Read
| Health
14/08/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 237 days ago
ชายคนหนึ่งต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะคำตอบจาก ChatGPT | ผู้ใช้ หรือ AI ใครผิด ?
เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ใช้ AI เป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัว ตั้งแต่วางแผนเที่ยวไปจนถึงถามเรื่องสุขภาพ แต่เคยคิดไหมว่า ถ้าเราเชื่อคำแนะนำของมันแบบไม่ลืมหูลืมตา การพรอมต์แบบขาดบริบท หรือแม้แต่การขาดความรู้ในการตีความข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพและชีวิต อะไรจะเกิดขึ้น ? BT beartai จะมาเล่าเคสจริงเกี่ยวกับคนที่หาข้อมูลจาก AI เพื่อดูแลสุขภาพจนเกิดปัญหา โดยเคสนี้ถูกตีพิมพ์เป็นกรณีศึกษาทางการแพทย์บน APC Journal เริ่มต้นด้วยการแชตกับ ChatGPT และจบลงที่ห้องฉุกเฉิน เรื่องนี้เริ่มจากชายวัย 60 ปีคนหนึ่ง ซึ่งไม่เคยมีประวัติป่วยทางจิตหรือโรคประจำตัวมาก่อน จู่ ๆ เขาก็มาที่ห้องฉุกเฉินด้วยอาการสับสนและมึนงงอย่างหนัก พร้อมบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า เพื่อนบ้านจะลอบวางยาพิษเขา ในตอนแรก ทีมหมอยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เพราะจากการสอบถาม เขาบอกกับหมอว่าเขาไม่ได้ใช้ยาหรืออยู่ระหว่างการรักษาโรคใด ๆ เลย การทำงานของระบบประสาทในเบื้องต้นเป็นปกติ ทั้งยังไม่มีร่องรองของแอลกอฮอลล์และยาเสพติดในร่างกาย แต่พอผลเลือดค่าอื่น ๆ ออกมาก็ทำเอาหมองง เพราะเจอค่าความผิดปกติหลายอย่าง เช่น คลอไรด์สูงในระดับที่ผิดปกติ (Hyperchloremia) ค่าบ่งชี้ความสมดุลกรด-ด่างติดลบ (Anion Gap) และภาวะกรด-ด่างอื่น ๆ ที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นตัวเลขแปลก…24/05/2024
ทำร้ายตัวเองทำไม ? | เข้าใจและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น
“สถานการณ์สุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยวัยรุ่นร้อยละ 17.6 เคยมีความคิดทำร้ายตัวเอง และเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีกว่า 3.6 แสนคน เสี่ยงซึมเศร้าถึงร้อยละ 10.86” ข้อมูลกรมสุขภาพจิตในปี 2565 พบว่า วัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ประมาณ 1 ใน 7 คน และเด็กอายุ 5-9 ปี ประมาณ 1 ใน 14 คน มีความผิดปกติทางจิตประสาทและอารมณ์ โดยวัยรุ่นอายุ 13-17 ปี ร้อยละ 17.6 เคยมีความคิดทำร้ายตนเอง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของวัยรุ่น นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการกลั่นแกล้งรังแกกัน ปัญหาความรุนแรง การถูกทอดทิ้ง หรือการถูกทารุณกรรม ที่ส่งผลให้เกิดปัญหาทางสุขภาพจิตมากขึ้น จากการสำรวจข้อมูลกลุ่มเด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 360,069 ราย ของกรมสุขภาพจิต ผ่านแอปพลิเคชัน Mental…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 684 days ago
Read More23/05/2024
Digital Wellbeing: สมดุลชีวิตดิจิทัลเพื่อสุขภาวะที่ดีของวัยทำงาน
“ทุกวันนี้ เรากำลังควบคุมเทคโนโลยี หรือเทคโนโลยีกำลังควบคุมเรา ?” ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะวัยทำงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนเป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน รวมทั้งการติดต่อสื่อสาร การหาข้อมูลความรู้ และความบันเทิงต่าง ๆ จนบางครั้งเราอาจละเลยข้อเท็จจริงที่ว่า การใช้เทคโนโลยีที่มากจนเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ตาพร่ามัว นอนหลับยาก เครียด วิตกกังวล เป็นต้น การมี Digital Wellbeing หรือ สุขภาวะดิจิทัล จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับวัยทำงาน รวมไปถึงพลเมืองดิจิทัลทุกคน บทความนี้จะนำเสนอเทคนิคการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดเพื่อให้วัยทำงานสามารถสร้างสมดุลชีวิตดิจิทัลแบบง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน และแนะนำการใช้แอปพลิเคชันเพื่อสร้าง Digital Wellbeing ผ่านอุปกรณ์ที่คุณมี Digital Wellbeing หรือ สุขภาวะดิจิทัล หมายถึง การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในเชิงบวก เพื่อส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความเป็นอยู่ที่ดี โดยไม่ให้ส่งผลเสียต่อชีวิตประจำวันและมีสุขภาพที่ดี ทำไม Digital Wellbeing จึงสำคัญสำหรับวัยทำงาน? วิธีสร้าง Digital Wellbeing การใช้หน้าจอเป็นเวลานาน ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราทั้งร่างกายและจิตใจ จึงควรจำกัดเวลาการใช้หน้าจอ โดยเฉลี่ยไม่ควรเกิน 8…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 685 days ago
Read More23/05/2024
นวัตกรรมเพื่อคนกินเค็ม ‘ช้อนลดโซเดียม’ เพิ่มรสเค็ม และอูมามิในอาหาร วางขายแล้ว!
คิริน โฮลดิงส์ คอมปานี ลิมิเต็ด (Kirin Holdings Company, Limited) จากประเทศญี่ปุ่นได้เปิดขายช้อนไฟฟ้าเพิ่มความเค็ม หรือ Electric Salt Spoon โดยช้อนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ในการลดโซเดียมจากเครื่องปรุง ไม่ว่าจะเกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว และผงชูรส ด้วยการเพิ่มรสเค็ม และรสอูมามิภูษิต เรืองอุดมกิจ | 685 days ago
Read More28/12/2022
สุดเหวี่ยงกับวันหยุด แล้วกลับมาเศร้าสุด ๆ กับ Post-Holiday Blue
ช่วงวันหยุดยาวคงหลายคนคงได้ใช้เวลากับสิ่งที่ชอบอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะกิน จะนอน ไปท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมอื่นกันแบบสุดเหวี่ยง แต่เคยสังเกตไหมว่า พอกลับมาทำงานหลังจากวันหยุดยาวมักจะรู้สึกไม่ค่อยอยากทำงาน หมดไฟ ทำงานไม่เสร็จ บางคนถึงกับดูซึมลงจนเพื่อนร่วมงานเข้ามาทัก ทั้งหมดทั้งมวลนี้อาจมาจากภาวะที่เรียกว่า Post-Holiday Blue หรือ Post-Vacation Blue Post-Holiday Blue คืออะไร? Post-Holiday Blue เป็นภาวะทางอารมณ์ที่พบได้หลังช่วงวันหยุดยาว เหตุผลก็มาจากการที่ในช่วงหยุดยาวเราได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ได้ทำสิ่งที่ชอบ เกิดความทรงจำและความรู้สึกที่ดีมากมาย ซึ่งสมองและความรู้สึกยังคงต้องการและผูกติดกับสิ่งเหล่านั้นอยู่ แต่พอตัดภาพมาวันถัดไปที่ต้องทำงาน บางคนต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด เจอรถติด บางคนอาจจะต้องทำงานเดิมซ้ำ ๆ หรือต้องทำงานภายใต้ความเครียดหรือความกดดัน ซึ่งแตกต่างจากโมเมนต์ดี ๆ ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาลิบลับ ผลลัพธ์เลยอาจออกมาเป็นความเศร้า ความเครียด ไม่สดชื่น ไม่มีสมาธิ คิดงานไม่ออก หรืออารมณ์ไม่ดี แต่ความรู้สึกเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป แต่นอกจากการกลับมาทำงานหลังหยุดยาวแล้ว ปัจจัยอื่น ๆ ก็อาจเพิ่มโอกาสของภาวะนี้ได้ด้วย เช่น บรรยากาศช่วงปลายปี ฟ้าครึ้ม อากาศที่เย็นลง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจผลต่อกลไกบางอย่างของสมอง พักผ่อนน้อยจากการสังสรรค์หรือเดินทาง หรืองบการไปเที่ยวนั้นบานปลายกว่าที่คิดไว้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1197 days ago
Read More28/12/2022
ดื่มยังไงให้ตื่นไหว? 5 เคล็ดลับไม่กลัวแฮง พร้อมฉลองปีใหม่
เทศกาลสังสรรค์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กำลังจะมาถึงอีกปี หลายคนคงกำลังมองหาสถานที่เฉลิมฉลอง หรือบางคนก็อาจจะกินเลี้ยงและพักผ่อนกับครอบครัวตนเอง ส่วนสายดื่มทั้งหลายอาจจะตั้งใจเมาข้ามปีกันไปเลย แต่หากคุณรู้ตัวว่าวันรุ่งขึ้นยังมีภารกิจต้องทำ และอาจไม่ชอบความรู้สึกเวลาแฮงหรือเมาค้าง เรามีเคล็ดลับดื่มได้นาน เมาช้า และไม่เมาค้างในวันรุ่งขึ้นมาฝาก 1. อย่าปล่อยให้ท้องว่าง เคยสังเกตไหมว่าเวลาดื่มแอลกอฮอล์ทีไร หากปล่อยให้ท้องว่างไม่ได้รับประทานอาหารก่อน มักจะรู้สึกมึนเมาง่ายและไวมากกว่าปกติ นั่นเพราะว่าการปล่อยให้ท้องว่างแล้วดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะทำให้ระบบทางเดินอาหารดูดซึมแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและรวดเร็ว เนื่องจากในกระเพาะไม่มีอาหารให้ดูดซึมนั่นเอง การรับประทานข้าวหรือของว่างก่อนดื่มก็จะทำให้ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์ได้ช้าลง และไม่เมาไว 2. ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ ต่อให้ตั้งใจว่าจะดื่มแอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มหลักของคืนนี้ แต่น้ำเปล่าก็ยังจำเป็นต่อร่างกายเสมอ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายขาดน้ำ เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ การดื่มน้ำระหว่างดื่มแอลกอฮอล์ก็จะช่วยเติมน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป อีกทั้ง น้ำเปล่ายังเข้าไปทำให้แอลกอฮอล์ในเลือดจางลง ดังนั้น หากอยากเน้นดื่มสนุกไม่เมาไว หรือเมาค้างในวันรุ่งขึ้นก็อย่าลืมหันมาจิบน้ำเปล่าบ้าง 3. ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หลายชนิดผสมกัน ทุกคนที่เคยผ่านประสบการณ์ ‘ดื่มผสม’ ก็คงจดจำความรู้สึกได้ดี เพราะการดื่มผสมไม่เพียงแต่ทำให้เมาเร็วกว่าปกติเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบตอนตื่นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นอีกด้วย เพราะในแอลกอฮอล์มีสาร Congeners ที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างการหมักแอลกอฮอล์ หากดื่มในปริมาณมากจะทำให้เกิดอาการเมาค้าง และการดื่มแอลกอฮอล์หลายประเภทผสมกัน ไม่ว่าจะเป็น ไวน์ เหล้า เบียร์ หรือโซจู ก็อาจทำให้คุณดื่ม Congeners ในปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้รู้สึกเมาง่าย และเมาค้าง คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงในเช้าวันรุ่งขึ้นนั่นเอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1197 days ago
Read More22/12/2022
ขับรถ เสี่ยงหลับในเวลาไหนมากที่สุด?
