Connect with us

What The Fact

Ed Sheeran เผยเคล็ดลับการแต่งเพลง “Shape of You” จนกลายเป็นเพลงฮิตติดหูแห่งปี 2017

ท่อนเพลงจาก “Shape of You” ซิงเกิ้ลเปิดตัวอัลบั้ม ÷ (Divide) ของนักร้อง นักแต่งเพลงหนุ่มขวัญใจมหาชน เอ็ด ชีแรน ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นเพลงฮิตแห่งปี 2017 เป็นที่เรียบร้อย และเชื่อว่ามันจะกลายเป็นหนึ่งในเพลงฮิตของวงการดนตรีต่อไป

Published

on

I’m in love with the shape of you
We push and pull like a magnet do
Although my heart is falling too
I’m in love with your body
And last night you were in my room
And now my bedsheets smell like you
Every day discovering something brand new
I’m in love with your body
Oh—I—oh—I—oh—I—oh—I

เชื่อว่าในเวลานี้คงไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินท่อนเพลงนี้ที่มาพร้อมจังหวะชวนโยกเป็นแน่แท้ มันเป็นท่อนเพลงจาก “Shape of You” ซิงเกิ้ลเปิดตัวอัลบั้ม ÷ (Divide) ของนักร้อง นักแต่งเพลงหนุ่มขวัญใจมหาชน เอ็ด ชีแรน ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นเพลงฮิตแห่งปี 2017 เป็นที่เรียบร้อย และเชื่อว่ามันจะกลายเป็นหนึ่งในเพลงฮิตของวงการดนตรีต่อไป

“Shape Of You” เป็นเพลงที่มีจังหวะชวนโยก เคลิ้บๆไปเบาๆ อันเกิดจากการผสมผสานของแนวดนตรี House และจังหวะแบบ Dancehall  ส่วนภาคดนตรีนั้นเกิดจากการผสมผสานกันของเครื่องดนตรีหลากสีสันมี ไซโลโฟน  กีตาร์และเพอร์คัสชั่น  แต่เดิมเพลงนี้จะแต่งเพื่อให้ Rihanna ร้อง แต่ไปๆมาๆ เอ็ดคิดว่าอยากจะร้องเองมากกว่าก็เลยจัดไปตามนี้ จนเป็นเพลงฮิตในที่สุด

เนื้อหาของเพลงพูดถึงการไปพบกับสาวคนหนึ่งที่บาร์และตกหลุมรักเธอทันใด กลิ่นอายความลุ่มหลง และเซ็กซี่ล่องลอยไปทั่วอณูของเพลง

I’m in love with the shape of you
We push and pull like a magnet do
ฉันตกหลุมรักในเรือนร่างของเธอ
เราถูกผลักและดึงดูดเข้าหากันเหมือนดั่งแม่เหล็ก

And last night you were in my room
And now my bedsheets smell like you
เมื่อคืนก่อนเธออยู่ในห้องของฉัน
และในตอนนี้ที่นอนของฉันนั้นมีกลิ่นเหมือนกับเธอเลย

ช่วงแรกๆที่เพลงนี้ถูกเผยแพร่ออกมา มีหลายคนบอกว่ามันมีความเหมือนกับเพลง “Cheap Thrills” ของ Sia ซึ่งเอ็ดได้ตอบกลับในประเด็นนี้ไว้ว่า 

“ผู้คนเอาแต่บอกว่าเพลงนี้เหมือนเพลงของ Sia ผมฟังเพลงของ Sia นะผมว่ามันมีคอร์ดที่แตกต่างจากเพลงของผม คอนเซปก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง เมโลดี้ก็ด้วย แต่ถ้าจะมีใครที่เหมือนเป็นต้นแบบที่ใครๆก็หยิบจับเอาสไตล์และไอเดียเขามาล่ะก็คนนั้นคือ Kygo เลยล่ะ เขาคนนี้เลยที่มาพร้อมกับดนตรีแนวเฮ้าส์ที่ทุกๆคนต้องหยิบมันมาฟัง”

