ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

นักวิจัยเผย ‘สาเหตุที่อาจทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน’ ของวัคซีน COVID-19 อย่าง AstraZeneca

Table of Content

ทีมนักวิจัยชาวเยอรมันอธิบายสาเหตุที่เป็นไปได้ว่า ทำไมวัคซีนอย่าง AstraZeneca หรือ Johnson & Johnson จึงทำให้เกิดอาการภาวะลิ่มเลือดอุดตันในผู้ป่วยบางราย (แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายยังไม่เชื่อว่า นี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน)

อันเดรอาส์ กรายนาเชอร์ (Andreas Greinacher) หัวหน้าสถานบันภูมิคุ้มกันวิทยาและเวชศาสตร์การเปลี่ยนถ่ายที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย Greifswald กล่าวว่าปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เกิดขึ้นในโปรตีนบางประเภทในวัคซีนอาจเป็นตัวการที่ทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

ทีมวิจัยได้ทำการวิจัยวัคซีน AstraZeneca สำเร็จและได้เริ่มต้นวิจัยวัคซีน Johnson & Johnson ต่อ โดยกรายนาเชอร์สันนิษฐานว่า กลไกที่ทำให้เกิดอาการลิ่มเลือดอุดตันเกี่ยวข้องกับการที่วัคซีนทั้งสองชนิดนี้ใช้วิธีการปรับแต่งอะดีโนไวรัส (Modified Adenovirus) ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเซลล์ร่างกาย

ผมสันนิษฐานว่า นี่เป็นผลกระทบของวัคซีนที่ใช้อะดีโนไวรัส

อันเดรอาส์ กรายนาเกอร์ (Andreas Greinacher) – หัวหน้าสถานบันภูมิคุ้มกันวิทยาและเวชศาสตร์การเปลี่ยนถ่ายที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย Greifswald

อะดีโนไวรัสเป็นตระกูลหนึ่งของไวรัสที่ทำให้เกิดอาการไข้หวัดทั่วไปของมนุษย์ แต่การนำมาใช้ในวัคซีน นักวิทยาศาสตร์ได้ปรับแต่งให้ไวรัสตัวนี้ไม่แพร่เชื้อสู่เซลล์ โดยไวรัสที่ฉีดเข้าไปจะมีหน้าที่เพียงแค่เป็นตัวนำวัตถุดิบเข้าสู่ร่างกายเท่านั้น

อย่างไรก็ตามนอกจาก AstraZeneca และ Johnson & Johnson แล้วยังมี CanSino Biologics และวัคซีนจากรัสเซียที่ใช้อะดีโนไวรัสเช่นกัน แต่ทั้ง 2 ชนิดนี้กลับไม่พบเคสภาวะลิ่มเลือดอุดตันในผู้ป่วย อีกทั้งยังมีผู้ป่วยจำนวนน้อยมาก ๆ คือ มีผู้ป่วยเพียงร้อยกว่ารายจากผู้ได้รับวัคซีนจำนวนกว่าสิบล้านโดสที่เกิดภาวะดังกล่าว

COVID-19 อันตรายกว่ามาก ๆ ๆ ๆ เมื่อเทียบกับภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่มีโอกาสเกิดต่ำมาก

อันเดรอาส์ กรายนาเกอร์ (Andreas Greinacher) – หัวหน้าสถานบันภูมิคุ้มกันวิทยาและเวชศาสตร์การเปลี่ยนถ่ายที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย Greifswald

กรายนาเชอร์อธิบายว่า ในกรณีที่หายาก โปรตีนบางชนิดในวัคซีนเมื่อเข้าไปสัมผัสกับเกล็ดเลือดในร่างกายแล้วไปทำปฏิกิริยากับเกล็ดเลือด ทำให้เกล็ดเลือดเปลี่ยนรูปทรง และส่งสัญญาณเตือนไปให้กับระบบภูมิคุ้มกัน อีกทั้งปล่อยสารที่เรียกว่า Platelet factor 4 (PF4) ซึ่งช่วยในการปรับการแข็งตัวของเกล็ดเลือด

ในบางสถานการณ์ PF4 ได้ไปเกาะติดกับโปรตีนบางตัวจากวัคซีน แล้วรวมกันเป็นโครงสร้างซับซ้อนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันคิดว่า สารดังกล่าวเป็นอันตรายต่อร่างกาย จึงกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันที่เป็นส่งผลกระทบต่อร่างกาย

อย่างไรก็ตามกรายนาเชอร์กำลังวิจัยเพื่อยืนยันทฤษฎีดังกล่าวอยู่ จึงเป็นไปได้ว่า ข้อสันนิษฐานของเขาอาจจะไม่ถูกต้องก็ได้

อ้างอิง: LiveScience

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

ต่อไปไม่ต้องโทรเอง Google ให้ Gemini โทรหาร้านค้าแทนเราแล้ว

25/09/2026
Read More

YOTEL เปิดที่ไทยครั้งแรก โรงแรมไฮเทคที่ Cloud 11 มีหุ่นยนต์ส่งของถึงห้อง

25/09/2026
Read More

อาทิตย์นี้แล้วอย่าลืม ! วิธีเช็กสถานที่ใช้สิทธิ ‘เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม’ ปี 2569 พร้อมเปิดรายชื่อผู้สมัคร และขั้นตอนเลือกตั้ง

25/09/2026
Read More

ทรู ดิจิทัล พาร์ค ส่งแคมเปญ “Hello, Connecting to New Possibilities” คว้าแชมป์ Best Property & Real Estate Influencer Campaign บนเวที Thailand Influencer Awards 2026

25/09/2026
Read More

PC เกมมิงราคา 4 แสนบาท มาพร้อมดอกซากุระ 70 ดอก ยิ่งเล่นเกมยิ่งบาน

25/09/2026
Read More

ส่องมุมมองหนุ่ย พงศ์สุข และเฟื่องลดา จับเครื่องจริง iPhone 18 Pro Max งานนี้ควรจัด หรือรอ ‘iPhone Duo’ ดี ? 

25/09/2026
Read More

Related Content