เชื่อว่าหลายคนคงกำลังลุ้นกับตัวหนัง Suicide Squad ที่มีฤกษ์เข้าฉายในเดือนหน้านี้แล้ว หลังจากผิดหวังจาก Batman v Superman ไปเมื่อหลายเดือนก่อน เป้าหมายในการหวังให้ Dawn of DC ของแฟนๆเดนตาย เลยเริ่มหันไปทางหนังรวมดาวร้ายที่ดูสดใหม่กว่า ซึ่งก็คงลุ้นพอๆ กับค่ายวอเนอร์เจ้าของหนังด้วยเช่นกัน เพราะยังมีโปรเจกต่อเนื่องกับ DC ยาวไปอีกหลายเรื่องเลยซึ่งตอนนี้ก็ปล่อยเทรลเลอร์มาให้ชมกันยาวๆ ในงานคอมมิคคอนซะหลายเรื่องเลย ดังนั้นจะมาแป้กบ่อยๆ คงไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของค่ายในระยะยาวแน่ๆ นั่นก็คงเป็นสาเหตุที่ค่ายสั่งผู้กำกับและมือเขียนบทอย่าง David Ayer ถ่ายซ่อมตัวหนังปรับมู้ดให้ถูกใจมหาชนขึ้นด้วย (ก็ไม่รู้ว่าเวอร์ชั่นแรกมันมามู้ดไหน และจะเปลี่ยนไปเป็นยังไงล่ะนะ คงต้องรอลุ้นตอนหนังฉายเลย)
แต่ที่ไม่ต้องลุ้นเลยก็คือตัวหนังได้ประกาศ อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ออกมาแล้ว โดยจนถึงตอนนี้ก็ได้ประกาศเพลงแล้วทั้งสิ้น 14 เพลง และเพลงตัวโปรโมทก็ทยอยออกมาให้ได้ฟังมากขึ้นด้วย เราเลยจะเอามารีวิวแบบเดาทางกันเล่นๆจากเพลงว่าหนังจะเป็นไงด้วย ป่ะลุยกันเลย (แปะลิ้งค์ยูทูบของเพลงเท่าที่มีโปรโมทออกมานะครับ)
1. Purple Lamborghini by Skrillex & Rick Ross
https://www.youtube.com/watch?v=bX9CvhbfQgg
เพลงนี้จัดจ้านด้วยสไตล์อิเล็กโทรที่ดุดัน เนื้อหาเหมือนเกริ่นบรรยากาศอันน่าหวาดกลัวที่เต็มไปด้วยอาญากรตามท้องถนน และฮึกเหิมขึ้นด้วยการแนะนำ ทีมพลีชีพ มหาวายร้าย ว่าคือจ้าวแห่งความโฉดชั่ว และแน่นอนถึงเพลงจะไม่ได้พูดตรงๆ แต่รถแลมโบกินี่สีม่วงที่แล่นไปอย่างเยือกเย็นไร้ความเมตตาในเมืองเถื่อนนี้ เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าของเอกลักษณ์โค้ทสีม่วงอย่าง เดอะโจ๊กเกอร์ ของเรานั่นเอง
2. Sucker For Pain (with Logic, Ty Dolla $ign & X Ambassadors) by Lil Wayne, Wiz Khalifa & Imagine Dragons
เพลงตัวโปรโมทตัวแรก ที่รวมดาวเพลงคับคั่งทั้งเจ้าพ่อเพลงแร๊พ Lil Wayne ทั้งเจ้าของเพลงฮิตอย่าง See You Again อย่าง Wiz Khalifa และวงร๊อกแห่งยุคอย่าง Imagine Dragons ที่มาในเพลงแร๊พเท่ๆพร้อมท่อนฮุคสวยๆ ที่ว่าด้วยของพวกเจ็บไม่จำ อารมณ์มาโซฯ นิยมความเจ็บปวดอะไรแบบนั้น แหมคาแรกเตอร์นี่ชวนนึกถึง ฮาร์ลีย์ ควินน์ แฟนสาวของโจ๊กเกอร์ในคอมมิคจริงๆ ที่โดนเขาทิ้งขว้างทำร้ายยังไงก็ยังหลงใหลได้ปลื้มเขาอยู่ดี คำว่า ทาสในเกมของคุณ จากเนื้อเพลงนี่ยังไงก็เธอจริงๆ หรือจะหมายถึงเหล่าแก๊งวายร้ายที่โดนเจ้าหน้าที่รัฐอย่าง อะแมนด้า วอลเลอร์ หลอกใช้ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ
3. Heathens by twenty one pilots
จัดเป็นวงดูโอร๊อกหน้าใหม่ที่มีผลงานน่าจับตามองวงหนึ่งเลย ด้วยองค์ประกอบที่ประหลาดของวงมากๆอย่างดูโอที่มีแค่ นักร้องที่ควบเล่นกีตาร์ กับมือกลองแค่สองคนอย่าง twenty one pilots สำหรับเพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงโปรโมทที่ลงทุนถ่ายทำเอ็มวีตามบรรยากาศหนังกันเลย เพลงว่าด้วยเรื่องของเหล่าคนเถื่อนที่ไร้อารยธรรม ไร้ศาสนา ตามชื่อเพลง ที่ปิดท้ายด้วยประโยคร๊อกๆว่า บางทีพวกเรา(ที่ปกติ)จริงๆแล้วก็อยากเป็นแบบพวกเขา(อาชญากร)นั่นล่ะ เพลงได้อารมณ์จิตๆเท่ๆมากชอบเลย
4. Standing In The Rain (feat. Mark Ronson) by Action Bronson & Dan Auerbach (of The Black Keys)
น่าจะเป็นเพลงโปรโมทอีกตัวที่ยังไม่เห็นปล่อยออกมา คิดว่าคงได้ฟังกันใกล้ๆวันฉาย เพราะตอนนี้ทางวอร์เนอร์ก็ทยอยปล่อยของเรียกกระแสออกมาเรื่อยๆแล้ว
5. Gangsta by Kehlani
https://www.youtube.com/watch?v=aIcrrtICAvw
ยังไม่ออฟฟิศเชี่ยลดีแต่เอามาลงฟังพอแนวๆไปก่อน กับเพลงหวานๆอาร์แอนด์บี จากสาวผิวสีที่มีจังหวะสวยๆ ว่าด้วยการตกหลุมรักอันธพาล เป็นอีกมุมที่เข้ามาเสริมตัวหนังไม่ได้มีเพียงด้านโหดๆอย่างเดียว แต่นั่นล่ะการรักวายร้ายมักจบไม่สวยหรอกนะ นี่ก็เป็นอีกเพลงที่ชวนให้นึกถึงตัวละครอย่าง ฮาร์ลีย์ ควินน์ อีกแล้ว
6. Know Better by Kevin Gates
นี่ก็น่าจะมาสายแร๊พดุดันอีก แม้ตัวเพลงจะยังไม่อาจหาฟังได้ก็ตาม ดูจากชื่อเพลงก็ยังเดาไม่ถูกว่าจะเกี่ยวอย่างไรกับตัวหนังล่ะนะ
7. You Don’t Own Me (feat. G-Eazy) by Grace
เพลงเก่าที่เอามาลงอัลบั้มได้พอดิบพอดีเลยกับ คุณไม่อาจครอบครองฉันได้หรอก เพลงแร๊พที่มีท่อนฮุคเสียงหวานๆของ Grace แบบหลอนๆนิดๆเพลงนี้ ถ้าจำได้นี่เป็นเพลงที่แนะนำตัวละครอย่าง ฮาร์ลีย์ ควินน์ (อีกละ) แต่ถ้ามองในแง่ตัวหนังอาจพูดถึงการที่ไม่อาจควบคุมเหล่าวายร้ายได้หรอก ไม่ว่าคุณจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่ หรือรัฐบาลก็ตาม ตรงนี้น่าสนใจเหมือนกันว่าหนังอาจนำเสนอการหักหลังพลิกไปพลิกมา เพราะจากเทรลเลอร์ที่ปล่อยมาเรายังไม่รู้ที่ทางของตัวละครอย่างโจ๊กเกอร์เลยว่ามาทำอะไรในหนัง และต้องการอะไรกันแน่ ซึ่งตรงนี้ตัวฮาร์ลีย์ ควินน์ อีกนั่นล่ะที่น่าจะเป็นตัวเชื่อมโยงโจ๊กเกอร์ กับเหล่าทีมพลีชีพ ว่าจะเกี่ยงกันในเชิงไหนแน่ นี่ยังไม่รวมตัวร้ายหลักของเรื่องที่ยังไม่รู้ว่าคือใครกันแน่อีกนะ โอ่ยยย
8. Without Me by Eminem
เพลงเก่าที่มีเอ็มวีล้อเลียนฮีโร่ค่ายดีซีจากเจ้าพ่อแร๊พผิวชาวอย่าง Eminem ที่เอามาประกอบหนังได้เหมาะอีกแล้ว ว่าด้วยเรื่องของการประกาศความเจ๋งของตัวเองแล้วบอกพวกที่ต่อต้านว่า พวกเอ็งน่ะขาดข้าไม่ได้หรอกเฮ้ย มีท่อนที่น่าสนใจอย่าง I’ve created a monster, ’cause nobody want to. ที่บอกว่าฉันต้องสร้างปีศาจขึ้นมาเพราะไม่มีใครต้องการฉัน ประมาณว่าเอมิเน็มบอกว่าต้องร้องเพลงแรงๆให้คนสนใจเพราะคนลืมแร๊พผิวขาวไปหมดแล้ว แต่ถ้าพูดในแง่หนังซึ่งตรงตามเอ็มวีด้วยคือ เหล่าฮีโร่ต้องสร้างวายร้ายขึ้นมาเพื่อไม่ให้คนลืมฮีโร่อย่างพวกเขาว่าเป็นสิ่งจำเป็น ตรงนี้ไปพ้องกับทฤษฎีที่มีแฟนบอยบางกลุ่มเสนอว่าตัวร้ายหลักอาจเป็นด้านมืดของ Enchantress แม่มดร้ายหนึ่งในทีมพลีชีพก็ได้ หรืออีกทฤษฎีหนึ่งก็สงสัยบทบาทของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างอะแมนด้า วอลเลอร์ ว่าน่าจะกุมความลับอะไรสักอย่างไว้ด้วย ถึงไม่ใช้ฮีโร่แต่เอาเหล่าวายร้ายมาสางปัญหาแบบนี้ แต่ก็นั่นล่ะบอกแล้วว่าบทความนี้ยืนพื้นจากความมโนทั้งสิ้น ดังนั้นก็เดาส่งไปได้ร้อยแปดล่ะ มันถึงน่าสนุกเวลาไปดูหนังจริงไงล่ะ
9. Wreak Havoc by Skylar Grey
https://www.youtube.com/watch?v=MBsIlsvnzCo
นี่ก็ยังไม่ออฟฟิศเชี่ยลดี เหมือนอัดมาจากเล่นสดที่ไหนสักที่ ไว้รอชัดๆเต็มๆวันอัลบั้มออกแล้วกันนะ
10. Medieval Warfare by Grimes
https://www.youtube.com/watch?v=-qg-g4Nh_Po
นี่ก็ยังไม่ทางการดี เอามาให้ฟังๆไปก่อน เพลงมีจังหวะฟังได้เรื่อยๆอยู่นะ เนื้อหารำพึงรำพันถึงคนรักนั่นล่ะ
11. Bohemian Rhapsody by Panic! At The Disco
https://www.youtube.com/watch?v=Cx6Es7EQ6kc
