Connect with us

What The Fact

ฝ่าอิทธิพลมืดกับ LUKE CAGE (2016) คนจริง..คงกระพัน

เมื่อเกิดเหตุปล้นอาวุธปืนของผู้มีอิทธิพลอย่าง คอตตอนเมาธ์ (มาเฮิร์ซชาล่า ลาซบาซ อาลี) และการตามล่าคนผิดทำให้ เฮนรี่ ฮันเตอร์ หรือ ป๋า (แฟรงค์กี ไฟสัน) เจ้าของร้านตัดผมเปี่ยมคุณธรรมแห่งฮาร์เล็มถูกยิงตายกลายเป็นไฟแค้นที่สุมในใจของ ลุค เคจ (ไมค์ โคลเทอร์) ที่หมายโค่นเจ้าพ่อแห่งฮาร์เล็มอย่างคอตตอนเมาธ์ แต่งานนี้ไม่ง่ายเพราะนอกจากต้องต่อกรกับ ไดมอนด์แบ็ค (อีริค ลาเรย์ ฮาร์วีย์) คู่แค้นร่วมสายเลือดแล้ว ยังมีนักการเมืองท้องถิ่นอย่าง มาไรอาห์ ดิลลาร์ด (อัลเฟอร์ วูดาร์ด) สมาชิกสภาเทศบาลที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับคอตตอนเมาธ์ โดย ลุค เคจ ยังต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ความจริงต่อ นักสืบ มิสตี ไนท์ (ซีโมน มิสซิค) ตำรวจสาวที่เขาเคยมีสัมพันธ์สวาท เพื่อทวงความยุติธรรมกลับสู่ฮาร์เล็มอีกครั้ง

ได้เวลาคนจริงคงกระพันจะฝ่าดงกระสุนท้าทายอิทธิพลมืด!

  • สร้างสรรค์โดย : เคโอ โฮดาริ โคเกอร์ (เขียนบท ซีรีส์ Southland และ NCIS Los Angelis)
  • เหมาะสำหรับ : ผู้ชื่นชอบซีรีส์ฮีโร่มาร์เวล และซีรีส์แนวแอ็คชั่นหักเหลี่ยมผู้มีอิทธิพล
  • ออกอากาศทาง : สตรีมมิ่งซีซั่นแรก 13 ตอน ทาง Netflix

ฮาร์เล็มกำลังร้อนเป็นไฟ

เมื่อเกิดเหตุปล้นอาวุธปืนของผู้มีอิทธิพลอย่าง คอตตอนเมาธ์ (มาเฮิร์ซชาล่า ลาซบาซ อาลี) และการตามล่าคนผิดทำให้ เฮนรี่ ฮันเตอร์ หรือ ป๋า (แฟรงค์กี ไฟสัน) เจ้าของร้านตัดผมเปี่ยมคุณธรรมแห่งฮาร์เล็มถูกยิงตายกลายเป็นไฟแค้นที่สุมในใจของ ลุค เคจ (ไมค์ โคลเทอร์) ที่หมายโค่นเจ้าพ่อแห่งฮาร์เล็มอย่างคอตตอนเมาธ์ แต่งานนี้ไม่ง่ายเพราะนอกจากต้องต่อกรกับ ไดมอนด์แบ็ค (อีริค ลาเรย์ ฮาร์วีย์) คู่แค้นร่วมสายเลือดแล้ว ยังมีนักการเมืองท้องถิ่นอย่าง มาไรอาห์ ดิลลาร์ด (อัลเฟอร์ วูดาร์ด) สมาชิกสภาเทศบาลที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับคอตตอนเมาธ์ โดย ลุค เคจ ยังต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ความจริงต่อ นักสืบ มิสตี ไนท์ (ซีโมน มิสซิค) ตำรวจสาวที่เขาเคยมีสัมพันธ์สวาท เพื่อทวงความยุติธรรมกลับสู่ฮาร์เล็มอีกครั้ง

ลุค เคจ ปรากฏตัวครั้งแรกใน LUKE CAGE : Hero for Hire วางแผงปี 1972 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการคอมิคด้วยการเป็นฮีโร่ผิวสีคนแรกในโลกหนังสือการ์ตูนอเมริกันมีฉายาว่า Power Man

ในจักรวาล มาเวล คอมิค ลุค เคจ ปรากฏตัวครั้งแรกใน LUKE CAGE : Hero for Hire วางแผงปี 1972 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการคอมิคด้วยการเป็นฮีโร่ผิวสีคนแรกในโลกหนังสือการ์ตูนอเมริกันมีฉายาว่า Power Man มนุษย์ทรงพลัง มีผิวหนังที่แข็งแกร่งฟันแทงไม่เข้า  โดยต่อมาได้มีการร่วมทีมกับไอรอนฟิสต์ และได้แต่งงานกับ เจสสิกา โจนส์ นักสืบสาวแสบ สร้างประวัติศาสตร์การแต่งงานข้ามสีผิวในโลกคอมิคแนวซูเปอร์ฮีโร่

เฮนรี่ ฮันเตอร์ หรือ ป๋า รับบทโดย แฟรงค์กี ไฟสัน เจ้าของร้านตัดผมเปี่ยมคุณธรรมแห่งฮาร์เล็ม และเป็นแรงผลักดันให้ ลุค เคจ ทำความดี

ปริศนาและที่มาของ LUKE CAGE จะเกี่ยวพันกับเหล่าผู้มีอิทธิพลในฮาร์เล็มอย่างไรต้องติดตาม

ไดมอนด์แบ็ค คู่แค้นร่วมสายเลือดของลุค เคจ รับบทโดย อีริค ลาเรย์ ฮาร์วีย์

ต้องบอกก่อนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ลุค เคจ ได้ปรากฏตัวบนจอเพราะเขาเคยมีบทบาทในซีรีส์ Jessica Jones มาแล้วและด้วยผลตอบรับที่ดีจากการสวมบทบาทของ ไมค์ โคลเทอร์ ทำให้ ลุค เคจกลับมาโลดแล่นมีซีรีส์ของตัวเองเพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่อเนื่องจาก Jessica Jones อีกครั้งและยังปูทางไปสู่การรวมกลุ่มฮีโร่ในซีรีส์ The Defenders ที่จะออกอากาศผ่านสตรีมมิ่งทางเน็ตฟลิกซ์ในปี 2017 นี้  แต่ที่สำคัญที่สุดนี่เป็นครั้งแรกที่เราจะได้รู้จักกับ ลุค เคจ และที่มาพลังของเขาอย่างแท้จริง และการที่ LUKE CAGE ได้ผู้เขียนบทซีรี่ส์ตำรวจอย่าง เคโอ โฮดาริ โคเกอร์ มาคุมงานสร้างทำให้เรื่องราวของซีรีส์ชุดนี้ถูกหล่อเลี้ยงด้วยดราม่าตัวละครที่หนักแน่นและปมปริศนาแบบซีรีส์สืบสวนสอบสวนที่ โคเกอร์ ช่ำชองโดยยังคงการเป็นฮีโร่ในโลกของคนผิวสีตามความตั้งใจเดิมของมาร์เวลคอมิคได้อย่างลงตัว

มาเฮิร์ซชาล่า ลาซบาซ อาลี เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Moonlight กับการสวมบท คอตตอนเมาธ์ได้อย่างน่าสะพรึงกลัว

ทีมนักแสดงสมทบที่โดดเด่นเพิ่มความเข้มข้นให้กับ LUKE CAGE ทุกตอน

อัลเฟร วูดาร์ด รับบท มาไรอาห์ ดิลลาร์ด หรือฉายา แบล็คมาไรอาห์ นักการเมืองท้องถิ่นสุดฉ้อฉล

โดยสิ่งที่โดดเด่นที่สุดสำหรับซีรีส์ LUKE CAGE คือการสร้างบรรยากาศแบบหนังมาร์เฟียแก๊งสเตอร์คนผิวสีในย่านฮาร์เล็ม ซึ่งนักการเมืองท้องถิ่นมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับมาเฟียเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับฮีโร่ของเรา โดยทิ้งปริศนาให้เราสงสัยในที่มาของ ลุค เคจ หนุ่มผิวสีร่างกายกำยำที่มีความคงกระพัน หนังเหนียวยิงไม่เข้า ซึ่งซีรีส์ยอมเสียเวลาตอนแรกในการปูข้อมูลด้านการเมืองและความสัมพันธ์ตัวละครอย่างหนักแน่น แต่เมื่อเข้าตอนที่สองไม่นานจังหวะในการเล่าเรื่องก็เร่งสปีดและทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนคนดูไม่อาจหยุดชมหรือรอดูตอนต่อไปอย่างใจเย็นได้เลย ดังนั้นในด้านการดำเนินเรื่องถือว่าสอบผ่านได้อย่างสวยงามสำหรับซีรีส์ฮีโร่ผิวสีเรื่องนี้

นักสืบ มิสตี ไนท์ นักสืบสาวที่ลุค เคจ มีสัมพันธ์ด้วย รับบทโดย ซีโมน มิสซิค

ไมค์ โคลเทอร์ กับการกลับมารับบท ลุค เคจ อีกครั้งในซีรีส์ของตัวเอง

จุดแข็งสำคัญสำหรับ LUKE CAGE คงหนีไม่พ้นทีมนักแสดง ทั้ง ไมค์ โคลเทอร์ ที่กลับมาสวมบทบาท ลุค เคจและใช้เสน่ห์เฉพาะตัวสร้างความนิยมให้ตัวละครได้ดีเช่นเคย และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คงหนีไม่พ้นการรับบทบาท คอตตอนเมาธ์ ได้อย่างยอดเยี่ยมของ มาเฮิร์ซชาล่า ลาซบาซ อาลี นักแสดงผิวสีชาวมุสลิมที่เพิ่งได้ออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมปีล่าสุดจาก Moonlight โดย อาลี สามารถสวมวิญญาณคอตตอนเมาธ์ได้อย่างเปี่ยมมิติสร้างความไม่น่าไว้วางใจทุกครั้งที่ปรากฎตัว แม้เจ้าพ่อแห่งฮาร์เล็มจะไม่ได้มีพลังวิเศษแต่ด้วยอิทธิพลและรังสีอำมหิตที่ อาลี เปล่งประกายให้ตัวละครก็เพียงพอแล้วต่อตำแหน่งคู่ปรับตัวฉกาจของ ลุค เคจ  และในฝั่งผู้ร้ายก็ไม่ได้เพียงอาลีในบท คอตตอนเมาธ์เท่านั้น แต่การได้สาวใหญ่อย่าง อัลเฟร วูดาร์ด มารับบท มาไรอาห์ ดิลลาร์ด ยังช่วยเพิ่มความเข้มข้นและเสริมบรรยากาศการเมืองให้เรื่องราวได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย

แคลร์ เทมเปิล (โรซาริโอ ดอว์สัน) กับการปรากฏตัวพร้อมโปสเตอร์โรงเรียนเทควันโดของ คอลีน วิง จาก Iron Fist

นอกจากนี้  LUKE CAGE ยังถือเป็นการเชื่อมจักรวาลซีรีส์มาร์เวล The Defenders ได้อย่างลงตัวด้วยการปรากฏตัวของ แคลร์ เทมเปิล โดย โรซาริโอ ดอว์สัน ที่แอบมีบทโรแมนติกกับลุค เคจ มาเชื่อมเรื่องราวจาก Jessica Jones และหากช่างสังเกตเสียหน่อยเธอยังปรากฏบนเฟรมพร้อมป้ายโรงเรียนสอนคาราเต้ของ คอลีน วิง ซึ่งเป็นตัวละครใน Iron Fist ซีรีส์แนะนำสมาชิกฮีโร่คนสุดท้ายของกลุ่มอีกด้วย

