ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

นายกฯ ฮุน เซน ของกัมพูชา โดนแบนเพจเฟซบุ๊ก เลยมาสร้างแอปใหม่ชื่อ ‘Hun Sen’ เองซะเลย!

Tabel of Content

‘ฮุน เซน’ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาเป็นระยะเวลานานที่สุดกว่า 3 ทศวรรษ และใช้งานเฟซบุ๊กในการโพสต์กระจายข่าวสาร รวมถึงเนื้อหา ตั้งแต่รูปภาพหลานตัวเองจนไปถึงการข่มขู่คู่แข่งทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้สร้างแอปใหม่ชื่อ ‘Hun Sen’ บน App Store เพื่อกระจายประวัติและข่าวสารเกี่ยวกับตัวเขาแทนที่เพจเฟซบุ๊กที่โดนแบนไปเมื่อสิ้นเดือนที่ผ่านมา

คำบรรยายของแอป Hun Sen ระบุว่า แอปนี้ถูกพัฒนาเพื่อเล่าประวัติศาสตร์ รวมถึงข่าวและกิจกรรมของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน โดยมีผู้พัฒนาคือ SPM Media ที่ระบุว่า นโยบายความเป็นส่วนตัวของแอปจะไม่มีการเก็บข้อมูลใด ๆ จากแอปนี้ แต่จะเป็นการกระจายข่าวสารเพียงเท่านั้น

จากตัวอย่างภาพภายในแอปจะเห็นเนื้อหาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเมือง การประชุม กิจกรรมในอดีตของฮุนเซน โดยมีทั้งเนื้อหาในรูปแบบบทความ รูปภาพ และคลิปวิดีโอให้ผู้ดาวน์โหลดได้รับชมกัน

สำหรับสาเหตุที่เพจฮุน เซนถูกแบนในเฟซบุ๊กมาจากการละเมิดข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชนและการข่มขู่คู่แข่งทางการเมือง ซึ่งการแบนครั้งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับฮุน เซนอย่างมาก และทำให้เขาต้องเปลี่ยนมาเผยแพร่ข่าวสารผ่านทาง Telegram หรือแพลตฟอร์มสื่อโซเชียลอื่น ๆ เช่น Instagram และ Youtube แทน

ฮุน เซนอธิบายใน Telegram ว่า เขาดำเนินการปิดบัญชีเฟซบุ๊ก และจากนั้นจึงข่มขู่ว่าจะสั่งแบนเฟซบุ๊กในกัมพูชาหากเฟซบุ๊กปล่อยให้คู่แข่งทางการเมืองเผยแพร่ข้อความต่อไป เพราะเขามองว่ามันเป็นการกระทำที่ไม่แฟร์กับตัวเขา

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

เมื่อ “คะแนนสุขภาพ” กลายเป็นสิ่งใหม่ในยุค AI กับภารกิจเปลี่ยนคนไทยให้ “ป่วยยากขึ้น”

23/01/2026
Read More

ทำไม iPhone เลขตัวเดียว ถึงกลับมาฮิตในหมู่วัยรุ่น Gen Z

23/01/2026
Read More

หมดแรงใจจะไปต่อ พักก่อนแล้วค่อยเริ่มใหม่ รู้จัก Micro-Retirement เทรนด์เกษียณชั่วคราวของ Gen Z 

23/01/2026
Read More

PM 2.5 เท่ากับสูบบุหรี่กี่มวน ? 

23/01/2026
Read More

ทำไมถึงรู้สึกเมารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ง่ายกว่ารถสันดาป ?

23/01/2026
Read More

Meta ชวนสวมบทนักสืบ บุกคฤหาสน์หลอน ! เปิดโปงโลกสแกมเมอร์

23/01/2026
Read More

Related Content