จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับงานประกาศรางวัลออสการ์ (Academy Awards) ครั้งที่ 96 ประจำปี 2024 ที่จัดขึ้นโดย สถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ (Academy of Motion Picture Arts and Sciences: AMPAS) ที่จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม (ตามเวลาท้องถิ่น) หรือเวลาประมาณเช้าตรู่ 06.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ณ โรงภาพยนตร์ดอลบี เธียร์เตอร์ (Dolby Theatre) ฮอลลีวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และถ่ายทอดสดผ่านทางเครือข่ายสถานีโทรทัศน์ ABC

และยังคงได้ จิมมี คิมเมล (Jimmy Kimmel) พิธีกรเจ้าของรายการทอล์กโชว์ ‘Jimmy Kimmel Live!’ กลับมารับหน้าที่ดำเนินรายการอีกครั้งต่อจากปีที่แล้ว และเป็นการกลับมารับหน้าที่เดิมบนเวทีออสการ์เป็นครั้งที่ 4 โดยในครั้งนี้เขามาพร้อมกับการเปิดตัวแบบขำ ๆ ด้วยการเข้าไปร่วมแจมในหนังเรื่อง ‘Barbie’

โดยในปีนี้ยังคงมีไฮไลต์สำคัญ ๆ บนเวทีมากมาย ตั้งแต่นักแสดงที่จะมาเข้าร่วมประกาศรางวัลบนเวทีในครั้งนี้ ที่มีตั้งแต่นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์จากปีที่แล้ว ได้แก่ มิเชล โหย่ว (Michelle Yeoh), คีฮุยควน (Ke Huy Quan) และ เจมี ลี เคอร์ติส (Jamie Lee Curtis) จากภาพยนตร์ ‘Everything Everywhere All at Once’ ที่จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

OSCARS 2024 Messi

รวมทั้งนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ อาทิ มาเฮิร์ซชาลา อาลี (Mahershala Ali), เจสสิกา แลงจ์ (Jessica Lange), แมทธิว แม็กคอนนาเฮย์ (Matthew McConaughey), อัล ปาชิโน (Al Pacino) รวมทั้งนักแสดงรุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ที่มาร่วมประกาศผลรางวัลออสการ์มากมาย อาทิ ไรอัน กอสลิง (Ryan Gosling), เซนเดยา (Zendaya), ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson), คริส เฮมส์เวิร์ธ (Chris Hemsworth), อันยา เทเลอร์-จอย (Anya Taylor-Joy), ไมเคิล คีตัน (Michael Keaton) และอีกคับคั่ง

ในส่วนของการแสดงบนเวทีปีนี้ก็ยังคงคับคั่งไปด้วยการแสดงจากเพลงประกอบภาพยนตร์ดัง ๆ ทั้งหมดที่ได้เข้าชิงรางวัลในปีนี้ ไล่ไปตั้งแต่ 2 เพลงประกอบสุดฮิตจากภาพยนตร์ ‘Barbie’ ทั้งเพลง “I’m Just Ken” ที่งานนี้ ไรอัน กอสลิง ผู้เข้าชิงสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ขึ้นไปโชว์เพลงนี้ด้วยตัวเองพร้อมกับ ซือมู่หลิว (Simu Liu) และแดนเซอร์ 65 ชีวิต กลายเป็นโชว์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเวทีนี้เลยทีเดียว รวมทั้งพี่น้อง บิลลี ไอลิช (Billie Eilish) และ ฟินเนียส โอคอนเนลล์ (Finneas O’Connell) ที่ได้ไปขึ้นโชว์ในเพลงฮิตอีกเพลงอย่าง “What Was I Made For”

OSCARS 2024 Robert Downey Jr.

รวมทั้งการแสดงเพลง “The Fire Inside” จากภาพยนตร์ ‘Flamin’ Hot’ ที่ขับร้องโดย เบ็กกี จี (Becky G), จอน บาติส (Jon Batiste) และ แดน วิลสัน (Dan Wilson) รวมทั้งบทเพลง “It Never Went Away” จากภาพยนตร์ ‘American Symphony’ และ “Wahzhazhe (A Song for My People)” บทเพลงภาษาโอเสจ จากภาพยนตร์ ‘Killers of the Flower Moon’ ที่ขับร้องโดย สก็อตต์ จอร์จ (Scott George) ศิลปินชนพื้นเมืองอเมริกันคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

“I’m Just Ken” ryan gosling

และสำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ โดยภาพรวมถือว่าเป็นไปตามที่คาดการณ์ ทั้งจากสื่อหลาย ๆ สำนัก และผลการประกาศรางวัลจากเวทีอื่น ๆ แบบไม่พลิกโผ หนังที่มาแรงที่สุดบนเวทีออสการ์ปีนี้ก็หนีไม่พ้น ‘Oppenheimer’ ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ที่มีชื่อเข้าชิงมากที่สุดในปีนี้ถึง 13 สาขา สามารถดกวาดรางวัลไปได้มากที่สุดถึง 7 รางวัล ตั้งแต่รางวัลใหญ่สุดอย่างสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และสาขาที่เป็นตัวเก็งในเวทีอื่น ๆ มาก่อนหน้านี้ ทั้ง คิลเลียน เมอร์ฟี (Cillian Murphy) ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ (Robert Downey Jr.) จากสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

OSCARS 2024 Oppenheimer Best Picture

และรวมทั้ง คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ที่สามารถคว้ารางวัลสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมได้เป็นครั้งแรกในชีวิต และสาขาด้านเทคนิคทั้งตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ถ่ายภาพยอดเยี่ยม โดยผู้กำกับภาพ ฮอยต์ ฟาน ฮอยเตมา (Hoyte Van Hoytema) และดนตรีประกอบยอดเยี่ยม จากฝีมือของคอมโพสเซอร์ โดย ลุดวิก เยอรันซัน (Ludwig Göransson)

OSCARS 2024 Cillian Murphy 2

ภาพยนตร์อีกเรื่องที่มาแรงสุด ๆ ในปีนี้ก็คือ ‘Poor Things’ ที่มีชื่อเข้าชิงมากถึง 11 สาขา และกวาดมาได้ถึง 4 สาขา โดยเฉพาะในสาขาเบื้องหลัง ทั้งสาขาออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, แต่งหน้าและออกแบบทรงผมยอดเยี่ยม, ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม และเป็นไปตามคาด เพราะ เอ็มมา สโตน (Emma Stone) สามารถคว้ารางวัลสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมไปครองได้สำเร็จ

OSCARS 2024 Emma Stone 2

ส่วนไฮไลต์ในสาขาอื่น ๆ ที่น่าสนใจของปีนี้ ไล่ไปตั้งแต่ ดาไวน์ จอย แรนดอล์ฟ (Da’Vine Joy Randolph) ‘The Holdovers’ เพราะเธอสามารถกวาดรางวัลจากหลายเวทีไปได้เกลี้ยงแผง ตั้งแต่เวทีลูกโลกทองคำ SAG Awards และ BAFTA กลายเป็นเต็ง 1 แบบแทบจะหาคู่เทียบได้ยาก และในที่สุดเธอก็สามารถคว้าออสการ์ตัวแรก จากสาขานักแสดงสมทบหญิงเป็นตัวแรกในชีวิตได้แบบไม่มีพลิกโผ

รางวัลในสาขาบทภาพยนตร์ ปีนี้หนังนอกกระแสสามารถกวาดไปได้ทั้งหมด ทั้ง ‘Anatomy of a Fall’ จากสาขาสาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม และ ‘American Fiction’ ในสาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม

OSCARS 2024 christopher nolan

ส่วนภาพยนตร์ตัวเก็งอีก 1 เรื่องของปีนี้อย่าง ‘Barbie’ สามารถคว้าไปได้เพียง 1 รางวัล จากสาขาเพลงประกอบดั้งเดิมยอดเยี่ยม จากบทเพลง “What Was I Made For ? ” ‘Barbie’ โดย บิลลี ไอลิช (Billie Eilish) และ ฟินเนียส โอคอนเนลล์ (Finneas O’Connell)