เพื่อคลายข้อสงสัย และเจาะลึกในแง่มุมของคนดนตรี วันนี้เราจะได้รับรู้กันครับว่า เอ็ด ชีแรน มีวิธีการถักทอเพลงๆนี้ขึ้นมาอย่างไร

“มันไม่มีแรงกดดันอะไรเลย มันก็เป็นเพียงแค่วันหนึ่งในห้องอัดเท่านั้นเอง”

นี่คือสิ่งที่เอ็ด พูดถึงเมื่อกล่าวถึงเพลงฮิตเพลงนี้ บทเพลงที่มีเนื้อเพลงสุดเซ็กซี่อย่าง “ตอนนี้เตียงของฉันมีกลิ่นราวกับเธอล่ะ” และมีเพียง 4 คอร์ดวนไปทั้งเพลง ดูเหมือนมันจะไม่มีความซับซ้อนอะไรเลย แต่ทำไมมันถึงดัง และก็อย่างที่บอกว่าฝนตอนแรก เฮ้ด ไม่ได้ตั้งใจจะแต่งเพลงนี้ให้ตัวเอง

กุญแจสำคัญอีกดอกหนึ่งเหมือนจะเป็น ผู้ร่วมงานคนสำคัญอย่าง สตีฟ แม็ค (Steve Mac) โปรดิวเซอร์มือฉมังที่เคยร่วมงานกับศิลปินมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซูซาน บอยล์ , Clean Bandit  หรือแม้กระทั่งบอยแบนด์ในตำนานอย่าง Westlife โดยเพลง “Flying Without Wings” หนึ่งในเพลงฮิตของวงนั้น แม็ค ได้ร่วมแต่งด้วย ซึ่งเอ็ดบอกว่า “เพลงนี้เป็นเพลงโปรดตลอดกาลของผมเลยครับ”

สตีฟ แม็ค โปรดิวเซอร์มือทองแห่งวงการเพลงอังกฤษ

 

อีกหนึ่งผู้ร่วมหัวจมท้ายคนสำคัญก็คือ จอห์นนี แม็คเดด (Johnny Mcdaid) มิตรสหายคนสนิทผู้ร่วมแต่งเพลงกับเอ็ดร่วมหลายร้อยเพลง ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของวง Snow Patrol

จอห์นนี แม็คเดด และ นักแสดงสาว คอร์ทนีย์ ค็อกซ์ พร้อมด้วยโคโค ลูกสาวของเธอกับอดีตสามี เดวิด อาร์เคว็ท

“ผมไม่คิดว่าเรากำลังมาแต่งเพลงกัน แต่ผมว่ามันเหมือนเรามาพูดคุย แลกเปลี่ยน สื่อสารกันมากกว่า”

แม็คเดดพูดถึงการทำงานกับ แม็ค และเอ็ด

ดูเหมือนว่าสิ่งหนึ่งที่ “Shape of You” จะเหมือนเพลงป็อป ฮิตติดชาร์ตทั้งหลายก็คือ การที่มันเป็นเพลงอันก่อกำเนิดจากการเบรนสตอร์ม ร่วมกันสุมหัวคิด แชร์ไอเดียและค่อยๆช่วยกันพัฒนามันขึ้นมา โดยมีเครื่องดนตรีใกล้มือพร้อมที่จะหยิบจับและบันทึกเสียงไอเดียนั้นโดยทันที

“เพลงที่ดีที่สุด ที่ผมเคยแต่ง ผมไม่เคยจำมันได้เลยว่ามันมาได้อย่างไร จำได้ก็แต่เพียงว่ามันใช้เวลาไม่นานสัก 20 นาทีได้แล้วจากนั้นมันก็เรียบร้อยและไปต่อตามสเต็ปของมัน”

เอ็ด พูดถึงการมาของบทเพลงฮิตทั้งหลายของเขา

สำหรับ “Shape of You” ดูเหมือนว่ามันจะเริ่มจากการที่ เอ็ด และแม็ค คุยกันไปเรื่อยๆราว 15 นาทีจากนั้น แม็คก็มาพร้อมท่อนริฟฟ์จากคีย์บอร์ด โดยเล่นเป็นเสียงกลองซินธ์อันมีกลิ่นของจังหวะดนตรีแคริบเบียนอันเป็นจังหวะที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว

