เรือส่งสินค้าลำยักษ์ขวาง ‘คลองสุเอซ’ สะเทือนขนส่งสินค้าทั่วโลก

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (24 มีนาคม) มีเรือลากจูง 8 ลำพยายามปลดปล่อยเรือเอฟเวอร์ กีฟเวน (Ever Given) เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่ใหญ่ที่สุด มีขนาดความยาวถึง 400 เมตร หนัก 200,000 ตัน ที่เกยตื้นในคลองสุเอซ ประเทศอียิปต์ โดยนับเป็นการปิดกั้นทางน้ำที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

credit : reuters

คลองสุเอซเป็นคลองที่ถูกสร้างขึ้นในประเทศอียิปต์ระหว่างพอร์ตซาอิด ฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและเมืองสุเอซบนฝั่งทะเลแดง เริ่มสร้างในเดือนเมษายน ปี 1859 แล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน ปี 1869 นับว่ามีอายุกว่า 150 ปีแล้ว คลองสุเอซมีความยาวทั้งสิ้น 183 กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันคลองแห่งนี้สามารถรองรับเรือได้ยาวที่ 500 เมตร กว้าง 70 ม. และลึก 70 ม. โดยจะเป็นทางเชื่อมสำคัญในการขนส่งสินค้าของทั่วโลก เพราะว่านี่คือเส้นทางลัดระหว่างยุโรปและเอเชีย ทำให้เรือขนส่งทั้งหลายไม่ต้องเดินทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮปของทวีปแอฟริกา

โดยเรือที่เกิดเหตุดังกล่าวเป็นเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ (ยาว 400 เมตร) ที่ถ้าเทียบขนาดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือจะมีขนาดสูงเกือบเท่าปลายยอดของตึกเอ็มไพร์สเตตและสูงกว่าหอไอเฟลของฝรั่งเศสเสียอีก

เหตุเกิดเมื่อเรือลำดังกล่าวประสบปัญหาถูกลมกระโชกแรงจนเสียทัศนวิสัย ทำให้เสียหลักเกยตื้นและปิดกั้นเรือลำอื่นไม่ให้ผ่านคลองสุเอซ ทางน้ำที่สำคัญที่สุดของโลก คิดเป็นประมาณ 12% ของการค้าทั่วโลกที่จำเป็นจะต้องแล่นผ่านแม่น้ำสายนี้ ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างยุโรปและเอเชีย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งทำเงินสำคัญของอียิปต์ด้วย อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าลูกเรือทุกคนปลอดภัยดีและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

นับว่าเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของการขนส่งทางเรือของโลกอย่างแท้จริง เพราะเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมากและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยตั้งแต่คลองแห่งนี้ขุดเสร็จและเปิดใช้งานมากว่า 150 ปี

จากตอนแรกที่หลายฝ่ายคาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาในการเคลื่อนย้ายเรือออกไปเป็นเวลา 2 วัน แต่ล่าสุดเหตุการณ์กลับแย่ลงเรื่อย ๆ จนอาจกินเวลาไปถึงนานนับสัปดาห์จนธุรกิจทั้งหลายอาจต้องหยุดชะงักลงไปด้วย เนื่องจากต้องรอให้นำ้ขึ้นก่อน จึงจะสามารถเคลื่อนย้ายเรือได้อย่างสะดวก

ล่าสุดมีรายงานว่า ขณะนี้มีเรือจ่อจะข้ามคลองสุเอซแห่งนี้เพิ่มเป็น 240 ลำแล้ว และต้องหันไปใช้เส้นทางอื่นแทน ส่วนความเสียหายล่าสุด นักวิเคราะห์หลายที่คาดกันว่าเบื้องต้นอาจจะสร้างความเสียหายต่อการค้าของโลกตกแล้วที่ประมาณชั่วโมงละ 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯหรือราว 12,441 ล้านบาทเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังส่งผลถึงราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างมหาศาลด้วย เพราะเรือเอฟเวอร์กิฟเวนไปกีดขวางเส้นทางของเรือบรรทุกน้ำมัน

ซึ่งกว่าจะเสร็จสิ้นทุกกระบวนการคงน่าจะอีกเป็นสัปดาห์ รวมความเสียหายคาดว่าจะตกอยู่ที่ประมาณหลักหลายล้านล้านบาทเลยทีเดียว

อ้างอิง suezcanal, wikipedia, reuters

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save