เรื่องความสวยความงามเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนให้ความสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่เสริมสร้างบุคลิกของคุณให้ดูดี แต่ยังช่วยทำให้คุณดูมีความน่าเชื่อถือและน่าพูดคุยด้วยอีก และ ‘การทาเล็บ’ ก็เป็นอีกหนึ่งรายการที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ให้ความนิยมเช่นกัน หน้าสวย ผมสวย หุ่นสวยแล้วเล็บก็ต้องสวยด้วย!

‘การทาเล็บเจล’ คือ ชนิดของการทาเล็บที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เป็นการทาสีและเคลือบด้วยเจล จากนั้นนำเล็บไปอบความร้อนด้วยเครื่องอบเล็บเจล ซึ่งเจลที่ทาลงไปที่เล็บก็จะแห้งอยู่ติดกับเล็บไปนานถึง  1 เดือนเลย แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าการทำเล็บเจลบ่อย ๆ ผิวหนังของเราต้องเผชิญกับรังสี UV ในเครื่องอบแบบนี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังหรือไม่ ?

ทำเล็บเจลอันตรายไหม ?

งานวิจัยล่าสุดเผยว่า รังสี UV จากเครื่องอบเล็บอาจเป็นอัตรายต่อสุขภาพของคุณ และการเอามือเข้าไปอบเพื่อให้เล็บเจลแห้งนั้นรังสี UV จะทำลายเซลล์และเสี่ยงต่อเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพให้ข้อมูลว่ารังสี UV จะทำให้เซลล์ผิวหนังเสียหาย แต่ทั้งนี้ก็ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะระบุได้ว่าการทำเล็บเจลเป็นครั้งคราวนั้นอันตรายเพียงใด 

รังสี UV ในเครื่องอบเล็บเจล

อย่างที่สาว ๆ ทุกคนรู้ดีว่าการทำเล็บเจลจำเป็นต้องอบความร้อนด้วยเครื่องอบเล็บ เพราะแสงจะทำให้น้ำยาทาเล็บแข็งตัวและทนมากขึ้น 

งานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ใน Nature Communications ได้ระบุว่า เซลล์ของมนุษย์เมื่อรับรังสี UV จากเครื่องอบเล็บเจลเป็นเวลา 20 นาที เซลล์ประมาณ 30% จะตาย ขณะที่เซลล์บางส่วนยังคงได้รับความเสียหาย และเกิดความเสียหายต่อ DNA ส่งผลให้เซลล์เกิดการกลายพันธุ์ในรูปแบบของมะเร็งผิวหนังได้ และรูปแบบความเสียหายของเซลล์ที่นักวิจัยสังเกตเห็นนั้นคล้ายคลึงกับที่พบในกลุ่มคนที่เป็นโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา ซึ่งเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดที่มีอันตรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่มีการศึกษาใดที่ประเมินได้ว่าผู้ที่ทำเล็บเจลมีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ทำ 

ทำเล็บแบบผงจุ่ม

แพทย์ผิวหนังหลายท่านแนะนำว่าวิธีที่จะลดความเสี่ยงได้ก็คือการหันมาทำเล็บแบบผงจุ่ม ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงน้อยลงหากช่างทำเล็บไม่เพิ่มขั้นตอนการเคลือบสีเล็บเจลเข้าไปนั่นเอง

การทาเล็บแบบผงจุ่มคือการทาเล็บแบบแป้ง ช่างทำเล็บจะทา Base Coat เพื่อให้สีเล็บที่จะทาลงไปเกาะติดทนนาน จากนั้นจึงทาทับด้วยผงสีและทำซ้ำจนกว่าสีจะแน่น ก่อนปิดท้ายด้วยชั้นของผงใสและสารเคลือบ ซึ่งการทำเล็บแบบผงจุ่มจะสามารถอยู่ได้นานถึง 3 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน ไม่ต่างจากการทำเล็บเจล นี่จึงเป็นทางเลือกของคนที่ชื่นชอบการทำเล็บและอยากให้เล็บอยู่ทนนานก็สามารถเลือกวิธีทำเล็บแบบผงจุ่มได้

อยากทาเล็บเจลควรปกป้องผิวมืออย่างไร

หากคุณเป็นคนที่ชอบทำเล็บและชื่นชอบการทำเล็บเจลแนะนำให้คุณสวมถุงมือป้องกันรังสี UV แบบเปิดนิ้วมือก็จะพอช่วยได้  นอกจากนี้ การดูแลรักษาสุขภาพของเล็บด้านอื่น ๆ ก็สำคัญ คุณอาจจะบอกให้ช่างทำเล็บของคุณขัดผิวหน้าเล็บเบา ๆ และตะไบเล็บก่อนที่จะลงน้ำยาทาเล็บ เพราะการขัดและตะไบหน้าเล็บมากเกินไปอาจทำให้เล็บเปราะบางได้ และถ้าเป็นไปได้ก็ให้ช่างทำเล็บข้ามขั้นตอนการทาทับหน้าเล็บด้วยน้ำยาแบบเจล เพื่อหลีกเลี่ยงการนำเล็บเข้าไปอบในเครื่องนั่นเอง

อย่าลืมว่าการเลือกร้านทำเล็บหรือร้านเสริมสวยที่มีคุณภาพ สะอาด ได้มาตรฐาน รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญ หากคุณชื่นชอบความสวยความงามเกี่ยวกับการทำเล็บก็ไม่ต้องวิตกกังวลจนเกินไปว่าคุณจะเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง เพราะทั้งหมดนี้คุณสามารถหลีกเลี่ยงและป้องกันความเสี่ยงได้ด้วยตนเอง

ที่มา 1

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส