[รีวิว]Castaway Diva : ดราม่าสาหัสของชีวิต ที่มีความขำขันอยู่มากหน่อย

กำกับ
โอชุงฮวาน
เขียนบท
พัคฮเยรยอน
จำนวนตอน
12 ตอน
ช่องทางรับชม
NETFLIX ทุกวันเสาร์ และ วันอาทิตย์ เวลา 21.20 น. (เกาหลี)

ผลงานเรื่องล่าสุดของ ‘พัคอึนบิน’ นักแสดงสาวมากฝีมือเจ้าของรางวัล ‘แดซัง’ สาขาละครโทรทัศน์จากเวที ‘Baeksang Arts Awards ครั้งที่ 59’ จากเรื่อง ‘อูยองอู ทนายอัจฉริยะ’ (ซีซัน 1) เรื่องนี้เธอมาในบทบาทของสาวน้อยที่มีเส้นเสียงสุดไพเราะ แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจนไปติดเกาะร้างอยู่ถึง 15 ปี และรอดชีวิตกลับเข้าฝั่งมาตามล่าหาความฝันของเธอในที่สุด ‘Castaway Diva’ โรแมนติกคอมเมดี้ที่มีดราม่าหนักหน่วงแต่ก็ขำตัวโยน และยังคงความน่ารักไม่มีเปลี่ยน

‘Castaway Diva’ เล่าเรื่องราวของ ‘ซอมกฮา’ (อีเร) สาวน้อยน่ารักสดใสวัย 16 ที่มองโลกในแง่ดีและมีความฝันอยากจะเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงแบบ ‘ยุนรันจู’ (คิมฮโยจิน) ดีว่าในดวงใจ ที่เป็นคนบนเกาะชุนซัมเหมือนกับเธอ เธอเป็นติ่งเบอร์แรงของยุนรันจู เรียกว่ารักออนนี่รันจูอย่างหัวปักหัวปำ จนกระทั่งเธอได้คุยกับยุนจูรัน ในรายการวิทยุและตัดสินใจจ้าง ‘จองกีโฮ’ (มุนอูจิน) เพื่อนนักเรียนชายร่วมห้องที่ไม่เคยทำอะไรให้ใครฟรี ๆ ถ่ายวิดีโอและตัดต่อให้ เพื่อส่งไปร่วมสมัครการประกวดร้องเพลงที่ยุนรันจูจัดขึ้น

การร่วมงานกันครั้งนี้ทำให้จองกีโฮทึ่งในน้ำเสียงของเธอ และอดไม่ได้ที่จะชื่นชมเธออยู่เงียบ ๆ จนกระทั่งเปลี่ยนตัวเองให้เป็นแรงสนันสนุนเพื่อให้เธอเดินตามความฝันให้จงได้ เมื่อเขารู้ว่าเธอตัดใจจากการประกวดเพราะเป็นหนึ่งในเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว เธอถูกซ้อมอย่างหนักด้วยฝีมือของ ‘ซอจองโฮ’ (อียูจุน) พ่อของเธอซึ่งเปิดร้านขายปลาดิบอยู่ในหมู่บ้าน ไม่ต่างจากเขาที่ต้องรองรับอารมณ์ของ ‘จองบงวาน’ (อีซึงจุน) พ่อสุดโหดทุกครั้งที่เกิดความโมโห

จองกีโฮตัดสินใจส่งไฟล์เสียงของซอมกฮาไปเข้าประกวด จนยุนรันจูถูกใจเสียงของเธอและให้ ‘อีซอจุน’ (คิมจูฮอน) ผู้จัดการส่วนตัวติดต่อมา แล้วการนัดหมายก็เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าซอมกฮาจะถอดใจไปแล้วในคราวแรกแต่เมื่อความรุนแรงในครอบครัวไม่มีทีท่าว่าจะเลิกรา ความน่ารักสดในของเธอไม่ได้ช่วยอะไรเลย ในคืนฝนตกเด็กสองคนจากเกาะชุนซัม จึงจูงมือกันหนีออกจากบ้าน จับเรือกเที่ยวแรกออกจากเกาะ ด้วยหวังว่าจะไปตายเอาดาบหน้า