ในภาพรวมทั้ง 13 ตอนของ LUKE CAGE ซีซันแรกเต็มไปด้วยเรื่องราวสุดเข้มข้นและฉากแอ็คชันที่ตื่นตาตื่นใจผสมผสานกับฝีมือของทีมนักแสดงแถวหน้าจนทำให้กลายเป็นซีรีส์ฮีโร่มาเวลที่สนุกมากอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

สเน่ห์ของ ลุค เคจ แม้แต่นักสืบสาว มิสตี้ ไนท์ ยังเผลอใจ

หรือความใกล้ชิดจะทำให้ พยาบาล แคลร์ เทมเปิล มีใจให้ ลุค เคจ อีกคน

ศึกใหญ่ระหว่าง ลุค เคจ และ ไดมอนด์แบ็ค

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์] Sex Education เพศศึกษา (หลักสูตรเร่งรัก) – ก้าวข้ามวัยแบบจั๊กกะจี้หัวใจที่ใครๆก็อยากบวก

Published

on

  • สร้างสรรค์โดย : ลอรี นันน์
  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่ชื่นชอบซีรีส์หรือหนังวัยรุ่นทะลึ่งทะเล้นแต่แอบซ่อนประเด็นการก้าวข้ามวัย (coming of age)
  • สตรีมมิงทั้ง 8 ตอนแล้วทาง Netflix (คลิกเพื่อชมซีรีส์ได้ทันที)
  • คำเตือน มีฉากเซ็กส์แบบเห็นหน้าอกผู้หญิง และ เห็นอวัยวะเพศชาย

หนุ่มสาวคนไหนเซ็กส์มีปัญหาต้องมาหาพวกเขา! เมื่อ โอทิส (อาซา บัตเตอร์ฟิลด์) เมฟ (เอ็มมา แม็คคีย์) และ อีริค (นคูติ กัตวา) เปิดคลินิกลับบำบัดเรื่องเซ็กส์ ทั้งหนุ่มล่ำที่ไม่ถึงจุดสุดยอด, เลสเบี้ยนที่ไม่เคยเสพย์สุขทางเพศ หรือกระทั่งสาวติดเซ็กส์ที่ไม่เคยรู้ความต้องการในเรื่องเซ็กส์ของตัวเอง แต่ยิ่งนานวันโอทิสกลับกำลังตกหลุมรักเมฟ ทั้งที่เธอไม่เคยคิดกับเขาเกินเพื่อน งานนี้ปัญหาวุ่นๆทั้งหัวใจและใต้สะดือจะมีคำตอบตำราหรือไม่ ติดตามได้ใน Sex Education 

Sex Education คือซีรีส์อังกฤษจาก Netflix ที่นำเรื่องเพศกับวัยรุ่นมาเป็นแกนกลางของเรื่อง แต่บอกแบบนี้อย่านึกว่าหนังจะมาทางมุกสัปดนแบบ American Pie หรือ Porky หนังวัยรุ่นวุ่นใต้สะดือจากฝั่งอเมริกันนะครับ เพราะจุดเด่นจริงๆคือซีรีส์สามารถนำเรื่องเซ็กส์มาโยงใยถึงการก้าวข้ามวัยได้อย่างลึกซึ้งทีเดียว โดยบทซีรีส์โดดเด่นมากในการสร้างคาแรกเตอร์ทุกตัวเลย คือดูๆไปเราจะไม่รู้สึกว่าตัวละครไหนกำลังทำให้เรารำคาญกับความสัปดนของมันตรงกันข้าม เซ็กส์กลับค่อยๆเปิดเผยให้เห็นธรรมชาติของวัยรุ่นที่บางคนภายนอกดูแข็งแกร่งแต่ความรักและเซ็กส์ก็พาเธอไปสู่คลินิกทำแท้ง หรือกระทั่งตัวพระเอกอย่าง โอทิส เองก็เป็นคนขาดความมั่นใจในเรื่องเซ็กส์มีปัญหากระทั่งไม่สามารถช่วยตัวเองได้ และเหตุการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายเมื่อเขาดันมีแม่เป็นนักบำบัดด้านเพศสัมพันธ์ที่พยายามก้าวก่ายเรื่องใต้สะดือของเขาเหลือเกิน ทำให้เห็นว่าบทซีีรีส์มองเรื่องเซ็กส์ในมุมมองรอบด้านและสามารถอธิบายความสัมพันธ์และความรู้สึกนึกคิดของวัยรุ่นได้อย่างลึกซึ้ง

นอกจากบทแล้ว นักแสดงทุกคนคือจุดเด่นและสามารถนำพาคนดูไปร่วมรู้สึกกับเรื่องราวได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะ อาซา บัตเตอร์ฟิลด์ ที่หลังจาก Ender’s Game (2013) แล้วก็มักได้แต่บทโชว์หล่อสไตล์วัยรุ่นชายหน้าตาดี แม้ใน Sex Education เขาก็ยังได้โชว์หล่ออยู่ดี (ฮ่าาาา) แต่สิ่งที่ อาซา ได้เพิ่มให้ตัวละครโอทิส มีชีวิตมีเลือดเนื้อจริงๆ เขาทำให้เห็นถึงความเปราะบางของวัยรุ่นคนหนึ่งที่ไม่รู้จะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง ยิ่งต้องใกล้กับสาวกร้านโลกที่เขาหลงรักก็ยิ่งรู้สึกยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ จนหลายคนเอาไปแทนความรู้สึกตัวเองเวลาแอบรักใครสักคนและประเด็นนี้เองที่ดูจะโดนใจชาวโซเชี่ยลไทยเป็นพิเศษด้วย

สำหรับสาว เอ็มมา แม็คคีย์ เชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะแจ้งเกิดให้เธอได้ไม่ยาก บทสาวเมฟถูกเขียนมาท้าทายนักแสดงอย่างแท้จริงเพราะภายใต้บุคลิกสาวกร้านโลก ยังเต็มไปด้วยความว้าเหว่จากการเป็นเด็กถูกทิ้งทั้งจากครอบครัวและพี่ชาย แถมยังกดเก็บความฉลาดแล้วแสดงออกแต่พฤติกรรมแย่ๆทำลายตัวเองไปเป็นวันๆ ยิ่งเรื่องหัวใจที่เธอหลงรักนักกีฬาว่ายน้ำดาวเด่นของโรงเรียนแต่กลับคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ ยิ่งได้พลังการแสดงทั้งสายตาและแอ็คติ้งที่เข้าใจตัวละครของ เอ็มมา ก็ยิ่งทำให้คนดูรู้สึกใจสลายไปกับเธอได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

และสำหรับ นคูติ กัตวา ดาราหนุ่มผิวสีในบทเพื่อนรักของโอทิส ก็เรียกได้ว่าสร้างสีสันให้เรื่องราวสนุกได้ทุกตอน ทุกมุกตลกและมิตรภาพระหว่างโอทิส กับอีริคคือส่วนที่น่ารักมากของเรื่องราว ยิ่งได้นคูติที่สามารถมารับบทเกย์ที่พยายามให้คำปรึกษาเพื่อนรักและในขณะเดียวกันก็ยังสามารถถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เขาต้องปกปิดตัวตนทางเพศไว้ได้อย่างน่าเห็นใจและถ่ายทอดให้คนดูรักและเอาใจช่วยให้ อีริค ได้เติบโตและกล้าเปิดตัวตนของตัวเองเสียทีได้อย่างหมดใจที่สำคัญเขายังเป็นเจ้าของฉากที่ชวนตัวบิดที่สุดของเรื่องอีกด้วย (จะเป็นฉากไหน กับใครไปดูกันเองจ้า)

นอกจากนี้ Sex Education ยังเป็นการกลับมาของนักแสดงรุ่นใหญ่แต่กลับได้รับบทที่ทรงเสน่ห์ที่สุดนั่นคือ จิลเลียน แอนเดอร์สัน ที่เด็ก 90 รู้จักเธอดีจากบทเอเจนต์ สกัลลี่ แห่ง The X-Files แต่คราวนี้ จิลเลียน เธอมาในบทแม่ของโอทิสที่เป็นนักบำบัดด้านเซ็กส์ แต่เชื่อไหมครับว่าลุคผมสั้นสีดอกเลากลับยิ่งทำให้เธอดู ฮอต ยิ่งกว่าตอนสาวๆเสียอีก เรียกง่ายๆว่ายามใดเธอปรากฎตัวก็ทำให้หนุ่มๆกระชุ่มกระชวยไม่แพ้สาวๆคนอื่นๆในเรื่องเลย

ด้วยบทที่เขียนมาอย่างดี มีตัวละครที่คนดูจะหลงรัก บวกกับประเด็นเรื่องเพศในวัยรุ่นที่แม้ซีรีส์จะมีฉากเซ็กส์และพูดถึงเรื่องเซ็กส์แทบทุกตอน แต่มันกลับสะท้อนด้านที่อ่อนไหวของวัยรุ่นและอุปสรรคที่ต้องเจอในรายทางระหว่างการเติบโตได้อย่างเข้าอกเข้าใจและยังสร้างความประทับใจให้คนดูได้อีกด้วย

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

IO ผู้ยืนหยัดคนสุดท้าย: เมื่อโลกเป็นพิษ เธอเลยใช้ชีวิตแบบนักปรัชญา

Published

on

By

เรื่องย่อ

แซม คือนักวิทยาศาสตร์คนสุดท้ายบนโลก เนื่องจากโลกประสบปัญหามลพิษจนไม่เหลือสิ่งมีชีวิตใด ๆ ดำรงอยู่ได้อีก ประชากรโลกส่วนใหญ่เลือกเดินทางสู่อาณานิคมในอวกาศซึ่งตั้งอยู่แถวดวงจันทร์ไอโอของดาวพฤหัสบดี แต่แซมยังคงเชื่อว่าโลกยังมีความหวังที่จะฟื้นฟูได้ เช่นเดียวกับพ่อของเธอ แต่แล้วเมื่อโลกดูเหมือนจะขับไล่เธอมากขึ้น เธอก็มีทางเลือกแค่จะไปขึ้นยานลำสุดท้ายที่จะออกจากโลกกับผู้มาเยือนแปลกหน้าอย่าง ไมกาห์ หรือ จะดันทุรังอยู่บนโลกที่เธอรักต่อไป

ดูจากเรื่องย่อก็พอจับความได้ว่าหนังจาก เน็ตฟลิกซ์ออริจินัล เรื่องนี้ น่าจะมีความอินดี้แบบเรื่อยเอื่อยอยู่ไม่เบา เพราะหนังมีตัวละครหลัก ๆ แค่ 2-3 คน กับความยาว 96 นาที แต่เล่าไป 2 บรรทัดนิด ๆ ก็แทบจบเรื่องแล้ว ดูเหมือนว่าหนังไซไฟของเน็ตฟลิกซ์นั้น จะกลายเป็นขึ้นชื่อในเรื่องความปรัชญาอินดี้ปลายเปิด บางทีไม่สนการกระตุ้นคนดูระหว่างทางเลยด้วยซ้ำ อย่างปีที่ผ่านมาก็มีหนังอย่าง Bird Box หรือ Annihilation  ซึ่งก็เป็นจุดแข็งของหนังค่ายนี้ เพราะจะรอสตูดิโอฮอลลีวู้ดผลิตออกมาก็คงไม่มีวันล่ะกับหนังที่ทำท่าจะไม่ได้ตังค์ในโรงแบบนี้ และข้อดีของหนังฉบับเน็ตฟลิกซ์นี่ล่ะที่เราต้องมาแนะนำหนังเรื่องนี้กัน

IO Last on Earth เป็นหนังไซไฟผลงานของ โจนาธาน เฮลเพิร์ต ซึ่งเติบโตมากับหนังสายยุโรปอย่างฝรั่งเศส และนี่เป็นหนังขนาดเรื่องที่ 2 ของเขาเท่านั้น ในขณะที่เรื่องแรกอย่าง House of Time (2015) ที่ฉายในฝรั่งเศสก็เป็นแนวไซไฟคอเมดี้ ซึ่งทำให้เห็นว่าตัวเขานั้นสนใจในหนังแนวไซไฟ หรือแฟนตาซีอยู่ไม่น้อย และสำหรับ IO ก็เป็นการบิดแนวหนังไซไฟมาเล่นเชิงดราม่าปรัชญาและการแสวงหาความหมายของชีวิตสุดท้ายบนโลก โดยอิทธิพลการเล่าเรื่องหลัก ๆ นั้นน่าจะมาจากหนึ่งในทีมเขียนบท และโปรดิวเซอร์ของหนัง อย่าง ชาร์ล สเปโน ที่เคยมีงานอย่าง Embers (2015) ซึ่งว่าด้วยโลกอนาคตที่ผู้คนต่างสูญเสียความทรงจำและผู้รอดชีวิตต่างแสวงหาความเชื่อมโยงกับโลกและผู้อื่น ด้วยเนื้อหาและลีลาการเล่าเชิงกวีปรัชญานั้นก็ไม่ต่างจาก IO เลยทีเดียว

ด้วยสไตล์แบบหนังยุโรปจึงอาศัยความนิ่ง และแรงกระตุ้นความสนใจผู้ชมผ่านบทสนทนาที่มีไม่มากแต่แฝงนัยยะบางอย่าง โดยหลายครั้งมักอ้างอิงตำนานเทพปกรณัม และหนังสือปรัชญากรีกมาพูดกันเสมอ ซึ่งสายอาร์ตหรือสายปรัชญา ชอบกระตุ้นสติปัญญาผ่านหนังน่าจะเป็นที่สนใจ แต่สำหรับสายสมองอ่อนเพลียต้องการแสวงหาหนังมาเป็นคาเฟอีนให้ดวงตาต้องบอกว่า นี่มันยานอนหลับเบนโซไดอะซีปีนชัด ๆ เลย ดังนั้นใครเป็นข้อหลังขอให้ผ่านไปก่อนเลยนะครับ แต่ถ้าใครผ่านข้อสอบคัดตัวข้อแรกนี้ไปก็มาอ่านรีวิวกันต่อเลย

หนังได้ดาราสาวอเมริกันหน้ายังไม่ช้ำอย่าง มาร์กาเร็ต ควอลลี ที่เคยมีผลงานในหนังเน็ตฟลิกซ์อย่าง Death Note ในบท มีอา และสายอาร์ตอาจคุ้นหน้าเธอจากโฆษณา Kenzo World เมื่อปี 2017 ที่เธอต้องเต้นแบบชนเผ่าในชุดราตรีพาดผ่านโถงอาคาร โดยมีฉากเต้นหน้ากระจกโดยไร้เงากล้องสะท้อนได้อย่างน่าทึ่งมาแล้ว ตัว ควอลลี รับบท แซม ที่เรียกว่าแทบจะต้องแบกหนังกว่าค่อนเรื่องไว้ลำพังก่อนที่ตัวละครแขกแปลกหน้าอย่าง ไมกาห์ ที่แสดงโดย แอนโธนี แมกกี้ หรือรู้จักกันดีในบท ฟาลคอน ในหนังซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล จะมาเยือน และต้องบอกว่าด้วยเสน่ห์หรือเซ็กแอพพีลของควอลลี ประกอบกับใบหน้าที่มีโครงสวยชวนมอง ก็สามารถทำให้ผู้ชมอยากดูอยากมองอยู่ไม่น้อย

ประกอบกับหนังค่อย ๆ เพิ่มรายละเอียดและปริศนาต่าง ๆ ในชีวิตของแซมมามากขึ้น ๆ ทั้งการตอบจดหมายของเธอกับแฟนหนุ่มที่ชื่อ ลีออน  ซึ่งออกจากโลกไปดวงจันทร์ไอโอก่อนหน้า ก็เป็นความโรแมนติกชวนเหงาเล็ก ๆ โดยเฉพาะคำลงท้ายจดหมายที่ส่งถึงกันว่า จากโลกถึงสุดขอบจักรวาล ที่ได้อารมณ์เหงามาก ๆ ทั้งความจริงเกี่ยวกับ ดร.วอลเดน ซึ่งเป็นพ่อของเธอที่เราได้ยินเสียงในวิทยุมาตลอดเรื่อง และตัวตนและเป้าหมายที่แท้จริงของชายปริศนาอย่าง ไมกาห์ ผู้รอบรู้ปรัชญากรีกก็ทำให้เรายังคงติดต่อกับสารของหนังได้เรื่อย ๆ ถึงหนังจะไม่มีสัตว์ประหลาดอะไรให้ตื่นเต้น หรืออุปสรรคแบบหนังยานอวกาศให้ต้องลุ้นวินาทีต่อวินาที และบรรยากาศของการเล่าเรื่องจะชวนไปทำอย่างอื่นระหว่างดูเสียเหลือเกินก็ตาม

สรุปว่าหนังเรื่องนี้ของเน็ตฟลิกซ์คงเหมาะกับคนดูเฉพาะกลุ่มมากกว่า ถ้าเทียบแบบหนังชินไค ก็เป็นยุค Voices of a Distant Star มากกว่า Your Name อย่างแน่นอน แต่ที่น่าสนใจคืออารมณ์ร่วมระหว่างดูมันได้กับสถานการณ์ฝุ่นละอองในอากาศเป็นพิษอยู่ในขณะจริง ๆ

นี่นั่งใส่หน้ากากกันฝุ่นดูทะเลหมอกฝุ่นคลุมเมืองในหนัง โคตรอินเลย

ใครเป็นสมาชิกอยู่แล้ว ดูหนังได้ทางลิ้งก์นี้เลย www.netflix.com/watch/80134721

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

Netflix รายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น 35% และมีสมาชิกใหม่มากถึง 29 ล้านราย

Netflix เติบโตต่อเนื่อง หวังยอดสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกในปี 2019 นี้

Published

on

Netflix ได้เปิดเผยรายได้ประจำปี 2018 อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านเหรียญ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2017 ถึง 35% และคิดเป็นผลกำไรเพิ่มขึ้น 2 เท่า อยู่ที่ 1.6 พันล้านเหรียญ

รายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มาจากจำนวนสมาชิกที่จ่ายค่าบริการรายเดือนซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2018 นี้ Netflix ได้มีสมาชิกใหม่ถึง 29 ล้านราย และทำให้มีสมาชิกโดยรวมอยู่ที่ 139 ล้านราย และทาง Netflix ยังหวังว่าในไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2019 นี้ จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 8.9 ล้านราย

นอกจากนี้ Netflix ยังมีเนื้อหาที่ประสบความสำเร็จอย่าง Bird Box ที่มียอดผู้ชมมากถึง 45 ล้านวิว ใน 7 วันแรกที่เริ่มเปิดให้ชม และคาดว่าจะมีผู้ชมมากกว่า 80 ล้านวิว ใน 4 สัปดาห์แรก อีกทั้งยังมีภาพยนตร์ต้นฉบับอย่าง Elite ที่มีผู้ชมมากถึง 20 ล้านวิว ใน 4 สัปดาห์แรก

ข้อมูลอ้างอิง : gsmarena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!