Money Monster อาชญากรรมเบาสมอง

เป็นที่หนังที่มีองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างที่น่าสนใจ อย่างแรกคือดารานำที่ชื่อเรียกคนดูได้ทั้ง จอร์จ คลูนีย์ และ จูเลีย โรเบิร์ต คู่นี้เคยเจอกันมาแล้วในไตรภาค Ocean’s Eleven พล็อตหนังที่น่าสนใจ คนร้ายบุกห้องส่ง จับพิธีกรดังเป็นตัวประกันให้ใส่ชุดระเบิดบังคับให้ถ่ายทอดสด แก้แค้นที่พิธีกรแนะนำให้ซื้อหุ้นแล้วหุ้นตกหมดตัว และสุดท้ายเป็นฝีมือของของผู้กำกับ โจดี้ ฟอสเตอร์ ดารา 2 ออสการ์ที่ไม่ค่อยมีงานกำกับออกมาบ่อยนัก ล่าสุดก็ The Beaver (2011) ผลงานก่อนหน้าก็เป็นหนังดราม่าล้วน ๆ มาเรื่องนี้เปลี่ยนแนวมาทำหนังดราม่าตื่นเต้นดูบ้าง

ผู้กำกับโจดี้ ฟอสเตอร์ กับ 2 ดารานำของเรื่อง

ลี เกตส์ พิธีกรรายการ Money Monster เป็นรายการวิเคราะห์สถานการณ์การเงินชื่อดัง เขาเชียร์สุด ๆ ให้คนดูซื้อหุ้นบริษัท IBIS แต่ไม่นานหลังจากนั้นหุ้น IBIS ก็ดิ่งลงเหว ผู้บริหาร IBIS ออกมาแถลงข่าวว่าเกิดจากความผิดพลาดของอัลกอริธึ่มในโปรแกรมการเงิน ไคล์ บัตเลอร์ หนุ่มที่สิ้นเนื้อประดาตัวไปกับหุ้น IBIS ลอบเข้าห้องส่งเอาปืนจ่อหัวลี บังคับให้เขาใส่เสื้อกั๊กติดระเบิด นิ้วมือของไคล์กดปุ่มรีโมทไว้ ถ้าเขาโดนยิงตายนิ้วหลุดจากปุ่มทั้งห้องส่งต้องตายไปด้วยกัน ไคล์ ไม่เรียกร้องเงินแต่เรียกร้องหาคำอธิบายเรื่องความผิดพลาดของ IBIS ทั้งลี เกตส์ และ แพตตี้ ผู้กำกับรายการจึงต้องควบคุมสถานการณ์และอารมณ์ของไคล์ให้เย็นไว้  ขณะเดียวกันก็พยายามติดต่อผู้บริหารของ IBIS มาให้คำตอบกับไคล์ ก่อนจะเจอเบื้องลึกที่ไม่ชอบมาพากลของ IBIS ด้วยพล็อตเรื่องและตัวอย่างหนังทำให้หน้าหนังดูเป็นหนังตื่นเต้นชวนลุ้น แต่พอได้ดูกลับผิดจากที่คิดไปมาก ตัวร้ายก็เป็นแค่ชายหนุ่มสติแตกไม่ได้มาในมาดผู้ร้ายโหดดุแต่อย่างใด กลับกลายเป็นของเล่นให้เหล่าทีมงานคุมเกมเสียมากกว่า และที่ผิดคาดมาก ๆ คือ หนังมีอารมณ์ขันแบบตลกร้ายมากเกินเหตุ และถี่เกินกว่าจะเรียกว่า”แซม” ทุกมุกเป็นมุกที่ยิงติดได้เสียงหัวเราะครืนทั้งโรง อารมณ์หนังผ่อนเบาลงมากแทบจะไม่เหลือความตื่นเต้นเลย สถานการณ์ของ ลี เกตส์ เองไม่ได้อยู่ในจุดที่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด การทำงานเข้าขากันของเขาและ แพตตี้ เปลี่ยนสถานะจากเหยื่อกลายเป็นผู้คุมสถานการณ์และพลิกวิกฤตเป็นโอกาสเรียกผู้ชมได้มากขึ้น อีกจุดที่ผิดคาด คือก่อนดูนึกว่าหนังจะมาแนวปราบผู้ร้ายชิงตัวประกันแข่งกับเวลา ซึ่งในหนังก็มีเรื่องราวนี้แต่ถูกลดเป็นประเด็นรองแล้วดันเรื่องราวการสืบสวนขึ้นมาเป็นจุดเด่นของหนังและเป็นส่วนที่สนุกเสียด้วย  ทีมงานรายการต้องกลายเป็นนักสืบจำเป็นตามคำบัญชาการของแพตตี้ ทั้งทีมต้องแข่งกับเวลาเจาะลึกหาคำตอบว่าผู้บริหาร IBIS พยายามปกปิดอะไรไว้มาให้เปิดโปงให้โลกได้รู้

mon1

สิ่งที่รู้สึกขัดใจขณะดูคือการขาดความสมจริงในตัวบท ตั้งแต่การบุกเข้ามาของไคล์ ในฐานะคนนอกสามารถเดินเข้ามาได้ถึงตัวพิธีกรบนเวทีช่างง่ายดาย มีคนเห็นก่อนบุกประชิดตัวแต่ก็ไม่มีใครทำอะไร จนถึงช่วงที่ควักปืนงัดระเบิดออกมาก็ไร้ความแตกตื่นไม่มีใครวิ่งหนีทุกคนรักหน้าที่ที่ทำยังคงประจำตำแหน่งกันถ้วนหน้า แม้กระทั่งช่วงไคลแมกซ์ท้ายเรื่องก็ช่างเต็มไปด้วยความบังเอิญ ซึ่งถ้าบทรัดกุมพอจะทำให้หนังดูลื่นไหลไม่รู้สึกสะดุดแบบนี้ โดยรวมเป็นหนังที่ให้ความบันเทิงได้พอตัวถ้าไม่ต้องไปคาดหวังความตื่นเต้นลุ้นระทึกอย่างที่หนังโฆษณาไว้ แต่ไปลุ้นกับส่วนของการสืบสวนของทีมงานรายการทีวีก็สนุกดี  ทั้ง จอร์จ คลูนีย์ และ จูเลีย โรเบิร์ต ดูจะสบาย ๆ กับบทแบบนี้ ที่ไม่ได้ฉีกแตกต่างจากบทเดิม ๆ ที่เคยผ่านมา ถึงแม้อยู่ในวงการกันมาหลายสิบปีทั้งคู่ก็ยังงานชุก ทำให้ทั้งคู่แทบไม่ได้เจอกันในกองถ่าย ถ้าสังเกตในเรื่องแทบจะไม่เห็นฉากที่ทั้งคู่ร่วมจอกันนัก จอร์จ จะอยู่บนเวที ส่วน จูเลีย จะอยู่แต่ในห้องควบคุมรายการ  Money Monster เป็นหนังไม่กี่เรื่องที่อเมริกาฉายก่อนบ้านเรา หนังเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตัวเลขไม่สวยหรูนักแต่ก็ได้ทุนสร้าง 27 ล้านเหรียญคืนมาแล้ว รายได้นอกอเมริกาก็ถือว่าเป็นกำไรไป

แสดงความคิดเห็น