เพลงนี้คงคุ้นหูสุดแล้วล่ะ เพราะมาทั้งในเทรลเลอร์ตัวแรกและยังเป็นเพลงที่โด่งดังมากๆในยุคหนึ่งของวงระดับตำนานอย่าง Queen เนื้อหานี่งงสุดๆ ประมาณว่าชายคนหนึ่งฆ่าคนตายแล้วเขียนจดหมายถึงแม่เขาว่าเขากำลังฆ่าตัวตายทิ้งวิญญาณให้ปีศาจไป มีเต้นฟานดิงโก้ มีพระอัลเลาะห์ มีกาลิเลโอ…อืมมม แต่มันก็ดูเข้ากับตัวหนังอย่างบอกไม่ถูกใช่มั้ยล่ะ หลอนๆ งงๆ คลั่งๆ อย่างกับเอาโจ๊กเกอร์มาแต่งเพลงเองเลย เวอร์ชั่นนี้ได้วงยุคใหม่อย่าง Panic! At The Disco มาคัฟเวอร์ให้ดูทันสมัยขึ้นมาก น่าจะเป็นเพลงหลักเพลงหนึ่งของหนังเลยล่ะ
12. Slippin’ Into Darkness by War
เพลงยุคโรงเหล้าแสงจันทร์ ที่เนื้อหาวนเวียนอยู่แค่ว่าไถลลงสู่ความมืด น่าจะเป็นเพลงเอาบรรยากาศเฉยๆล่ะนะคิดว่าไม่น่ามีอะไรนะ
13. Fortunate Son by Creedence Clearwater Revival
เพลงฮิตแห่งยุคโรงเหล้าแสงจันทร์อีกเพลงที่หนังสงครามเวียดนามชอบเอาไปใช้ ว่าด้วยเนื้อหากระทบกระเทียบเสียดสีว่าทำไมคนที่ต้องไปสงครามมักเป็นพวกลูกคนชนชั้นล่างหรือชนชั้นกลางเสมอเลยล่ะ ทีพวกลูกคนรวยพวกลูกนักการเมือง ไม่เห็นมีใครโดนส่งไปรบไปตายเลย อันนี้พอใส่ในหนังก็ฮาดีที่จะบอกว่าส่งพวกตู (วายร้าย) ไปตายอีกละ กวนๆดีเหมือนกัน
14. I Started a Joke (feat. Becky Hanson) by ConfidentialMX
https://www.youtube.com/watch?v=n4JqKeJ9dCM
งานเก่าจากวงแห่งยุคอย่าง Bee Gees ที่มีเนื้อหาเชิงปรัชญานิดๆเหมือนกันนะ ได้รับการคัฟเวอร์ใหม่ซะหลอนๆลอยๆเลย เนื้อหาว่าด้วยนักเล่าเรื่องตลกที่มารู้ทีหลังว่าคนเขาตลกเพราะเป็นเรื่องจริงของนักเล่าเรื่องตลก อารมณ์ว่ารู้สึกพอรู้ว่าเป็นเรื่องตัวเองมันก็ไม่น่าตลกเลย อันนี้น่าจะสื่อถึงโจ๊กเกอร์โดยตรงนะ เล่นกับสภาพจิตใจแบบย้อนแย้งของตัวละครได้ดีด้วย
คือฟังจนจบอัลบั้มก็เดาอะไรไปไม่ได้มากหรอก ตามประสาเพลงประกอบหนังใหญ่ๆที่มักไม่ได้สื่ออะไรกับเนื้อหาเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก นอกจากเอาบรรยากาศของเรื่องมากกว่า แต่ที่เห็นจุดร่วมพอประมาณคือ หนังน่าจะมีใจกลางเรื่องเป็นโจ๊กเกอร์กับฮาร์ลีย์ ควินน์นี่ล่ะ ที่ถึงจะไม่ได้เข้ามาเป็นพาร์ทใหญ่ของหนังเท่าการรวมตัววายร้าย กับตัวร้ายหลักปริศนาในเรื่อง แต่ก็น่าจะเป็นตัวคอยเล่นพลิกแพลงสถานการณ์ต่างๆให้ชุลมุนและน่าสนุกขึ้นด้วย เอาเป็นว่าต้องจับตาให้ดีๆ ฟังเพลงมันๆ รอดูหนังเข้ากันไปก่อนนะ
แถมท้ายด้วยเทรลเลอร์ใหม่ความยาว 3 นาที จากงาน คอมมิค-คอน บิ้วให้ไปดูหนังกันเสียหน่อย
สามารถจัดพรีออเดอร์อัลบั้มได้เลยทาง itunes เลยจ้า ส่วนมาเต็มๆน่าจะวันที่ 5 สิงหาช่วงหนังเข้าโรงพอดีนั่นล่ะครับ












