ยุคที่ไถฟีดไปก็เจอแต่ครีเอเตอร์ที่ทำคอนเทนต์กันหลากหลายรูปแบบตั้งแต่สุขภาพ การทำอาหาร และการใช้ชีวิต แต่ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าลักษณะการถ่ายนั้นจะอยู่ภายในคอนโดฯ หรือบ้าน และเป็นการตั้งกล้องถ่ายแบบให้เห็นเต็มตัว มีการถ่ายให้เห็นสิ่งที่กำลังทำอยู่ อย่างการวาดภาพ หรือชงมัตจะ และไอเดียหลักจะเป็นการถ่ายแบบเห็นแค่คนคนเดียว คอนเทนต์แนวนี้เรียกว่า ‘Solo Living Vlog’ หรือคลิปถ่ายชีวิตคนเดียวแบบเงียบ ๆ ฟีลแบบไม่ได้ทำอะไรมาก แค่จัดห้อง ทำกับข้าว หรือชงกาแฟ
แต่ทำไมคลิปที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแบบนี้บางคลิปถึงมีคนดูเป็นล้าน ? สรุปแล้วคลิปพวกนี้มีอะไรดี ทำไมถึงตกคนดูได้ขนาดนี้
เกาหลีเกาใจ จุดเริ่มต้นความชิล
ต้องเล่าก่อนว่าเทรนด์คลิปแบบ ‘Silent Vlog’ เริ่มฮิตมาจากเกาหลีใต้ช่วงโควิด หลายคนอาจจะสงสัยว่า Silent Vlog คืออะไร ? ย้อนกลับไปในหมวดหมู่คอนเทนต์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตคนเดียวหรือ ‘Solo Living Vlog’ นั้น ครีเอเตอร์สามารถเลือกนำเสนอได้หลากหลายรูปแบบ บางคนอาจจะพูดคุยเล่าเรื่องราวกับกล้องเหมือนมีเพื่อนมานั่งเล่นอยู่ในห้องด้วย แต่รูปแบบที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดและกลายเป็นเทรนด์ฮีลใจไปทั่วโลก กลับเป็นการผสมผสานไลฟ์สไตล์การอยู่คนเดียวเข้ากับรูปแบบการนำเสนอแบบ ‘Silent Vlog’ หรือ Vlog แบบไร้เสียงพูด
เสน่ห์ของเทรนด์นี้คือความ ‘Slow Living’ ที่ช่วยให้เราได้พักสมองจากโลกความจริงที่แสนวุ่นวาย ครีเอเตอร์ไม่ต้องพยายามทำตัวให้เพอร์เฟกต์ แค่ปล่อยให้เราอินไปกับเสียงกิจวัตรประจำวันเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเสียงหั่นผัก เสียงน้ำเดือด หรือเสียงพับผ้า ซึ่งเสียง ASMR พวกนี้แหละที่กลายเป็น ‘Comfort Zone’ ช่วยฮีลใจคนดูแบบสุด ๆ
วัยรุ่น Gen Z ชอบความโซโล
ที่เกาหลีถึงกับมีศัพท์เรียกคอนเทนต์แนวนี้เลยว่า ‘Hon-nolog’ ที่อ่านตรงตัวเลยว่า ฮน-โน-ล็อก ซึ่งจัดเป็นหมวดหมู่คอนเทนต์ที่กำลังมาแรงสุด ๆ ในโลกออนไลน์ที่หมุนเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาตอนนี้ แล้ว Hon-nolog แปลว่าอะไรกัน ?
โดยคำว่า Hon ในที่นี้ มีรากศัพท์มาจากคำว่า Honja (ฮน-จา) เป็นภาษาเกาหลีที่แปลว่าคนเดียว หรือการทำอะไรคนเดียวนั่นแหละ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด ๆ ก็เหมือนกับศัพท์เกาหลีคำอื่น ๆ เช่น Hon-bap ที่จะแปลว่ากินข้าวคนเดียว หรือ Hon-sul ที่จะแปลว่าดื่มคนเดียวนั่นเอง
ดังนั้น Hon-nolog จึงเกิดจากการผสมคำกันแบบสนุก ๆ ระหว่างคำศัพท์ภาษาเกาหลีคำว่า ‘Hon-nol’ (ฮน-นล) ที่แปลว่าการเล่นคนเดียว หรือการเที่ยวเล่นคนเดียว มารวมเข้ากับคำว่า ‘Vlog’ ถ้านำมารวมกันก็จะแปลว่า การทำ Vlog คนเดียว หรือวิดีโอที่ถ่ายทอดชีวิตตอนอยู่คนเดียว
วัยรุ่นเจน Z เริ่มรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องฝืนไปสังสรรค์กับใครถ้าใจไม่พร้อม ขออยู่บ้านชาร์จแบตฯ ให้ตัวเองดีกว่า การอยู่คนเดียวเดี๋ยวนี้ไม่ได้แปลว่าเหงาหรือแปลกแยก แต่มันคือเอเนอร์จีแบบ ‘Godsaeng’ หรือการใช้ชีวิตให้คุ้มค่าและโฟกัสที่การพัฒนาตัวเอง การนั่งดู Vlog ของคนที่อยู่คนเดียวเหมือนกัน ก็ฟีลเหมือนได้เจอเพื่อนที่มีเทสต์เดียวกันโดยไม่ต้องออกไปเจอหน้าใคร
อยู่คนเดียวไม่ได้แปลว่าไม่มีใครคบนะ
อีริค ไคลเนนเบิร์ก (Eric Klinenberg) ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (New York University หรือ NYU) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้อธิบายไว้ว่า การที่ผู้คนหันมาใช้ชีวิตคนเดียวมากขึ้น ไม่ใช่สัญญาณของสังคมที่แตกสลาย ไม่ได้แปลว่าไม่มีใครคบ งานวิจัยบอกว่าคนที่อยู่คนเดียวมักจะแอ็กทิฟกว่าด้วยซ้ำ ชอบออกไปหาทำกิจกรรม เข้าคลาส ไปคาเฟ หรือไปร้านอาหารมากกว่าคนที่มีคู่ซะอีก การอยู่คนเดียวมันเลยกลายเป็น ‘New Norm’ ที่โคตรจะอิสระ
กระแสการอยู่คนเดียวสู่เทรนด์ ‘Solo Economy’
พอคนหันมาเอนจอยกับการอยู่คนเดียวมากขึ้น แค่ในไทยก็ปาไป 5.5 ล้านคนแล้ว โลกก็เลยต้องหมุนตาม เกิดเป็นเทรนด์ ‘Solo Economy’ คอนโดฯ เดี๋ยวนี้ก็ต้องทำห้องให้กะทัดรัดแถมเลี้ยงสัตว์ได้ ทัวร์ท่องเที่ยวก็ต้องมีแพ็กเกจสำหรับคนบินเดี่ยว หรือแม้แต่ร้านอาหารก็ต้องมีมุมให้นั่งกินข้าวคนเดียวแบบไม่ต้องเขิน เอาใจอินโทรเวิร์ตแบบโปรแม็ก
ปรากฏการณ์ ‘Solo Living’ มันไม่ใช่แค่คอนเทนต์ดูเพลิน ๆ ฆ่าเวลา แต่มันคือภาพสะท้อนของคนยุคนี้ที่โหยหาความสงบ และเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้รู้ว่า ความสุขที่แท้จริงอาจจะซ่อนอยู่ในการได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองนี่แหละ













