หุ้นของ Tesla ปิดที่ราคาแพงสุดที่เคยมี 909.68 เหรียญ

วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม เวลา 4.00 PM (3.00 น. วันเสาร์ในประเทศไทย) TSLA หุ้นของเทสลาได้ปิดที่ราคาสูงสุดที่เคยมีมา (All-Time High) ที่ 909.68 เหรียญ (30,265.05 บาท) ซึ่งเกิดขึ้น 2 วันหลังจากที่เทสลาได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ด้วยรายได้และกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์

หุ้นของเทสลาได้ทำราคาสูงสุดระหว่างวันในรอบ 52 สัปดาห์ครั้งใหม่ที่ 910 เหรียญ (30,275.70 บาท) ซึ่งครั้งก่อนได้ทำไว้ที่ 900.40 เหรียญ (29,956.31 บาท) เมื่อ 25 มกราคมและการปิดที่ราคาสูงสุดครั้งนี้ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ 26 มกราคมที่ผ่านมา

หุ้นของเทสลาพุ่งเนื่องจากผลประกอบการของบริษัทที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 30.5% ในส่วนของธุรกิจรถยนต์และ 26% ของธุรกิจทั้งหมด ล่าสุดมูลค่าตามราคาตลาดของเทสลาที่ราคาปิดอยู่ที่ประมาณ 860,000 ล้านเหรียญ (28 ล้านล้านบาท)

หุ้นของเทสลาเคยได้รับความนิยมในการชอร์ต คือการยืมหุ้นของสถาบันมาขายก่อนแล้วสัญญาว่าจะซื้อมาคืนในภายหลังด้วยราคาที่ถูกกว่าเพื่อรับกำไรจากส่วนต่างราคา ซึ่งนักชอร์ตจะต้องคาดการณ์ได้เก่งว่าหุ้นตัวนั้นจะราคาตกลงมา แต่เมื่อต้นเดือนตุลาคมมีรายงานว่าหุ้นของเทสลาถูกนักเทรดยืมมาชอร์ตลดลง ซึ่งวัดได้จากดอกเบี้ยการชอร์ต (short interest) ลดลงเหลือ 1.1% นับว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010

นอกจากนี้ยังมีนักชอร์ตหุ้นพี่ใหญ่ในวงการ ไมเคิล เบอร์รี่ (Michael Burry) ฉายา “The Big Short” ผู้สร้างตำนานชอร์ตตลาดหุ้นกู้ในวิกฤติซับไพรม์จนโด่งดังถูกเขียนเป็นหนังสือ “The Big Short” และสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อเดียวกันจนได้รับรางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม มีข่าวว่า Scion บริษัทของเขาจะชอร์ตหุ้นเทสลาโดยได้ซื้อ Put Options หุ้นของเทสลา 800,100 หุ้นเมื่อ 31 มีนาคมและเดือนสิงหาคมมีข่าวว่าได้ซื้อเพิ่มเป็น 1.1 ล้านหุ้น แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา Burry ตอบคำถามสำนักข่าว CNBC ว่าเขายังชอร์ตหุ้นของเทสลาอยู่หรือไม่ ซึ่งตอบกลับมาว่า ไม่จ้ะ มันเป็นการซื้อขาย สื่อเอาไปให้ค่าสูงเกินไป เขาไม่เคยชอร์ทอะไรหลายสิบหรือหลายล้านผ่าน Options ตามที่เสนอข่าว ซึ่งการเก็งกำไรด้วย Options ดังกล่าวนั้นไม่สมดุลอย่างยิ่ง

ที่มา : cnbc , electrek.co และ reuters

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส