุณแม่ของเขาเสียชีวิต หลังจากนั้นก็ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย University of Chicago แต่ก็เรียนไม่จบเช่นกัน แต่ครั้งที่ 2 ที่ออกมาคือตั้งใจออกมาทำธุรกิจที่กลายเป็นบริษัท Oracle นั่นเอง

  1. อามันซิโอ ออร์เตกา (Amancio Ortega) – มูลค่าทรัพย์สิน 55,000 ล้านเหรียญ

ออร์เตกาเป็นนักธุรกิจชาวสเปนที่ดรอปเอาต์จากโรงเรียนมัธยมตั้งแต่อายุ 14 ปี ไม่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ แต่ 13 ปีต่อมาเขาได้ก่อตั้งธุรกิจเสื้อผ้าแบรนด์ Zara ที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดี บริษัทของเขาเติบโตอย่างรวดเร็วจนทำให้ออร์เตกากลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในสเปนไปเลย

  1. ไมเคิล เดลล์ (Michael Dell) – มูลค่าทรัพย์สิน 47,000 ล้านเหรียญ

เขามีอายุเพียงแค่ 19 ปีเมื่อดรอปเอาท์จากมหาวิทยาลัย University of Texas ในปี 1984 และมาก่อตั้งบริษัท Dell Inc. ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยี่ห้อ Dell นั่นเอง เขาชอบการทำธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก แต่เข้าเรียนสาขาแพทย์เพราะพ่อแม่อยากให้เรียน แต่พอเห็นว่าตัวเองสามารถทำรายได้จากการสร้างคอมพิวเตอร์ได้ก็ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยทันที

  1. ลี กาชิง (Li Ka-shing) – มูลค่าทรัพย์สิน 32,000 ล้านเหรียญ

เรียกว่านักธุรกิจใหญ่ชาวฮ่องกงคนนี้เริ่มต้นมาจากติดลบก็คงไม่ผิดนัก มีชีวิตวัยเด็กที่ค่อนข้างลำบาก ครอบครัวอาศัยอยู่ที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน สงครามระหว่างญี่ปุ่น-จีนทำให้เขาและครอบครัวต้องอพยพไปอยู่ที่ฮ่องกงในปี 1940 พ่อของเขาเสียชีวิตตอนที่เขาอายุเพียง 15 ปีและทำให้เขาต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่ตอนนั้น หลังจากนั้นเริ่มทำงานในโรงงานผลิตพลาสติก จนกระทั่งปี 1950 ก็ตัดสินใจก่อตั้งบริษัทโรงงานผลิตสินค้าพลาสติกเป็นของตัวเอง ชื่อว่า Cheung Kong ต่อจากนั้นก็เริ่มลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก่อนจะนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นในปี 1972 จนประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้

  1. ดัสติน มอสโควิส (Dustin Moskovitz) – มูลค่าทรัพย์สิน 7,200 ล้านเหรียญ

ผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนของ Facebook คือเพื่อนร่วมห้องของซักเคอร์เบิร์กที่ฮาร์เวิร์ดและลาออกมาพร้อมกันเพื่อลุยสร้าง Facebook แม้ภายหลังเขาจะออกจากบริษัทมาก่อตั้งสตาร์ทอัพอีกแห่งชื่อว่า Asana ในปี 2008 เขาก็ยังถือหุ้นในบริษัทอยู่ประมาณ 2.3% ในปี 2011 นิตยสาร Forbes รายงานว่าเขาเป็นบุคคลที่อายุน้อยที่สุดที่ได้เป็นเศรษฐีพันล้าน

  1. แจ็ค ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) – มูลค่าทรัพย์สิน 4 พันล้าน

ชายผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชัน Twitter ช่องทางติดตามข่าวสารบ้านเมืองที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เขาดรอปเอาต์จากมหาวิทยาลัย Missouri University of Science and Technology เพื่อมาโฟกัสกับ Twitter ซึ่งก็ทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จและมีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งบนโลกสตาร์ตอัปและโซเชียลมีเดีย

  1. ยาน คุม (Jan Koum) – มูลค่าทรัพย์สิน 13,000 ล้าน

ผู้ก่อตั้งและอดีตซีอีโอของแอปพลิเคชัน WhatsApp ลาออกจากมหาวิทยาลัย San Jose University ด้วยวัย 21 ปี ในปี 1997 แล้วมาทำงานกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งตอนนั้นคือ Yahoo หลังจากนั้นก็ไปสร้างแอปพลิเคชันของตัวเองชื่อ WhatsApp ก่อนจะถูกซื้อไปโดย Facebook ในปี 2014 ด้วยเงินกว่า 19,000 ล้านเหรียญ​ โดยดีลนี้เขาได้เงินเข้ากระเป๋าไปกว่า 6,800 ล้านเหรียญเลยทีเดียว

อ้างอิง:
Yahoo Finance Edubirdie
MacroTrends Microsoft
Macro Trends Google

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก