Read
| Health
14/08/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 136 days ago
ชายคนหนึ่งต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะคำตอบจาก ChatGPT | ผู้ใช้ หรือ AI ใครผิด ?
เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ใช้ AI เป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัว ตั้งแต่วางแผนเที่ยวไปจนถึงถามเรื่องสุขภาพ แต่เคยคิดไหมว่า ถ้าเราเชื่อคำแนะนำของมันแบบไม่ลืมหูลืมตา การพรอมต์แบบขาดบริบท หรือแม้แต่การขาดความรู้ในการตีความข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพและชีวิต อะไรจะเกิดขึ้น ? BT beartai จะมาเล่าเคสจริงเกี่ยวกับคนที่หาข้อมูลจาก AI เพื่อดูแลสุขภาพจนเกิดปัญหา โดยเคสนี้ถูกตีพิมพ์เป็นกรณีศึกษาทางการแพทย์บน APC Journal เริ่มต้นด้วยการแชตกับ ChatGPT และจบลงที่ห้องฉุกเฉิน เรื่องนี้เริ่มจากชายวัย 60 ปีคนหนึ่ง ซึ่งไม่เคยมีประวัติป่วยทางจิตหรือโรคประจำตัวมาก่อน จู่ ๆ เขาก็มาที่ห้องฉุกเฉินด้วยอาการสับสนและมึนงงอย่างหนัก พร้อมบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า เพื่อนบ้านจะลอบวางยาพิษเขา ในตอนแรก ทีมหมอยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เพราะจากการสอบถาม เขาบอกกับหมอว่าเขาไม่ได้ใช้ยาหรืออยู่ระหว่างการรักษาโรคใด ๆ เลย การทำงานของระบบประสาทในเบื้องต้นเป็นปกติ ทั้งยังไม่มีร่องรองของแอลกอฮอลล์และยาเสพติดในร่างกาย แต่พอผลเลือดค่าอื่น ๆ ออกมาก็ทำเอาหมองง เพราะเจอค่าความผิดปกติหลายอย่าง เช่น คลอไรด์สูงในระดับที่ผิดปกติ (Hyperchloremia) ค่าบ่งชี้ความสมดุลกรด-ด่างติดลบ (Anion Gap) และภาวะกรด-ด่างอื่น ๆ ที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นตัวเลขแปลก…
24/05/2024
Read Moreทำร้ายตัวเองทำไม ? | เข้าใจและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น
“สถานการณ์สุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยวัยรุ่นร้อยละ 17.6 เคยมีความคิดทำร้ายตัวเอง และเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีกว่า 3.6 แสนคน เสี่ยงซึมเศร้าถึงร้อยละ 10.86” ข้อมูลกรมสุขภาพจิตในปี 2565 พบว่า วัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ประมาณ 1 ใน 7 คน และเด็กอายุ 5-9 ปี ประมาณ 1 ใน 14 คน มีความผิดปกติทางจิตประสาทและอารมณ์ โดยวัยรุ่นอายุ 13-17 ปี ร้อยละ 17.6 เคยมีความคิดทำร้ายตนเอง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของวัยรุ่น นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการกลั่นแกล้งรังแกกัน ปัญหาความรุนแรง การถูกทอดทิ้ง หรือการถูกทารุณกรรม ที่ส่งผลให้เกิดปัญหาทางสุขภาพจิตมากขึ้น จากการสำรวจข้อมูลกลุ่มเด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 360,069 ราย ของกรมสุขภาพจิต ผ่านแอปพลิเคชัน Mental…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 583 days ago
23/05/2024
Read MoreDigital Wellbeing: สมดุลชีวิตดิจิทัลเพื่อสุขภาวะที่ดีของวัยทำงาน
“ทุกวันนี้ เรากำลังควบคุมเทคโนโลยี หรือเทคโนโลยีกำลังควบคุมเรา ?” ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะวัยทำงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนเป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน รวมทั้งการติดต่อสื่อสาร การหาข้อมูลความรู้ และความบันเทิงต่าง ๆ จนบางครั้งเราอาจละเลยข้อเท็จจริงที่ว่า การใช้เทคโนโลยีที่มากจนเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ตาพร่ามัว นอนหลับยาก เครียด วิตกกังวล เป็นต้น การมี Digital Wellbeing หรือ สุขภาวะดิจิทัล จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับวัยทำงาน รวมไปถึงพลเมืองดิจิทัลทุกคน บทความนี้จะนำเสนอเทคนิคการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดเพื่อให้วัยทำงานสามารถสร้างสมดุลชีวิตดิจิทัลแบบง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน และแนะนำการใช้แอปพลิเคชันเพื่อสร้าง Digital Wellbeing ผ่านอุปกรณ์ที่คุณมี Digital Wellbeing หรือ สุขภาวะดิจิทัล หมายถึง การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในเชิงบวก เพื่อส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความเป็นอยู่ที่ดี โดยไม่ให้ส่งผลเสียต่อชีวิตประจำวันและมีสุขภาพที่ดี ทำไม Digital Wellbeing จึงสำคัญสำหรับวัยทำงาน? วิธีสร้าง Digital Wellbeing การใช้หน้าจอเป็นเวลานาน ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราทั้งร่างกายและจิตใจ จึงควรจำกัดเวลาการใช้หน้าจอ โดยเฉลี่ยไม่ควรเกิน 8…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 584 days ago
23/05/2024
Read Moreนวัตกรรมเพื่อคนกินเค็ม ‘ช้อนลดโซเดียม’ เพิ่มรสเค็ม และอูมามิในอาหาร วางขายแล้ว!
คิริน โฮลดิงส์ คอมปานี ลิมิเต็ด (Kirin Holdings Company, Limited) จากประเทศญี่ปุ่นได้เปิดขายช้อนไฟฟ้าเพิ่มความเค็ม หรือ Electric Salt Spoon โดยช้อนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ในการลดโซเดียมจากเครื่องปรุง ไม่ว่าจะเกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว และผงชูรส ด้วยการเพิ่มรสเค็ม และรสอูมามิ
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 584 days ago
28/12/2022
Read Moreสุดเหวี่ยงกับวันหยุด แล้วกลับมาเศร้าสุด ๆ กับ Post-Holiday Blue
ช่วงวันหยุดยาวคงหลายคนคงได้ใช้เวลากับสิ่งที่ชอบอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะกิน จะนอน ไปท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมอื่นกันแบบสุดเหวี่ยง แต่เคยสังเกตไหมว่า พอกลับมาทำงานหลังจากวันหยุดยาวมักจะรู้สึกไม่ค่อยอยากทำงาน หมดไฟ ทำงานไม่เสร็จ บางคนถึงกับดูซึมลงจนเพื่อนร่วมงานเข้ามาทัก ทั้งหมดทั้งมวลนี้อาจมาจากภาวะที่เรียกว่า Post-Holiday Blue หรือ Post-Vacation Blue Post-Holiday Blue คืออะไร? Post-Holiday Blue เป็นภาวะทางอารมณ์ที่พบได้หลังช่วงวันหยุดยาว เหตุผลก็มาจากการที่ในช่วงหยุดยาวเราได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ได้ทำสิ่งที่ชอบ เกิดความทรงจำและความรู้สึกที่ดีมากมาย ซึ่งสมองและความรู้สึกยังคงต้องการและผูกติดกับสิ่งเหล่านั้นอยู่ แต่พอตัดภาพมาวันถัดไปที่ต้องทำงาน บางคนต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด เจอรถติด บางคนอาจจะต้องทำงานเดิมซ้ำ ๆ หรือต้องทำงานภายใต้ความเครียดหรือความกดดัน ซึ่งแตกต่างจากโมเมนต์ดี ๆ ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาลิบลับ ผลลัพธ์เลยอาจออกมาเป็นความเศร้า ความเครียด ไม่สดชื่น ไม่มีสมาธิ คิดงานไม่ออก หรืออารมณ์ไม่ดี แต่ความรู้สึกเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป แต่นอกจากการกลับมาทำงานหลังหยุดยาวแล้ว ปัจจัยอื่น ๆ ก็อาจเพิ่มโอกาสของภาวะนี้ได้ด้วย เช่น บรรยากาศช่วงปลายปี ฟ้าครึ้ม อากาศที่เย็นลง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจผลต่อกลไกบางอย่างของสมอง พักผ่อนน้อยจากการสังสรรค์หรือเดินทาง หรืองบการไปเที่ยวนั้นบานปลายกว่าที่คิดไว้…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1096 days ago
28/12/2022
Read Moreดื่มยังไงให้ตื่นไหว? 5 เคล็ดลับไม่กลัวแฮง พร้อมฉลองปีใหม่
เทศกาลสังสรรค์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กำลังจะมาถึงอีกปี หลายคนคงกำลังมองหาสถานที่เฉลิมฉลอง หรือบางคนก็อาจจะกินเลี้ยงและพักผ่อนกับครอบครัวตนเอง ส่วนสายดื่มทั้งหลายอาจจะตั้งใจเมาข้ามปีกันไปเลย แต่หากคุณรู้ตัวว่าวันรุ่งขึ้นยังมีภารกิจต้องทำ และอาจไม่ชอบความรู้สึกเวลาแฮงหรือเมาค้าง เรามีเคล็ดลับดื่มได้นาน เมาช้า และไม่เมาค้างในวันรุ่งขึ้นมาฝาก 1. อย่าปล่อยให้ท้องว่าง เคยสังเกตไหมว่าเวลาดื่มแอลกอฮอล์ทีไร หากปล่อยให้ท้องว่างไม่ได้รับประทานอาหารก่อน มักจะรู้สึกมึนเมาง่ายและไวมากกว่าปกติ นั่นเพราะว่าการปล่อยให้ท้องว่างแล้วดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะทำให้ระบบทางเดินอาหารดูดซึมแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและรวดเร็ว เนื่องจากในกระเพาะไม่มีอาหารให้ดูดซึมนั่นเอง การรับประทานข้าวหรือของว่างก่อนดื่มก็จะทำให้ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์ได้ช้าลง และไม่เมาไว 2. ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ ต่อให้ตั้งใจว่าจะดื่มแอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มหลักของคืนนี้ แต่น้ำเปล่าก็ยังจำเป็นต่อร่างกายเสมอ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายขาดน้ำ เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ การดื่มน้ำระหว่างดื่มแอลกอฮอล์ก็จะช่วยเติมน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป อีกทั้ง น้ำเปล่ายังเข้าไปทำให้แอลกอฮอล์ในเลือดจางลง ดังนั้น หากอยากเน้นดื่มสนุกไม่เมาไว หรือเมาค้างในวันรุ่งขึ้นก็อย่าลืมหันมาจิบน้ำเปล่าบ้าง 3. ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หลายชนิดผสมกัน ทุกคนที่เคยผ่านประสบการณ์ ‘ดื่มผสม’ ก็คงจดจำความรู้สึกได้ดี เพราะการดื่มผสมไม่เพียงแต่ทำให้เมาเร็วกว่าปกติเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบตอนตื่นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นอีกด้วย เพราะในแอลกอฮอล์มีสาร Congeners ที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างการหมักแอลกอฮอล์ หากดื่มในปริมาณมากจะทำให้เกิดอาการเมาค้าง และการดื่มแอลกอฮอล์หลายประเภทผสมกัน ไม่ว่าจะเป็น ไวน์ เหล้า เบียร์ หรือโซจู ก็อาจทำให้คุณดื่ม Congeners ในปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้รู้สึกเมาง่าย และเมาค้าง คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงในเช้าวันรุ่งขึ้นนั่นเอง…
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1096 days ago
22/12/2022
Read Moreขับรถ เสี่ยงหลับในเวลาไหนมากที่สุด?
หลับในระหว่างขับรถเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้ของอุบัติเหตุบนท้องถนน แม้สถิติจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมจะระบุว่าพบอุบัติเหตุจากการหลับในแค่เพียง 4 เปอร์เซ็นต์ แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่คนขับหลับในอาจทำให้เกิดการสูญเสียได้ไม่ต่างจากสาเหตุอื่น ทั้งทรัพย์สิน อวัยวะ และชีวิต ทั้งต่อตัวคนขับและคนอื่น ๆ ปัจจัยที่ทำให้หลับในระหว่างขับรถเกิดได้ทั้งจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ โรคเกี่ยวกับการนอน การใช้ยาที่ทำให้ง่วงซึม การดื่มแอลกอฮอล์ ไปจนถึงความเหนื่อยล้าสะสม แต่นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว เวลาในช่วงที่ขับขี่ก็ส่งผลอาจเพิ่มความเสี่ยงของการหลับในได้เช่นเดียวกัน Hack for Health จะพาคุณไปดูช่วงเวลาที่คนมักจะหลับในกัน ขับรถ เสี่ยงหลับในเวลาไหนมากที่สุด? คุณเคยมีประสบการณ์ง่วงตอนขับรถ ขณะทำงาน หรือขณะเรียนไหม? หากมีก็คงจะพอรู้ว่าสติ สมาธิ และความสามารถในการทำสิ่งต่าง ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด บ้างก็ลืมตาไม่ขึ้น หรือบางคนก็ถึงขั้นสัปหงก แต่เคยสังเกตไหมว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงไหนของวัน ซึ่งจากข้อมูลพบว่าคนมักจะหลับในได้บ่อยใน 2 ช่วงเวลาด้วยกัน ช่วงเวลาแรก: เที่ยงคืน ถึง 6 โมงเช้า การจะรู้สึกง่วงในช่วงเวลานี้คงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาของการนอนหลับ เดิมทีร่างกายมนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่านาฬิกาชีวภาพ (Circadian rythm) อยู่ พอตกกลางคืนขึ้นร่างกายก็จะเริ่มเข้าสู่โหมดพักผ่อน หลั่งสารที่ชื่อ เมลาโทนิน (Melatonin) ช่วยให้ร่างกายและสมองผ่อนคลายพร้อมนอนหลับเลยทำให้คุณรู้สึกง่วงแบบสุด ๆ จึงไม่แปลกที่อุบัติเหตุจากการหลับในจะเกิดขึ้นบ่อยในช่วงเวลานี้…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1102 days ago
22/12/2022
Read MoreHoliday Heart Syndrome โรคฮิตช่วงหยุดยาว
ทุกเทศกาลและวันหยุดยาว อย่างช่วงปีใหม่และสงกรานต์ การเฉลิมฉลองด้วยอาหารและการตั้งวงสังสรรค์ดูจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทย และไม่ใช่แค่คืนเดียวเท่านั้น หลายคนอาจฉลองด้วยต่อเนื่องกันหลายคืน Hack for Health เลยอยากพาคุณไปรู้จักกับ Holiday Heart Syndrome หรือ โรคหัวใจในวันหยุด ที่อาจถามหาเมื่อคุณปาร์ตี้มากเกินไป Holiday Heart Syndrome คืออะไร? Holiday Heart Syndrome เป็นชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการของภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) หรือเรียกง่าย ๆ ว่าภาวะ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ชนิดหนึ่งก็ได้ แต่ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Holiday Heart Syndrome ก็เพราะว่าในช่วงหยุดยาวและหลังหยุดยาว คนมักมาโรงพยาบาลด้วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดนี้กันบ่อยขึ้น แม้เดิมทีจะพบได้ตลอดปีอยู่แล้วก็ตาม ปัจจัยก็มักมาจากการที่ผู้คนเฉลิมฉลองด้วยการกินดื่มในปริมาณที่มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงเทศกาล โดยเฉพาะอาหารที่รสเค็มจัดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บวกกับบางคนได้มาเจอครอบครัวหรือเพื่อนที่มีเรื่องราวให้คุยกันมากมาย ทำให้พักผ่อนน้อยก็อาจเสี่ยงต่อภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วได้ง่ายขึ้น เพราะหัวใจทำงานหนักขึ้น พูดง่าย ๆ ก็คือคนที่นอนน้อย ปาร์ตี้หนักก็อาจเจออาการของภาวะนี้ได้ เช่น อาการ Holiday Heart Syndrome มักไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว หากใครมีอาการติดต่อกันนานหรือดูรุนแรงกว่าปกติ…
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1102 days ago
16/11/2022
Read Moreจับตาโอไมครอนสายพันธุ์ใหม่ BN.1 พบติดเชื้อในไทยแล้ว 5 ราย
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ กำลังติดตามโอไมครอนสายพันธุ์ใหม่ BN.1 โดยในประเทศไทยมีการพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวแล้วไม่น้อยกว่า 5 ราย
วาณิชชา สายเสมา | 1138 days ago
07/11/2022
Read Moreหลักฐานมันฟ้อง! นักวิจัยคาดต้นตอโควิด-19 ไม่ได้มาจากสัตว์ แต่หลุดมาจากแล็บทดลอง
เดือนตุลาคม 2022 ผลงานวิจัยจากคณะกรรมการด้านสุขภาพ การศึกษา แรงงาน และบำนาญ (HELP) เพื่อศึกษาทฤษฎีต้นตอของไวรัสโคโรนาถูกตีพิมพ์ออกมา โดยได้วิจัยและศึกษาอย่างใกล้ชิดกันมาตลอด 15 เดือน ในแหล่งข้อมูลสาธารณะหลายร้อยแห่ง สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญหลายราย และวิเคราะห์รายงานที่เคยมีก่อนหน้านี้เกี่ยวกับต้นตอของโรคระบาด
ศิวกร ปล้องใหม | 1147 days ago
02/10/2022
Read Moreผู้เชี่ยวชาญชี้ ‘ลองโควิด’ อาจทำเศรษฐกิจสหรัฐฯ เสียหายกว่า 3.7 ล้านล้านเหรียญ
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า อาการลองโควิดอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นมูลค่าหลายล้านล้านเหรียญ และจะส่งผลกระทบต่อหลายภาคอุตสาหกรรม
วาณิชชา สายเสมา | 1183 days ago
28/09/2022
Read Moreการศึกษาเผย ญี่ปุ่นเข้าใกล้ภูมิคุ้มกันหมู่ที่ 90% หลังการระบาดของสายพันธุ์โอไมครอนระลอกล่าสุด
การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวันที่ 28 กันยายนระบุว่า ระดับประชากรในประเทศญี่ปุ่นที่มีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโควิด-19 นั้นเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 90% หลังจากการระบาดของสายพันธุ์โอไมครอนระลอกล่าสุด แม้มีการคาดการณ์ว่า ระดับภูมิคุ้มกันจะลดต่ำกว่าเดิมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1188 days ago
25/09/2022
Read Moreญี่ปุ่นทุ่มงบ 75,000 ล้านบาท สำหรับโครงการวิจัยวัคซีนป้องกันโรคระบาด
เว็บไซต์ Nature ได้รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดสรรงบประมาณมหาศาลถึง 2,000 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 75,000 ล้านบาท ในการวิจัยวัคซีน
ปรีดี ฤกษ์วลีกุล | 1190 days ago
21/09/2022
Read Moreสธ. ประกาศลดระดับโควิด 19 สู่โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับ สั่งยกเลิกโรคโควิด 19 จากโรคติดต่ออันตราย เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป
วาณิชชา สายเสมา | 1195 days ago
14/08/2022
Read Moreศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ ยกเลิกข้อแนะนำให้นักเรียนกักตัวเมื่อใกล้ชิดกับ COVID-19
ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (11 สิงหาคม) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) ยกเลิกข้อแนะนำในการกักตัว (quarantine) สำหรับนักเรียนที่ใกล้ชิดกับโควิด-19 และโปรแกรม test-to-stay ที่ผู้ไม่ฉีดวัคซีนต้องมีผลตรวจเป็นลบจึงจะมาโรงเรียนได้
ภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1232 days ago
08/08/2022
Read Moreฮ่องกงลดมาตรการควบคุมโควิด: นักท่องเที่ยวกักตัวเป็นรูปแบบ 3+4 วัน
ฮ่องกงจะลดระยะเวลากักตัวในโรงแรมสำหรับผู้ที่เข้ามาในเมืองเหลือ 3 วัน จากเดิม 7 วัน ซึ่งเป็นอีกก้าวหนึ่งในการผ่อนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเมืองศูนย์กลางการเงินของเอเชีย
ภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1238 days ago
17/07/2022
Read Moreจีนรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 691 ราย เทียบกับวันก่อนที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 547 ราย
ในวันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2022 จีนรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวน 691 ราย โดยในนั้นแบ่งเป็น 154 รายที่เป็นผู้ป่วยแสดงอาการ และอีก 537 ราย เป็นผู้ติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ ซึ่งได้รับการแพร่เชื้อจากภายในประเทศจำนวน 580 ราย (ส่วนมากพบในกวางสีและกานซู่) มากที่สุดตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม
ภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1260 days ago
10/07/2022
Read Moreจีนสั่งปิดคาสิโนและธุรกิจอื่น ๆ ในมาเก๊าเพื่อควบคุมการระบาดของโอไมครอน!
รายงานเผยทางการจีนได้สั่งปิดธุรกิจการค้าและอุตสาหกรรมเกือบทั้งหมด ซึ่งรวมถึงคาสิโนในมาเก๊าเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เริ่มต้นในวันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19
ภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1267 days ago
09/07/2022
Read Moreอย.สหรัฐฯ อนุมัติการใช้ Pfizer อย่างเต็มรูปแบบ (Full approval) ในกลุ่มเด็กอายุ 12 – 15 ปีแล้ว
ในวันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2022 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (U.S. Food and Drug Administration: FDA) เปิดเผยถึงการอนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของ Pfizer อย่างเต็มรูปแบบ (Full Approval) สำหรับเด็กอายุ 12 - 15 ปี
ภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1268 days ago
28/06/2022
Read Moreผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในอเมริกากว่า 50% มาจากโอไมครอนสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) เผยผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 52% ในสหรัฐอเมริกา มาจากสายพันธุ์โอไมครอน BA.4 และ BA.5 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่และสามารถแพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว
ภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1279 days ago
PR Partners
See All26/12/2025
Meechok Dechpokasup | 2 days ago
Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable)























