ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

Elon Musk ทุ่มเงิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซื้อหุ้นคืน ทำให้มัสก์กลายเป็นคนที่รวยที่สุดในโลก

Table of Content

ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของ Tesla ที่ยอดขายลดลงและมีการแข่งขันดุเดือด CEO อย่าง อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดถึงนักลงทุน ด้วยการทุ่มเงินกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อซื้อหุ้นบริษัทตัวเอง ทำให้ราคาหุ้นของ Tesla พุ่งทะยานขึ้นทันที

ในวันที่ตลาดหุ้นกำลังจับตามองถึงทิศทางของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla (TSLA) หลังจากเผชิญกับยอดขายที่ลดลง และเสียงวิจารณ์จากนักลงทุนบางส่วนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของมัสก์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัท การตัดสินใจครั้งนี้ของมัสก์จึงเป็นการส่งสารที่ทรงพลังว่าเขายังคงเชื่อมั่นในอนาคตของ Tesla อย่างเต็มที่

การทุ่มซื้อหุ้นครั้งใหญ่ถึง 2.5 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นของ Tesla พุ่งขึ้นทันทีถึง 6% ในช่วงเปิดตลาด สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนตอบรับต่อการตัดสินใจของมัสก์ในเชิงบวก และเชื่อว่าเขาพร้อมที่จะนำพาบริษัทกลับเข้าสู่เส้นทางการเติบโตที่แข็งแกร่งอีกครั้ง

การซื้อหุ้นในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงความมั่นใจ แต่ยังเชื่อมโยงกับแผนการจ่ายค่าตอบแทนครั้งใหม่ที่ Tesla เสนอให้กับมัสก์ โดยหากผู้ถือหุ้นอนุมัติแผนในวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ มัสก์จะได้รับหุ้นบริษัทในสัดส่วน 12% ซึ่งอาจทำให้เขากลายเป็นบุคคลแรกของโลกที่มีทรัพย์สินแตะระดับ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หากบริษัทสามารถทำตามเป้าหมายที่ทะเยอทะยานได้สำเร็จ

พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

AI ไม่ปล่อยให้คนตายได้พัก ธุรกิจ ‘ร่างอวตาร’ ดาราผู้ล่วงลับควรขีดเส้นที่ตรงไหน ? 

07/07/2026
Read More

เมื่อการจัดบอร์ดเป็นเรื่องของ AI ไม่ใช่ฝีมือนักเรียน

07/07/2026
Read More

ความหวังใหม่ ! ร่างกายมนุษย์อาจงอกอวัยวะใหม่ได้ หลังนักวิจัยพบวิธีเปลี่ยน ‘แผลเป็น’ เป็น ‘เนื้อเยื่อเจริญ’

06/07/2026
Read More

คนไทยไม่ใช้ AI แค่เรื่องงาน แต่ใช้ ‘ดูดวง’ ด้วย

06/07/2026
Read More

SK Hynix เตรียมระดมทุน 28,000 ล้านเหรียญฯ ในสหรัฐฯ รับกระแส AI

06/07/2026
Read More

iPhone จะขึ้นราคาไหม ?​ ควรรีบซื้อ หรือ รอเปิดตัว ?

03/07/2026
Read More

Related Content