จากนั้นเพลงนี้ก็ค่อยๆถูกต่อเติมและถักทอในแบบเดียวกันกับเวลาที่เอ็ดแสดงสดนั่นก็คือ ทำเป็นลูปและค่อยๆ ซ้อนชั้นมันขึ้นมา เติมนั่น เติมนี่ที่ละนิดๆ จากนั้นไม่นาน เอ็ดก็มีเมโลดี้ของเพลงนี้

“เอ็ดแต่งเพลงไม่เหมือนใครในโลก เขามีภาพของเพลงในหัวชัดเจนมาก มันมีมาก่อนที่เขาจะต่อเติมมันเสียอีก”

ต่อจากเมโลดี้ก็ต่อด้วยเพอร์คัสชั่นที่เอ็ดใช้การเคาะ ตบ ตี กีตาร์เป็นการให้จังหวะ ซึ่งแม็ครู้สึกเซอร์ไพรซ์ที่เอ็ดมีวิธีการต่อเติมมันในแบบของเขาที่ไม่ใช่ต่อจากแม็คขึ้นไปแบบทื่อๆ แต่เหมือนเอ็ดจะอยากทำนั่น นี่  นู่น อย่างใจอยากแล้วจึงค่อยจับมันทั้งหมดมาซ้อนกันขึ้นมา

“ท่อนร้องของเพลง มันขัดกันกับบีท ทำให้เกิดจังหวะขัด (Syncopation) มันฟังดูเหมือนบทสวดเลย เหมือนการเต้นของหัวใจภายในร่างกายของเรา” 

ด้วยความที่มันมีอารมณ์ของเพลง R&B จึงทำให้ตอนแรกเอ็ดคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับกลุ่มนักร้องหญิง หรือเพลงคู่ชายหญิง หรือ เพลงของ Rihanna แถมในระหว่างที่กำลังแต่งกัน ท่อนคอรัสของเพลงยังมีเมโลดี้ที่ชวนให้นึกถึงเพลง “No Scrubs” ของ TLC จนทำให้ทั้งสามตั้งชื่อเพลงชั่วคราวให้กับเพลง “Shape of You” นี้ว่า “TLC” กันเลยทีเดียว และเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ เอ็ดได้ตกลงเครื่องนี้กับผู้แต่งทั้งสามของเพลง “No Scrubs” ได้แก่ Kandi Burruss, Tameka Cottle และ Kevin Briggs  ก่อนที่เพลงนี้จะเผยแพร่ออกไป ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปอย่างเรียบร้อย

เอ้ด เริ่มร้องเมโลดี้ด้วยคำที่ไร้ความหมาย ( wordless syllables – เป็นการร้องมั่วๆไป นักแต่งเพลงหลายคนมักใช้วิธีนี้ ถ้าอยากได้ฟีลแบบเพลงญี่ปุ่นก็ร้องมั่วๆเป็นคำ เป็นสำเนียงแบบญี่ปุ่น ก็จะได้อารมณ์และเมโลดี้แบบเพลงญี่ปุ่นแบบนี้เป็นต้นครับ)

หลังจากนั้นเอ็ดจึงมาใส่เนื้อร้องตามไอเดียของตน ซึ่งท่อนร้องแรกที่เล่าถึงการเข้ามาในบาร์ ดื่มกันชิลๆจนเจอสาวที่ถูกตาต้องใจ ท่อนนี้เอ็ดได้มันมาจากการที่ได้คุยกับคนมากมายและพบว่า หลายคนที่พบเจอกันในบาร์และได้พูดคุยกันถูกคอมักจะสานต่อจนเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยืนยาว ส่วนท่อนร้องที่สองที่พูดถึงการประหยัดจนต้องแอบเอาถูกพลาสติคมาใส่อาหารบุฟเฟ่ต์กลับบ้านนั้น เอ็ดบอกว่าได้ไอเดียมาจากซีรีย์ในอังกฤษเรื่อง “Fresh Meat”

