Read
| Health
24/08/2025
ชลธิชา คำแสน | 228 days ago
[บทความ] กลิ่นตัวไม่ใช่แค่เรื่องของเหงื่อ เผยความลับจากร่างกายที่บอกโรคได้
เมื่อพูดถึง กลิ่นตัว เราอาจจะคิดว่าเป็นแค่สิ่งที่เกิดขึ้นจากการออกกำลังกายหรือจากความร้อนที่ทำให้เราเหงื่อออก แต่จริงๆ แล้ว กลิ่นตัวของเรา อาจบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพของเราได้มากกว่าที่เราคิด บางครั้งกลิ่นจากร่างกายอาจเป็น สัญญาณเตือน ว่าเราอาจกำลังเผชิญกับโรคบางชนิดที่อาจยังไม่แสดงอาการชัดเจน หรือบางโรคที่เราอาจไม่รู้ตัวว่ามีอยู่ในร่างกาย19/06/2024
การสร้างความคุ้นเคยกับความตาย
วันนี้เราจะมาเปลี่ยนเรื่องความตายให้กลายเป็นเรื่องธรรมดา ด้วยแนวคิดแบบ “มรณานุสติ” ซึ่งเป็นการ “ระลึก” ถึงความตาย เป็นแนวคิดที่ถ้าเมื่อบรรลุแล้ว เราทุกคนจะได้รับการพัฒนายกระดับจิต ให้เข้าใจกับความเป็นจริงของโลก เป็นการเตรียมตัว และเผื่อใจให้พร้อมสำหรับวันที่เราทุกคนจะต้องพบเจออย่างแน่นอน การคุยเรื่องความตาย ไม่ใช่เรื่องอัปมงคล ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า การพูดคุยถึงเรื่องความตายอย่างเปิดอกตรงไปตรงมานั้นไม่ใช่เรื่องอัปมงคล แต่เป็นการเตรียมตัว เตรียมความพร้อมกับสิ่งที่เราทุกคนต้องเจอ โดยอาจจะมีการพูดถึงในเรื่องของพินัยกรรม สิ่งที่อยากจะให้คนเป็นทำเมื่อตัวเองได้จากไปแล้ว ทำให้คนที่ยังอยู่สามารถจัดการธุระของคนที่ตายไปแล้วได้ง่ายขึ้น ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท และพกสติติดตัวตลอดเวลา หลังจากที่เราทุกคนได้ยอมรับแล้วว่า ความตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราทุกคน คราวนี้เราก็มาตั้งอกตั้งใจใช้ชีวิตกันเสียใหม่ ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท และพกสติติดตัวตลอดเวลา ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่า “วันพรุ่งนี้” หรือ “ชาติหน้า” วันไหนที่จะมาก่อนกัน ดังนั้นขอให้ทุกคนทำวันนี้ให้ดีที่สุด ถ้าคุณมีความฝันที่อยากทำก็ขอให้เริ่มทำตั้งแต่วันนี้เลย หรือถ้าอยากบอกรัก หรือใส่ใจคนรอบข้างให้มากขึ้น ก็ลงมือทำได้ทันที อีกหนึ่งประโยชน์ ของการตระหนักรู้ถึงความตาย คือการที่เราจะได้หันมาใส่ใจกับการใช้ชีวิตของตัวเองให้มากขึ้น เนื่องจากเวลาของคนเรามีกำจัด เลือกเก็บเฉพาะสิ่งดี ๆ เอาไว้กับตัวดีกว่า จากที่เคยแค้นหรือโกรธใคร เราก็จะปล่อยวางได้ง่ายขึ้น เพราะเราจะเข้าใจดีแล้วว่า เอาเวลานั้นไปใส่ใจกับสิ่งที่ทำให้ชีวิตของเรามีความสุขจริง ๆ จะดีกว่า และเมื่อวันนั้นมาถึงเราก็จะได้จากไปอย่างสงบสมบูรณ์พร้อมนั่นเองภูษิต เรืองอุดมกิจ | 659 days ago
Read More19/06/2024
Soft Skill ที่ต้องมีสำหรับพ่อแม่ยุคใหม่
วิธีเลี้ยงลูกแบบเก่า ๆ ดูท่าว่าจะใช้ไม่ได้ผลกับเด็กยุคนี้แล้ว (และแน่นอนว่าวิธีเลี้ยงเด็กเก่า ๆ บางวิธี ก็ไม่เวิร์กอีกต่อไป !) วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 Soft skill ที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดตัว เพื่อที่จะได้นำไปปรับใช้กับการเลี้ยงลูก ให้มีคุณภาพมากขึ้นกัน 5 Soft Skill สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 659 days ago
Read More17/06/2024
‘สืบพันธุ์’ สู่ ‘สูญพันธุ์’ ? ยีนที่ทำให้กอริลลาจุ๊ดจู๋สั้นอาจเชื่อมโยงกับปัญหามีลูกยากในผู้ชาย
ทฤษฎีวิวัฒนาการมนุษย์กระแสหลักที่เราเชื่อกันปัจจุบันคือ มนุษย์โฮโมเซเปียนส์ ซึ่งก็คือเราในทุกวันนี้ วิวัฒนาการมาจากต้นตระกูลที่เป็นลิง ส่งผ่านสู่มนุษย์วานร โดยมนุษย์และกอริลลามีดีเอ็นเอที่ใกล้เคียงกันถึง 98 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว แม้เราจะไม่ได้วิวัฒนาการมาจากกอริลลาโดยตรงก็ตาม นั่นทำให้เราและสัตว์ตระกูลวานรมีความคล้ายกันในหลายด้าน การศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์กที่เมืองบัฟฟาโล (University at Buffalo) พบยีนสืบพันธุ์ในกอริลลาที่ทำให้กอริลลาตัวผู้นั้นมีอวัยวะเพศที่สั้น และมีสเปิร์มคุณภาพต่ำ โดยกอริลลาตัวผู้นั้นมีความยาวอวัยวะเพศเฉลี่ยเพียง 3 เซนติเมตร หรือ 1.1 นิ้ว สิ่งที่น่าสนใจคือ ในทางการแพทย์ก็พบยีนแบบเดียวกันในผู้ชายที่มีปัญหาเรื่องการมีลูกยาก ยีนที่ว่านี้คือ HMGA2 ซึ่งเป็นยีนกลายพันธุ์ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของกอริลลาตัวผู้ ส่งผลให้กอริลลามีอวัยวะเพศที่เล็ก และยังส่งผลต่อคุณภาพสเปิร์ม ทั้งในด้านความแข็งแรง จำนวน อัตราการว่าย รวมไปถึงรูปร่างของสเปิร์มที่ส่งผลต่อการปฏิสนธิ การพบยีนกอริลลาในผู้ชายที่มีลูกยาก ภาวะมีลูกยาก (Infertility) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และส่งผลต่อคู่รักทั่วโลก โดยมาได้จากทั้งฝั่งผู้ชายและผู้หญิง ในฝั่งผู้ชายสาเหตุก็ไม่ใช่แค่ยีนที่ส่งต่อมาจากบรรพบุรุษวานรของเรา ซึ่งยังไม่มีข้อมูลยืนยันแน่ชัด แต่ที่แพทย์พบในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น มักจะเริ่มพบช่วง 50 ปีขึ้นไป การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียด โรคเบาหวาน โรคเรื้อรัง และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ก็จะมีอีกส่วนหนึ่งที่หาสาเหตุไม่ได้ เลยมีความเป็นไปได้ว่ายีนที่เราสืบทอดต่อกันมาอาจเกี่ยวข้อง และมีส่วนสำคัญด้วยเหมือนกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 660 days ago
Read More24/02/2023
ผลการศึกษาพบ! สีแดงสังเคราะห์ในอาหารเพิ่มความเสี่ยงลำไส้อักเสบ
หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบอาหารสีแดง อย่างน้ำแดง ไส้กรอกแดง ลูกอม หรือขนมอื่น ๆ ตามสีมงคลหรือเพราะเหตุผลอื่น Hack for Health ขอให้คุณคิดใหม่ เพราะสีผสมอาหารสีนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคลำไส้อักเสบได้ โรคลำไส้อักเสบ (Inflamatory Bowel Diseases: IBDs) เป็นกลุ่มโรคความผิดปกติทางลำไส้และทางเดินอาหารเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดอาการปวดบีบบริเวณท้อง ปวดอุจจาระอย่างรุนแรงและฉับพลัน ท้องเสีย ทั้งยังสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ในหลายเคส ในปี 2022 มีการศึกษาขนาดเล็กงานหนึ่งพบว่า หนูทดลองที่ได้รับสีผสมอาหารสีแดงจากการสังเคราะห์ต่อเนื่องเป็นเวลานานส่งผลให้เยื่อบุหรือเมือกที่เคลือบผนังลำไส้อ่อนแอลง ลำไส้อักเสบและติดเชื้อได้ง่าย รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงโรคลำไส้อักเสบได้มากขึ้น ในการศึกษาได้มีการทดลองเอาสารสีแดงไปทดลองในหนูที่อายุน้อย ปรากฏว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ (Colitis) หนึ่งในโรคลำไส้อักเสบมากขึ้นด้วยเช่นกัน นักวิจัยจึงคาดว่าเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มกินขนมและเครื่องดื่มสี ๆ มากกว่าคนกลุ่มอื่นอาจเสี่ยงต่อโรคลำไส้อักเสบเมื่อโตขึ้นไป อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ได้ทดลองให้หนูอีกกลุ่มหนึ่งได้รับสีแดงสังเคราะห์ 1 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นเวลา 12 สัปดาห์พบว่าหนูกลุ่มนี้ไม่มีความเสี่ยงของโรคลำไส้อักเสบ เลยอาจสรุปได้ว่าการกินอาหารที่มีการใส่สีผสมอาหารสีแดงเป็นประจำอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพลำไส้และทำให้เสี่ยงโรคลำไส้อักเสบได้มากขึ้น โดยเฉพาะในเด็ก แต่การกินในอาหารที่ส่วนผสมของสีดังกล่าวแค่บางครั้งบางคราวอาจไม่ได้ส่งผลเสียอะไร อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ทดลองในหนูจึงจำเป็นต้องรอให้มีการศึกษาในคนเพิ่มเติมก่อน สีผสมอาหารสีแดงที่ใช้ในการทดสอบนี้มีชื่อว่า FD&C Red 40 และ Food Red…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1139 days ago
Read More23/02/2023
รู้จัก ‘โนโรไวรัส’ ตัวการร้ายต้นเหตุโรคท้องร่วงในเด็ก
‘โนโรไวรัส’ เป็นเชื้อไวรัสตัวการสำคัญที่มักทำให้เด็ก ๆ ท้องร่วง สำหรับใครที่ไม่เคยได้ยินชื่อไวรัสตัวนี้ วันนี้ Hack for Health จะพาทุกคนมารู้จักพร้อมกับบอกวิธีป้องกันเพื่อเป็นแนวทางในการดูแลลูกหลานของคุณ โนโรไวรัส (Norovirus) โนโรไวสัส คือไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของกระเพาะอาหารและลำไส้ การติดเชื้อโนโรไวรัสอาจทำให้อาเจียน และท้องร่วงอย่างรุนแรง อีกทั้งยังเป็นโรคติดต่อได้ง่าย โดยทั่วไปจะแพร่กระจายผ่านทางอาหาร น้ำแข็ง และน้ำดื่มที่ปนเปื้อน นอกจากนี้ โนโรไวรัสยังสามารถติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อโดยตรงอีกด้วย การติดเชื้อโนโรไวรัส เกิดขึ้นบ่อยในสภาพแวดล้อมปิดและแออัด เช่น โรงพยาบาล บ้านพักคนชรา ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก และโรงเรียน ฯลฯ อาการเมื่อติดเชื้อโนโรไวรัส สัญญาณของการติดเชื้อโนโรไวรัสอาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยมีอาการต่อไปนี้ โดยจะเริ่มออกอาการภายใน 12 - 48 ชั่วโมง หลังจากที่คุณสัมผัสกับโนโรไวรัสครั้งแรก และจะอยู่ได้ 1 - 3 วัน ขณะที่ผู้ที่ติดเชื้อโนโรไวรัสบางรายอาจไม่แสดงอาการ และแม้ไม่แสดงอาการแต่เชื้อโนโรไวรัสจะยังสามารถแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้อยู่ ดังนั้น หากคุณหรือลูกหลานของคุณมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง อุจจาระเป็นเลือด ปวดท้อง ให้รีบไปพบแพทย์ทันที ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อโนโรไวรัส อย่างที่บอกว่าโนโรไวรัสเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย และสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังเป็นเชื้อที่ตายยากเพราะทนต่ออุณหภูมิความร้อนและความเย็น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1140 days ago
Read More23/02/2023
ผู้ชายต้องรู้ Whiskey Dick เมาแล้วน้องชายไม่สู้เกิดจากอะไร?
ผู้ชายหลายคนอาจเคยเจอกับปัญหาที่พอดื่มแอลกอฮออล์เข้าไปแล้วน้องชายไม่พร้อมออกรบ ซึ่งในภาษาอังกฤษมีคำที่ใช้เรียกอาการนี้ว่า Whiskey Dick ที่มาก็มาจากตามชื่อเลย คือ การดื่มวิสกี้แล้วน้องชายไม่แข็งตัว แต่วิสกี้เป็นเพียงตัวแทนของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น เพราะปัญหานี้เกิดได้กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท ซึ่งการที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัวเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ชาย เพราะนอกจากจะรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติแล้ว ยังรู้สึกเสียความมั่นใจและอับอายต่อคู่นอนด้วย แต่อาการ Whiskey Dick ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น ในบทความนี้ Hack for Health จะมาเล่าข้อมูลเกี่ยวกับอาการนี้ให้อ่านกัน Whiskey Dick คืออะไร ทำไมดื่มแอลกอฮอล์แล้วน้องชายไม่แข็งตัว Whiskey Dick เป็นอาการที่อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัวหลังจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะปลุกปั่นหรือเล้าโลมเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล สาเหตุก็เพราะว่าแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มเป็นสารที่มีฤทธิ์กดการทำงานระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งที่มีหน้าที่ควบคุมระบบร่างกาย อวัยวะ รวมถึงอวัยวะเพศ เมื่อคุณดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป ระบบประสาทส่วนกลางจึงถูกกดทำงานเอาไว้ทำให้การรับความรู้สึกช้าลง การสื่อสารและสั่งการระหว่างสมองกับอวัยวะช้าลง ต่อให้คุณรู้สึกกรึ่มหรือคึกคักจากฤทธิ์แอลกอฮอฮอล์มากแค่ไหนก็ยากที่อวัยวะเพศจะแข็งตัว นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังส่งผลให้ความดันโลหิตต่ำ เลือดเลยไหลเวียนไปที่อวัยวะเพศได้น้อยลง เมื่อไม่มีเลือดไปเลี้ยง อวัยวะเพศก็ไม่แข็งตัว ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุว่าทำไมบางครั้งเวลาที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วน้องชายถึงไม่แข็งตัว Whiskey Dick ≠ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ Whiskey Dick สามารถเกิดขึ้นได้โดยที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับอาการนกเขาไม่ขันหรือที่เรียกอย่างทางการว่าภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) และอย่างที่บอกไปว่าอาการนี้อาจเกิดขึ้นได้ในบางครั้งเท่านั้น และจะหายไปเองเมื่อแอลกอฮอล์ถูกขับออกไปจากร่างกาย คุณจึงไม่ต้องตกใจมากเกินไป…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1140 days ago
Read More22/02/2023
‘ผ่าตัดกระเพาะอาหาร’ ทางเลือกของคนอยากลดความอ้วน
สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องรูปร่าง คงเคยได้ยินวิธีการลดน้ำหนักโดยการเข้ารับการผ่าตัด หรือที่เรียกกันว่า ‘ผ่าตัดลดน้ำหนัก’ (Bariatric surgery) คือ การผ่าตัดกระเพาะอาหารให้มีขนาดที่เล็กลง ซึ่งค่อนข้างใช้ได้ผลในแง่ของการลดน้ำหนัก วันนี้ Hack for Health พาทุกคนมาทำความรู้จักกับการผ่าตัดลดน้ำหนักกันให้มากขึ้น เพราะเชื่อว่าหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่มีปัญหาน้ำหนักเกินอาจสนใจวิธีนี้อยู่แน่! การผ่าตัดกระเพาะอาหาร สำหรับการผ่าตัดกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลงนั้น นิยมใช้เป็นวิธีสุดท้ายหลังจากที่คุณออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหารก็แล้วก็ไม่สามารถควบคุมน้ำหนักและการกินของตนเองได้ หรือสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพร้ายแรงซึ่งมีต้นเหตุมาจากน้ำหนักเกินก็สามารถใช้วิธีนี้ได้เช่นกัน โดยการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร จะช่วยลดการดูดซึมของกระเพาะอาหาร ลดความอยากอาหารได้ เนื่องจากในกระเพาะอาหารจะมีฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความอยากอาหาร เมื่อเราตัดกระเพาะให้มีขนาดเล็กลง ฮอร์โมนชนิดนั้นก็จะถูกกำจัดออกไปด้วยบางส่วน ทำให้อยากอาหารน้อยลง ที่สำคัญไม่รู้สึกทรมานกับการที่ร่างกายบริโภคอาหารน้อยลง โรคที่มีปัจจัยมาจากน้ำหนักเกิน การผ่าตัดกระเพาะอาหาร นอกจากจะทำให้คุณกินอาหารได้น้อยลง น้ำหนักลดลง และยังลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่น ๆ ที่มีปัจจัยมาจากน้ำหนักที่เกินเกณฑ์ของคุณ ดังนี้ ผ่าตัดกระเพาะอาหารเหมาะกับใคร โดยปกติแล้ววิธีลดความอ้วนที่ทุกคนทำกันนั่นก็คือ ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ แต่หากคุณอยากใช้วิธีผ่าตัดกระเพาะอาหารในการลดความอ้วน ลองเช็กดูว่าคุณมีคุณลักษณะต่อไปนี้หรือไม่ ความเสี่ยงในการผ่าตัดกระเพาะอาหาร แม้ว่าการผ่าตัดกระเพาะอาหารจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมการกินของตนเองได้ดีขึ้น แต่ก็อาจจะเสี่ยงต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้ ดังนี้ การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัด หากคุณได้ปรึกษากับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญแล้ว พวกเขาก็อาจให้คุณทดสอบในห้องปฏิบัติการและการทดสอบต่าง ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1141 days ago
Read More22/02/2023
กินตอนดึก ไม่ทำให้อ้วน! แต่เสี่ยงโรคอื่น
หลายคนน่าจะเชื่อกันมาตลอดว่าการกินดึกหรือการอาหารตอนดึกทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและเป็นโรคอ้วน แต่ความเชื่อนี้ไม่ได้เป็นความจริงทั้งหมด เพราะการที่น้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นหรืออ้วนขึ้นเป็นผลมาจากการที่ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินไป เช่น ร่างกายคุณต้องการพลังงานต่อวัน (BMR) 2,000 Kcal/วัน แต่วันนี้คุณกินเข้าไป 2,300 Kcal โดยที่ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ได้ใช้แรง หรือไม่ได้ออกกำลังกาย เศษ 300 Kcal ที่เกินไปจะถูกนำไปเป็นไขมันสะสมภายในร่างกายและทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น วิธีหาค่า BMR (Basal Metabolic Rate) ผู้ชาย: 66 + (13.7 × น้ำหนักตัวหน่วยกิโลกรัม) + (5 × ส่วนสูงหน่วยเซนติเมตร) - (6.8 × อายุ) ผู้หญิง: 665 + (9.6 × น้ำหนักตัวหน่วยกิโลกรัม) + (1.8 × ส่วนสูงหน่วยเซนติเมตร) - (4.7 × อายุ) หากคุณไม่สันทัดเรื่องการคำนวณ มีแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่ช่วยหาค่า BMR ให้ได้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1141 days ago
Read More
22/02/2023
ดื่มกาแฟก็มีข้อดี! ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้าย
กาแฟ เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มยอดฮิตของวัยทำงาน ทุกเช้าจะต้องดื่มก่อน 1 แก้ว จึงจะออกไปทำงานอย่างสดใสได้ ว่ากันว่าการได้ดื่มกาแฟที่ดี มีกลิ่นหอม รสชาติถูกใจในยามเช้าเป็นเหมือนการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ และจะทำให้คุณมีพลังไปตลอดทั้งวัน ปัจจุบันกาแฟมีหลากหลายชนิดให้เลือกสรรแล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละคน แต่รู้หรือไม่ว่าการดื่ม ‘กาแฟดำ’ ที่ไม่มีส่วนผสมของนมหรือน้ำตาลเพิ่มเติม นอกจากจะช่วยให้คุณรู้สึกมีพลังงานในการใช้ชีวิต หรือช่วยทำให้หายง่วงระหว่างวันได้แล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณอีกด้วย ข้อดีของการดื่มกาแฟ 1.เพิ่มระดับพลังงาน อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่ากาแฟมีคาเฟอีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางที่ขึ้นชื่อเรื่องความสามารถในการต่อสู้กับความเหนื่อยล้าและเพิ่มระดับพลังงาน กระตุ้นการทำงานของสมองทำให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนถึงดื่มกาแฟแล้วรู้สึกตื่นตัวและไม่ง่วงนั่นเอง 2.ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภท 2 การศึกษาหลายชิ้นพบว่าการดื่มกาแฟในทุกวันจะทำให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ลดลงได้ 6% คาดว่าเป็นเพราะกาแฟมีฤทธิ์ในการรักษาการทำงานของเบตาเซลล์ในตับอ่อน ซึ่งมีหน้าที่ผลิตอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและอาจส่งผลต่อความไวของอินซูลิน การอักเสบ และการเผาผลาญอาหาร ซึ่งทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับสาเหตุของโรคเบาหวานประเภท 2 3.ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางสมอง มีงานวิจัยหลายชิ้นที่พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพาร์กินสันได้น้อย ยิ่งไปกว่านั้นการดื่มกาแฟยังช่วยชะลอการลุกลามของโรคพาร์กินสันเมื่อเวลาผ่านไปอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่บอกว่า ยิ่งคนดื่มกาแฟมากเท่าไหร่ความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น 4.ช่วยควบคุมน้ำหนัก จากงานวิจัยพบว่ากาแฟสามารถเปลี่ยนแปลงการสะสมไขมันและบำรุงสุขภาพของลำไส้ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำหนัก โดยมีการศึกษาหลายชิ้นสรุปไว้ว่าการบริโภคกาแฟที่สูงอาจสัมพันธ์กับไขมันในร่างกายที่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ชาย นอกจากนี้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟ 1-2 แก้วต่อวัน มีแนวโน้มที่จะมีระดับการออกกำลังกายสูงเมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่ม 1…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1141 days ago
Read More22/02/2023
มากกว่าความร่มรื่น พื้นที่สีเขียวในเมืองกับประโยชน์ต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
การสร้างพื้นที่สีเขียวในเมือง (Urban Green Space) เป็นสิ่งที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสนใจกันมากขึ้น เพราะในปัจจุบันมีงานวิจัยมากมายที่พบว่าพื้นที่นี้ส่งผลดีต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมืองด้วย Hack for Health เลยอยากให้ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้หรือการมีส่วนร่วมในกิจกรรมอะไรก็ตามแต่ที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับพื้นที่ของคุณผ่านบทความนี้ สถานการณ์ปัจจุบันของพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพ ปัจจุบันป่าคอนกรีตอย่างกรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวต่ำกว่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) คือ 9 ตร.ม./คน ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยพบว่าคนกรุงมีพื้นที่สีเขียวเฉลี่ย 7 ตร.ม./คน ซึ่งพื้นที่เหล่านี้รวมถึงสวนเล็ก ๆ หน้าปั๊มน้ำมันและเกาะกลางถนนด้วย ตัวเลขนี้ยังไม่รวมประชากรแฝงที่มีจำนวนหลายล้านคน หากนำมาคำนวณอาจทำให้พื้นที่สีเขียวเฉลี่ยต่อคนลดลงไปที่ราว ๆ 3.5 ตร.ม./คน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าพื้นที่สีเขียวไม่เพียงพอสำหรับทุกคนในเมืองฟ้าอมรแห่งนี้ แล้วแต่ละเขตก็มีสัดส่วนของพื้นที่สีเขียวที่มากน้อยต่างกันไป ทำให้ความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวของแต่ละคนไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในช่วงหลายปีมานี้ กรุงเทพมีพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นผลมาจากหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนที่ช่วยเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา ซึ่งการแต่งแต้มสีเขียวให้กับพื้นที่ในป่าคอนกรีตอย่างกรุงเทพหรือเมืองใหญ่อื่น ๆ อาจช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตในแบบที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน ประโยชน์ของพื้นที่สีเขียวในเมืองต่อสุขภาพของคนกรุง หลายคนเชื่อว่าการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติส่งผลดีต่อสุขภาพได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งผลการศึกษาจำนวนมากพบว่าการสัมผัสและการอยู่ใกล้กับพื้นที่สีเขียวส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ในเชิงจิตวิทยา สีเขียวส่งผลให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดและวิตกกังวล ช่วยกระตุ้นอารมณ์ด้านบวก และทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้นด้วย เพียงแค่การเห็นพื้นที่สีเขียวจากบนตึกสูงหรือระหว่างทางไปกลับที่ทำงานบ้านและที่ทำงานอาจช่วยลดความหม่นหมองทางอารมณ์ของผู้คนที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบได้ไม่มากก็น้อย การศึกษาในภาพรวมได้มีการเปรียบเทียบสุขภาพจิตของคนที่อาศัยอยู่ใกล้และไกลกับพื้นที่สีเขียว ซึ่งพบว่าการอยู่ใกล้พื้นที่สีเขียวส่งผลดีต่ออารมณ์ ความคิด และสมอง เช่น เครียดน้อยกว่า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1141 days ago
Read More21/02/2023
ไม่ได้สูบก็เสี่ยง! ควันบุหรี่มือสอง อันตรายกว่าที่คิด
ทุกคนทราบดีว่าการสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อร่างกาย และเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็งปอด ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตในประเทศไทย รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่น ๆ มากมาย แม้คุณจะไม่ได้เป็นคนที่สูบบุหรี่ก็อย่าเพิ่งวางใจไป เพราะหากคนรอบข้างคุณเป็นคนที่ชอบสูบบุหรี่ ที่สำคัญคุณมักจะได้กลิ่นควันบุหรี่จากคนรอบข้างเสมอ เท่ากับว่าคุณได้รับ ‘ควันบุหรี่มือสอง’ และได้รับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ต่างจากคนที่สูบบุหรี่! ควันบุหรี่มือสองคืออะไร ควันบุหรี่มือสอง คือ ควันที่ผู้สูบพ่นออกมาและลอยอยู่ในอากาศ รวมถึงควันจากปลายบุหรี่มวนซึ่งเป็นควันที่เกิดจากการเผาไหม้โดยตรงไม่ได้ผ่านสารตัวกรองใด ๆ ดังนั้นจึงมีสารพิษอยู่มาก โดยในควันบุหรี่มีสารพิษกว่า 7,000 ชนิด และเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งมากกว่า 70 ชนิด ผู้ที่สูดดมควันบุหรี่มือสองเข้าไปย่อมมีความเสี่ยงไม่ต่างจากคนที่สูบบุหรี่โดยตรง ควันบุหรี่มือสองทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับคนที่ได้รับควันบุหรี่มือสองจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 20 − 30 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ การได้รับควันบุหรี่มือสองยังส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ เลือด และระบบไหลเวียนเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจอีกด้วย แม้แต่การสูดดมควันบุหรี่มือสองเพียงชั่วครู่ก็สามารถทำลายเยื่อบุหลอดเลือดและทำให้เกล็ดเลือดเหนียวขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้หัวใจวายได้ ผู้ที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้วจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบที่เป็นอันตรายจากการหายใจเอาควันบุหรี่มือสองเข้าไป และควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ควันบุหรี่มือสองทำให้เกิดโรคมะเร็งปอด ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่และได้รับควันบุหรี่มือสองจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดได้ถึง 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ และยังพบว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดมากกว่า 7,300 รายต่อปี ในกลุ่มคนในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1142 days ago
Read More21/02/2023
โรคตึกเป็นพิษ (Sick Building Syndrome) โรคลับ ๆ กับอาการยอดฮิตของคนเมือง
ปัจจุบัน คนไทยจำนวนไม่น้อยใช้ชีวิตอยู่บนตึกสูงมากขึ้น ทั้งในแง่ของการพักอาศัยและการทำงาน โดยเฉพาะคนเมือง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการกระจุกตัวกันของความเจริญภายในพื้นที่ที่จำกัด ซึ่งนอกจากปัญหาเรื่องความหนาแน่นของผู้คนและค่าครองชีพที่สูงแล้ว การใช้ชีวิตอยู่กับตึกสูงอยู่ตลอดเวลาส่งผลต่อสุขภาพของคุณได้ด้วย ‘โรคตึกเป็นพิษ’ คือหนึ่งในนั้น โรคตึกเป็นพิษ (Sick Building Syndrome) เป็นชื่อการเจ็บป่วยที่ฟังดูแปลก ไม่คุ้นหู แต่มีอยู่จริงและคนจำนวนไม่น้อยเผชิญกับโรคนี้แบบไม่รู้ตัว โดยโรคตึกเป็นพิษอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติได้หลายอาการและอาจเป็นคำตอบของการเจ็บป่วยบางอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณแบบไม่มีที่มาที่ไป ทำไมตึกถึงเป็นพิษ? หากได้ยินเพียงชื่ออย่างเดียวก็ฟังดูไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่และอาจสงสัยว่าทำไมตึกถึงเป็นพิษ ซึ่งชื่อนี้มีที่มา โดยตึกรามบ้านช่องที่เราอาศัยหรือทำงานอยู่ต่างถูกสร้างขึ้นด้วยองค์ประกอบทางเคมีสารพัด อย่างแร่ใยหินจากปูน สารเคมีจากสีทาภายใน สารเคมีจากกาวใต้แผ่นวอลล์เปเปอร์ติดผนัง หรือสารเคมีจากน้ำยาทำความสะอาด แม้ว่าสารเคมีเหล่านี้ผ่านกระบวนการตรวจสอบแล้วว่าไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่การสัมผัสกับสารเคมีที่ระเหยและลอยอยู่ในอากาศอาจส่งผลให้เกิดอาการได้เหมือนกัน ยิ่งถ้าคุณใช้เวลาอยู่ในห้องนั้นเป็นเวลานาน ความเสี่ยงที่จะเกิดอาการจากโรคตึกเป็นพิษจะมากขึ้นและรุนแรงขึ้น การไหลเวียนของอากาศภายในพื้นที่ที่ไม่ดีเพิ่มความเสี่ยงของโรคนี้ได้ เพราะมลพิษ ทั้งจากภายในตึกและภายนอกตึก (สารเคมีจากเครื่องมือสำนักงาน ฝุ่นควัน เกสรดอกไม้ เชื้อโรค) ลอยอยู่ในอากาศได้นานมากขึ้น รวมถึงพวกเชื้อราที่เกิดจากความชื้นสะสมด้วย ในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่มากกว่าอาการของโรคนี้ โรคตึกเป็นพิษยังมีปัจจัยอื่น ๆ อย่างเสียงรบกวน ความสว่างภายในห้อง อุณหภูมิที่ร้อนหรือหนาวเกินไป ความเครียดจากงาน และการนั่งทำงานในท่าที่ไม่เหมาะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงของผลกระทบจากโรคนี้ได้มากยิ่งขึ้นด้วย ผลกระทบโรคตึกเป็นพิษต่อสุขภาพ แม้จะเรียกว่าโรคตึกเป็นพิษ แต่คุณอาจเผชิญกับโรคนี้ได้ในทุกที่ที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิต ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการต่อไปนี้ อาการจะต่างกันออกไปในแต่ละคน แม้ว่าอาการของโรคตึกเป็นพิษจะไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่ส่งผลต่อการทำงานและการใช้ชีวิตของคุณได้ ในระยะยาวโรคนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคอื่น ๆ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1142 days ago
Read More21/02/2023
คิดว่าตัวเองไม่หล่อ-ไม่สวย คุณอาจเป็น ‘โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง’
เคยไหม ? รู้สึกว่าตัวเองไม่หล่อ ไม่สวย ต้องคอยแต่งหน้าเข้ม ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง หรือบางคนถึงกับศัลยกรรมความงามให้เป็นในแบบที่ตนเองชื่นชอบ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดหากคุณทำแล้วเกิดความมั่นใจขึ้น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังคงไม่ชอบหน้าตาตนเองอยู่ คิดซ้ำไปซ้ำมาจนเข้าข่ายหมกมุ่น คุณอาจกำลังเป็น ‘โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง’ โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง (Body Dysmorphic Disorder) เป็นโรคที่จัดอยู่ในภาวะสุขภาพจิตที่คุณรู้สึกว่ารูปร่าง หน้าตา ของตนเองมีความผิดปกติ และไม่สามารถหยุดนึกถึงข้อบกพร่องนั้น ๆ ได้ โดยจุดบกพร่องนี้อาจจะเกิดขึ้นบนหน้าตาของคุณแม้จะเป็นสิ่งที่คนรอบข้างไม่ได้สังเกตเห็น แต่สำหรับคุณแล้วมันคือเรื่องใหญ่ และน่าอับอาย สร้างความไม่มั่นใจให้กับคุณ เช่น ไม่ชอบตาชั้นเดียวของตนเอง ไม่ชอบคิ้วที่แหว่งเล็กน้อย ไม่ชอบริมฝีปากที่รู้สึกว่าใหญ่หรือบางเกินไป ฯลฯ ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้อาจทำให้คุณต้องส่องกระจกซ้ำไปมาวันละหลาย ๆ รอบ หรือกลับกันอาจทำให้คุณไม่กล้าส่องกระจกเพราะไม่ชอบหน้าตาของตนเองจนกระทบต่อการใช้ชีวิต แม้คุณจะพยายามหาหนทางในการกลบข้อบกพร่องของตนเองด้วยการแต่งหน้า แต่ความสบายใจนี้ก็เป็นเพียงชั่วขณะเท่านั้น ไม่นานคุณก็จะรู้สึกกังวลและเริ่มส่องกระจกเช็กหน้าตาของตนเองอีกครั้ง อาการของโรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง สำหรับบางคนที่ไม่ได้ชอบหน้าตาของตนเอง และก็หาวิธีแก้ไขโดยการแต่งหน้าหรือเข้าคลินิกเสริมความงาม อาจกำลังสงสัยอยู่ว่าอาการหรือความกังวลใจที่ตนเองเป็นอยู่เข้าข่าย ‘โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาของตนเอง’ หรือไม่ มาดูลองเช็กสัญญาณของโรคนี้กัน หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ และคิดกังวลเป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน คุณอาจเข้าข่ายเป็นโรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง ซึ่งโรคนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อจิตใจคุณเท่านั้น แต่อาจสร้างปัญหาอื่น ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น ด้านการเรียน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1142 days ago
Read More20/02/2023
ชอบฟังเพลงเศร้า ไม่จำเป็นต้องเศร้าเสมอไป!
‘เพลงเศร้า’ อาจเป็นเพลงโปรดของคนที่อยู่ในช่วงอกหัก แต่สำหรับบางคนแม้ไม่ได้อกหัก หรืออยู่ในสถานการณ์เศร้าโศกกลับมีลิสต์เพลงเศร้าในโทรศัพท์มือถืออยู่มากมาย แม้แต่การโพสต์เรื่องราวในโซเชียลมีเดียก็ยังชอบโพสต์เพลงเศร้า คุณไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด เพราะงานวิจัยบอกว่า คนฟังเพลงเศร้าไม่จำเป็นต้องเศร้าจริงเสมอไป แถมยังทำให้คุณรู้สึกดีได้อีกด้วย! ทำไมเพลงเศร้าทำให้คุณรู้สึกเศร้า การทำเพลงเศร้าออกมาจุดประสงค์ก็เพื่อสะท้อนความรู้สึกของคนผ่านทางเนื้อเพลงและทำนองเพลง โดยเนื้อหาหลัก ๆ ของเพลงมักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นสูญเสียคนรัก สูญเสียครอบครัว สูญเสียของมีค่า หรือแม้แต่เรื่องเงินทองและสถานะความเป็นอยู่ที่ยากไร้ ก็สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นเพลงเศร้าได้เช่นกัน โดยเพลงเศร้ามักจะกระตุ้นปฏิกิริยาทางร่างกาย เช่น พลังงานที่ลดลง การเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น ความดันโลหิต ความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ และมักจะน้ำตาไหลเป็นตัวบ่งชี้ถึงการกระตุ้นทางกายภาพ สำหรับผู้ที่มีเรื่องราวในชีวิตตรงกับเพลงนั้น ๆ เมื่อได้เสพเพลงที่ตรงกับเรื่องของตนเองก็จะยิ่งสนับสนุนให้เกิดความเศร้าได้ง่าย หรือในบางกรณีก็อาจก่อให้เกิดกำลังใจฮึดสู้ได้เช่นกัน ที่สำคัญบางคนแม้เนื้อหาของเพลงไม่ได้ตรงกับชีวิต และชีวิตก็มีแต่ความสุข สนุกสนาน อาจฟังเพลงเศร้าแล้วรู้สึก ‘เศร้าทิพย์’ ได้ และภายหลังฟังเพลงเศร้าก็จะรู้สึกดีหรือโล่งใจขึ้นมา ทำไมฟังเพลงเศร้าแล้วรู้สึกดี มีการศึกษามากมายพูดถึงศิลปะต่าง ๆ ที่สะท้อนเรื่องราวความเศร้าออกมา ทั้งภาพยนตร์ ละคร และเพลง ให้ข้อมูลว่าผู้ที่ไม่ได้มีเรื่องราวเศร้าในชีวิตจริง การได้เสพเพลงเศร้าจะช่วยสร้างสภาวะอารมณ์เชิงบวก รู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น โดยเมื่อฟังเพลงเศร้าร่างกายจะผลิตฮอร์โมนโปรแลคติน (Prolactin) ออกมา ซึ่งมีงานวิจัยระบุว่าเป็นฮอร์โมนที่ช่วยทำให้เรารับมือกับความโศกเศร้าและความผิดหวังได้ดียิ่งขึ้น และหลังจากร่างกายหลั่งฮอร์โมนนี้ออกมาจะทำให้เรารู้สึกสบายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราตระหนักว่าตนเองไม่ได้มีความเจ็บปวดในใจอย่างแท้จริง แต่เป็นอาการ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1143 days ago
Read More17/02/2023
ซื้อของบ่อย ใช้จ่ายเกินตัว! คุณอาจเป็น ‘โรคเสพติดการช้อปปิ้ง’
การช้อปปิ้งถือเป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับหลายคน เพราะการได้จับจ่ายในสิ่งที่ชื่นชอบมักทำให้เกิดความรู้สึกดี ในขณะที่บางคนอาจประสบปัญหาช้อปปิ้งมากหรือบ่อยเกินไป เคยได้ยิน 'โรคเสพติดการช้อปปิ้ง' หรือไม่ ? เพราะบางทีคุณอาจจะกำลังเป็นโรคนี้แบบไม่รู้ตัว! โรคเสพติดการช้อปปิ้ง (Shopaholic) โรคเสพติดการช้อปปิ้ง เป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่งที่มักเกิดขึ้นได้ง่ายสำหรับผู้หญิง เพราะข้าวของ เสื้อผ้า ของใช้ต่าง ๆ ที่มีขายในปัจจุบันมักจะเป็นของที่เกี่ยวกับผู้หญิงเสียส่วนใหญ่ จึงกลายเป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะมีความอยากได้และเสียเงินซื้อของใหม่ ๆ ได้บ่อยกว่าผู้ชาย แต่ทั้งนี้ผู้ชายหลายคนที่ชอบซื้อของใช้ หรือของสะสมก็อาจจะจับจ่ายได้ง่ายไม่ต่างกัน สำหรับคนที่มีอาการของโรคเสพติดการช้อปปิ้ง มีดังนี้ ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคเสพติดการช้อปปิ้ง ผลกระทบจากโรคเสพติดการช้อปปิ้ง การช้อปปิ้งแบบพอดีและไม่กระทบต่อเงินในกระเป๋าของตนเองจะถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากคุณช้อปปิ้งมากเกินไปและเข้าข่ายอาการของโรคเสพติดการช้อปปิ้ง แน่นอนว่าอาการเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณได้ คุณอาจรู้สึกมีความสุขหลังจากเดินช้อปปิ้งเสร็จ โดยความรู้สึกเหล่านี้มักจะผสมกับความวิตกกังวลหรือความรู้สึกผิด และส่วนใหญ่ความรู้สึกผิดหรือความวิตกกังวลอาจกระตุ้นให้คุณกลับไปที่ร้านเพื่อซื้อของมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญผู้ที่เสพติดการช้อปปิ้งหลายคนมักประสบปัญหาทางการเงิน และอาจมีหนี้สินท่วมตัว ในบางกรณีอาจเพียงแค่ใช้บัตรเครดิตจนหมดวงเงิน แต่ในกรณีอื่น ๆ ที่รุนแรงขึ้นไปอีกอาจจำนองบ้านหรือขายทรัพย์สินอื่น ๆ เพื่อมาซื้อของที่ตนเองต้องการ นอกจากนี้หากคุณเสพติดการช้อปปิ้งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวเกี่ยวกับเรื่องพฤติกรรมการใช้เงินที่มากจนเกินไปและนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งหรือเลิกราได้ วิธีรักษาโรคเสพติดการช้อปปิ้ง โรคเสตติดการช้อปปิ้งสามารถรักษาได้ด้วยตนเอง โดยการปรับพฤติกรรมและความคิด ก่อนที่จะซื้อของให้นึกถึงความจำเป็นก่อนทุกครั้ง แต่ทั้งนี้หากโรคเสพติดการช้อปปิ้งมาจากปัจจัยของโรคอื่น ๆ เช่น โรคซึมเศร้า ก็อาจต้องพบแพทย์เพื่อกินยารักษาโรคต่อไป ที่มา…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1146 days ago
Read More17/02/2023
ทำไมคนถึงชอบกินของหวาน จากสัญชาติญาณการเอาตัวรอดสู่ความกระหายในรสชาติที่ไม่สิ้นสุด
รสชาติความหวานเป็นสิ่งที่หลายคนหลงใหล แต่ยิ่งหวาน น้ำตาลยิ่งสูง พลังงานก็สูงตามไปด้วย ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าเมื่อกินน้ำตาลในปริมาณมากและติดต่อกันสามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคได้หลายโรค แต่เชื่อว่าเวลาเมื่อคนจำนวนไม่น้อยได้กินของหวานมักจะหยุดได้ยากเสมอ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าการกินมากเกินไปส่งผลต่อสุขภาพ หากถามหาเหตุผลว่าทำไมถึงชอบกินของหวานก็คงเพราะความชอบในรสชาติ แต่เบื้องหลังความหลงใหลในรสชาติแล้วยังมีปัจจัยด้านพันธุกรรมและการทำงานของสมองมาเกี่ยวข้องด้วย พลังงาน การเอาตัวรอด และสาเหตุที่คนชอบกินของหวาน น้ำตาลเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง โดยน้ำตาล 1 กรัม = 4 กิโลแคลอรี ถ้าเห็นแบบนี้เแล้วอาจจะรู้สึกว่าไม่เยอะเท่าไหร่ แต่โดยค่าเฉลี่ยปริมาณการบริโภคน้ำของคนไทยอยู่ที่ประมาณ 100 กรัม/วัน ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้บริโภคไม่เกิน 24 กรัมต่อวัน หากได้รับเกินจากนี้ ร่วมกับการที่คุณได้รับพลังงานจากอาหารอื่น ๆ ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลที่คุณได้รับไปเป็นไขมันสะสมในร่างกาย ซึ่งด้วยความที่น้ำตาลให้พลังงานสูงนี่แหละเป็นสิ่งที่ทำให้คนในทุกยุคทุกสมัยแสวงหาความหวานกันอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งขนม เครื่องดื่ม และอาหาร โดยในทางทฤษฎีด้านวิวัฒนาการของมนุษย์เชื่อกันว่าสาเหตุที่มนุษย์หลงใหลในความหวานนั้นมาจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่อยู่ลึกลงไปในระดับพันธุกรรม แม้ว่าทุกวันนี้เราสามารถหาอาหารและเครื่องดื่มได้ง่าย ๆ แต่บรรพบุรุษของเราที่ใช้ชีวิตอยู่เมื่อหลายพันปี หลายหมื่นปี หรือแม้แต่หลายแสนปีก่อนไม่ได้มีมินิมาร์ตหรือฟู้ดเดลิเวอรี ผู้คนในอดีตใช้ชีวิตด้วยการหาของป่าและล่าสัตว์เพื่อหาอาหารมาเติมพลังงานและเอาชีวิตรอด ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก การพบต้นไม้ที่มีผลไม้สุกงอมรสชาติหวานหอมหรือน้ำผึ้งในยุคนั้นไม่ต่างจากการเจอขุมทรัพย์ที่มีค่ามหาศาล เพียงแค่มันอยู่ในรูปแบบของพลังงานจากความหวาน บรรพบุรุษของเราจึงสวาปามผลไม้เหล่านั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งความอร่อยอาจเป็นส่วนหนึ่ง แต่ปัจจัยหลักคือพลังงานที่หาได้ยากยิ่งและสามารถเก็บไว้ในรูปแบบของไขมันสะสมเพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตเมื่อขาดอาหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านวิวัฒนาการเชื่อว่าเราสืบทอดสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจากการอดอาหารจนตายมาจากบรรพบุรุษผ่านวิวัฒนาการหลายหมื่นปี จึงไม่แปลกที่เวลาเราเจอของอร่อย ไม่ว่าจะเป็นของหวาน ของทอด ของมัน โดยเฉพาะบุฟเฟต์…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1146 days ago
Read More16/02/2023
“ฟูจิฟิล์ม” เดินหน้าธุรกิจด้านเฮลท์แคร์ เปิดตัวนวัตกรรมการถ่ายภาพทางการแพทย์
(16 ก.พ. 66) บริษัท ฟูจิฟิล์ม เฮลท์แคร์ เอเชียแปซิฟิก จำกัด ผู้ให้บริการ Total Healthcare Solution ชั้นนำระดับโลก ประกาศเดินหน้าธุรกิจเฮลท์แคร์ในประเทศไทยอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมโชว์ไลน์อัพโซลูชันการถ่ายภาพรังสีแบบครบวงจรภายใต้คอนเซ็ปต์ One Stop, Total Healthcare Solution ที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์อันยาวนานด้านเทคโนโลยีการประมวลภาพขั้นสูง พร้อมด้วยระบบ AI ล้ำสมัย โดยจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการวินิจฉัยทางการแพทย์ มร.โนริยูกิ คาวาคูโบะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม เฮลท์แคร์ เอเชียแปซิฟิก จำกัด เผยว่า ฟูจิฟิล์มก้าวสู่ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1936 ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ฟิล์มเอกซเรย์ที่เป็นที่ยอมรับจากวงการแพทย์ทั่วโลก และในปี ค.ศ.1981 ฟูจิฟิล์มเป็นบริษัทแรกของโลกที่นำระบบดิจิทัลมาใช้แปรสัญญาณภาพเอกซ์เรย์เพื่อการวินิจฉัยเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยใช้แผ่นไวแสงแบบพิเศษ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวนำไปสู่การสร้าง Fuji Computed Radiography (FCR) ในปี ค.ศ 1983 และตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 เป็นต้นมาเทคโนโลยีภาพถ่ายดิจิทัลทางการแพทย์ ก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในการตรวจวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่อมาในปี…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1147 days ago
Read More15/02/2023
นอนน้อยไม่ดี แต่นอนมากไปก็ไม่ดีเหมือนกัน!
ทุกคนทราบดีว่าการนอนหลับเป็นเรื่องสำคัญ ต่อให้ทั้งวันคุณเหน็ดเหนื่อยมากแค่ไหนวิธีการพักผ่อนที่ดีที่สุดนั่นก็คือการนอนหลับยามค่ำคืน เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายจะซ่อมแซมอวัยวะต่าง ๆ ได้ดีที่สุด ดังนั้น เราจึงควรนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละคืนเพื่อให้วันรุ่งขึ้นตื่นมาอย่างสดชื่นและมีเรี่ยวแรงในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ แต่สำหรับใครที่ไม่มีปัญหาเรื่องนอนน้อย เพราะตนเองมีเวลาในการนอนหลายชั่วโมงต่อคืนก็อย่าชะล่าใจไปว่าเป็นผลดีต่อสุขภาพ เพราะอะไรที่น้อยหรือมากเกินไปย่อมไม่ส่งผลดีอย่างแน่นอน อีกทั้งอาการง่วงนอนตลอดเวลาอาจจะเป็นสัญญาณเตือนโรคบางประเภทได้! แบบไหนถึงเรียกว่านอนมากเกินไป ความต้องการในการนอนหลับของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน แต่โดยทั่วไปแล้วผู้เชี่ยวชาญมักจะแนะนำว่าสำหรับผู้ใหญ่ที่อยากมีสุขภาพที่แข็งแรง และพักผ่อนเพียงพอควรจะนอนหลับโดยเฉลี่ย 7-9 ชั่วโมงต่อคืน แต่หากว่าคุณต้องการนอนมากกว่า 8 หรือ 9 ชั่วโมงต่อคืนเป็นประจำทุกคืนเพราะรู้สึกว่าหากนอนน้อยกว่านี้จะไม่สดชื่น นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนปัญหาด้านสุขภาพของคุณได้ ทำไมคุณถึงรู้สึกง่วงและนอนเยอะผิดปกติ อาการนอนเยอะมาจากหลายสาเหตุ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าคุณยังคงรู้สึกเหนื่อยและต้องการการพักผ่อนอยู่ ซึ่งอาการเหนื่อยต่าง ๆ มาจากหลายสภาวะด้วยกัน เช่น เหตุผลที่ยกมาเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ยังมีอีกหลายสาเหตุที่อาจทำให้คุณรู้สึกต้องการนอนหลับมากกว่า 8 ชั่วโมง ให้คุณลองหมั่นสังเกตตนเองดูว่ารู้สึกเหนื่อย หรือเพลียอย่างไรบ้างเมื่อต้องตื่นในตอนเช้า นอกจากนี้ อาจเป็นสัญญาณว่าคุณอาจกำลังมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคซึมเศร้า ได้ด้วย เพราะคนที่ป่วยเป็นโรคเหล่านี้มักเกิดอาการเพลียและอยากนอนอยู่ตลอดเวลานั่นเอง ผลข้างเคียงของการนอนมากเกินไป นอกจากการนอนมากเกินไปจะเป็นสัญญาณของโรคบางชนิดแล้ว ยังส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายของคุณ เช่น เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์ สำหรับบางคนที่มีความต้องการช่วงเวลานอนที่มากกว่าปกติ แต่จะเป็นเฉพาะในช่วงที่คุณเหนื่อยจากการทำงาน หรือป่วยต้องการพักผ่อนก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากคุณมีอาการง่วงนอนและนอนไม่เต็มอิ่มติดต่อกันนาน ๆ หรือนอนหลายชั่วโมงในวันหยุดติดต่อกันหลายวันแนะนำให้คุณไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุต่อไป เพราะบางทีคุณอาจจะเป็นโรคบางชนิดที่ส่งผลให้คุณรู้สึกอ่อนเพลีย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1148 days ago
Read More14/02/2023
สาว ๆ ต้องระวัง! ทำเล็บเจลเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง ?
