คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ได้ใหัสัมภาษณ์กับ Variety ในงานฉายรอบพรีเมียร์ที่กรุงลอนดอน โดยเขาได้เปิดเผยว่าต้นทุนในการสร้างภาพยนตร์ล่าสุดของเขานี้ อยู่ที่ 180 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 6,240 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่หลายสื่อได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะอยู่ที่ 100 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 3,470 ล้านบาท

“ภาพยนตร์มีความยาวน้อยกว่า ‘Avengers: Endgame’ อยู่ 2 นาที ผมบอกกับ เอ็มมา โทมัส (Emma Thomas) ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสร้าง ไว้แต่แรก ๆ แล้วว่ามันจะเป็นภาพยนตร์ยาว 3 ชั่วโมง และผมต้องเขียนสคริปต์เพื่อสะท้อนเรื่องราวของเมัน นั่นคือสิ่งที่เราพูดคุยกับทางสตูดิโอไว้แต่แรก มันเป็นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่และจำเป็นต้องใช้ทีมงานที่มีศักยภาพสูง สคิปต์นั้นมีความยาว 180 หน้า และใช้ทุนสร้าง 180 ล้านเหรียญ”

หากพิจารณาจากที่ ‘Avengers: Endgame’ มีความยาวอยู่ที่ 3 ชั่วโมง 1 นาที นั่นก็หมายความว่า ‘Oppenheimer’ นั้น มีความยาวอยู่ที่ 2 ชั่วโมง 59 นาที

Oppenheimer

ด้วยทุนสร้างที่สูง โดยที่ยังไม่รวมค่าการตลาดทั่วโลก ทำให้ ‘Oppenheimer’ ถูกจับตามองว่าควรที่จะทำรายได้เปิดตัวในระดับสูง ซึ่งสื่อต่างประเทศคาดการณ์ว่าอาจทำรายได้สุดสัปดาห์แรกราว 90 ล้านเหรียญ กอปรกับการที่ตัวภาพยนตร์ได้สิทธิ์เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ IMAX ทุกโรงในสหรัฐฯ (แย่งรอบฉาย IMAX ของ ‘Mission: Impossible – Dead Reckoning Part One’ ในสหรัฐฯ ไปจนเกือบหมด จนทำให้ ทอม ครูซ หัวเสียมาก) ก็ทำให้ ‘Oppenheimer’ สามารถทำเงินในระยะยาวได้

นอกเหนือจากทุนสร้างมหาศาลแล้วนั้น ตัวภาพยนตร์ยังเต็มไปด้วยความโดดเด่นมากมาย หนึ่งในนั้นคือการถ่ายทำโดยไม่ใช้เทคนิค CGI (Computer-Generated Imagery) เลย รวมถึงฉากการสร้างภาพของปฏิกิริยาฟิวชัน (Fusion) ของระเปิดปรมาณูออกมาได้อย่างสมจริงด้วยเทคนิวเอฟเฟกต์แบบดั้งเดิม และบทที่เขียนขึ้นจากมุมของของตัวละครหลักเพียงแค่คนเดียว ก็เปิดการเปิดเผยรายละเอียดเบื้องลึกของจิตใจตัวละครได้เป็นอย่างใด

‘Oppenheimer’ มีกำหนดฉายวันที่ 20 กรกฎาคม 2023 นี้

ที่มา : ScreenRant

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส