หลังซีรีส์เรื่อง ‘Monster: The Jeffrey Dahmer Story’ เข้าฉายทาง Netflix ไปได้ไม่กี่วัน ก็มีเหล่าญาติของผู้เสียหายจากคดี เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ (Jeffrey Dahmer) ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อการหยิบคดีมาสร้างเป็นซีรีส์มากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นกระแสการต่อต้านตัวซีรีส์บนโลกโซเชียลตามมาในเวลาไม่นาน

เนื่องจากตัวซีรีส์ต้องการสร้างออกมาให้ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด ทำให้ทั้ง บท คำพูด และเสื้อผ้าภายในฉากต่างก็ถูกดัดแปลงมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงทั้งสิ้น ถึงขนาดที่ตัว ริต้า อิสเบลล์ (Rita Isbell) พี่สาวของ เออร์รอล ลินด์ซีย์ (Errol Lindsey) หนึ่งในเหยื่อของดาห์เมอร์ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อด้วยความไม่พอใจว่า

“ตอนที่ฉันได้เห็นการแสดงแค่บางฉาก มันก็ทำให้ฉันรู้สึกรำคาญแล้ว โดยเฉพาะตอนที่ฉันได้เห็นตัวเอง ตอนที่ฉันเห็นตัวละครที่ชื่อเหมือนตัวเองเดินออกมาแล้วเธอก็พูดทุก ๆ คำเหมือนที่ฉันเคยพูด เอาตรง ๆ นะ ถ้าฉันไม่ได้รู้จักตัวฉันดีล่ะก็ ฉันคงคิดว่านั่นคือตัวฉันเองแน่ ๆ ผมของเธอเหมือนกับฉัน แล้วเธอก็สวมเสื้อผ้าชุดเดียวกันกับฉันเป๊ะ ๆ มันก็เลยทำให้ฉันนึกถึงมันอีกครั้ง ความรู้สึกทั้งหมดในตอนนั้นมันก็หวนกลับมา

“ฉันไม่เคยได้รับการติดต่อมาเลย ฉันรู้สึกว่า Netflix ควรถามเราก่อนว่าเราคิดอย่างไรหรือรู้สึกอย่างไรกับการสร้างซีรีส์เรื่องนี้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ถามอะไรฉันเลย แล้วพวกเขาก็ลงมือสร้างมันไปเลย แต่ฉันไม่ได้ออกมาเพราะหิวเงินนะ เพราะการสร้างซีรีส์เรื่องนี้ต่างหากที่บ่งบอกว่า Netflix กำลังหิวเงิน

https://www.youtube.com/watch?v=LSuU4R9437Q
เทียบฉากในศาลจากซีรีส์และเหตุการณ์จริงเมื่อปี 1992

“ฉันก็เข้าใจได้นะถ้าพวกเขาจะให้เงินบางส่วนกับลูก ๆ ของเหยื่อ ไม่จำเป็นต้องเป็นครอบครัวของเหยื่อตรง ๆ ก็ได้ ฉันหมายถึงฉันแก่แล้ว และตอนนี้ฉันก็สบายดี ถ้าหากซีรีส์เรื่องนี้จะสามารถสร้างผลประโยชน์ให้กับพวกเขาได้บ้าง มันก็คงไม่ต้องมาคอยรู้สึกว่ามันเลวร้ายและหยาบคายขนาดนี้ แต่ก็น่าเศร้าที่พวกเขาเพิ่งจะทำเงินมากมายจากโศกนาฏกรรมที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพียงเพราะความโลภ ฉันดูแค่ตอนเดียวก็พอ ฉันไม่จำเป็นต้องดูมันด้วยซ้ำ เพราะฉันใช้ชีวิตอยู่กับมัน และฉันรู้ดีว่ามันเกิดออะไรขึ้น”

และจนถึงตอนนี้ Netflix ก็ยังไม่ได้ออกมาตอบโต้ประเด็นดังกล่าวแต่อย่างใด

ที่มา: Insider

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส