ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

Hyundai และ Kia จะใช้ขั้วชาร์จ NACS ของ Tesla ในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2024

Table of Content

วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม Hyundai และ Kia ประกาศว่าได้ตัดสินใจจะใช้ขั้วชาร์จ NACS ของ Tesla ติดตั้งมาพร้อมกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ออกขายในสหรัฐฯ โดยเริ่มตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2024 ส่วนในแคนาดาจะติดตั้งขั้วต่อ NACS มากับรถยนต์ไฟฟ้าของ Hyundai ที่วางจำหน่ายในครึ่งปีแรกของ 2025 ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าของ Kia จะมาภายในสิ้นปี 2024

Hyundai และ KIA เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายล่าสุดที่ตัดสินใจใช้ขั้วชาร์จ NACS ของเทสลาตามรอย Ford, GM, Rivian, Volvo Cars, Polestar, Mercedes-Benz, Nissan, Infiniti, Jaguar, Honda, Acura, Fisker, Land Rover และ Aptera ซึ่งจะมีส่วนผลักดันให้ขั้วชาร์จ NACS ของเทสลาเข้าใกล้การเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมแทนที่ขั้วชาร์จ CCS

ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะช่วยให้เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า Hyundai และ KIA ในอนาคตที่ใช้ขั้วชาร์จ NACS สามารถเข้าถึงเครื่องชาร์จแบบเร็ว Tesla Superchargers มากกว่า 12,000 เครื่อง ที่มีอยู่ทั่วสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก อีกทั้งจะมีอะแด็ปเตอร์สำหรับขั้วต่อ CSS ให้แก่เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า Hyundai และ KIA ในปัจจุบันและอนาคต ให้สามารถเข้าถึงเครือข่ายซูเปอร์ชาร์จของ Tesla ได้ในไตรมาสแรกของปี 2025

ปัจจุบันขั้วต่อ NACS ของ Tesla มีพร้อมให้ใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยข้อมูลของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า Tesla Supercharger มีสัดส่วนประมาณ 60% ของเครื่องชาร์จแบบเร็วทั้งหมดที่มีในสหรัฐฯ 

ที่มา : reuters.com ภาพ : hyundaimotorgroup.com

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

รู้จักเทคโนโลยี CRISPR รักษาดาวน์ซินโดรม ตัดยีนผิดเฉพาะส่วนได้ 

27/02/2026
Read More

เปิดเบื้องหลังย้อนที่มา Amazon ชื่อนี้ได้มายังไง ?

27/02/2026
Read More

Lotus’s Smart App ยืน 1 Grocery On-Demand จัดส่งไวสุดภายใน 1 ชั่วโมง

27/02/2026
Read More

Quantum AI กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกและดัชนีความได้เปรียบทางธุรกิจ

27/02/2026
Read More

vivo เปิดตัว V70 กล้อง ZEISS พอร์ตเทรตเทพ ดีไซน์พรีเมียม แบตฯ อึดจุใจ ราคาเริ่มต้น 15,999 บาท

27/02/2026
Read More

ไทยชอปออนไลน์ผ่านไลฟ์เติบโตแตะ 175% สูงสุดในอาเซียน สวนทางหนี้ครัวเรือนทะลุ 89% ที่ยังน่ากังวล

26/02/2026
Read More

Related Content