The Accountant : คนบัญชียิงกบาล

คริสเตียน วูลฟ์ แอ็คชั่นฮีโร่คนล่าสุด ที่ดูแล้วยอมรับว่ามีการสร้างสรรค์เอกลัษณ์ตัวละครมาได้น่าสนใจมาก ด้วยการเขียนให้ คริสเตียน เป็นเด็กออทิสติกแต่โชคดีที่เขาเป็นออทิสติกจำนวนน้อยที่เกิดมาพร้อมความอัจฉริยะ แนว ๆ เดียวกับ บทของดัสติน ฮอฟฟ์แมน ใน Rainman (1988) รายนั้นเก่งเรื่องคำนวณและความจำ ส่วนคริสเตียน นั้นเก่งในด้านคณิตศาสตร์ และด้วยเหตุที่พ่อเป็นทหารที่มีความเชียวชาญทางด้านจิตวิทยา เลยเลือกที่จะเลี้ยงดูคริสเตียนด้วยตัวเอง ไม่ให้ลูกเกิดมาเป็นภาระสังคม จับลูกไปฝึกวิชาต่อสู้ป้องกันตัวและส่งเข้ารับราชการทหาร ทำให้คริสเตียน วูลฟ์ กลายเป็นพนักงานบัญชีที่เก่งขนาดหาตัวจับยาก เชี่ยวชาญทางด้านฟอกเงิน ลูกค้าส่วนใหญ่ของเขาจึงเป็นพวกมาเฟียตัวเป้ง ๆ เลยทำให้ คริสเตียน นั้นไม่ใช่ฮีโร่ที่ขาวสะอาดนัก ส่วนปัญหามันมาเกิดตรงที่ว่าลูกค้ารายล่าสุดเป็นบริษัทเทคโนโลยีจักรกลขนาดใหญ่ แล้วคริสเตียน ก็ตรวจสอบบัญชี ไปเจอจุดที่เจ้าของไม่อยากให้เห็น เจ้าของก็เลยใช้กลุ่มทหารรับจ้างมาปิดปาก คริสเตียน ซะ ก็เลยกลายเป็นฉากบู๊สะบั้นให้ได้ดูกัน

maxresdefault

บิลล์ ดูบิวค์ เป็นเจ้าของเรื่องและเขียนบทภาพยนตร์เอง มีผลงานรู้จักมาแค่เรื่องเดียวคือ The Judge (2014) หนัง โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ , บิลล์ เลือกที่จะเล่าเรื่องราวแบบซับซ้อนไปมา เราได้รู้จักกับตัวคริสเตียน วูลฟ์ ในวัยปัจจุบันที่เปิดสำนักงานบัญชีอยู่ในชิคาโก้ เบื้องหน้าของคริสเตียนดูเป็นคนมีชีวิตประจำวันราบเรียบ ไปทำงาน กลับบ้าน แต่เบื้องหลังเขายังคงมีปัญหากับการควบคุมสภาวะจิตตัวเอง มีวิธีในการบำบัดตัวเองแบบประหลาด ๆ หนังค่อย ๆ แฟลชแบ็คย้อนไปเล่าที่ไปที่มา ว่าเขาโตขึ้นมาเป็นอัจฉริยะนักฆ่าได้อย่างไร ค่อย ๆ เล่าย้อนจากวัยเด็กจนโต และมาบรรจบกับเรื่องราวในปัจจุบัน ซึ่งระหว่างที่เล่าก็ค่อย ๆ เผยปริศนาต่าง ๆ เรื่องพ่อ เรื่องแม่ และการที่เขาห่างเหินจากน้องชายที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะมาบรรจบกับอีกเส้นเรื่องที่เล่าเรื่องราวของ เรย์ คิง และ เมดีน่า หัวหน้าและลูกน้องมือปราบจากกระทรวงการคลัง ที่ตามล่าตัวคริสเตียน วูลฟ์ อยู่นาน เมดีน่า เป็นอีกตัวละครที่เขียนภูมิหลังของเธอได้อย่างน่าสนใจ เป็นคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อกับคริสเตียน เพราะเธอมีทั้งฉากหน้าที่สวยหรู เก่ง และมีด้านมืดที่เธอไม่ค่อยอยากพูดถึงอยู่ด้วย

128

ครึ่งแรกของหนังออกจะช้าอยู่บ้าง ตามสไตล์หนังภาคแรกที่ต้องปูพื้นกันนานให้คนรู้จักที่มาของแต่ละตัวละครหลัก ซึ่งเรื่องนี้ก็มีหลายตัวอยู่ ครึ่งแรกเราจะได้เห็นภาพลักษณ์ของคริสเตียน ในคราบนักบัญชีอยู่ แต่พอเข้าครึ่งหลังก็เข้าสู่โหมดแอ็คชั่นมากขึ้น เมื่อคริสเตียนเผยตัวตนในคราบนักฆ่าให้เห็น และด้วยความที่เขาถนัดทั้งการต่อสู้ด้วยมือเปล่าและอาวุธทุกรูปแบบ เลยชงให้ฉากแอ็คชั่นยาว ๆ ช่วงท้าย เดินหน้าไปด้วยความสนุก มันส์ ดูแล้วก็ชวนให้คาดหวังว่า ถ้าหนังประสบความสำเร็จเราอาจได้เห็นปฎิบัติการครั้งต่อ ๆ ไปของคริสเตียน แต่อาจจะเป็นไปได้ยาก เพราะหลังจากนี้ เบน จะต้องสวมหน้ากากค้างคาวยาว ๆ แล้ว ยังมีหนังที่เขากำกับเองรอคิวอยู่อีก

