กาแฟเป็นเครื่องดื่มของมวลมนุษยชาติเลยก็ว่าได้ ซึ่งเหตุผลที่คนเรานิยมการดื่มกาแฟอาจมาจากกลิ่น รสชาติ บรรยากาศของการดื่มด่ำกาแฟ หรือเพราะคุณสมบัติในการกระตุ้นระบบประสาท และการทำงานของสมองให้สดชื่นจาก ‘คาเฟอีน’ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างก็ทำให้บางคนดื่มกาแฟไม่ได้ เพราะมีปัญหากับคาเฟอีน เช่น คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ คนที่มีโรคประจำตัว หรือคนที่ไวต่อคาเฟอีน กาแฟดีแคฟจึงเป็นตัวเลือกในการดื่มกาแฟสำหรับคนรักกาแฟที่มีข้อจำกัดต่าง ๆ เหล่านี้

กาแฟดีแคฟ หรือ Decaffeinated Coffee เป็นกาแฟที่นำไปผ่านกระบวนการพิเศษที่สกัดเอาสารคาเฟอีนออกจากกาแฟด้วยสารละลายธรรมชาติเพื่อดึงคาเฟอีนออก จึงทำให้ได้กาแฟคาเฟอีนต่ำ ซึ่งตอบโจทย์สำหรับคอกาแฟที่ต้องจำกัดคาเฟอีน ในบทความนี้ Hack for Health จะพาไปรู้จักกับดีแคฟ กาแฟคาเฟอีนต่ำให้มากขึ้น

กาแฟดีแคฟไม่มีคาเฟอีนเลย?

แม้จะนำไปผ่านกระบวนการสกัดสารคาเฟอีนออกจากเมล็ดกาแฟ แต่ถึงอย่างนั้นกาแฟดีแคฟยังคงมีคาเฟอีนหลงเหลืออยู่ โดยในปริมาณเท่ากัน กาแฟปกติจะมีคาเฟอีนประมาณ 95 มิลลิกรัม/แก้ว ส่วนดีแคฟมีคาเฟอีน 2 มิลลิกรัม/แก้ว ซึ่งถือว่าลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกัน

สำหรับคนที่ไม่ถูกกับคาเฟอีน กาแฟดีแคฟก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีในการดื่มกาแฟ แต่ถ้าคุณเคยมีอาการ แพ้คาเฟอีน หรือภาวะที่เมื่อดื่มคาเฟอีนเข้าไปแล้วเกิดอาการแพ้อาหาร เช่น ผื่นแดง บวมตามผิวหนัง คันตามตัว คัดจมูก หายใจลำบาก หรืออื่น ๆ ไม่ควรดื่มกาแฟดีแคฟ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทุกประเภท เพราะแม้จะมีคาเฟอีนในปริมาณต่ำมากก็ตาม เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้คาเฟอีนรุนแรงได้เช่นกัน

ดื่มกาแฟดีแคฟ แล้วยังจะรู้สึกสดชื่นอยู่ไหม?

ไม่! เพราะสารที่ทำให้ที่กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท และสมองที่ช่วยให้คุณรู้สึกตื่นตัว และสดชื่น คือ คาเฟอีน ซึ่งในกาแฟดีแคฟปริมาณคาเฟอีนลดลงจนเกือบหมดจึงทำให้คุณไม่ได้รับความสดชื่น และกระปรี้กระเปร่าจากการดื่มกาแฟ

รสชาติ และกลิ่นของกาแฟดีแคฟเหมือนกาแฟปกติไหม?

เรื่องกลิ่น และรสชาติของกาแฟเป็นสิ่งที่คนรักกาแฟกังวล เมื่อต้องเปลี่ยนมาดื่มกาแฟดีแคฟแทนกาแฟปกติ ซึ่งคาเฟอีนลดลงถึง 97 เปอร์เซ็นต์ หลายคนจึงสงสัยว่ารสชาติ และกลิ่นลดลงอย่างมากตามปริมาณคาเฟอีนที่หายไปไหม คำตอบ คือ เปลี่ยน! โดยทั้งกลิ่น และรสชาติของกาแฟจะจางลงเล็กน้อย แต่ถือว่ายังรักษาเอกลักษณ์ความเป็นกาแฟได้ดังเดิม

กาแฟดีแคฟอาจมีประโยชน์น้อยกว่ากาแฟปกติ

คาเฟอีนที่ถูกสกัดออกไปหมายถึงคุณค่าทางสารอาหารของกาแฟนั้นลดลงไปด้วย เพราะหลายคนไม่รู้ว่านอกจากคุณสมบัติการทำให้สมองตื่นตัวแล้ว การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ยังพบว่าคาเฟอีนมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน เช่น

  • กระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ
  • อาจชะลอการเสื่อมของเซลล์ประสาท และสมอง
  • อาจลดอัตราการเกิดโรคพาร์กินสันในผู้สูงอายุ
  • อาจลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน
  • อาจลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และลำไส้ตรง

นอกจากนี้ ยังหลักฐานบางส่วนที่พบประโยชน์ของคาเฟอีนในแง่มุมอื่น ๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม ต่อให้คาเฟอีนมีประโยชน์แค่ไหน แต่ถ้าไม่เหมาะกับร่างกายของคุณก็ไม่ควรดื่มอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม กาแฟดีแคฟยังคงมีสารอาหารที่มีประโยชน์อื่น ๆ ของกาแฟ อย่างโพลีฟีนอล (Polyphenol) สารต้านอนุมูลอิสระ การช่วยเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ในตับที่ช่วยลดความเสี่ยงของการสะสมไขมันในตับ

ใครบ้างที่ควรเปลี่ยนมาดื่มกาแฟคาเฟอีนต่ำ?

คนทั่วไปสามารถเลือกดื่มกาแฟดีแคฟได้ตามสะดวก อย่างเกิดอยากจะดื่มกาแฟในช่วงเย็น แต่กลัวนอนไม่หลับ แต่อย่างที่ได้บอกไปว่าคนบางกลุ่มอาจไม่เหมาะกับกาแฟปกติเลย จึงควรหันมาดื่มกาแฟดีแคฟที่ปลอดภัยมากกว่า เช่น

คนที่ไวต่อคาเฟอีน

ถ้าคุณเป็นคนที่ใจสั่น เวียนหัว คลื่นไส้ทุกครั้งที่ดื่มกาแฟ แต่กลับชอบในกลิ่นและรสชาติของเครื่องดื่มชนิดนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ร่างกายไวต่อคาเฟอีนมากกว่าคนทั่วไป กาแฟดีแคฟสามารถช่วยให้คุณเข้าถึงรสชาติของกาแฟได้ โดยที่เสี่ยงต่อปัญหาเหล่านี้น้อยลง

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์

คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ควรได้รับคาเฟอีนเกิน 200 มิลลิกรัม/วัน โดยการดื่มกาแฟปกติ หรือเครื่องดื่มคาเฟอีนชนิดอื่นอาจมีความเสี่ยงที่จะทำให้ร่างกายของคุณแม่ได้รับคาเฟอีนมากเกินไป ซึ่งส่งผลต่อทารกในครรภ์ และเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ อย่างทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ พิการแต่กำเนิด หรือถึงขั้นทำให้แท้งได้

คนที่มีปัญหานอนไม่หลับ

หากคุณมีปัญหานอนไม่หลับ ไม่ว่าจะจากการดื่มกาแฟ ความเครียด ไลฟ์สไตล์ หรือนอนไม่หลับจากโรค การเปลี่ยนมาดื่มกาแฟดีแคฟแทนกาแฟปกติสามารถช่วยลดปริมาณคาเฟอีนที่ร่างกายได้รับ และลดความเสี่ยงของปัญหานอนไม่หลับได้มากขึ้น

คนที่มีโรคประจำตัว และใช้ยาบางชนิด

คาเฟอีนเป็นสารที่มีคุณสมบัติหลายอย่าง สำหรับคนทั่วไปอาจไม่ส่งผลเสียอะไร แต่สำหรับคนที่มีโรคประจำ เช่น อาการปวดหัวเรื้อรัง ภาวะวิตกกังวล โรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอักเสบ โรคหัวใจบางชนิด โรคความดันโลหิตสูง และอีกหลายโรค คาเฟอีนอาจกระตุ้นอาการ และเพิ่มความรุนแรงของโรคได้

คาเฟอีนสามารถทำปฏิกิริยาทำยาบางชนิด ส่งผลให้ยาทำงานได้น้อยลง หรือมากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น และส่งผลต่อประสิทธิภาพการรักษา และทำให้เกิดผลข้างเคียงได้

คนส่วนใหญ่สามารถดื่มกาแฟดีแคฟได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าคนกลุ่มเสี่ยงที่ Hack for Health รู้สึกกังวลที่จะดื่มกาแฟ ไม่ว่าจะแบบดีแคฟหรือแบบปกติ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อความสบายใจ หรือถ้าคุณไวต่อคาเฟอีน แต่ดื่มกาแฟดีแคฟแล้วยังมีอาการแบบเดิม แนะนำให้หยุดดื่ม แล้วไปปรึกษาแพทย์ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะดื่มกาแฟชนิดไหน แต่ไม่ควรได้รับคาเฟอีนเกิน 300 มิลลิกรัม/วัน

ที่มา: WebMD, Forbes

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส