ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

ซ่อนเงินไว้ในบ้านเป็นความเชื่อผิด ๆ กูรูแนะช่องทางเก็บเงินที่ดีกว่า

Table of Content

หลายคนยังมีความเชื่อผิด ๆ ว่า เก็บเงินสดไว้ที่บ้านปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะพ่อบ้านใจกล้าบางคนที่ซ่อนจริงตามมุกตลกสุดฮิต สไตล์ชายไทยกลัวเมีย ไม่ว่าจะซ่อนไว้ใต้หมอน ในช่องลับตู้เสื้อผ้า หรือแม้แต่แช่ไว้ในตู้เย็น แต่รู้ไหมว่า ในกรณีฉุกเฉิน การซ่อนเงินแบบนี้อาจทำให้คุณเสียหายหนักโดยไม่รู้ตัว

ผลสำรวจล่าสุดจาก Piere แอปฯ จัดการการเงินในสหรัฐฯ พบว่า คนทั่วไปมีเงินสดหรือของมีค่าอยู่ที่บ้านเฉลี่ยราว 544 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 17,950 บาท โดย 10% ของคนที่ตอบแบบสอบถามเก็บเงินไว้ในตู้เซฟ ขณะที่บางคนเลือกซ่อนในที่คาดไม่ถึง เช่น ช่องลับใต้ลิ้นชัก หมอน หรือแม้แต่ในตู้เย็น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า วิธีเหล่านี้อาจให้ความรู้สึกปลอดภัย แต่จริง ๆ แล้วเสี่ยงมากกว่าที่คิด

3 ความเสี่ยงจากการซ่อนเงินไว้ที่บ้าน

  1. เงินอยู่กับที่ไร้คนดูแล เนื่องจากไม่ได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยบ้าน ในสหรัฐฯ เงินสดมักถูกจัดอยู่ในหมวดวงเงินพิเศษจำกัด ซึ่งในกรมธรรม์ประกันบ้านทั่วไปคุ้มครองเพียงประมาณ 200 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 6,600 บาทเท่านั้น หากบ้านเกิดเหตุเพลิงไหม้ หรือถูกขโมยแล้ว คุณจะเคลมได้แค่ 6,600 บาท แม้จะมีเงินซ่อนอยู่หลักหมื่นหรือหลักแสนก็ตาม
  2. เงินไม่ได้ทำงาน ขาดโอกาสรับดอกเบี้ยหรือผลตอบแทน แทนที่เงินจะงอกเงยในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง (ที่ปัจจุบันในไทยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.5% ต่อปี) หรือเติบโตในพอร์ตลงทุน คุณกลับปล่อยให้มันนอนนิ่งและทำให้ผลตอบแทนที่ควรจะได้หายไปเฉย ๆ
  3. เงินนิ่งเท่าเงินตาย เสี่ยงสูญหายจากภัยธรรมชาติหรือเหตุฉุกเฉิน หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือแม้แต่แผ่นดินไหว เงินสดที่ซ่อนตามบ้านมีโอกาสสูงมากที่จะสูญหายโดยไม่สามารถกู้คืนได้

3 ทางเลือกเก็บเงินที่ปลอดภัยกว่า

  1. กระเป๋าการเงินฉุกเฉิน สำหรับเงินสดที่จำเป็นจริง ๆ เช่น กรณีไฟดับ ATM ใช้ไม่ได้ หรือระบบล่ม ควรเก็บเงินไว้เพียงพอสำหรับ 1-2 วัน ใน “กระเป๋าฉุกเฉิน” และวางไว้ในตู้เซฟกันน้ำกันไฟ เพื่อให้หยิบใช้ได้ง่ายหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
  2. บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง (High-yield savings account) สำหรับเงินสดที่เกินกว่าค่าใช้จ่ายรายเดือน แนะนำให้ฝากในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบัญชี e-Saving แบบไม่มีสมุด เช่น บัญชีเงินฝากพิเศษของธนาคารพาณิชย์ที่ให้ดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.5% – 4% ต่อปี ช่วยให้เงินทำงานแทนเราได้มากกว่า
  3. บัญชีลงทุนระยะกลาง-ยาว เงินที่ไม่ได้ใช้งานในระยะสั้นควรถูกนำไปลงทุนในกองทุนรวม หุ้น หรือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อ เพื่อไม่ให้มูลค่าของเงินลดลงในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ก่อนลงทุนต้องมีความรู้ ศึกษาสิทธิประโยชน์ เงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนลงเงิน

แม้การมีเงินสดติดบ้านจะดูเหมือนปลอดภัยและสะดวกในบางสถานการณ์ แต่หากเก็บไว้มากเกินไป หรือเก็บไม่ถูกวิธี อาจทำให้คุณสูญเสียมากกว่าที่คิด เพราะไม่คุ้มครองโดยประกัน และไม่ได้ผลตอบแทนใด ๆ เลย ทางเลือกที่ดีกว่า คือแบ่งเงินออกเป็นส่วน ใช้บัญชีธนาคารและการลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมาย และกันเงินสดเฉพาะในกรณีจำเป็นเท่านั้น

พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

รู้จักเทคโนโลยี CRISPR รักษาดาวน์ซินโดรม ตัดยีนผิดเฉพาะส่วนได้ 

27/02/2026
Read More

เปิดเบื้องหลังย้อนที่มา Amazon ชื่อนี้ได้มายังไง ?

27/02/2026
Read More

Lotus’s Smart App ยืน 1 Grocery On-Demand จัดส่งไวสุดภายใน 1 ชั่วโมง

27/02/2026
Read More

Quantum AI กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกและดัชนีความได้เปรียบทางธุรกิจ

27/02/2026
Read More

vivo เปิดตัว V70 กล้อง ZEISS พอร์ตเทรตเทพ ดีไซน์พรีเมียม แบตฯ อึดจุใจ ราคาเริ่มต้น 15,999 บาท

27/02/2026
Read More

ไทยชอปออนไลน์ผ่านไลฟ์เติบโตแตะ 175% สูงสุดในอาเซียน สวนทางหนี้ครัวเรือนทะลุ 89% ที่ยังน่ากังวล

26/02/2026
Read More

Related Content