the-accountant-movie-19

The Acoountant จัดได้ว่าเป็นหนังแอ็คชั่นที่มีความพิเศษในตัวมากกว่าหนังแอ็คชั่นหวังผลทางการตลาดทั่วไป มีหลาย ๆ จุดให้ประทับใจ ทั้งการเล่าเรื่องที่น่าสนใจด้วยการเปิดเรื่องด้วยปริศนา ให้คนดูได้เห็นฉากสังหารโหดในทางเดินตึกแห่งหนึ่ง มีศพรายเรียงตามพื้น และฉากนี้ถูกเล่าซ้ำอีกหลายครั้ง แต่ละครั้งก็ค่อย ๆ เผยรายละเอียดให้เห็นมากขึ้นว่าใครเป็นใคร ก่อนที่จะเผยมาหมดในช่วงท้าย ซึ่งฉากนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญของเรื่องที่โยงความสัมพันธ์ของตัวละครหลักทั้งหมดเข้าด้วยกัน หนังเดินหน้าไปก็ค่อย ๆ เผยตัวตนของคริสเตียน วูลฟ์ ให้เป็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น จึงเป็นการบ้านของคนดูที่ต้องทำหน้าที่ปะติดปะต่อเรื่องราว ถ้าหลับไปก็อาจจะขาดจิ๊กซอว์บางตัวไป เป็นผลให้รับรู้เรื่องราวไม่ครบถ้วนได้ และลงท้ายด้วยเรื่องราวหักมุมเล็ก ๆ ที่บางคนอาจจะเดาได้ตั้งแต่กลางเรื่อง

ฉากต่อสู้เป็นอีกจุดที่ประทับใจมาก เป็นอีกเรื่องที่ทำฉากต่อสู้มือเปล่าได้ดุดันหนักหน่วง แรงจริงเจ็บจริง สงสารคู่ต่อสู้ของคริสเตียนเลยล่ะ เพราะเบ็น อัฟเฟล็ค นี่ตัวใหญ่มากสูงถึง 192 ซม. คู่ต่อสู้บางคนเลยดูเหมือนเป็นของเล่น ซัดทีปลิว ฉากยิงก็โคตรดุ เพราะคริสเตียน ถนัดจ่อยิงกบาลมาก ๆ หลาย ๆ นัดที่คนดูร้อง “โอ้ว” ด้วยความโหดเกินคาด ไม่มีการพูดคุย ต่อรอง ก่อนยิงให้ได้เห็นเหมือนเรื่องอื่น ๆ และที่สำคัญหนังแทรกอารมณ์ขันได้ดี ส่วนใหญ่เป็นตลกร้ายที่ปล่อยมาก็ได้เสียงหัวเราะดัง ลดอารมณ์ตึงเครียดของหนังไปได้มาก

228

นับได้ว่าเป็นหนังในช่วงขาขึ้นอีกครั้งของเบน อัฟเฟล็ค ที่รอบนี้ไม่น่าจะเจ็บตัว เพราะบทของคริสเตียนนั้น เป็นคนที่มีปัญหาในการเข้าสังคม และการแสดงออกทางอารมณ์ เบน ในบทนี้เลยแทบไม่ต้องใช้สีหน้าในการแสดงมากนัก ไม่ต้องดีใจ ไม่ต้องเสียใจ แม้กระทั่งตอนฆ่าก็ไม่รู้สึกสะทกสะท้ายยิงคนตาไม่กะพริบ หนังยังมี แอนนา เค็นดริค ที่โผล่มาแทบเป็นน้ำจิ้มมาก ๆ ถูกใส่เข้ามาเพื่อเป็นชนวนให้เกิดฉากแอ็คชั่นเท่านั้น เจ.เค. ซิมมอนส์ ดาราออสการ์ ก็เล่นได้แบบเสมอตัว ที่ไม่มีฉากเด่นให้จดจำ และ โจ เบิร์นทัล ดาราหนุ่มที่เพิ่งเป็น The Punisher ซูเปอร์ฮีโร่ตัวล่าของดีซี มารับบทคู่ปรับฝีมือฉกาจของ คริสเตียน จัดว่าเป็นหนังแอ็คชั่นน้ำดี เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ครับ หนังยาว 2 ชั่วโมง 8 นาที ผ่านครึ่งแรกที่ช้า ๆ เนือย ๆ ไปให้ได้ แล้วจะสนุกครับ