BT Source Code วันนี้ พามาเปิดคำพูดถึงนิยามของการเป็น ‘ลูกเรือ’ และประวัติของ คริสตินา โคค (Christina Koch) หลังจบภารกิจ Artemis II ที่นอกจากจะสร้างแรงบันดาลใจต่อเด็ก ๆ ที่มีความฝันทั่วโลกแล้ว เธอยังเป็นคนที่พูดด้วยภาษาที่สวยงามและสื่อถึงทัศนคติที่น่าสนใจมาก ๆ
“คำว่า ลูกเรือ แน่นอนว่าสำหรับฉัน มันหมายถึงคนที่อยู่ในอวกาศ หรือบนเรือ ที่ต้องทำงานด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน แต่ 10 วันที่ผ่านมาฉันได้คำตอบที่แตกต่างจากเดิม ฉันเรียนรู้ว่าลูกเรือคือคนที่พร้อมเสียสละเพื่อกันและกัน มีเป้าหมายเดียวกัน มีความเมตตาต่อกัน มีความรับผิดชอบต่อกัน
ลูกเรือทุกคนมีความใส่ใจและความต้องการแบบเดียวกัน ลูกเรือทุกคนหนีห่างจากกันไม่ได้เพราะมีหน้าที่ผูกมัดกันอย่างสวยงาม ดังนั้นตอนที่เรามองลงมาเห็นโลกเล็ก ๆ ข้างล่าง และตอนเราที่โดนถามว่าคิดเห็นอย่างไรกับโลกตรงหน้า ? เอาจริง ๆ นะมันไม่ใช่แค่โลกที่ทำให้ฉันต้องฉุกคิดแต่คือสีดำรอบ ๆ โลกที่ทำให้เห็นว่าโลกของเรามันเป็นแค่เรือลำเล็ก ๆ ที่ลอยอยู่ในห้วงอวกาศของจักรวาล
ฉันรู้แหละว่าฉันอาจจะยังไม่ได้เรียนรู้ทุกอย่าง และมีอีกหลายอย่างที่ภารกิจนี้ยังไม่ได้สอนฉัน แต่มันมีสิ่งหนึ่งที่ฉันรู้แน่ ๆ คือ โลกทั้งใบ พวกคุณทุกคนคือลูกเรือเหมือนกัน (Planet Earth, You are a crew)”
การมองโลกจากมุมมองของอวกาศท่ามกลางความมืดมิดอันกว้างใหญ่ ทำให้โคคตระหนักว่าโลกไม่ใช่เพียงดาวเคราะห์ที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นเหมือน ‘เรือลำเล็ก ๆ’ ที่ลอยอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเป็นที่พักพิงเพียงแห่งเดียวที่เรามี

สิ่งนี้ได้นำไปสู่ใจความสำคัญที่ว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้แท้จริงแล้วคือ ‘ลูกเรือลำเดียวกัน’ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงผู้อยู่อาศัยที่ต่างคนต่างอยู่ แต่มีชะตากรรมที่ผูกพันกันอย่างสวยงาม มีหน้าที่ต้องดูแลกันและกันด้วยความเมตตา และต้องร่วมกันรักษาโลกใบนี้ให้รอดพ้นจากความเวิ้งว้างของจักรวาล เพราะสุดท้ายแล้วเราทุกคนต่างมีพันธะต่อกันและไม่สามารถแยกจากกันได้เลย
ผู้หญิงธรรมดาที่พัฒนาตัวเองจนเป็นคน ‘ไม่ธรรมดา’
เบื้องหลังคำพูดและความสามารถในการสื่อสารนี้ไม่ได้เกิดจากแค่จากการเป็นหนึ่งในตัวแทนภารกิจ Artemis II เพียงเท่านั้น เพราะเชื่อว่าคำพูดที่กินใจของเธอ มันเกิดจากพื้นหลังการใช้ชีวิตที่ผ่านมาในฐานะที่เป็นหนึ่งในตัวแทนของผู้หญิงเก่งที่มีความฝัน และทำมันได้สำเร็จจากความพยายามของตัวเอง

