ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

[บทความ] เปิดตำนาน Akira Toriyama กับผลงานในวงการเกมที่โด่งดังไม่แพ้การ์ตูน

Table of Content

หลังจากการจากไปอย่างไม่มีวันหวนคืนของของอาจารย์ อากิระ โทริยามะ (Akira Toriyama) ผู้วาดการ์ตูนในตำนานอย่าง ‘Dragon Ball’ หรือผลงานสุดคลาสสิกอย่าง “ดร.สลัมป์ กับหนูน้อยอาราเล่” ทำให้แฟนการ์ตูนทั่วโลกต่างโศกเศร้าเสียใจ และต่างพูดถึงผลงานของโทริยามะและสำหรับวงการเกมแล้วเขาก็มีผลงานดัง ๆ ออกมามากมายและทุกเกมอาจารย์ไม่เคยทิ้งลายเสันที่เป็นเอกลัษณ์ตลอดที่ร่วมงาน

และสำหรับวงการเกมหากไม่นับเกมที่สร้างจากการ์ตูน ‘Dragon Ball’ ที่ออกวางขายมาตั้งแต่ยุค 80S จนถึงปัจจุบันก็ยังถูกสร้างอยู่ เชื่อว่าแฟน ๆ คงจะรู้จักผลงานของอาจารย์จากเกม ‘Dragon Quest’ ที่ประสบความสำเร็จไม่แพ้ผลงานอนิเมะ แต่ใครจะเชื่อว่าแม้โทริยามะจะโด่งดังในวงการการ์ตูนแต่การเข้าสู่วงการเกมไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

‘Dragon Quest’ ผลงานแรกที่ไม่ได้มาง่าย ๆ

แม้ว่าในตอนนั้นโทริยามะจะพอมีชื่อเสียงกับการวาด ‘Dragon Ball’ แล้วก็ตาม แต่การมาเข้าสู่วงการเกมก็ไม่ได้ง่าย ๆ เพราะแม้จะถูกทาบทามมาออกแบบตัวละครมอนสเตอร์ในเกม ‘Dragon Quest’ จากการแนะนำของทีมงานค่าย Enix แต่ในตอนแรกที่เขาเดินทางมาออฟฟิศ ทีมงานหลักอย่าง ยูจิ โฮริอิ (Yuji Horii) มีข้อกังขาว่าหากนำนักวาดการ์ตูนที่มีลายเส้นเป็นเอกลักษณ์มาสร้างเกม RPG มันจะออกมาดีหรือไม่

โดยโทริยามะได้ทดลองวาดตัวละครที่มีความเป็นเอกลักษณ์และมีความน่ารักตามแนวทางของเขา แล้วเอาไปนำเสนอทีมงานสร้าง ซึ่งทำให้โฮริอิประทับใจอย่างมาก จนมอบหมายให้เขาวาดทั้งตัวละครหลัก ภาพของฉากและแทบทุกสิ่งทุกอย่างในเกมในสไตล์ของเขาเองทั้งหมด

โดยตอนที่โทริยามะทำงานสร้างเกม ‘Dragon Quest’ เขาได้เปิดเผยวิธีการทำงานว่าจะได้รับมอบหมายให้ออกแบบสิ่งต่าง ๆ ในเกมเช่นมอนสเตอร์โดยโฮริอิจะส่งภาพร่างคร่าว ๆ และข้อมูลของตัวละครที่อยากให้ออกแบบมา และเขาก็วาดขึ้นมาตามแนวทางของโทริยามะก่อนที่จะส่งไปให้ทีมงานอนุมัติ

ตัวละครในตำนาน สไลม์

นอกจากนี้โทริยามะยังได้อธิบายว่าเนื่องจากวงการเกมยุคแรก ๆ ภาพกราฟิกจะเป็นพิกเซล ที่จุดพิกเซลเพื่อสร้างตัวละครมีขนาดเล็กมาก ทำให้เขาไม่สามารถออกแบบตัวละครที่มีความซ้อนมากได้ ทำให้ต้องออกแบบตัวละครให้เรียบง่าย แต่เป็นเอกลักษณ์เห็นในเกมแล้วรู้ได้ทันทีว่าเป็นตัวไหน ซึ่งตรงกับลายเส้นของโทริยามะพอดิบพอดี

ส่วนตำนานที่เล่าขานมาจนถึงทุกวันนี้คือ “สไลม์” ตัวละครที่เป็นมอนสเตอร์ในตำนานที่ความจริงแล้วงานออกแบบแรกที่โฮริอิออกแบบเป็นสัตว์ประหลาดหน้าตาเหมือนของเหลวดูน่าเกลียด ซึ่งก็เหมือนกับเกมอื่นที่เอาสไลม์ไปใช้ในรูปแบบนี้มาตลอด แต่โทริยามะคิดต่างด้วยการสร้างมันให้กลายเป็นทรงหยดน้ำและวาดหน้าตาให้ดูน่ารักเกินกว่าจะเป็นศัตรูให้เรากำจัด

แต่มันกลับเป็นความสำเร็จแบบถล่มทลายดังเกินหน้าตาเพราะความน่ารักแถมเป็นภาพจำของซีรีส์และถึงขั้นเป็นตัวละครในตำนานของวงการเกมกันเลย และทำให้โทริยามะได้ร่วมงานออกแบบซีรีส์ ‘Dragon Quest’ ตั้งแต่ภาคหลักรวมทั้งภาคเสริม และผลงานสุดท้ายที่เขาร่วมงานคือ ‘Dragon Quest 12’ ที่ยังไม่กำหนดวันวางขายและยังไม่มีภาพแรกออกมาให้ชม แต่เชื่อว่าการมาของภาค 12 น่าจะมีผู้คิดถึงผลงานของโทริยามะแน่นอน

ได้รับการยอมรับจากวงการเกมไม่แพ้การ์ตูน

หลังนั้นในช่วงยุค 90S นอกจากผลงานในแวดวงการ์ตูนจะโด่งดังระดับตำนานแล้ว อาจารย์โทริยามะก็ประสบความสำเร็จในแวดวงเกมเช่นเดียวกัน ทำให้ในปี 1995 เขาได้กลับมาร่วมงานกับโฮริอิอีกครั้งในเกม ‘Chrono Trigger’ โดยเขาได้ถูกมอบหมายให้ออกแบบตั้งตัวละคร, โลกในเกมและมอนสเตอร์ที่ล้วนเป็นลายเส้นจากฝีมือเขาทั้งหมด

‘Chrono Trigger’ เป็นผลงานสร้างชื่อที่โดดเด่นพอ ๆ กับ ‘Dragon Quest’ เลยด้วยซ้ำ เพราะมีการเล่าเรื่องที่จัดเต็ม และตัวละครที่เขาออกแบบสามารถทำได้โดดเด่นกว่าเดิมแม้ว่าจะยังเป็นพิกเซลอยู่ แต่ด้วยคุณภาพคอนโซลที่ดีกว่ายุค 80S ทำให้งานออกแบบฉากและโลกในเกมดูดีมาก แถมในปี 1999 บนเวอร์ชัน PS1 ได้มีการเสริมคัตซีนที่เป็นการ์ตูนอนิเมะเสริมเข้าไป ซึ่งก็เป็นลายเส้นของโทริยามะเหมือนเดิม

และด้วยความสัมพันธ์อันดีกับค่าย Square ในตอนนั้น ทำให้เขาได้กลับมาร่วมงานออกตัวละครในเกมอีก แถมเปลี่ยนเป็นแนวต่อสู้ 3 มิติด้วยกับเกม ‘Tobal No. 1’ ที่วางขายในปี 1996 บน PS1 ที่ทุกอย่างในวิดีโอเกมจะถูกสร้างจากลายเส้นของโทริยามะทั้งหมด ทำให้มันเตะตาแฟนเกมในทันทีเพราะแค่หน้าปกก็โดดเด่นแล้ว โดยมีการออกถาคต่อมาในปี 1997 แม้อาจจะไม่ได้โด่งดังอะไรมากแต่ก็เป็นหนึ่งในภาพจำของเด็กยุค 90S

ไมโครซอฟต์ยังยอมรับ

ในปี 2006 มีการเปิดตัวเกม ‘Blue Dragon’ ที่มาในรูปแบบ RPG ที่เป็นผลงานของค่าย Mistwalker ที่ก่อตั้งโดย ฮิโรโนบุ ซากากุจิ (Hironobu Sakaguchi) ผู้สร้าง ‘Final Fantasy’ แถมยังได้เงินทุนมาจากไมโครซอฟต์ทำให้มันน่าสนใจมาก โดยโทริยามะได้รับอิสระมากเหมือนเดิมทำให้ตัวละครและโลกในเกมเต็มไปด้วยลายเซ็นของเขา ที่ดูเหมือนว่าผู้สร้างและนายทุนอยากจะสร้างเป็นซีรีส์ RPG ใหม่บน Xbox360 แบบเดียวกับ ‘Dragon Quest’

แถมโครงการ ‘Blue Dragon’ ยังถูกสร้างแยกออกมาเป็นการ์ตูนให้ชมกันด้วย ทำให้แฟน ๆ ได้เสพผลงานของเขากันหลายรูปแบบ แม้ว่าโดยรวมจะไม่ประสบความสำเร็จตามที่ผู้สร้างหวัง แต่ก็มีการออกภาคแยกมาให้เล่นบน Nintendo DS ภายหลังแต่เชื่อว่าภาพจำของซีรีส์นี้คืองานออกแบบตัวละครโดยเฉพาะมังกรที่ใครเห็นก็รู้ได้ในทันทีว่าใครเป็นผู้วาด

ช่วงหลังโทริยามะได้ฝากผลงานไว้ในแวดวงเกมอีกมากมายเช่นการไปช่วยออกแบบฉากในเกมบนมือถืออย่าง ‘Fantasian’ ที่เพิ่งวางขายในปี 2021 ส่วนผลงานสุดท้ายของเขาคือ ‘Dragon Quest 12’ ที่มีชื่อของโทริยามะดูแลงานออกแบบตัวละคร อย่างไรก็ตามหลังจากการจากไปของเขาก็ไม่รู้ว่าผลงานจะออกมาในรูปไหนเพราะเกมยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา สุดท้ายนี้หากคุณติดตามผลงานของเขามาตลอดจะรู้ว่า นอกจากเขาจะฝากผลงานในวงการการ์ตูนแล้ว แวดวงเกม “อากิระ โทริยามะ” ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในตำนานเช่นเดียวกัน ทีมงาน Beartai ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของตำนานของที่โลกจะไม่มีวันลืม

Hironobu Sakaguchi, Yuji Horii, Akira Toryama สามผู้สร้างหลักของเกม Chrono Trigger ในปี 1995 (ภาพจาก Kami Sama Explorer Museum)

Highlight

เปิดราคาไทย OPPO Find X9 Ultra เริ่มต้น 54,999 บาท และ OPPO Find X9s เริ่มต้น 29,999 บาท

23/04/2026
Read More

เบื้องหลัง BMO Stadium ทำไมศิลปินระดับโลกเลือกจัดคอนเสิร์ตสนามนี้ ?

23/04/2026
Read More

“พอกผิว” หวังสวยไว อันตรายไหม ?

23/04/2026
Read More

TWINEHIDE x NANAKE555 เปิดตัว “Standing MagSafe Wallet” พรีเมียมแอ็กเซสซอรีงานคราฟต์สุดลิมิเต็ด

23/04/2026
Read More

ครบรอบ 21 ปี วิดีโอแรกที่ถูกอัปโหลดขึ้น YouTube !

22/04/2026
Read More

Meta เตรียมเก็บข้อมูล คลิก-พิมพ์ ของพนักงาน ไปเทรน AI ให้เก่งกว่าคน ?

22/04/2026
Read More

Related Content