ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
A little Asian boy has a stomachache. Holding his belly with both hands and suffering on sofa
Read
| Health

รู้จัก ‘โนโรไวรัส’ ตัวการร้ายต้นเหตุโรคท้องร่วงในเด็ก

Tabel of Content

‘โนโรไวรัส’ เป็นเชื้อไวรัสตัวการสำคัญที่มักทำให้เด็ก ๆ ท้องร่วง สำหรับใครที่ไม่เคยได้ยินชื่อไวรัสตัวนี้ วันนี้ Hack for Health จะพาทุกคนมารู้จักพร้อมกับบอกวิธีป้องกันเพื่อเป็นแนวทางในการดูแลลูกหลานของคุณ

โนโรไวรัส (Norovirus)

โนโรไวสัส คือไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของกระเพาะอาหารและลำไส้ การติดเชื้อโนโรไวรัสอาจทำให้อาเจียน และท้องร่วงอย่างรุนแรง อีกทั้งยังเป็นโรคติดต่อได้ง่าย โดยทั่วไปจะแพร่กระจายผ่านทางอาหาร น้ำแข็ง และน้ำดื่มที่ปนเปื้อน นอกจากนี้ โนโรไวรัสยังสามารถติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อโดยตรงอีกด้วย

การติดเชื้อโนโรไวรัส เกิดขึ้นบ่อยในสภาพแวดล้อมปิดและแออัด เช่น โรงพยาบาล บ้านพักคนชรา ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก และโรงเรียน ฯลฯ

อาการเมื่อติดเชื้อโนโรไวรัส

สัญญาณของการติดเชื้อโนโรไวรัสอาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยมีอาการต่อไปนี้

  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ปวดท้องหรือเป็นตะคริวที่ท้อง
  • ท้องร่วงถ่ายเป็นน้ำ
  • รู้สึกไม่สบาย
  • มีไข้ต่ำ ๆ
  • เจ็บกล้ามเนื้อ

โดยจะเริ่มออกอาการภายใน 12 – 48 ชั่วโมง หลังจากที่คุณสัมผัสกับโนโรไวรัสครั้งแรก และจะอยู่ได้ 1 – 3 วัน ขณะที่ผู้ที่ติดเชื้อโนโรไวรัสบางรายอาจไม่แสดงอาการ และแม้ไม่แสดงอาการแต่เชื้อโนโรไวรัสจะยังสามารถแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้อยู่ ดังนั้น หากคุณหรือลูกหลานของคุณมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง อุจจาระเป็นเลือด ปวดท้อง ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อโนโรไวรัส

อย่างที่บอกว่าโนโรไวรัสเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย และสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังเป็นเชื้อที่ตายยากเพราะทนต่ออุณหภูมิความร้อนและความเย็น ผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อไวรัสได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่มีอาการจนถึงหลายวันหลังจากที่หายป่วย ซึ่งเชื้อโนโรไวรัสสามารถอยู่บนพื้นผิวและสิ่งของต่าง ๆ ได้เป็นเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์อีกด้วย โดยปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อโนโรไวรัส มีดังนี้

  • การรับประทานอาหารในสถานที่ที่มีการจัดการอาหารโดยผู้ที่ติดเชื้อโนโรไวรัส 
  • ใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อโนโรไวรัส
  • รับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน เช่น อาหารที่ปรุงไม่สุก ผักผลไม้ที่ล้างไม่สะอาด น้ำแข็งที่อาจมีสารปนเปื้อน และอาหารทะเล เป็นต้น
  • สัมผัสเชื้อจากทางอากาศ หรือสัมผัสเชื้อจากสิ่งของและเด็กมักเผลอเอานิ้วเข้าปาก

ดังนั้น เชื้อโนโรไวรัสจึงมักจะระบาดได้ง่ายในเด็กและมักจะเกิดในพื้นที่โรงเรียน อย่างไรก็ตามการติดเชื้อโนโรไวรัสมักจะหายได้ภายใน 2 – 3 วัน และไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่สำหรับบางคนโดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือมีอาการป่วยอื่น ๆ และผู้ที่ตั้งครรภ์ อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรงและถึงขั้นเสียชีวิตได้

วิธีป้องกันเชื้อโนโรไวรัส

  • หมั่นล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ
  • เลี่ยงการรับประทานอาหารที่ปรุงไม่สุก
  • ล้างผักผลไม้ให้สะอาดก่อนนำมารับประทาน
  • ไม่เอานิ้วมือเข้าปาก
  • ทำความสะอาดครัว หรือสถานที่ที่พบผู้ติดเชื้อ

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อโนโรไวรัสซึ่งแพทย์ก็จะทำการรักษาตามอาการ และแม้โนโรไวรัสจะพบได้ง่ายในเด็ก แต่สำหรับผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุก็ต้องระมัดระวังเช่นกัน 

ที่มา 1 , ที่มา 2

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

Clicks เปิดตัว Clicks Communicator ดีไซน์ BlackBerry ความจุจุก ๆ 2 TB ราคาแค่ 15,500 บาท

07/01/2026
Read More

3 แกดเจ็ต ‘ธรรมดาแต่เจ๋ง’ จากงาน CES 2026

07/01/2026
Read More

“บางกอกแอร์เวย์ส” ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ! มุ่งสู่ธุรกิจการบินครบวงจรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อโลกและสังคม

07/01/2026
Read More

Intricuit ชิงเปิดตัว “Magic Screen” อุปกรณ์เสริม ที่ทำให้ MacBook เป็นจอสัมผัส ตัดหน้า Apple

07/01/2026
Read More

Hands-On Review & Exclusive Interview : Code Vein II การเดิมพันครั้งใหม่ด้วยการ “ข้ามเวลาสู่อดีต” เพื่อหลีกหนี “วันสิ้นโลก”

06/01/2026
Read More

Xiaomi 17 Ultra เปิดตัวเป็นทางการ ยัดโหดกล้อง 1 นิ้ว ซูม 200 MP แบตฯ อึด 6,800 mAh พร้อมรุ่น Leica Edition ดีไซน์คลาสสิก

26/12/2025
Read More

Related Content