ส่วนในสาขาแอนิเมชันยอดเยี่ยม สตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli) สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการส่งแอนิเมชันเรื่องล่าสุด ‘The Boy and the Heron’ ชนะรางวัลนี้ไปได้อีกครั้ง หลังจากที่เคยได้รับมาแล้วจาก ‘Spirited Away’ (2001) ทำให้ ฮายาโอะ มิยาซากิ (Hayao Miyazaki) เป็นผู้กำกับแอนิเมชันที่เข้าชิงสาขาภาพยนตร์แอนิเมชันมากที่สุดถึง 4 ครั้ง

OSCARS 2024 Godzilla Minus One

และในปีนี้ ‘The Zone of Interest’ ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องของค่ายกักกันนาซี จากสหราชอาณาจักร สามารถคว้าไปได้ 2 รางวัล ทั้งสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม และเสียงของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังโดดเด่นจนสามารถคว้ารางวัลสาขาออกแบบเสียงยอดเยี่ยมไปด้วย และในฟากฝั่งเอเชีย ปีนี้เป็นปีที่โดดเด่นของ ‘Godzilla Minus One’ จากญี่ปุ่นที่สามารถคว้ารางวัลสาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม ปาดหน้าหนังฮอลลีวูดไปได้

และในฝั่งของสตรีมมิง ปีนี้ Netflix สามารถทำผลงานคว้ารางวัลสาขาภาพยนตร์ขนาดสั้นยอดเยี่ยม จากผลงานหนังสั้น ‘The Wonderful Story of Henry Sugar’ ซึ่งถือเป็นรางวัลออสการ์รางวัลแรกในชีวิตของผู้กำกับ เวส แอนเดอร์สัน (Wes Anderson)


  • สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture)

‘Oppenheimer’

  • สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม (Best Director)

คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ‘Oppenheimer’

  • สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Best Actor in a Leading Role)

คิลเลียน เมอร์ฟี (Cillian Murphy) ‘Oppenheimer’

  • สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress in a Leading Role)

เอ็มมา สโตน (Emma Stone) ‘Poor Things’

  • สาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม (Best Original Screenplay)

‘Anatomy of a Fall’

  • สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม (Best Adapted Screenplay)

‘American Fiction’

  • สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Best Supporting Actor)

โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ (Robert Downey Jr.) ‘Oppenheimer’

  • สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Best Supporting Actress)

ดาไวน์ จอย แรนดอล์ฟ (Da’Vine Joy Randolph) ‘The Holdovers’

  • สาขาเพลงประกอบดั้งเดิมยอดเยี่ยม (Best Original Song)

“What Was I Made For ? ” ‘Barbie’
โดย บิลลี ไอลิช (Billie Eilish) และ ฟินเนียส โอคอนเนลล์ (Finneas O’Connell)

  • สาขาแอนิเมชันยอดเยี่ยม (Best Animated Feature Film)

‘The Boy and the Heron’

  • สาขาดนตรีประกอบดั้งเดิมยอดเยี่ยม (Best Original Score)

‘Oppenheimer’
โดย ลุดวิก เยอรันซัน (Ludwig Göransson)

  • สาขาออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (Best Costume Design)

‘Poor Things’

  • สาขาตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Film Editing)

‘Oppenheimer’

  • สาขาออกแบบเสียงยอดเยี่ยม (Best Sound)

‘The Zone of Interest’

  • สาขาแต่งหน้าและออกแบบทรงผมยอดเยี่ยม (Best Makeup and Hairstyling)

‘Poor Things’

  • สาขาภาพยนตร์ขนาดสั้นยอดเยี่ยม (Best Live Action Short Film)

‘The Wonderful Story of Henry Sugar’

  • สาขาแอนิเมชันขนาดสั้นยอดเยี่ยม (Best Animated Short Film)

‘War is Over! Inspired by the Music of John & Yoko’

  • สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม (Best Visual Effects)

‘Godzilla Minus One’

  • สาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยม (Best Cinematography)

‘Oppenheimer’

  • สาขาออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม (Best Production Design)

‘Poor Things’

  • สาขาสารคดีขนาดสั้นยอดเยี่ยม (Best Documentary Short Subject)

‘The Last Repair Shop’

  • สาขาสารคดียอดเยี่ยม (Best Documentary Feature)

’20 Days in Mariupol’

  • ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best International Feature Film)

‘The Zone of Interest’ (สหราชอาณาจักร)