ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

สตีเฟน คิง เผย…มีหนังสยองขวัญอยู่เรื่องหนึ่ง ที่เขาทนดูจนจบไม่ได้ เพราะมันประหลาดเกินไป

Table of Content

สำหรับคอหนังสยองขวัญต่างรู้จักกิตติศัพท์ของ สตีเฟน คิง (Stephen King)กันเป็นอย่างดี ในฐานะนักเขียนนิยายแนวสยองขวัญระดับปรมาจารย์ หรืออาจจะเรียกว่าระดับท็อปสุดของโลกก็ดูจะไม่เกินไปนัก เพราะนับถึงปัจจุบันมีนิยายของคิงที่ถูกตีพิมพ์แล้ว 62 เรื่อง และอีกกว่า 200 เรื่องสั้น มีหนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายของคิงแล้ว 34 เรื่อง และถ้าเรื่องไหนสตีเฟน คิง พึงพอใจกับบทภาพยนตร์ เขาก็จะยินดีไปโผล่เป็นแขกรับเชิญในหนัง เรียกได้ว่าสร้างธรรมเนียม Cameo ในหนังก่อนหน้า แสตน ลี เสียอีก

แม้ว่าตัวเขาจะอยู่ในฐานะเจ้าพ่อนิยายสยองขวัญแต่คิงเองก็ยังพิสมัยในการชมหนังสยองขวัญด้วยเช่นกัน ในระหว่างที่สตีเฟน คิง ไปให้สัมภาษณ์กับ Dread Central คิงก็เผยเรื่องราวน่าสนใจออกมาว่า มันมีหนังสยองขวัญอยู่เรื่องหนึ่งที่เขาทนดูจนจบไม่ได้ และเรื่องนั้นก็คือ ‘The Blair Witch Project’ หนึ่งในหนังสยองขวัญสร้างปรากฏการณ์ในยุค 90s ที่คิงยอมรับว่าเขาต้องกดปิดตั้งแต่กลางเรื่องเพราะเขารู้สึกว่ามันหนักหนาสำหรับเขาเกินไป

“ครั้งแรกที่ผมได้ดู The Blair Witch Project ตอนนั้นผมนอนอยู่ในโรงบาล กำลังมึนยาที่พยาบาลให้อยู่เลย แล้วลูกชายผมก็เข้ามาหา เขาเอาวิดีโอเทปเรื่องนี้มา แล้วก็บอกผมว่า ‘พ่อต้องดูเรื่องนี้ะ’ หลังจากผ่านไปครึ่งเรื่องผมก็บอกเขา ‘ปิดเหอะนะ มันประหลาดเกินไป’ “

ปฏิกิริยาที่คิงมีต่อหนัง The Blair Witch Project ก็ถือว่าไม่ได้แตกต่างไปจากหลาย ๆ คนที่ได้ดูเรื่องนี้ครั้งแรก ด้วยความแปลกใหม่ในการนำเสนอในวันนั้นที่ทำเอาหลายคนเวียนหัวกับภาพที่ส่ายไปมาของหนัง และทำให้ The Blair Witch Project กลายเป็นต้นกำเนิดของหนังในแนว ‘Found Footage’ คือการสร้างหนังที่จำลองภาพจากโฮมวิดีโอที่เหมือนมือสมัครเล่นถ่ายกันเอง ทำให้ภาพมีความสั่นไหว ส่ายไปมา หลุดโฟกัสแทบทั้งเรื่อง อย่างในเรื่อง The Blair Witch Project ก็จำลองเหตุการณ์ว่า กลุ่มนักศึกษาภาพยนตร์ชวนกันเข้าไปในป่าแบล็กฮิลล์ เมืองเบอร์กิตต์วิลล์ ในรัฐแมรรี่แลนด์ เมื่อปี 1994 เพื่อถ่ายทำสารคดีที่มีตำนานร่ำลือว่าในป่าแห่งนี้มีแม่มดที่ชื่อว่า แบลร์วิตช์

หนังจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง มีการทำข่าวหลอกลงตามเว็บไซต์ ว่าเหตุการณ์ที่กลุ่มนักเรียนเหล่านี้หายตัวไปเป็นเหตุการณ์จริง แล้วก็มีคนมาพบเทปวิดีโอของนักศึกษาเหล่านี้หลังพวกเขาหายตัวไปแล้ว 1 ปี แต่ท่ามกลางภาพที่สั่นไหว แทนสายตาคนถ่ายวิดีโอ ก็มีข้อดีที่ทำให้ The Blair Witch Project กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงกันมากนั่นก็เพราะความเสมือนจริง หนังสามารถดึงเอาผู้ชมเข้าไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้นด้วยได้ และทำให้ The Blair Witch Project กลายเป็นหนังที่จุดกระแสให้เกิดหนัง Found Footage ตามามาอีกมากมายจนถึงทุกวันนี้ ที่ดัง ๆ ก็อย่างเช่น Paranormal Activity series และ Cloverfield ส่วนใครที่ชื่นชอบหนังในแนวนี้ ในปีนี้ก็จะมี Dwellers ให้ได้ชมกันทาง Netflix เดือนตุลาคมนี้

ส่วนแฟน ๆ ของสตีเฟน คิง ก็คอยติดตามชม Firestarter อีกหนึ่งหนังฮิตในอดีตเมื่อปี 1984 ของสตีเฟน คิง ในครั้งแรกนั้น ดรูว์ แบร์รี่มอร์ (Drew Barrymore) ที่ยังเป็นหนูน้อยน่ารักอยู่ก็มารับบทนำในเรื่องนี้ ส่วนเวอร์ชันใหม่นี้ก็ได้ แซก เอฟรอน (Zack Efron)มาเป็นชื่อขายเรียกคนดู หนังยังไม่ประกาศกำหนดฉาย แต่อาจจะได้ดูกันในปีนี้ล่ะ

อ้างอิง

Highlight

เปิดสเปก DDPAI MINI2X กล้องติดรถ เก็บภาพ เสียง ชัดระดับ 2K !

30/04/2026
Read More

นักวิจัยใช้ AI วิเคราะห์ ‘ความแก่’ ของใบหน้าและอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง

30/04/2026
Read More

รวมคอมเมนต์เดือนเมษายน เดือนที่อีเวนต์เยอะจนตาแตกของเพจ BT beartai !  

30/04/2026
Read More

‘BenQ Board CP05’ กระดานอัจฉริยะรุ่นใหม่ อัปเกรด AI มาเพิ่ม พร้อมตัวช่วยเสริมไร้สาย สีสวย ภาพคมชัด เหมาะกับทุกงาน

30/04/2026
Read More

บอกลากระเป๋าแตก ! เมื่อสนามบินฮาเนดะใช้ ‘โรบอต’ แบกสัมภาระ แก้เกมวิกฤตขาดแคลนแรงงานญี่ปุ่น

30/04/2026
Read More

แอร์ออฟฟิศทำให้หน้าแย่ลงจริงมั้ย ?

30/04/2026
Read More

Related Content