หลับในระหว่างขับรถเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้ของอุบัติเหตุบนท้องถนน แม้สถิติจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมจะระบุว่าพบอุบัติเหตุจากการหลับในแค่เพียง 4 เปอร์เซ็นต์ แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่คนขับหลับในอาจทำให้เกิดการสูญเสียได้ไม่ต่างจากสาเหตุอื่น ทั้งทรัพย์สิน อวัยวะ และชีวิต ทั้งต่อตัวคนขับและคนอื่น ๆ ปัจจัยที่ทำให้หลับในระหว่างขับรถเกิดได้ทั้งจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ โรคเกี่ยวกับการนอน การใช้ยาที่ทำให้ง่วงซึม การดื่มแอลกอฮอล์ ไปจนถึงความเหนื่อยล้าสะสม แต่นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว เวลาในช่วงที่ขับขี่ก็ส่งผลอาจเพิ่มความเสี่ยงของการหลับในได้เช่นเดียวกัน Hack for Health จะพาคุณไปดูช่วงเวลาที่คนมักจะหลับในกัน ขับรถ เสี่ยงหลับในเวลาไหนมากที่สุด? คุณเคยมีประสบการณ์ง่วงตอนขับรถ ขณะทำงาน หรือขณะเรียนไหม? หากมีก็คงจะพอรู้ว่าสติ สมาธิ และความสามารถในการทำสิ่งต่าง ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด บ้างก็ลืมตาไม่ขึ้น หรือบางคนก็ถึงขั้นสัปหงก แต่เคยสังเกตไหมว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงไหนของวัน ซึ่งจากข้อมูลพบว่าคนมักจะหลับในได้บ่อยใน 2 ช่วงเวลาด้วยกัน ช่วงเวลาแรก: เที่ยงคืน ถึง 6 โมงเช้า การจะรู้สึกง่วงในช่วงเวลานี้คงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาของการนอนหลับ เดิมทีร่างกายมนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่านาฬิกาชีวภาพ (Circadian rythm) อยู่ พอตกกลางคืนขึ้นร่างกายก็จะเริ่มเข้าสู่โหมดพักผ่อน หลั่งสารที่ชื่อ เมลาโทนิน (Melatonin) ช่วยให้ร่างกายและสมองผ่อนคลายพร้อมนอนหลับเลยทำให้คุณรู้สึกง่วงแบบสุด ๆ จึงไม่แปลกที่อุบัติเหตุจากการหลับในจะเกิดขึ้นบ่อยในช่วงเวลานี้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1203 days ago
Read More22/12/2022
Holiday Heart Syndrome โรคฮิตช่วงหยุดยาว
ทุกเทศกาลและวันหยุดยาว อย่างช่วงปีใหม่และสงกรานต์ การเฉลิมฉลองด้วยอาหารและการตั้งวงสังสรรค์ดูจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทย และไม่ใช่แค่คืนเดียวเท่านั้น หลายคนอาจฉลองด้วยต่อเนื่องกันหลายคืน Hack for Health เลยอยากพาคุณไปรู้จักกับ Holiday Heart Syndrome หรือ โรคหัวใจในวันหยุด ที่อาจถามหาเมื่อคุณปาร์ตี้มากเกินไป Holiday Heart Syndrome คืออะไร? Holiday Heart Syndrome เป็นชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการของภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) หรือเรียกง่าย ๆ ว่าภาวะ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ชนิดหนึ่งก็ได้ แต่ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Holiday Heart Syndrome ก็เพราะว่าในช่วงหยุดยาวและหลังหยุดยาว คนมักมาโรงพยาบาลด้วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดนี้กันบ่อยขึ้น แม้เดิมทีจะพบได้ตลอดปีอยู่แล้วก็ตาม ปัจจัยก็มักมาจากการที่ผู้คนเฉลิมฉลองด้วยการกินดื่มในปริมาณที่มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงเทศกาล โดยเฉพาะอาหารที่รสเค็มจัดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บวกกับบางคนได้มาเจอครอบครัวหรือเพื่อนที่มีเรื่องราวให้คุยกันมากมาย ทำให้พักผ่อนน้อยก็อาจเสี่ยงต่อภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วได้ง่ายขึ้น เพราะหัวใจทำงานหนักขึ้น พูดง่าย ๆ ก็คือคนที่นอนน้อย ปาร์ตี้หนักก็อาจเจออาการของภาวะนี้ได้ เช่น อาการ Holiday Heart Syndrome มักไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว หากใครมีอาการติดต่อกันนานหรือดูรุนแรงกว่าปกติ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1203 days ago
Read More07/11/2022
หลักฐานมันฟ้อง! นักวิจัยคาดต้นตอโควิด-19 ไม่ได้มาจากสัตว์ แต่หลุดมาจากแล็บทดลอง
เดือนตุลาคม 2022 ผลงานวิจัยจากคณะกรรมการด้านสุขภาพ การศึกษา แรงงาน และบำนาญ (HELP) เพื่อศึกษาทฤษฎีต้นตอของไวรัสโคโรนาถูกตีพิมพ์ออกมา โดยได้วิจัยและศึกษาอย่างใกล้ชิดกันมาตลอด 15 เดือน ในแหล่งข้อมูลสาธารณะหลายร้อยแห่ง สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญหลายราย และวิเคราะห์รายงานที่เคยมีก่อนหน้านี้เกี่ยวกับต้นตอของโรคระบาดศิวกร ปล้องใหม | 1248 days ago
Read More28/09/2022
การศึกษาเผย ญี่ปุ่นเข้าใกล้ภูมิคุ้มกันหมู่ที่ 90% หลังการระบาดของสายพันธุ์โอไมครอนระลอกล่าสุด
การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวันที่ 28 กันยายนระบุว่า ระดับประชากรในประเทศญี่ปุ่นที่มีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโควิด-19 นั้นเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 90% หลังจากการระบาดของสายพันธุ์โอไมครอนระลอกล่าสุด แม้มีการคาดการณ์ว่า ระดับภูมิคุ้มกันจะลดต่ำกว่าเดิมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1289 days ago
Read More14/08/2022
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ ยกเลิกข้อแนะนำให้นักเรียนกักตัวเมื่อใกล้ชิดกับ COVID-19
ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (11 สิงหาคม) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) ยกเลิกข้อแนะนำในการกักตัว (quarantine) สำหรับนักเรียนที่ใกล้ชิดกับโควิด-19 และโปรแกรม test-to-stay ที่ผู้ไม่ฉีดวัคซีนต้องมีผลตรวจเป็นลบจึงจะมาโรงเรียนได้ภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1333 days ago
Read More08/08/2022
ฮ่องกงลดมาตรการควบคุมโควิด: นักท่องเที่ยวกักตัวเป็นรูปแบบ 3+4 วัน
ฮ่องกงจะลดระยะเวลากักตัวในโรงแรมสำหรับผู้ที่เข้ามาในเมืองเหลือ 3 วัน จากเดิม 7 วัน ซึ่งเป็นอีกก้าวหนึ่งในการผ่อนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเมืองศูนย์กลางการเงินของเอเชียภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1339 days ago
Read More17/07/2022
จีนรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 691 ราย เทียบกับวันก่อนที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 547 ราย
ในวันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2022 จีนรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวน 691 ราย โดยในนั้นแบ่งเป็น 154 รายที่เป็นผู้ป่วยแสดงอาการ และอีก 537 ราย เป็นผู้ติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ ซึ่งได้รับการแพร่เชื้อจากภายในประเทศจำนวน 580 ราย (ส่วนมากพบในกวางสีและกานซู่) มากที่สุดตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคมภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1361 days ago
Read More10/07/2022
จีนสั่งปิดคาสิโนและธุรกิจอื่น ๆ ในมาเก๊าเพื่อควบคุมการระบาดของโอไมครอน!
รายงานเผยทางการจีนได้สั่งปิดธุรกิจการค้าและอุตสาหกรรมเกือบทั้งหมด ซึ่งรวมถึงคาสิโนในมาเก๊าเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เริ่มต้นในวันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19ภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1368 days ago
Read More09/07/2022
อย.สหรัฐฯ อนุมัติการใช้ Pfizer อย่างเต็มรูปแบบ (Full approval) ในกลุ่มเด็กอายุ 12 – 15 ปีแล้ว
ในวันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2022 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (U.S. Food and Drug Administration: FDA) เปิดเผยถึงการอนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของ Pfizer อย่างเต็มรูปแบบ (Full Approval) สำหรับเด็กอายุ 12 - 15 ปีภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1369 days ago
Read More28/06/2022
ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในอเมริกากว่า 50% มาจากโอไมครอนสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) เผยผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 52% ในสหรัฐอเมริกา มาจากสายพันธุ์โอไมครอน BA.4 และ BA.5 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่และสามารถแพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็วภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1380 days ago
Read MorePR Partners
See All03/04/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
Vgadz เปิดตัว “RingConn Gen 2 Air” แหวนอัจฉริยะเบาที่สุด พร้อมส่วนลดพิเศษ
วีแกดซ์ (Vgadz) เปิดตัว “RingConn Gen 2 Air” แหวนอัจฉริยะรุ่นล่าสุดที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการ ภายใต้คอนเซปต์ “Smart Ring for Everyone” โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เน้นความบางเบาและการใช้งานที่คุ้มค่าในระยะยาว เบาที่สุดและใส่สบาย 24 ชั่วโมง RingConn Gen 2 Air ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความอึดอัดจากการสวมใส่ Smart Watch โดยเฉพาะรุ่นนี้มีความบางเพียง 2 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบาสุดขีดเพียง 2.5 กรัม03/04/2026
ทรู-โลตัส พลิกลานหน้าศูนย์การค้าสู่ “True Alpha Urban Ground” แลนด์มาร์กกีฬาอัจฉริยะเพื่อความเท่าเทียม
ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึกกำลัง โลตัส เปิดตัว “True Alpha Urban Ground” ณ โลตัส บางนา สนามบาสเกตบอลต้นแบบที่เปลี่ยนพื้นที่หน้าศูนย์การค้าให้เป็น “พื้นที่สีขาว” ใจกลางเมือง มุ่งสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในการเข้าถึงการออกกำลังกาย พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่ห่างไกลยาเสพติด โปรเจกต์นี้เป็นการผสาน กีฬา ไลฟ์สไตล์ และเทคโนโลยี เข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยนำนวัตกรรมอัจฉริยะมาอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร อาทิ : คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ ผู้บริหารจากทรู ระบุว่า ทรูเชื่อมั่นในพลังของกีฬาที่เป็นรากฐานของการเติบโตทั้งร่างกายและจิตใจ การนำเทคโนโลยี AI และเครือข่ายมาใช้ในพื้นที่สาธารณะนี้ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ขณะที่ คุณเบญจวรรณ อ่องศรี จากซีพี แอ็กซ์ตร้า กล่าวเสริมว่า สนามนี้คือส่วนหนึ่งของแนวคิด “Happy Mall” ที่เปลี่ยนโลตัสให้เป็น Happy Community Space ศูนย์รวมการกิน ชอป เที่ยว และการใช้ชีวิตที่มีความสุขของคนในชุมชน ในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมเหล่าศิลปินและนักกีฬาชื่อดัง อาทิ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
Read More02/04/2026
“ไมโครซอฟท์-ซีพี-ทรู” ผนึกกำลังขยับหมากรบ AI เปลี่ยนไทยให้เป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’ แห่งอาเซียน
ในการประชุมครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2026 ภาพความร่วมมือระหว่างยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน และผู้นำธุรกิจไทยอย่าง เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) พร้อมด้วย ทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้เป็นเพียงการพบปะทางธุรกิจทั่วไป แต่คือการขยับหมากครั้งสำคัญที่ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของอาเซียนอย่างเต็มตัว AI-First และการมาถึงของ Agentic AI หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากการหารือคือแนวคิดการก้าวสู่การเป็น AI-first organization ซึ่งไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาเสริม แต่คือการวางรากฐานองค์กรโดยมี AI เป็นหัวใจหลัก สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้ำหน้าคือการพูดถึง Agentic AI ซึ่งก้าวข้ามขีดจำกัดของ AI ทั่วไปที่ทำหน้าที่เพียงตอบคำถาม ไปสู่การเป็น "ตัวแทน" ที่สามารถช่วยตัดสินใจและดำเนินกระบวนการทำงานอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงานขององค์กร โดยเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ สำหรับประเทศไทย นี่คือโอกาสที่จะยกระดับโซลูชันบนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งขึ้นจากการร่วมมือกันของทั้งสองฝ่าย ยุทธศาสตร์ Smart City และการเรียนรู้จากต้นแบบโลก นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ฉายภาพอนาคตที่เทคโนโลยีจะกลายเป็นเนื้อเดียวกับชีวิตมนุษย์ผ่าน Smart City โดยระบุว่าโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของไทยอยู่ที่ 3 เสาหลัก การมองหาต้นแบบจาก สิงคโปร์…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 6 days ago
Read More27/03/2026
“บางกอกแอร์เวย์ส” กางโรดแม็ปปี 2026 เปิดเกมรุกระยะยาว พร้อมเตรียมปรับขึ้นค่าตั๋ว หลังราคาน้ำมันพุ่ง เริ่ม 1 เม.ย. นี้
บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (BA) ประกาศทิศทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญประจำปี 2026 เตรียมพร้อมรุกตลาดการบินระดับภูมิภาคอย่างเต็มกำลัง โดยมุ่งเน้นการบริหารงานแบบครบวงจรเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมทีมผู้บริหารระดับสูง ได้ร่วมกันแถลงวิสัยทัศน์ใหม่ภายใต้แนวคิด “Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability” หรือ “ผู้นำด้านธุรกิจการบินอย่างรับผิดชอบ ส่งมอบบริการที่ยั่งยืน” สะท้อนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจการบินแบบครบวงจร เพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 11% ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินในปี 2026 จากข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ณ เดือนมกราคม 2026 การขนส่งปริมาณผู้โดยสาร (RPK) ทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 3.8% โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เติบโตที่ 4.4% อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศในระยะนี้ บริษัทฯ จึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้การดำเนินงานและการให้บริการแก่ผู้โดยสารเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ นายพุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า ยอดการสำรองที่นั่งล่วงหน้าของบริษัท ฯ ณ วันที่ 16 มีนาคม 2026 สำหรับการเดินทางตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกันยายน 2026 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1% โดยอัตราการจองบัตรโดยสารล่วงหน้าไตรมาสที่ 2 ลดลง 3% ขณะที่ไตรมาสที่ 3 เติบโต 9% ในด้านการยกระดับศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ฯ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงสนามบินสมุยในไตรมาส 2 ปี 2026 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 6 ล้านคนต่อปีพร้อมเพิ่ม Boarding Gates จาก 7 เป็น 11 ขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็น 4,000 ตารางเมตร และเพิ่มเคาน์เตอร์เช็กอินพร้อมเครื่องเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติรวม 40 จุด โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2573 ขณะเดียวกัน สนามบินตราดได้ขยายทางวิ่ง (Runway) เป็นความยาว 2,000 เมตรเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างทางขับเคลื่อนอากาศยาน (Taxiway) และลานจอดอากาศยานจำนวน 3 จุด เพื่อรองรับอากาศยานแบบไอพ่น อาทิ แอร์บัส A320 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี ด้านการบริหารจัดการฝูงบิน ในปีนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์สคาดว่าจะมีเครื่องบินจำนวน 22 - 26 ลำ ซึ่งฝูงบินปัจจุบันประกอบด้วยเครื่องบินแบบ แอร์บัส A320 จำนวน 1 ลำ แอร์บัส A319 จำนวน 11 ลำและ ATR 72-600 จำนวน 10 ลำ โดยมีแผนสั่งซื้อเครื่องบินแบบ ATR 72-600 ใหม่จำนวน 12 ลำ ซึ่งจะรับมอบ 2 ลำแรกในไตรมาส 4 ปีนี้ และทยอยรับมอบไปจนถึงปี 2028 นายพุฒิพงศ์ ยังได้เปิดเผยอีกว่า…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 12 days ago
Read More





