คริสตินา แฮมม็อก โคค เกิดในรัฐมิชิแกน และเติบโตในเมืองแจ็กสันวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา แบ็กกราวนด์จากรัฐมิชิแกนทำให้เธอได้ทดลองใช้ชีวิตในฟาร์มของครอบครัว (มิชิแกนค่อนข้างขึ้นชื่อเรื่องการทำฟาร์มอยู่แล้ว) ส่งผลให้เธอถูกปลูกฝังเรื่องการทำงานหนักและไม่ย่อท้อต่อความท้าทาย รวมถึงการพึ่งพาอาศัยกันและกัน
เส้นทางการศึกษาของโคคสามารถพูดได้คำเดียวว่า ‘ใฝ่เรียน’ แบบขั้นสุด เพราะมันชัดเจนแต่แรกเลยว่าเธอสนใจในการคำนวณ วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมแบบคนมีใจรักจริง ๆ
- โคคสำเร็จการศึกษา ม. ปลายที่โรงเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์แห่งรัฐนอร์ทแคโรไลนา ในเมืองเดอร์แฮม และโรงเรียนมัธยมไวท์โอ๊ค ในเมืองแจ็กสันวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา
- สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและฟิสิกส์
- ปริญญาโทวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า
- ต่อมาเธอได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ทแคโรไลนา
โดยก่อนจะก้าวเข้าสู่ทำเนียบนักบินอวกาศ โคคสั่งสมประสบการณ์ในงานวิศวกรรมระดับสูง เธอเริ่มต้นการทำงานที่ศูนย์การบินอวกาศ NASA Goddard (GSFC) พัฒนาเครื่องมือวิทยาศาสตร์อวกาศ และต่อยอดที่ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์
โดยเธอมีส่วนร่วมในภารกิจสำคัญอย่าง ยานจูโน (Juno) และ ยานสำรวจแวนอัลเลน นี่ยังไม่รวมการปฏิบัติงานภาคสนามในสภาวะสุดโหด ทั้งการใช้ชีวิต 1 ปีเต็ม ณ สถานีขั้วโลกใต้แอดมันเซน-สกอตต์ และการร่วมงานกับองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (NOAA) และก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าสถานีหอดูดาวอเมริกันซามัว
ภารกิจกับ NASA : จารึกประวัติศาสตร์ระดับโลก
โคคเข้าสู่เส้นทางนักบินอวกาศในปี 2013 และสร้างผลงานที่โลกต้องจดจำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
- ภารกิจบน ISS (2019-2020) : เดินทางไปกับยานโซยุซ และใช้ชีวิตบนสถานีอวกาศนานาชาตินานถึง 328 วัน ในภารกิจเดียว
- Artemis II (เมษายน 2026) : ปฏิบัติหน้าที่ ‘ผู้เชี่ยวชาญภารกิจ’ ในการเดินทางไปกลับดวงจันทร์ครั้งประวัติศาสตร์ในรอบกว่า 50 ปี โดยเดินทางไปไกลจากโลกราว 406,771 กิโลเมตร (252,756 ไมล์) ก่อนจะลงจอดอย่างปลอดภัยนอกชายฝั่งซานดิเอโก
- เจ้าของสถิติ Spacewalk : ทำการเดินอวกาศรวม 6 ครั้ง โดยเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ในการเดินอวกาศที่มีเฉพาะผู้หญิงครั้งแรกของโลก รวมเวลาทำงานนอกตัวยานกว่า 42 ชั่วโมง

ตลอด 2 ภารกิจหลัก คริสตินา โคค ใช้เวลาสะสมในห้วงอวกาศรวมทั้งสิ้น 338 วัน พร้อมบทบาทสำคัญในการบริหารงานภายใน NASA ทั้งหัวหน้าฝ่ายลูกเรือและผู้ช่วยด้านการบูรณาการทางเทคนิค ณ ศูนย์อวกาศจอห์นสัน
เส้นทางการศึกษาที่เข้มข้นและประสบการณ์การทำงานที่เธอรัก ไม่เพียงแต่หล่อหลอมให้เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญที่โลกไว้วางใจ แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งให้เธอและลูกเรืออีกสามคนร่วมทำภารกิจพิชิตห้วงอวกาศได้สำเร็จอย่างสง่างาม
ทว่าในโลกของอวกาศที่ทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยตัวเลข การคำนวณ และตรรกะเชิงวิทยาศาสตร์ เธอกลับค้นพบว่าคุณค่าของ ‘ความเป็นมนุษย์’ นั้นยิ่งใหญ่กว่าทุกสิ่งอย่าง และคำว่า ‘ลูกเรือ’ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเพื่อนร่วมทางอีก 3 ชีวิตในยาน Artemis II เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงเพื่อนมนุษย์ทุกคนบนโลกที่คอยเกื้อหนุนอยู่เบื้องหลัง ภารกิจนี้ทำให้เธอได้เรียนรู้ว่า มนุษย์เราล้วนมีสายใยที่ตัดกันไม่ขาด และความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจที่เรามีให้แก่กันนี่เอง ที่ทำให้โลกใบนี้ยังคงงดงามและเป็นบ้านที่น่าอยู่ที่สุดในจักรวาล













