ซีซันที่ 2 ของซีรีส์แอ็กชันอาชญากรรมดุดัน ‘Reacher’ (2022-2024) ของ Prime Video กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมาก แม้ภาพของตัวซีรีส์จะแตกต่างจากฉบับหนัง 2 ภาคที่แสดงโดย ทอม ครูซ (Tom Cruise) ไปแบบสิ้นเชิง แต่ตัวซีรีส์ก็ยังได้รับคำชื่นชมถึงความโหดจัด ๆ ซัดเดือดแบบตึง ๆ ไม่ต้องวางท่าลีลาเยอะ ส่วนหนึ่งก็ต้องยกเครดิตให้กับ อลัน ริตช์สัน (Alan Ritchson) นักแสดงหุ่นล่ำชาวอเมริกันวัย 41 ปี ที่รับบทนี้ได้อย่างน่าประทับใจ จนตอนนี้ทาง Prime Video ก็อนุมัติให้สร้างซีซัน 3 ที่จะดัดแปลงจากเรื่องราวในนิยายอีกเล่มที่เขียนโดย ลี ไชลด์ (Lee Child) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ก่อนที่เขาจะมาเป็นที่รู้จักจากการรับบทเป็น แจ็ก รีชเชอร์ อดีตสารวัตรทหารแห่งกองทัพสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ ริตช์สันก็เคยเป็นนักแสดงที่ตระเวนปรากฏตัวในบทสมทบในหนังและซีรีส์เรื่องต่าง ๆ มากมาย หรือหลายคนอาจนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่า จริง ๆ แล้วเขาเคยรับบทเป็นซูเปอร์ฮีโรมาก่อน หลายคนจำไม่ได้แล้วว่า เขาเคยรับบทเป็น อาร์เธอร์ เคอรี (Arthur Curry) หรือ Aquaman ในซีรีส์ ‘Smallville’ (2005–2010) และเคยรับบทเป็น ฮอว์ก (Hawk) หรือ แฮงก์ ฮอลล์ (Hank Hall) ในซีรีส์ ‘Titans’ (2018–2021) ของ DC มาก่อน (ไม่แปลกเลยที่ก่อนหน้านี้มีกระแสอยากให้เขาไปรับบทเป็น Batman ซึ่งถ้าเกิดได้รับบทนี้จริง ๆ ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย)

แต่นอกจากเขาจะเคยรับบทซูเปอร์ฮีโรของ DC แล้ว เขาเองก็เคยเกือบจะได้รับบทเป็นซูเปอร์ฮีโรของ Marvel ด้วยเช่นกัน เพราะ 1 ในบทบาทที่เขาเคยไปเข้าไปออดิชันนั่นก็คือ ธอร์ (Thor) ในหนังภาคแรก ‘Thor’ (2011) แต่สุดท้ายด้วยอะไรบางอย่าง ก็ทำให้เขาต้องชวดบทบาทเทพเจ้าสายฟ้าไปในที่สุด เขาได้เปิดเผยเรื่องนี้ไว้สั้น ๆ ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดของ Men’s Health

“คือผมเองก็ไม่ได้จริงจังอะไรกับ (การออดิชัน) เท่าไหร่เลยนะครับ คือสุดท้ายเขาก็จะบอกว่า ‘พวกเขาคงจะโยนบทนี้มาให้ผมแหละ ถ้าผมดูเหมือนกับตัวละครนั้น’ คือไม่มีใครสนใจในเรื่องการแสดงเลยจริง ๆ “

แน่นอนว่าสุดท้าย บทบาทเจ้าชายแห่งแอสการ์ด ก็ตกเป็นของพี่หมี คริส เฮมส์เวิร์ธ (Chris Hemsworth) แต่ก่อนที่บทนี้จะเป็นบทแจ้งเกิดให้กับเขา เฮมส์เวิร์ธเคยปฏิเสธบทบาทนี้ไปแล้วในการเจรจาครั้งแรก และกว่าที่เขาจะตอบตกลงจริง ๆ ก็มีนักแสดงชายหลายคนผ่านเข้ามาออดิชันบทนี้กันคับคั่ง ไล่ไปตั้งแต่ เควิน แม็คคิดด์ (Kevin McKidd), โจแอล คินนาแมน (Joel Kinnaman), อเล็กซานเดอร์ สการ์สการ์ด (Alexander Skarsgård), ชาร์ลี ฮันแนม (Charlie Hunnam) หรือแม้แต่นักกีฬามวยปล้ำอย่าง ทริปเปิล เอช (Triple-H), เลียม เฮมส์เวิร์ธ (Liam Hemsworth) น้องชายของคริสเอง หรือ ทอม ฮิดเดิลสตัน (Tom Hiddleston) ก็เคยมาออดิชันในบทนี้มาแล้วทั้งนั้น ุุสุดท้ายบทนี้ก็ตกเป็นของพ่อหมีไป ส่วนฮิดเดิลสตันก็ได้รับบท โลกิ (Loki) (อดีต) เทพจอมเจ้าเล่ห์ไปแทน

ส่วนริตช์สันก็ต้องฝ่าฝันในวงการบันเทิงกันต่อไป เขาเขาเองก็เริ่มจะมีบทบาทสมทบในซีรีส์หลาย ๆ เรื่อง อาทิ ‘CSI: Miami’ (2010), ‘Black Mirror’ (2016) และ ‘Brooklyn Nine-Nine’ (2019) และปรากฏตัวในบทบาทเจ้าหน้าที่ไอเมส ใน ‘Fast X’ (2023) จนกระทั่งได้รับเสนอบทบาทให้เป็น แจ็ก ริชเชอร์ ในซีรีส์เรื่องนี้ ซึ่งเขาเองก็ทุ่มทุนเตรียมตัวอย่างหนัก ตั้งแต่การทำการบ้านด้วยการซื้อนิยายมาอ่านไปทั้งหมด 24 เล่ม (จากทั้งหมด 29 เล่ม) เพื่อศึกษาจิตวิญญาณของเรื่องราวและคาแรกเตอร์อย่างจริงจัง

รวมทั้งการฟิดร่างกายก่อนการถ่ายทำด้วยการออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะ วิดพื้น ซิตอัป ดันพื้น แล้ววิ่งกลับบ้าน และไปยกน้ำหนักในยิมประมาณ 2 ชั่วโมงต่อวัน ในซีซันแรก เขาต้องเพิ่มน้ำหนักขึ้นมาประมาณ 30 ปอนด์ เขาจึงต้องจ้างนักโภชนาการมาควบคุมอาหารการกินอย่างจริงจัง แต่ก็ยังรักษาสมดุลด้วยการกินอาหารคลีน 80% และกินอาหารตามใจปากอีก 20% และไม่ได้กำหนดด้วยว่าจะให้วันไหนเป็นวันโกง หรือ Cheat Day เพราะเขาเล่าแบบขำ ๆ ว่า ถ้าวันไหนเขาอยากกินอะไรก็จะกิน เพราะทุกวันเป็นวัน Cheat Day

แต่หลังจากสิ้นสุดการถ่ายทำซีซันแรก ด้วยความที่เขาหักโหมฟิตร่างกาย และตารางการถ่ายทำ 7 วันต่อสัปดาห์ ก็ทำให้เขาเริ่มเหนื่อยล้าและมีอาการบาดเจ็บที่ไหล่จนทำให้เขาต้องเข้ารับการรักษา แต่ถึงกระนั้น เขาเองก็ยังคงรักษาจังหวะการออกกำลังกายมากถึง 5 วันต่อสัปดาห์อยู่ดี และการทุ่มเทนั้นก็ทำให้เขาแจ้งเกิดจากบทบาทนี้ได้ในที่สุด เท่านั้นยังไม่พอ ยังทำให้ประตูโอกาสของเขาเปิดขึ้นอย่างงดงามด้วย หลังจากนี้เราคงได้เห็นผลงานของเขาที่โดดเด่นอยู่ในแถวหน้ามากขึ้น

“หลังจากช่วงสุดสัปดาห์ หลังจากที่ ‘Reacher’ ซีซัน 1 เข้าฉาย ผมมีข้อเสนองานเข้ามาประมาณ 50 กว่างานเลยครับ ผมรู้เลยทันทีว่า ชีวิตของผมมันกำลังจะเปลี่ยนไป”