เรื่องความสวยความงามเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนให้ความสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่เสริมสร้างบุคลิกของคุณให้ดูดี แต่ยังช่วยทำให้คุณดูมีความน่าเชื่อถือและน่าพูดคุยด้วยอีก และ ‘การทาเล็บ’ ก็เป็นอีกหนึ่งรายการที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ให้ความนิยมเช่นกัน หน้าสวย ผมสวย หุ่นสวยแล้วเล็บก็ต้องสวยด้วย! ‘การทาเล็บเจล’ คือ ชนิดของการทาเล็บที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เป็นการทาสีและเคลือบด้วยเจล จากนั้นนำเล็บไปอบความร้อนด้วยเครื่องอบเล็บเจล ซึ่งเจลที่ทาลงไปที่เล็บก็จะแห้งอยู่ติดกับเล็บไปนานถึง 1 เดือนเลย แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าการทำเล็บเจลบ่อย ๆ ผิวหนังของเราต้องเผชิญกับรังสี UV ในเครื่องอบแบบนี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังหรือไม่ ? ทำเล็บเจลอันตรายไหม ? งานวิจัยล่าสุดเผยว่า รังสี UV จากเครื่องอบเล็บอาจเป็นอัตรายต่อสุขภาพของคุณ และการเอามือเข้าไปอบเพื่อให้เล็บเจลแห้งนั้นรังสี UV จะทำลายเซลล์และเสี่ยงต่อเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพให้ข้อมูลว่ารังสี UV จะทำให้เซลล์ผิวหนังเสียหาย แต่ทั้งนี้ก็ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะระบุได้ว่าการทำเล็บเจลเป็นครั้งคราวนั้นอันตรายเพียงใด รังสี UV ในเครื่องอบเล็บเจล อย่างที่สาว ๆ ทุกคนรู้ดีว่าการทำเล็บเจลจำเป็นต้องอบความร้อนด้วยเครื่องอบเล็บ เพราะแสงจะทำให้น้ำยาทาเล็บแข็งตัวและทนมากขึ้น งานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ใน Nature Communications ได้ระบุว่า เซลล์ของมนุษย์เมื่อรับรังสี UV จากเครื่องอบเล็บเจลเป็นเวลา 20 นาที เซลล์ประมาณ 30% จะตาย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1149 days ago
Read MorePR Partners
See All03/04/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
Vgadz เปิดตัว “RingConn Gen 2 Air” แหวนอัจฉริยะเบาที่สุด พร้อมส่วนลดพิเศษ
วีแกดซ์ (Vgadz) เปิดตัว “RingConn Gen 2 Air” แหวนอัจฉริยะรุ่นล่าสุดที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการ ภายใต้คอนเซปต์ “Smart Ring for Everyone” โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เน้นความบางเบาและการใช้งานที่คุ้มค่าในระยะยาว เบาที่สุดและใส่สบาย 24 ชั่วโมง RingConn Gen 2 Air ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความอึดอัดจากการสวมใส่ Smart Watch โดยเฉพาะรุ่นนี้มีความบางเพียง 2 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบาสุดขีดเพียง 2.5 กรัม03/04/2026
ทรู-โลตัส พลิกลานหน้าศูนย์การค้าสู่ “True Alpha Urban Ground” แลนด์มาร์กกีฬาอัจฉริยะเพื่อความเท่าเทียม
ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึกกำลัง โลตัส เปิดตัว “True Alpha Urban Ground” ณ โลตัส บางนา สนามบาสเกตบอลต้นแบบที่เปลี่ยนพื้นที่หน้าศูนย์การค้าให้เป็น “พื้นที่สีขาว” ใจกลางเมือง มุ่งสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในการเข้าถึงการออกกำลังกาย พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่ห่างไกลยาเสพติด โปรเจกต์นี้เป็นการผสาน กีฬา ไลฟ์สไตล์ และเทคโนโลยี เข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยนำนวัตกรรมอัจฉริยะมาอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร อาทิ : คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ ผู้บริหารจากทรู ระบุว่า ทรูเชื่อมั่นในพลังของกีฬาที่เป็นรากฐานของการเติบโตทั้งร่างกายและจิตใจ การนำเทคโนโลยี AI และเครือข่ายมาใช้ในพื้นที่สาธารณะนี้ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ขณะที่ คุณเบญจวรรณ อ่องศรี จากซีพี แอ็กซ์ตร้า กล่าวเสริมว่า สนามนี้คือส่วนหนึ่งของแนวคิด “Happy Mall” ที่เปลี่ยนโลตัสให้เป็น Happy Community Space ศูนย์รวมการกิน ชอป เที่ยว และการใช้ชีวิตที่มีความสุขของคนในชุมชน ในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมเหล่าศิลปินและนักกีฬาชื่อดัง อาทิ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
Read More02/04/2026
“ไมโครซอฟท์-ซีพี-ทรู” ผนึกกำลังขยับหมากรบ AI เปลี่ยนไทยให้เป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’ แห่งอาเซียน
ในการประชุมครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2026 ภาพความร่วมมือระหว่างยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน และผู้นำธุรกิจไทยอย่าง เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) พร้อมด้วย ทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้เป็นเพียงการพบปะทางธุรกิจทั่วไป แต่คือการขยับหมากครั้งสำคัญที่ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของอาเซียนอย่างเต็มตัว AI-First และการมาถึงของ Agentic AI หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากการหารือคือแนวคิดการก้าวสู่การเป็น AI-first organization ซึ่งไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาเสริม แต่คือการวางรากฐานองค์กรโดยมี AI เป็นหัวใจหลัก สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้ำหน้าคือการพูดถึง Agentic AI ซึ่งก้าวข้ามขีดจำกัดของ AI ทั่วไปที่ทำหน้าที่เพียงตอบคำถาม ไปสู่การเป็น "ตัวแทน" ที่สามารถช่วยตัดสินใจและดำเนินกระบวนการทำงานอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงานขององค์กร โดยเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ สำหรับประเทศไทย นี่คือโอกาสที่จะยกระดับโซลูชันบนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งขึ้นจากการร่วมมือกันของทั้งสองฝ่าย ยุทธศาสตร์ Smart City และการเรียนรู้จากต้นแบบโลก นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ฉายภาพอนาคตที่เทคโนโลยีจะกลายเป็นเนื้อเดียวกับชีวิตมนุษย์ผ่าน Smart City โดยระบุว่าโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของไทยอยู่ที่ 3 เสาหลัก การมองหาต้นแบบจาก สิงคโปร์…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 6 days ago
Read More27/03/2026
“บางกอกแอร์เวย์ส” กางโรดแม็ปปี 2026 เปิดเกมรุกระยะยาว พร้อมเตรียมปรับขึ้นค่าตั๋ว หลังราคาน้ำมันพุ่ง เริ่ม 1 เม.ย. นี้
บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (BA) ประกาศทิศทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญประจำปี 2026 เตรียมพร้อมรุกตลาดการบินระดับภูมิภาคอย่างเต็มกำลัง โดยมุ่งเน้นการบริหารงานแบบครบวงจรเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมทีมผู้บริหารระดับสูง ได้ร่วมกันแถลงวิสัยทัศน์ใหม่ภายใต้แนวคิด “Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability” หรือ “ผู้นำด้านธุรกิจการบินอย่างรับผิดชอบ ส่งมอบบริการที่ยั่งยืน” สะท้อนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจการบินแบบครบวงจร เพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 11% ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินในปี 2026 จากข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ณ เดือนมกราคม 2026 การขนส่งปริมาณผู้โดยสาร (RPK) ทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 3.8% โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เติบโตที่ 4.4% อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศในระยะนี้ บริษัทฯ จึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้การดำเนินงานและการให้บริการแก่ผู้โดยสารเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ นายพุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า ยอดการสำรองที่นั่งล่วงหน้าของบริษัท ฯ ณ วันที่ 16 มีนาคม 2026 สำหรับการเดินทางตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกันยายน 2026 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1% โดยอัตราการจองบัตรโดยสารล่วงหน้าไตรมาสที่ 2 ลดลง 3% ขณะที่ไตรมาสที่ 3 เติบโต 9% ในด้านการยกระดับศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ฯ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงสนามบินสมุยในไตรมาส 2 ปี 2026 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 6 ล้านคนต่อปีพร้อมเพิ่ม Boarding Gates จาก 7 เป็น 11 ขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็น 4,000 ตารางเมตร และเพิ่มเคาน์เตอร์เช็กอินพร้อมเครื่องเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติรวม 40 จุด โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2573 ขณะเดียวกัน สนามบินตราดได้ขยายทางวิ่ง (Runway) เป็นความยาว 2,000 เมตรเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างทางขับเคลื่อนอากาศยาน (Taxiway) และลานจอดอากาศยานจำนวน 3 จุด เพื่อรองรับอากาศยานแบบไอพ่น อาทิ แอร์บัส A320 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี ด้านการบริหารจัดการฝูงบิน ในปีนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์สคาดว่าจะมีเครื่องบินจำนวน 22 - 26 ลำ ซึ่งฝูงบินปัจจุบันประกอบด้วยเครื่องบินแบบ แอร์บัส A320 จำนวน 1 ลำ แอร์บัส A319 จำนวน 11 ลำและ ATR 72-600 จำนวน 10 ลำ โดยมีแผนสั่งซื้อเครื่องบินแบบ ATR 72-600 ใหม่จำนวน 12 ลำ ซึ่งจะรับมอบ 2 ลำแรกในไตรมาส 4 ปีนี้ และทยอยรับมอบไปจนถึงปี 2028 นายพุฒิพงศ์ ยังได้เปิดเผยอีกว่า…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 12 days ago
Read More






