แต่ปีศาจร้ายในคราบพ่อก็ไม่ยอมลดละ ยังคงตามมาราวี จนจองกีโฮที่สละตัวเองเพื่อปกป้องเพื่อนจนต้องบาดเจ็บปางตาย และซอมกฮาต้องตัดสินใจกระโดดลงทะเลเพื่อหนีจากพ่อใจยักษ์ แต่เธอไม่ตายและถูกคลื่นซัดเข้ามาติดอยู่บนเกาะร้างห่างไกลผู้คนและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นคนเดียวโดยไม่มีใครหาพบ ไม่มีใครเลยสักคนที่จะหาเธอเจอ ถึงแม้ว่าเธอจะทำเครื่องหมาย ‘SOS’ ตัวเบ้อเริ่มเอาไว้บนหาดทรายก็ตาม

จนเวลาผ่านไป 15 ปี ‘ซอมกฮา’ (พัคอึนบิน) เติบโตเป็นสาวสวย ในวัย 31 ก็ถูกพบโดยบังเอิญเข้าจนได้ เมื่อโดรนของ ‘คังอูฮัก’ (ชาฮักยอน) ที่ตาม ‘คังโบกอล’ (แชจงฮย็อบ) น้องชายของเขามาเก็บขยะบนเกาะร้างบินดุ่ย ๆ ไปพบเธอเข้า และช่วยเหลือเธอกลับขึ้นฝั่งราวปาฏิหาริย์ (คือมันปาฏิหาริย์ตั้งแต่อยู่มาคนเดียว 15 ปีไม่ตายแล้วละค่ะ) และนี่คือจุดเริ่มต้นของ ‘ดีว่าเกาะร้าง’ ซอมกฮา สาวสวยวัย 31 ที่สดใสและมองโลกในแง่งาม หากแต่ฉลาดทันคนจนใครก็อย่ามาหลอกเธอ เพราะเห็นว่าเป็นสาวล้าหลังติดเกาะซะให้ยาก

ตัดความเป็นไปได้ออกไปให้หมด แล้วพึ่งพาปาฏิหาริย์

เรื่องนี้เป็นผลงานการเขียนบทของ ‘พัคฮเยรยอน’ ผู้เขียนบท Start-up และเป็นผลงานกำกับของ ‘โอชุงฮวาน’ ผู้กำกับ Big Mouth ซึ่งผลงานที่ผ่านมาของพวกเขา ฮิตติดลมบนจนแม้แต่เรื่องนี้ก็ลอยลำอยู่อันดับต้น ๆ ตามไปด้วย แถมยังได้ดาราระดับแม่เหล็กอย่างพัคอึนบินมารับบทนำอีกต่างหาก ซึ่งในด้านของการแสดงเราไม่ผิดหวังกับเธอเลยแม้แต่น้อย กับบทบาทของสาวชาวเกาะ ที่อยู่มาได้ยังไงคนเดียวตั้ง 15 ปี บทก็ชี้นำเราไปให้เห็นว่า ก็อยู่กับกองขยะจากท้องทะเลนั่นน่ะสิ มันมีมากมายจนสร้างบ้านได้ทั้งหลังเลยเชียวนะ OMG!!

หากจะมองเรื่องความเป็นไปได้ ผู้เขียนซึ่งมองโลกแบบเทา ๆ ก็ขอสารภาพเลยว่า มันเป็นอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก เด็กผู้หญิงอายุ 16 คนหนึ่งจะยังหายใจอยู่ถึง 15 ปี บนเกาะร้างไร้ผู้คนเนี่ยนะ หนูจ๋า หนูเอาชนะ ‘ชัค โนแลน’ (ทอม แฮงส์) จาก ‘Cast Away’ ไปได้แบบตะโกนเลยนะหนู ชายชาตรีต้องกราบกรานเธอ แต่ก็เชื่อ ๆ ไปเถอะค่ะ เพราะซีรีส์เรื่องนี้เขาไม่คิดจะพึ่งพาโลกแห่งความเป็นจริงอันแสนโหดร้ายนี้อยู่แล้ว แต่เขาพึ่งพาโลกแห่งความฝันและความเชื่อ ว่าทุกอย่างสามารถเป็นจริงได้ ขอแค่มีใจปรารถนาอย่างแรงกล้าเท่านั้นพอ

ซีรีส์พูดถึงความเชื่อของความสมหวัง พูดย้ำ ๆ อยู่หลายครั้งตั้งแต่ Ep1-Ep4 ว่า “ถ้าอธิษฐานด้วยใจปรารถนา ไม่ว่าอย่างไร มันจะเป็นจริงขึ้นสักวัน” เพราะฉะนั้นการที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะยังหายใจได้ ว่ายน้ำเก่ง และมองโลกในแง่ดีได้อยู่โดยที่ไม่บ้าไปซะก่อน มันก็คือความปรารถนาของคนเขียนบทเขานั่นแหละค่ะ ที่อยากทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ บนหน้าจอ

และเมื่อเราตัดความเป็นไปได้ออกไปให้หมดสิ้นแล้ว เนื้อหาสาระของซีรีส์เรื่องนี้ก็จะเหลืออยู่เพียง ‘กำลังใจของคนมีฝัน’, ‘ความกล้าที่จะก้าวออกมาจากคอมฟอร์ตโซน’ และ ‘ความขบขันที่ต้องหัวเราะทั้งน้ำตา’ เท่านั้น เพราะเรื่องราวเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าซอมกฮา ไม่ตัดสินใจหนีออกจากบ้าน เชื่อว่าซีรีส์ไม่ได้ชี้นำให้ใครก็ตามหนีออกจากบ้านเมื่อเกิดปัญหาหรอกนะคะ แต่กำลังจะบอกให้ลุกขึ้นสู้ในความถูกต้อง และบอกถึงผู้ที่แข็งแรงกว่าว่า ถ้าถึงคราวต้องแกร่งคนอ่อนแอก็แกร่งเป็น อย่ามารังแกกันง่าย ๆ และพวกเธอนั่นแหละจะกลายเป็นคนน่ารังเกียจที่โลกไม่ต้องการ

อ่านมาถึงตรงนี้ผู้อ่านหลายท่านอาจบอกว่า นี่มันโรแมนติกคอมเมดี้นะ ทำไปผู้เขียนสัมผัสได้แบบนี้เลยค่ะ ไปดูกันเถอะค่ะ เริ่ม Ep1 ก็จะสัมผัสได้หมดแล้ว จนผู้เขียนเสียดายว่า บทบาทของซอมกฮาและจองกีโฮวัยเด็กมันสั้นจังแฮะ เพราะทั้งสองคนแสดงดีจนอยากจะชมผลงานการแสดงของน้อง ๆ อีกสักฉากสองฉาก

ความดาร์กขั้นสุด ที่ซ่อนอยู่ในบทเป็นระยะ ๆ

อย่างที่ทราบกันแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของเด็กสาวติดเกาะ ที่เอาชีวิตรอดจนเติบใหญ่และจะมาเปล่งประกายเป็นดีว่าในที่สุด แน่นอนว่าเส้นทางชีวิตไม่มีหรูอยู่แล้วละ แต่คนเขียนบทก็หามีความปราณีไม่ เพราะนอกจากจะไม่หรูแล้วยังใจร้ายใจดำกับเด็กได้ลงคอ ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ซีรีส์ใส่มาในเนื้อหาตอนต้นนั้น อย่าใช้คำว่าจิกกัดเลยค่ะ มันน้อยไป แต่ต้องใช้คำว่าก่นด่า มันถึงจะสาสม

บทตั้งใจก่นด่ามนุษย์ใจร้ายที่ได้รับตำแหน่งเป็นพ่อและแม่อย่างจงใจ ชนิดที่ตีแสกหน้าได้ก็คงตีไปแล้ว ด้วยการให้พ่อทั้งสองคนที่รับบทในเรื่องเป็นพ่อเลี้ยงเดียวเมียทิ้ง ที่เลี้ยงลูกมาด้วยความขมขื่นและมักจะระบายความคั่งแค้นที่ตัวเองมีเอากับเด็กตัวเล็ก ๆ เลี้ยงลูกด้วยลำแข้งไม่เกินจริง จนหนทางรอดเดียวของเด็กคือการหนีออกจากบ้าน หนีไปซะจากความเป็นพ่อเป็นลูก และยอมที่จะเสี่ยงแม้ว่าความตายอาจจะกำลังรออยู่ตรงหน้า

และความโหดร้ายของบทยังต่อเนื่องด้วยการให้อิสระที่มากับความตายแก่เด็กสาวคนหนึ่ง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการติดแหง็กอยู่ในเกาะร้าง เพื่อปูทางให้การกลับไปยังโลกเบื้องหน้า เป็นการกลับไปแบบกล้าได้กล้าเสีย แน่นอนว่าบทตั้งแต่เริ่มจนมาถึง Ep4 มันช่างไม่มีความสมเหตุสมผลเอาซะเลย หาไม่ได้เลยละค่ะ แต่ซีรีส์กลับทำให้เราคล้อยตามไปได้ง่าย ๆ แบบเชื่อก็ได้อ่ะ เพราะปรัชญาชีวิตที่สอดแทรกอยู่ตลอดทุกตอน มันสามารถเป็นกำลังใจให้กับใครหลายคนได้อย่างชะงัดนัก

โดยเฉพาะใน Ep3 ที่กล่าวถึงการตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีของซอมกฮา ระหว่างความเป็นกับความตายที่มาในรูปแบบของความหวังและความอดทน ที่ทำให้คนล้มสามารถคิดได้ว่า ชีวิตเราอาจจะได้พบกับกล่องน้ำแข็ง หรือโดรนสักลำก็เป็นได้ อย่าท้อสิ ลมหายใจของเรามันมีค่าเสมอนะ และไม่แน่ว่าเราอาจจะได้รับรางวัลที่เราคาดไม่ถึง ซีนเดียวก็ส่องประกายความหวังได้ขนาดนี้ นับถือการส่งสารของคนเขียนบทจริง ๆ ค่ะ

ใช้ความน่ารักและความสงสัย มาล่อให้ติดกับ

เรื่องนี้ไม่ได้เน้นไปที่การติดเกาะของตัวเอกอย่าง ‘Cast Away’ ที่มี ทอม แฮงส์ โชว์สกิลการอยู่คนเดียวให้เราตามติดชีวิตชาวเกาะหรอกนะคะ แต่เน้นไปที่การมองโลกอย่างงดงามของนางเอกแม้จะมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความโหดร้ายของพ่อและความโดดเดี่ยวจากชีวิตที่ซวยซ้ำซวยซ้อน และแอบบอกชาวโลกด้วยอีกว่า ของไร้ค่าของใครบางคน อาจมีค่ามากมายกับคนที่เขาไม่มีอะไรเลย อย่างเช่นนางเอกที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการเก็ยขยะที่ลอยมาเกยตื้น และเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ อย่างฉลาดเฉลียว

มันเป็นไปแทบไม่ได้หรอกในชีวิตจริง แต่เป็นไปแล้วในซีรีส์ และมีการแอบจิดกัดผู้คนบนฝั่งไปเรียบร้อยแล้ว ว่ามีการปล่อยขยะที่ย่อยสลายไม่ได้ลงทะเลกันไม่เว้นแต่ละวัน จนมากมายอย่างน่าตกใจเลยเชียวนะ นอกจากนี้ความฉลาดเล็ก ๆ ของคนเขียนบทยังใช้ความน่ารักเป็นธรรมชาติของนางเอกมาทำให้เราอยากติดตาม เพราะหลังจากที่นางเอกขึ้นมาจากเกาะ เธอไม่ได้ข่าวคราวของจองกีโฮเลย และโลกฝั่งที่ผ่านไป 15 ปีก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

โดยเฉพาะความโด่งดังของยุนรันจู ดีว่าคนโปรดของเธอ แต่เธอก็กลับเป็นนารีขี่ม้าขาวมาพลิกวิกฤตเป็นโอกาสให้ยุนรันจูซะอย่างนั้น ก็ไม่รู้จะสอดแทรกปรัชญาชีวิตแบบไม่มีพักไปจนจบเรื่องเลยไหม แต่คนเขียนบทเขาก็ใส่มาแบบไม่ยั้งเลยจริง ๆ และซีรีส์ก็ยังไม่ลืมบรรยากาศของความเป็นบวก เลยจัดให้ซอมกฮาเป็นคนที่ยิ้มสู้ทุกสถานการณ์ เพราะแม้เบื้องหลังของรอยยิ้มจะเต็มไปด้วยคราบน้ำตา แต่เธอก็ยิ้มมากกว่าจะร้องไห้ แถมยังสร้างเสียงหัวเราะให้ได้แบบน่าหยิก และสู้อย่างมีสติทุก ๆ มิติ การปลีกวิเวกบนเกาะคือนิพพานแล้วจริง ๆ ค่ะ

เท่านั้นยังไม่พอ ซีรีส์ยังใส่ความสงสัยมาอีกเพราะสองพี่น้อง คังอูฮัก และ คังโบกอล ฮีโรผู้ช่วยชีวิตซอมกฮา ต่างน่าสงสัยว่าใครคนใดคนหนึ่งอาจจะเป็นจองกีโฮก็เป็นได้ ซึ่งบทก็ทำให้เห็นว่าหนึ่งในสองคนนี้นี่แหละ คือจองกีโฮ เพื่อนชายร่วมห้องสมัยเรียนคนนั้นของซอมกฮา และเพิ่มดราม่าบีบจิตเข้าไปอีก เมื่อพ่อของจองกีโฮ ยังคงตามหาเขาอยู่อย่างไม่ลดละ ด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความเคียดแค้นมากกว่าความห่วงหา ตื่นเต้นมากและไม่อยากให้เขาเจอกันเลย แต่ไอ้เราก็อยากรู้ซะด้วยสิคะ ก็เป็นเรื่องเลยทีนี้

เพราะต่อไปนี้คงจะต้องรอคอยวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อติดตามชีวิตของอนาคตดีว่าคนใหม่ ให้ได้แล้วละ เพราะเรื่องราวกำลังเข้มข้นเลยค่ะ มีเรื่องให้เราลุ้นมากมายหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า ‘ใครคือจองกีโฮ’

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

บท
7
การดำเนินเรื่อง
8
การแสดง
8
โปรดักชัน
7
ความสนุกตามแนวซีรีส์
8
จุดเด่น
การใส่ความหวังและกำลังใจที่สอดแทรกอยู่ในบทเป็นระยะ ๆ ถือเป็นจุดเด่นของเรื่องนี้แบบไม่ต้องแปลกันเลย มันดีนะ แต่มันจะดีมากกว่านี้ถ้ามาในรูปแบบที่ทุกคนสามารถเชื่อได้ โดยไร้การต่อต้าน
การแสดงของพัคอึนบิน ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้น่าติดตามและเป็นคนจูงบทในแต่ละฉากออกมาหน้าเวทีให้คนได้เห็นด้วยซ้ำ ต้องชมผู้กำกับละค่ะ ที่กำกับเธอออกมาได้ดีขนาดนี้
จุดสังเกต
ความต้องการที่จะสื่อ ความหมายและปรัชญาชีวิตที่ตั้งใจให้รับสาร แทบจะมองข้ามและอาจไม่หยุดดูหยุดคิดได้เลย ถ้าตัวแสดงไม่ใช่พัคอึนบิน
7.6