ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
กฎหมายป้องกันทำผิดซ้ำคดีเกี่ยวกับเพศ

ประกาศในราชกิจจาฯ แล้ว กฎหมายป้องกันทำผิดซ้ำคดีเกี่ยวกับเพศ รอมีผลบังคับใช้ใน 90 วัน

Table of Content

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 โดยมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

กฎหมายป้องกันทำผิดซ้ำคดีเกี่ยวกับเพศ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รองโฆษกฯ เปิดเผยว่า จากข้อมูลของกระทรวงยุติธรรม พบว่า ผู้กระทำผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง เมื่อพ้นโทษแล้ว จะกระทำความผิดซ้ำในระยะเวลา 3 ปี หรือคิดเป็นมากกว่าร้อยละ 50 ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องออกกฎหมายฉบับนี้ขึ้น เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการก่ออาชญากรรม รวมถึงสร้างความปลอดภัยให้สังคม แก้ปัญหา และลดอัตราการกระทำความผิดซ้ำ

สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือ การกำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำของผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง อาทิ

1. กำหนดให้มีคณะกรรมการ 2 ชุด คือ (1) คณะกรรมการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ มีหน้าที่ เช่น กำหนดนโยบายและแผนการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำของผู้กระทำความผิด ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะ และ (2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ มีหน้าที่ เช่น กำหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ เป็นต้น

2. มาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด เช่น พนักงานอัยการมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ใช้มาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดในระหว่างรับโทษจำคุก เพื่อป้องกันไม่ให้กระทำความผิดซ้ำ ด้วยมาตรการทางการแพทย์ หรือมาตรการอื่น ๆ ที่รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมกำหนดในกฎกระทรวง

3. มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ หากมีเหตุให้เชื่อว่านักโทษเด็ดขาดจะกระทำความผิดซ้ำภายหลังพ้นโทษ ศาลอาจมีคำสั่งกำหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษได้ เช่น ห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหาย, ห้ามทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิด, ห้ามเข้าเขตกำหนด, ห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล, ห้ามก่อให้เกิดอันตรายต่อละแวกชุมชนที่ตนพักอาศัย, ให้พักอาศัยในสถานที่ที่กำหนด เป็นต้น

4. มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ ศาลอาจมีคำสั่งให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษแก่นักโทษเด็ดขาด หากศาลเห็นว่ามีเหตุเชื่อได้ว่าผู้นั้นจะไปกระทำความผิดซ้ำ และไม่มีมาตรการอื่นใดที่อาจป้องกันไม่ให้ไปกระทำความผิดได้

5. การคุมขังฉุกเฉิน กรณีมีเหตุเชื่อได้ว่าผู้ถูกเฝ้าระวังจะกระทำความผิดและมีเหตุฉุกเฉิน หากไม่มีมาตรการอื่นที่อาจป้องกันไม่ให้ผู้ถูกเฝ้าระวังกระทำความผิดได้ เมื่อพนักงานอัยการร้องขอ ศาลอาจสั่งคุมขังฉุกเฉินผู้ถูกเฝ้าระวังได้ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง

รองโฆษกฯ ยังเปิดเผยอีกว่า กฎหมายฉบับนี้จะถูกบังคับกับคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาล รวมถึงกรณีที่จะมีการปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาด ซึ่งเป็นผู้กระท้าความผิดตามที่กำหนดอยู่ในวันก่อนวันที่กฎหมายนี้ใช้บังคับด้วย

Highlight

“ทุนการศึกษาซีพี” โฉมใหม่ 48 ปีแห่งการเฟ้นหาคนเก่งที่มีแววผู้นำ “ประธานอาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์” ชูแนวคิด “สร้างคน สร้างอนาคต” เพื่อเป้าหมายความยั่งยืน

11/05/2026
Read More

AI, ความเป็นส่วนตัว และภัยเงียบต่อประชาธิปไตย : ถอดบทสนทนา Bernie กับ Claude AI 

08/05/2026
Read More

วิจัยชี้ อาหารแปรรูป ทำสมาธิถดถอย !

08/05/2026
Read More

ดูแลดีไม่มีเหงา ! ElliQ หุ่นยนต์ช่วยดูแลผู้สูงอายุ เตือนทานยา พูดคุย เล่นเกมเป็นเพื่อนได้

08/05/2026
Read More

หนีค่าลิขสิทธิ์ สู่มาตรฐานโลก : จุดกำเนิดไฟล์ PNG

08/05/2026
Read More

รู้จักมัลแวร์ “JSceal” ที่แฝงตัวมาในโปรแกรมเถื่อน หลังตำรวจพบดัก OTP ได้ สร้างความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท 

08/05/2026
Read More

Related Content