คนไทยจำนวนไม่น้อยที่เคยมีความเชื่อและบางคนก็ยังเชื่ออยู่ว่าเมื่อเกิดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือแผลที่เกิดจากความร้อนให้ใช้ยาสีฟันมาทาที่แผลเพื่อปฐมพยาบาล ซึ่งที่มาของความเชื่อนี้ก็เหมือนว่าจะเมกเซนส์หรือสมเหตุสมผลหากเราไม่ได้รู้ข้อมูลที่แท้จริง เพราะยาสีฟันให้ความรู้สึกเย็นเลยเอามาทาแผลที่เกิดจากความร้อน

แต่ในความเป็นจริง ยาสีฟันไม่ได้ช่วยรักษาหรือบรรเทาแผลไฟไหม้-น้ำร้อนลวก ในขณะเดียวกันอาจทำให้แผลหายช้า รุนแรงขึ้น และเสี่ยงต่อการติดเชื้อด้วย Hack for Health จะมาแฮกความเชื่อนี้ให้ฟังกัน

ยาสีฟันทาแผลไฟไหม้-น้ำร้อนลวก ไม่หายและเสี่ยงอันตรายกว่าเดิม

ปัจจุบันไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ชิ้นไหนพบว่ายาสีฟันมีสรรพคุณในการสมานแผลหรือทำให้แผลหายแล้วขึ้น เพียงแค่ทำให้รู้สึกเย็นขึ้นเท่านั้น และในบางเคสอาจทำให้เกิดความเสี่ยงบางอย่างได้ด้วย

เสี่ยงเป็นแผลรุนแรงขึ้นและหายช้าขึ้น

แม้ว่ายาสีฟันจะไม่ได้มีสารเคมีที่ทำให้แผลรุนแรง แต่เวลาที่ทายาสีฟันลงแผลไปแล้วสักพัก ยาสีฟันจะแห้งและเหนียว ทำให้ล้างออกได้ยาก พอออกแรงถูอาจทำให้แผลอักเสบและบาดเจ็บมากขึ้น หายช้ากว่าเดิม หรือถ้ายาสีฟันที่คุณใช้มีเม็ดบีดหรือเม็ดสครับอาจบาดผิวหนังส่วนที่เป็นแผล

เสี่ยงแผลติดเชื้อ

ต่อจากข้อที่แล้ว แผลที่รุนแรงขึ้นเพิ่มโอกาสที่แผลจะติดเชื้อได้มากขึ้น  หรือถ้าคุณใช้มือที่ไม่ได้ล้างด้วยสบู่ทายาสีฟันลงบนแผลอาจทำให้เชื้อที่ติดอยู่บนมือเข้าไปในแผล เกิดการติดเชื้อ และรักษายากกว่าเดิม

เป็นแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ควรทำอย่างไร?

ก่อนใช้หาอะไรมาทาแผล Hack for Health แนะนำให้ปฐมพยาบาลตามขั้นต่อไปนี้

  • ห้ามใช้ยาสีฟันทาแผล หรือใช้น้ำแข็งและน้ำเย็นล้างแผล
  • ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องหรือน้ำเกลือล้างแผลเพื่อให้แผลสะอาดและลดอุณหภูมิของผิวหนัง ซับแผลด้วยผ้าสะอาด
  • ห้ามถู แกะ หรือเกาแผล เพราะจะทำให้บาดเจ็บมากขึ้นและติดเชื้อง่ายขึ้น
  • ใช้ผ้าสะอาดหรือที่ปิดแผล
  • หากรู้สึกปวดแผลสามารถใช้ยาพาราเซตามอล
  • สามารถปรึกษาเภสัชกรเกี่ยวกับยาทาแผลไฟไหม้-น้ำร้อนลวก

หากเป็นแผลไฟไหม้รุนแรง เช่น แผลพุพอง มีตุ่มน้ำใส รู้สึกปวดรุนแรง หรือถูกไฟไหม้หรือถูกน้ำร้อนลวกอย่างรุนแรงชัดเจน ควรล้างแผลด้วยวิธีข้างต้นและไปพบแพทย์ เพราะอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือแม้แต่การผ่าตัดเพื่อรักษา

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส