“…อยู่ดี ๆ ก็หาย ไลน์ไม่ตอบ อยู่ดี ๆ เปลี่ยนไป ไม่รู้ทำไม อยู่ดี ๆ ก็นก ฉันพลาดตรงไหน ถึงได้เดินจากไป ไม่บอกกันสักคำ…”

“เธอบอกผมว่า ไปอาบน้ำก่อนนะ… นี่ผ่านมา 3 เดือนแล้ว ยังอาบไม่เสร็จเลย”

หากคุณคุ้น ๆ กับความรู้สึกแบบนี้ ประโยคเหล่านี้ นี่คือสัญญาณเตือนว่า คุณกำลังเจอ “ผีในสังคมดิจิทัล” หรืออาจกำลังตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบ “Ghosting Relationship” แล้วละครับ

คนคุยกลายเป็นผี

“Ghosting Relationship” คือคำนิยามความสัมพันธ์ในรูปแบบที่จู่ ๆ คนที่พูดคุยหรือคบหา ก็หายไปจากชีวิตอย่างกะทันหัน แบบไม่มีเหตุผล ไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า ติดต่อไม่ได้ ไม่มีคำอธิบาย ซึ่งการหายตัวไปแบบไร้ร่องรอยนี้ เปรียบเสมือนผีที่มองไม่เห็นและตามหาตัวไม่เจอ แม้ว่าการสื่อสารโลกดิจิทัลจะพัฒนาไปขนาดไหน แต่การติดต่อกับผู้มีพฤติกรรม Ghosting กลับไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากเขาไม่อยากพูดคุยกับเรา ก็ยากที่เราจะได้รับการตอบกลับ

การสำรวจโดย Forbes Health Survey ถึงสาเหตุของพฤติกรรม Ghosting พบว่า คนที่มีพฤติกรรม Ghosting 49 เปอร์เซ็นต์ รู้สึกว่าความคาดหวังในความสัมพันธ์ไม่ตรงกัน ส่วนสาเหตุที่เลือกตัดขาดการสื่อสารแทนที่จะพูดกันตรง ๆ นั้น คนที่มีพฤติกรรม Ghosting 16 เปอร์เซ็นต์ คิดว่าการหายเงียบไปเลยน่าจะดีกว่าบอกตรง ๆ ขณะที่ 14 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าไม่มั่นใจที่จะสื่อสาร และอีก 12 เปอร์เซ็นต์ กลัวที่จะสื่อสาร ส่งผลให้ “Ghosting” กลายเป็นวิธีจบความสัมพันธ์ยอดนิยมของผู้คนสมัยใหม่ไปเสียแล้ว

Ghosting Relationship ผีสร้างแผลใจ

“การไม่บอกเลิก คือการบอกเลิกที่เจ็บปวดที่สุด”

พจนานุกรม Merriam-Webster ให้ความหมาย Ghosting ไว้ว่า เป็นพฤติกรรมการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงอย่างทันทีทันใดโดยไม่มีคำอธิบาย ที่บุคคลหนึ่งกระทำต่ออีกคนหนึ่ง เช่น ตัดขาดการสื่อสารไม่ว่าจะทางข้อความ โทรศัพท์ และอื่น ๆ

จากการศึกษาในปี 2020 จาก International Journal of Environmental Research and Public Health สำรวจประชากรกว่า 600 คน พบว่า ในจำนวนผู้ที่เคยตกอยู่ใน Ghosting Relationship ระบุว่าความสัมพันธ์นี้ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว และไร้ค่าเพิ่มขึ้น ขณะที่ความพึงพอใจในชีวิตลดน้อยลง หากยิ่งอยู่ในความสัมพันธ์ที่ถูก Ghosting นานเท่าไร กลไกป้องกันตนเองของจิตใจ ก็อาจทำให้กลายเป็นคนเฉยชากับการถูกทอดทิ้ง 

ความรู้สึกเหล่านี้อาจคงอยู่ตลอดไป หากไม่รู้เท่าทัน เพราะ Ghosting พรากโอกาสที่ดีของการสื่อสาร ซึ่งเป็นหัวใจของการเยียวยา เมื่อเลิกรา หรือหายหน้าโดยไม่มีคำอธิบาย ขาดการสื่อสาร จึงทำให้ฝ่ายที่ถูกทอดทิ้ง ตั้งคำถามถึงคุณค่าในตนเองว่ามีอะไรที่ทำผิดหรือพูดผิดไปหรือเปล่า เมื่อไม่สามารถหาคำตอบได้ ก็อาจกลายเป็นแผลใจ หรือความรู้สึกทางอารมณ์ที่รุนแรง อย่างอาการซึมเศร้าได้ ขณะที่บางคนอาจไม่กล้าเปิดใจให้ความสัมพันธ์ครั้งใหม่ เพราะกลัวต้องรับมือกับการถูกทอดทิ้งโดยปราศจากเหตุผลอีก

ดังนั้น ความสัมพันธ์แบบ Ghosting จึงเป็นวิธีการบอกเลิกที่ทำร้ายจิตใจคนมากที่สุด ทั้งไม่ชัดเจนในความสัมพันธ์และไม่คิดถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย หากเทียบกับวิธีบอกเลิกอื่น ๆ เช่น การเผชิญหน้าพูดกันตรง ๆ หรือส่งข้อความมาบอก แม้จะเจ็บแต่อย่างน้อยก็จบแบบไม่ค้างคาใจต่อกัน

แต่ความสัมพันธ์แบบ Ghosting ก็ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับความรักเสมอไปนะครับ บางครั้งผีตนนี้ก็อาจอยู่ในรูปแบบของเพื่อนร่วมทำงาน เพื่อน หรือครอบครัวได้เช่นเดียวกัน เช่น ตามงานเพื่อนที่ออฟฟิศ แต่เขากลับเงียบหาย หรือทวงเงินเพื่อนที่ยืมเราไป สุดท้ายตามตัวไม่ได้ก็มี

ก้าวข้ามรอยแผล คาถาแก้ผีคนคุยหลอก

จริงๆ แล้วความสัมพันธ์แบบ Ghosting เป็นที่รู้จักมากขึ้นในยุคดิจิทัลที่คนส่วนใหญ่มักใช้โซเชียลมีเดียในการติดต่อสื่อสาร เพราะสะดวกสบายและสามารถพูดคุยได้ตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นดาบสองคมสุดอันตราย เพราะยิ่งรู้จักกันเร็วเท่าไหร่ก็อาจยิ่งเลิกคบกันไวได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการนัดเดตผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ ที่มักพ่วงมาด้วยสถานะไม่แน่ใจในความรู้สึกระหว่างเรา เมื่อเกิดความรู้สึกว่าเขา “ไม่ใช่” จึงเลือกหายตัวไปง่าย ๆโดยไม่บอกกล่าว

“เราต้องรู้ว่าพฤติกรรม Ghosting เป็นเรื่องปกติในยุคนี้ โดยเฉพาะความสัมพันธ์บนโลกออนไลน์ ย่อมมีโอกาสที่เราอาจไม่ถูกใจเขาหรือเขาอาจไม่ถูกใจเราเกิดขึ้นได้ เพราะยังไม่เคยเจอกันในชีวิตจริง ซึ่งเราอาจกลายเป็นฝ่าย Ghosting หรืออาจตกเป็นฝ่ายถูก Ghosting ได้ทั้งนั้น ดังนั้น เราจึงควรรู้เท่าทันความสัมพันธ์ในยุคดิจิทัลนี้และตั้งรับมันให้ได้

ทุกครั้งที่จะมีความสัมพันธ์ใด ๆ ก็ตาม ขอให้ชัดเจนตั้งแต่แรกเริ่มกันทั้งสองฝ่าย อย่าไป Ghosting ใครหรือหากถูก Ghosting ก็อย่าคิดว่าตนไร้ค่า เพราะในทุก ๆ ความสัมพันธ์ อาจเกิดการ “ไม่คลิกกัน” และ “เลิกรา” กันได้เสมอ แต่ไม่ได้หมายความว่า คุณค่าของเราจะลดน้อยลงไปด้วย” ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม อาจารย์ประจำภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงวิธีรับมือผีตนนี้

จากคำแนะนำของ ดร.สกุลศรี สามารถสรุปคาถาแก้ความสัมพันธ์แบบผี ได้ 3 ข้อ ดังนี้

  1. สร้างความชัดเจน
  2. อย่าโทษตัวเอง
  3. ทำกิจกรรมที่เรารัก

แม้ความสัมพันธ์แบบ Ghosting จะพบเห็นได้มากในโลกออนไลน์ การเลิกกันก็เป็นเรื่องปกติของความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง แต่ก็การบอกเลิกก็ไม่จำเป็นต้องหายไปแบบผีที่เหมือนไม่เคยมีตัวตน ขึ้นอยู่กับวิธีการบอกเลิกอย่างไรที่ชัดเจนและรักษาน้ำใจต่ออีกฝ่ายมากกว่า

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับความสัมพันธ์บนโลกออนไลน์ ต่อให้จะมีการ Ghosting ที่ทำให้ทั้งคุณและอีกฝ่ายไม่ได้ไปต่อหรือไม่ก็ตาม คือ ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวของเราแก่อีกฝ่าย จนกว่าจะได้เจอกันและมั่นใจในอีกฝ่ายจริง ๆ เพื่อป้องกันการถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางมิชอบด้วยนะครับ