จากนั้นเอ็ดจึงได้ท่อนหัวใจออกมานั่นคือ “I’m in love with your body.” ซึ่งแม็ค กับ แม็คเดด ยังไม่โดนใจนักและมองว่า มันเป็นคำที่ไม่ได้มีความหมายอะไรลึกซึ้งไปกว่านี้ มันก็แค่เรื่องทางกาย ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น แต่เอ็ดได้ตอบกลับว่า “the shape of you” เป็นวลีที่ใช้กันในไอร์แลนด์เหนือบ้านเกิดของเขา มันมีความหมายว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างแบบไหน ผมก็รักคุณ “the shape of you” มันจึงเป็นสิ่งที่สื่อถึงตัวตนของคนคนนั้น

ในส่วนของภาคจังหวะ แม็คได้ลองทำอะไรที่ท้าทายด้วยการใช้เพียง 4 คอร์ดไปตลอดเพลง แม้กระทั่งท่อนคอรัสก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด มันจึงเกิดคำถามขึ้นว่า​ “แล้วเพลงมันจะมี dynamic ได้อย่างไร ท่อนฮุค มันจะเด่นขึ้นมาได้อย่างไร”  ซึ่งแม็คได้กล่าวว่า

“ เราใช้เนื้อเพลงและจังหวะเป็นตัวเปลี่ยนแปลงสร้างไดนามิค แทนที่เราจะใช้การเปลี่ยนคอร์ดแบบที่ใครๆทำกัน”

พวกเขาได้เติมส่วนผสมต่างๆลงไป ริฟฟ์จากคีย์บอร์ด เสียงแทปปิ้งกีตาร์ เสียงดึงสาย เสียงร้องแบ็คอัพ และกระเดื่องกลอง ซึ่งไม่ได้มีอะไรซับซ้อนไปกว่านี้อีก

“ถ้าเนื้อเพลงดีพอ และคุณมีเมโลดี้สุดเจ๋ง จากนั้นแค่มีเพียงเสียงหนึ่งที่จะพามันไปในทิศทางที่ควรจะไป ก็เพียงพอแล้ว คุณไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีก”

ภายในเวลา 90 นาที ในที่สุดพวกเขาก็แต่งและบันทึกเสียงเพลงนี้กันจนเสร็จ

“มันเป็นหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของผมเลย”

แม็คกล่าว

มาฟังเพลงนี้แบบสดๆกันบ้างครับ

สุดยอดไปเลย และนี่ก็คือเรื่องราวความเป็นมาของบทเพลงฮิตเพลงนี้ ที่มีสตอรี่น่าสนใจไม่แพ้บทเพลงเลย รู้อย่างนี้แล้วลองกลับไปฟังเพลงอีกสักครั้งจะพบว่า เพลงนี้ไพเราะขึ้นอีกเยอะเลยครับ การได้รู้ความเป็นมาของเพลงที่เราฟังนี่ช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับบทเพลงได้จริงๆ ไว้คราวหน้าหากมีเรื่องราวที่มาของบทเพลงดีๆ ผมจะนำมาฝากให้ได้อ่านกันอีกนะครับ

ที่มา

How Ed Sheeran Made “Shape of You” The Year’sBiggest Track

Genius.com

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

ร่วมลุ้นไปกับนิวท์ สคามันเดอร์และผองเพื่อนใน Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald – สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์

Published

on

ระหว่างศาสตร์มืดอันเย้ายวนของ กรินเดลวัลด์ กับ ความสงบสุขของโลก เขาจะเลือกทางไหน..??

Warner Bros. Pictures จัดเต็มอีกครั้ง ด้วยการปล่อยภาพจากหนังชุดใหม่ จากภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald – สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์” 

การเดินทางครั้งที่ 2 ในโลกเวทมนตร์..ไม่กี่เดือนหลังจาก “นิวท์ สคามันเดอร์” ได้เปิดหน้ากากและจับตัวพ่อมดศาสตร์มืดตัวร้าย “เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์” อย่างไรก็ดี ตามที่เขาลั่นวาจาไว้ กรินเดลวัลด์หลบหนีไปได้และรวบรวมสมัครพรรคพวกที่เดินตามรอยเขา ยกย่องพวกผู้วิเศษไว้เหนือพวกสิ่งมีชีวิตที่ไร้เวทมนตร์ เพียงผู้เดียวที่อาจหยุดยั้งเขาได้คือพ่อมดที่เขาเคยเรียกว่าเป็นเพื่อนรัก “อัลบัส ดัมเบิลดอร์” แต่ดัมเบิลดอร์จะต้องการความช่วยเหลือจากพ่อมดที่เคยจัดการกรินเดลวัลด์มาแล้วครั้งหนึ่ง นิวท์ สคามันเดอร์ อดีตนักเรียนของเขา การผจญภัยครั้งนี้ทำให้นิวท์และ ทีน่า ควีนนี่ และเจค็อบ ได้กลับมาพบกัน แต่ภารกิจนี้จะรวมถึงการทดสอบความซื่อสัตย์ของพวกเขา กับการได้เผชิญความเสี่ยงใหม่ ๆ ในภยันตรายที่เพิ่มมากขึ้น และโลกของผู้วิเศษที่แตกแยก

ผลงานการกำกับของ เดวิด เยทส์ จากฝีมือรังสรรค์บทของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง อำนวยการสร้างโดย เดวิด เฮย์แมนเจ.เค. โรว์ลิ่งสตีฟ โคลฟส์ และไลโอเนล วิแกรม พร้อมทั้งยังได้นักแสดงมาร่วมทีมอย่างคับคั่ง อาทิ เอ็ดดี้ เรดเมย์น (นิวท์ สคามันเดอร์)จู๊ด ลอว์ (อัลบัส ดัมเบิลดอร์ เวอร์ชั่นหนุ่ม)จอห์นนี่ เดปป์ (เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์)เอซรา มิลเลอร์ (ครีเดนซ์ แบร์โบน)แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน (ทีน่า โกลด์สตีน)แดน ฟ๊อกเลอร์ (เจคอบ โควัลสกี)อลิสัน ซูดอล (ควีนนี่ โกลด์สตีน) พร้อมด้วย คลอเดีย คิม (มาเลดิกตัส)โซอี้ คราวิทซ์ (ลีตา เลสแตรงจ์)คัลลั่ม เทอร์เนอร์ (ธีซีอุส สคามันเดอร์) เป็นต้น

แล้วมาลุ้นไปกับ นิวท์ สคามันเดอร์ และผองเพื่อน ใน Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald สัตว์มหัศจรรย์ อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ 15 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ในระบบปกติ 3D, IMAX3D และ 4DX

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

10 อันดับ Box Office (9-11 พ.ย.) : The Grinch เปิดตัวดี 75 ล้านเหรียญทั่วโลก

The Grinch เปิดตัวในช่วงต้นเทศกาลหยุดยาวปลายปีได้ดี

Published

on

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา The Grinch ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือ How the Grinch Stole Christmas สุดคลาสสิกของ ดร.ซูสส์ ภายใต้งานสร้างของสูดิโอ Illumination เจ้าของผลงานสุดฮิตอย่าง Despicable Me และ Minion ได้เข้าฉายเป็นสัปดาห์แรก โดยทำรายได้ไป 66 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 78.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 75 ล้านเหรียญ

  • ผู้กำกับ รอน ฮาร์เวิร์ด เคยดัดแปลงหนังสือดังกล่าวเป็นภาพยนตร์มาแล้วเมื่อปี 2000 ในชื่อ How the Grinch Stole Christmas ซึ่งนำแสดงโดย จิม แครีย์ และประสบความสำเร็จสูงมากด้วยรายได้ 345 ล้านเหรียญทั่วโลก

Overlord ผลงานอำนวยการสร้างของ เจ เจ แอบรัมส์ ที่เน้นบรรยากาศในสงครามโลก ผสานกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติ และสยองขวัญ คล้ายกับนำองค์ประกอบของภาพยนนตร์เกรดบีในยุคก่อนมาปัดฝุ่นด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ ก็ทำรายได้เปิดตัวไปในระดับกลาง 10.1 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 19.3 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 38 ล้านเหรียญเท่านั้น

The Girl in the Spider’s Web: A New Dragon Tattoo Story ที่สานต่อเรื่องราวของหญิงสาวรอยสักมังกรจากไตรภาค Millennium ของประเทศสวีเดน ทำรายได้เปิดตัวไปเพียง 8 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไปเพียง 16.3 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างที่สูงถึง 43 ล้านเหรียญ

และ Bohemian Rhapsody ภาพยนตร์อัตชีวประวัติของวง Queen และนักร้องนำ เฟรดดี เมอร์คิวรี ที่เต็มไปด้วยสีสัน ก็ยังคงทำรายได้ดี โดยในสหรัฐอเมริกาทำไปได้กว่า 100 ล้านเหรียญแล้ว ส่วนรายได้ทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 285.3 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 52 ล้านเหรียญ

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : The Grinch

66 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 66 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 12.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 78.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 75 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : Bohemian Rhapsody

30.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 100 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 185.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 285.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 52 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Overlord

10.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 10.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 9.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 19.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 38 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : The Nutcracker and the Four Realms

9.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 35.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 61.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 97 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 120 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : The Girl in the Spider’s Web: A New Dragon Tattoo Story

8.02 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 8.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 16.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 43 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : A Star is Born

8.01 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 178 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 144.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 322.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 36 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : Nobody’s Fool

6.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 24.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 265,000 เหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 24.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 19 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Venom

4.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 206.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 467.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 673.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 100 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : Halloween

3.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 156.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 88.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 245.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 10 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : The Hate U Give

2.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 26.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 2.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 28.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 23 ล้านเหรียญ

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ผู้กำกับ Bat V Sup เผย ซุปเปอร์แมนไม่ใช้พลังหูทิยพ์หาแม่ เพราะเขาไม่อยาก “เพิกเฉยเสียงผู้คนที่ร้องขอความช่วยเหลือ”

Published

on

Batman V Superman คือภาพยนตร์ซุปเปอร์จากฝั่ง DC อันเป็นฝีมือการกำกับของ Zack Snyder ที่เขาได้แฝงสรรพสิ่งเชื่อมโยงหรืออ้างอิงหนังสือการ์ตูนคอมมิคในรูปแบบสัญญะ นัย และเรื่องราวฉากหลังที่เอาใจแฟน DC แบบสุดๆ แต่ก็เพราะไอความแฟนเซอร์วิสนี่แหละ มันเลยก่อให้เกิดข้อสงสัยและข้อถกเถียงมากมายกับคนดู ซึ่งหนึ่งในฉากที่หลายคนฉงนกันมากเป็นอันดับต้นๆ คือ “ทำไมซุปเปอร์แมนไม่ใช้พลังการได้ยินในการหาแม่ของเขาแทนการก้มหัวทำตามคำสั่ง เล็กซ์ ลูเธอร์ (Lex Luthor)

แต่ดูเหมือนตอนนี้ข้อสงสัยที่ว่า ได้ถูกเฉลยผ่านตัวพี่ Snyder ของเราเองผ่านการเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ถามตอบถึงผลงานและความเป็นอยู่ของแกในปัจจุบันบน Twitter ส่วนตัว ซึ่งเขาก็ได้อธิบายว่า

ในฉากกรีนสกรีนที่ซุปเปอร์แมนบินขึ้นเหนือเมืองและกล้องเริ่มหมุนรอบตัวเขา ในจังหวะนั้น เขาจะได้ยินเสียงกรีดร้องของความช่วยเหลือของผู้คน และเสียงของการก่ออาชญากรรม ซึ่งหากสังเกตดูทีสีหน้าของซุปเปอร์แมน คุณก็จะเห็นได้ว่าเขากำลังเจ็บปวดอยู่ เพราะเขารู้ตัวว่าหากใช้วิธีดังกล่าวหาแม่ เขานั้นจะต้องเพิกเฉยต่อเสียงขอความช่วยเหลือจากทั้งสองเมือง (Metropolis, Gotham) และโลกทั้งใบ

ที่มา: Twitter

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!